"เว่ยซินเหลียน ระดับหลอมรวมลมปราณ 4ธาตุ ไม้ ดิน น้ำ และทอง" อาจารย์หลี่เจ๋อ ประกาศระดับปราณ และปราณธาตุของเว่ยซินเหลียน
เว่ยซินเหลียนยังคงทำหน้างงๆ กับระดับปราณและปราณธาตุของตัวเอง นั้นเพราะเขาไม่รู้ว่ามันสูงหรือต่ำแค่ไหน
แต่จากน้ำเสียงของอาจารย์หลี่เจ๋อที่ดูจะใกับระดับปราณ และปราณธาตุของเขา และเสียงของเหล่าศิษย์ใหม่ที่ดังขึ้นกว่าตอนที่เฉินเจียลี่และคุณหนูกู่คนนั้นเสียอีก
เสียงเซ็งแซ่ถามกันไปมาของเหล่าบรรดาศิษย์ใหม่ที่เกี่ยวกับเขาและตอนที่เขาเดินกลับโต๊ะของตนเอง ทุกคนในลานต่างมองมาที่เว่ยซินเหลียน
เว่ยซินเหลียนได้แต่เอามือเกาหัวตัวเองพร้อมกับยิ้มแห้งๆกลับไปยังคนที่ยิ้มให้เขาในตอนที่เขาเดินกับที่นั่งของตนเองเหตุผลที่เขารู้สึกไม่ชินนั้นเพราะตอนที่เขาเดินไปเพื่อรับการทดสอบคนเหล่านี้ที่ยิ้มให้เขา ไม่ได้ยิ้มเลย แต่พอรู้ระดับของเขาแค่นั้นคนเ่าั้กลับเปลี่ยนหน้าของตัวเอง
(ผู้คนในนี้น่ากลัวกว่าที่คิดแฮะอาศัยแค่ความแข็งแกร่งก็ได้รับการนับถือ ผู้ที่อ่อนแอกลับถูกรังแก)เว่ยซินเหลียนพลางคิดในใจ
"เขาเป็ใคร?" คำถามเริ่มเกิดขึ้นเพราะเว่ยซินเหลียนไม่เป็ที่รู้จักของสำนักฝึกเซียนเลย บรรดาเหล่าศิษย์ใหม่ต่างก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็ใคร
เฉินเจียงลี่ และกู่ซินหยาน แห่งซิงซิวต่างหันมามองเขาเป็ตาเดียวกันทันทีเพราะพวกเขาทั้งคู่ก็ไม่รู้จักเว่ยซินเหลียนคนนี้เช่นกัน
เขาเป็ใคร มาจากตระกูลไหนกันถึงได้มีระดับปราณ และธาตุทั้ง 4 คำถามเ่าั้เกิดขึ้นกับเหล่าศิษย์ใหม่ศิษย์พี่ รวมทั้งอาจารย์ที่เข้าร่วมพิธีการในครั้งนี้ด้วย
"เขานั้นเอง!" เฉินเจียงลี่ นึกขึ้นว่าเขาเคยเห็นเว่ยซินเหลียนก่อนหน้านี้ และจำเขาได้ในทีแต่ก็สงวนท่าทีเอาไว้ พร้อมกับมองไปที่เว่ยซินเหลียนอย่างไม่วางตา
"เขาเป็ใคร เป็บุรุษหรือ? ช่างเป็บุรุษที่น่าสนใจทีเดียว " กู่ซินหยาน แห่งซิงซิว มีแววตาเปล่งประกายเมื่อเห็นบุคคลที่มีระดับปราณเทียบเท่าต้น แต่ตนไม่รู้จักว่าเขาเป็ใคร แถมหน้าตายังอ่อนหวานราวสตรีน่ามองอีกต่างหาก เทียบกับใบหน้าของเธอ เขาช่างงดงามยิ่งนัก(ช่างเป็บุรุษที่งดงามยิ่งนัก น่าสนใจ น่าสนใจ!)
ถึงนางจะไม่รู้ว่าเว่ยซินเหลียน เป็คุณชายจากตระกูลใดแต่คนผู้นี้กลับมีระดับพลังเท่ากันกับนาง แถมปราณธาตุยังมีมากกว่านางซะอีกเขาต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน นางให้ความสนใจเขาขึ้นมาในทันที(มันต้องอย่างนี้สิ ถึงจะน่าสนุก คนที่เก่งกาจมีอยู่ทุกที การมีคนเก่งๆอยู่รอบตัวมันจะช่วยเพิ่มพลังชีวิตในการเรียนรู้ตลอดเวลาของข้าอยู่ที่นี้)
ตอนนี้ เว่ยซินเหลี่ยนรู้แล้วว่าทำไมทุกคนในที่แห่งนี้ถึงดูใเมื่อเห็นระดับพลังปราณและปราณธาตุของเขา นั้นเพราะเขาดันอยู่ในระดับเดียวกันกับลูกเ้าสำนัก เฉินเจียลี่และปราณธาตุของเขาดันเยอะกว่าอีก แถมมันไม่ค่อยมีใครพบเห็นอีก
ถึงแม้ว่าจะมีการพบเจอคนที่มี 4 ธาตุ แต่คนเ่าั้มักมีระดับปราณขั้นต้นเท่านั้นและคนที่มี 4 ธาตุ มักจะไม่ค่อยมีใครประสบความสำเร็จในเพิ่มระดับการฝึกปราณหรือหากเพิ่มได้ก็ไปช้ากว่าคนอื่นๆ ดังนั้นเมื่อเว่ยซินเหลียนมีระดับที่สูงมาโดยกำเนิดพร้อมกับธาตุทั้ง4 เขาย่อมกลายเป็ตัวประหลาดที่หาได้ยากในโลกแห่งนี้
เฉินิ มองไปยังเว่ยซินเหลียนที่ตอนนี้เขาทึกทักเอาว่า นี้คือพี่ชายของเขา ในขณะที่เว่ยซินเหลียนกำลังเดินมาพร้อมกับยิ้มหวานให้เขา พร้อมนั่งลงประจำที่นั่งของเขาข้างๆ เฉินิ
(พี่ชายเก่งไม่เบาเลยจริงๆ ดี ... ถ้าอย่างนั้นข้าจักทำให้ระดับของข้าลงมาเท่ากันกับของพี่ชายพี่ชายกับข้าจะได้ฝึกยุทธร่วมกัน) แผนการของเฉินิเริ่มเกิดขึ้นในหัวของเขา
"พี่ชายท่านเก่งมากเลย"เฉินิกล่าวชมพร้อมยิ้มให้เว่ยซินเหลียน
เฉินิ อาศัยอยู่ที่สำนักฟ้าดินแห่งนี้มาเป็เวลา2 ปี แล้ว เขาย่อมรู้ว่าการฝึกปราณและการฝึกยุทธของสำนักฟ้าจะทำการฝึกในลักษณะใด
ตอนนี้ถึงตาของเฉินิซึ่งเขาถึงเป็คนสุดท้ายของการตรวจสอบระดับปราณในครั้งนี้
"ตอนนี้ถึงคิวเ้าแล้ว ไปสิ"เว่ยซินเหลียนบอกเฉินิให้ออกไปทดสอบระดับปราณของเขา
เฉินิ เดินออกจากนั่งของตนเอง ไปยังด้านหน้าของลานพิธี
เหล่าบรรดาศิษย์พี่ที่ไม่ค่อยชื่นชอบเขาก็ทำหน้าบอกบุญไม่รับจนเขามายืนอยู่ตรงหน้าลูกแก้วแก่นิญญา
เมื่ออาจารย์ทั้งสองเห็นเฉินิก็รู้สึกดีใจ เพราะเขาเป็ศิษย์ของอาจารย์หญิงมาก่อน เพียงแต่ว่าเฉินินั้นยังไม่ทันได้เข้าร่วมพิธีการอย่างเป็ทางการของสำนักอาจารย์หญิงก็ล้มป่วยและเสียชีวิตลงนั้นจึงทำให้เขายังไม่ได้เข้าสู่การเป็ศิษย์สำนักฟ้าดินอย่างเป็ทางการจนมาถึงวันนี้ที่เขาได้เข้าร่วมพิธีนี้อย่างเป็ทางการ
นี้จึงถือเป็โอกาสดีของเฉินิจะได้พิสูจน์ตัวเองลบคำสบประมาทของบรรดาศิษย์ที่ไม่ชอบพอเขา เนื่องจากการที่เฉินิเข้ามายังสำนักฟ้าแล้วได้เป็ศิษย์ของอาจารย์หญิงในทันทีเหมือนว่าเขาใช้เส้นใช้สายเพื่อให้ได้เข้าสำนักดังนั้นความไม่พอใจเขาจึงเกิดขึ้นเพราะเื่นี้ โดยเฉพาะศิษย์สายกลางยิ่งมีความไม่พอใจในตัวของเฉินิเป็พิเศษ
ในสำนักฟ้าดินน้อยคนนักที่จะเอ็นดูและพร้อมจะให้การช่วยเหลือเฉินิ แต่อย่างน้อยๆ ที่ว่ามานี้ก็มีท่านอาจารย์ทั้งสองนี้ล่ะที่เอ็นดูเขาอยู่บ้าง
ถึงแม้ว่าท่านทั้งสอง จะไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้อย่างเต็มที่นั้นเป็เพราะกฎของสำนัก ยังคงถูกบีบใช้กับพวกเขาอยู่แต่หากมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาท่านทั้งสองมักจะปรากฏตัวเพื่อดูแลเขาอยู่เสมอเฉินิรับรู้และรู้สึกขอบคุณอาจารย์ทั้งสองท่านนี้หากเขาสามารถตอบแทนได้เขาก็จะทำ
แม้แต่เ้าสำนักคนปัจจุบัน เฉินผิงที่เป็สามีของอาจารย์หญิงของเฉินิ ยังไม่ชอบพอเขาเลย ไม่งั้นเขาไม่ได้ไปนอนที่เรือนเก็บฟืนหรอก
ส่วนเฉินเจียลี่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ชิงชังตัวของเฉินิแต่ก็มีความไม่พอใจหลายส่วน เกี่ยวกับตัวเขา นั้นเพราะท่านอาจารย์หญิงที่เป็มารดาของเขาให้ความรักและเมตตา และมีเวลาอบรมสั่งสอนเฉินิมากกว่าที่จะอยู่กับดูแลบุตรชายของตนเองเช่นเขา
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เ้าสำนักไม่พอใจในตัวเฉินินั้นเพราะความเก่งของเขาที่ทัดเทียมกับบุตรชายของเ้าสำนักนั้นเอง
บุรุษผู้นี้ที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีความชอบธรรมเป็ถึงเ้าสำนักฟ้าดินที่เลื่องชื่อในยุทธภพ แต่กลับมีจิตอิจฉาริษยา แม้กระทั่งกับเด็กอย่างเขาก็ไม่เว้นเขาพยายามผลักไสเฉินิออกจากสำนักฟ้าดิน แต่เหล่าผู้าุโได้ทัดทานถึงอย่างไรเฉินิก็ได้ร่ำเรียนในสำนักแห่งนี้ และเฉินซิงซิงยังเป็คนพาเขาเข้ามาดังนั้นการที่จะให้เฉินิพ้นจากการเป็ศิษย์ของสำนักย่อมทำไม่ได้นอกจากเขาจะออกไปเอง
อาจารย์ทั้งสองยิ้มให้เขา "มาสักทีนะเ้าหนู... เอา ... เอามือของเ้าแตะที่ลูกแก้วแก่นิญญานี้" หลี่เจ๋อบอกเฉินิ
"ขอรับ"เฉินิกล่าวตอบอย่างนอบน้อม
หลังจากที่เขาเอามือแตะที่ลูกแก้ว เสียงดังจากเหล่าบรรดาศิษย์ใหม่ก็เกิดขึ้นในลานพิธีอีกครั้งมันดังพอๆ กับตอนที่เห็นระดับปราณของเว่ยซินเหลียน เพราะระดับของเฉินิและธาตุของเขาคล้ายกับเว่ยซินเหลียน แตกต่างกันที่ธาตุของพวกเขาต่างเวริมซึ่งกันและกัน
"เฉินิ ระดับหลอมรวมลมปราณ 4 ธาตุธาตุ ไฟ ดิน ทอง น้ำ"
ตอนนี้สายตาของทุกคนจ้องมองมายังเฉินิแทนเว่ยซินเหลียน
"ไอ้เ้าเด็กนั้นมันมีระดับปราณสูงขนาดนี้เชียว! แถมยังมีสีธาตุด้วย" เสียงศิษย์พี่ที่ดูแลรอบนอกเริ่มพูดถึงเฉินิอย่างไม่สบอารมณ์และยากที่จะเชื่อว่าเด็กเหลือขออย่างเฉินิจะมีระดับพลังสูงกว่าพวกเขาหากเทียบเมื่อพวกเขาที่เข้ามาเป็ศิษย์ใหม่
"มิน่าท่านอาจารย์หญิงถึงรับมันเข้าสำนัก" ศิษย์พี่ที่ดูแลรอบนอกอีกคนกล่าวตอบ
"ระดับปราณสูงแล้วอย่างไรเล่าธาตุของมันถือเป็กลุ่มที่บ่มเพาะยาก ใช่ว่าต่อจากนี้ มันจะสามารถเพิ่มระดับปราณได้"ศิษย์พี่ที่ดูออกก็รู้ว่าไม่ชอบเฉินิเอามากๆ พูดขึ้น
เสียงจากเหล่าศิษย์ใหม่ ต่างพูดถึงการทดสอบในปีนี้ที่มีผู้มีระดับปราณสูงกว่าในทุกๆปี
"ใครอีกละเนี่ย! ... เพราะเหตุใดปีนี้ถึงได้มีผู้ฝึกปราณที่มีระดับสูงเช่นนี้แถมปีนี้ยังพิเศษกว่าทุกปีที่ ข้าทราบมาว่า ตลอดหลายปีมานี้ไม่เคยพบเจอผู้มีปราณธาตุ4 ธาตุ เลย แต่ปีนี้กลับพบถึง 2 คน ท่านพอจะทราบชื่อเสียงเรียงนามของเขาบ้างหรือไม่?" ศิษย์ใหม่ที่นั่งอยู่ในลานพิธีเริ่มสอบถามกันเอง
"ข้าไม่ทราบว่าเขาคือใครน่าจะเป็คุณชายจากตระกูลที่มีชื่อเสียงที่ไหนสักแห่งเป็แน่"ศิษย์ใหม่ที่ถูกถามให้คำตอบที่เขาเองก็ไม่ทราบเช่นกัน
ระดับปราณของศิษย์ใหม่ปีนี้มีขั้นหลอมรวมลมปราณระดับกลาง มีจำนวน 10 คน ในจำนวนนี้ มี 4 ธาตุ 2 คนขั้นหลอมรวมลมปราณระดับต้น 20 คน ขั้นปราณต้นกำเนิดระดับปลาย 25ขั้นปราณต้นกำเนิดระดับกลาง 30 และขั้นปราณต้นกำเนิดระดับต้น 35
เฉินิ หันไปมองทุกคนที่อยู่ในลานพิธีเขาเห็นเฉินเจียงลี่ที่มองมายังเขา แล้วก็สตรีที่มีระดับเดียวกันกับเขาเขาจำชื่อได้ จากศิษย์ใหม่ที่คุยกันข้างเขากับเว่ยซินเหลียน (นางคือกู่ซินหยาน)เขาเห็นคนทั้งสองมองมายังตัวเขา รวมถึงมองไปยังเว่ยซินเหลียน
แต่พอเขามองไปยังพี่ชายพี่ชายกลับมองไปยังกู่ซินหยาน
ส่วนเฉินเจียงลี่กลับมองไปยังเว่ยซินเหลียนแทนการมองมาที่เขาแล้ว
กู่ซินหยาน ก็มองหันไปเว่ยซินเหลียนเช่นกัน
ดวงตาของเฉินิ เริ่มหลี่ลง หางตาเชิดขึ้นเขาเดินกลับไปยังที่นั่งของเขา แต่แววตากลับจ้องไปยังพี่ชายไม่วางตา
(ท่านจะมองสตรีเยี่ยงนั้นไม่ได้)