หลังจากที่อัญพัชร์เดินจากมาเธอก็เข้าไปอาบน้ำทันทีความเย็นของน้ำทำให้หญิงสาวรู้สึกดีขึ้นมาบ้างหลังจากที่ต้องเสี่ยงตายไปช่วยพี่ชายเพื่อนสนิท
"เธอมันบ้าจริงๆยายเพชร"
คิดแล้วเธอก็อดว่าตัวเองไม่ได้ที่ยอมทำอะไรที่เสี่ยงต่อชีวิตตัวเองแบบนั้นเธอจำได้ว่าเขาคือพี่ชายของเพียงฟ้าชื่ออัคนี เธอจำได้ดีเพราะรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลา ตัวสูงใหญ่ แต่ไม่คิดว่าจะได้มาเจอกันในสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบนี้ เธอใช้เวลาจัดการกับตัวเองไม่นานทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่าเธอซื้อกับข้าวและของสดมาซึ่งตอนนี้มันอยู่ในรถ เมื่อคิดได้เธอก็ออกจากห้องเพื่อจะไปเอาของในรถระหว่างที่เดินผ่านโซฟาตัวใหญ่อัญพัชร์ก็อดที่จะหันไปมองคนตัวโตที่โซฟาไม่ได้ ตอนนี้เธอเห็นว่าเขาหลับอยู่จึงเดินผ่านเขาไปเพื่อไปเอาของมาเก็บที่ห้องครัวเธอเดินผ่านชายหนุ่มอีกครั้งพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นอ่างน้ำกับผ้าขนหนูซึ่งมันยังอยู่ในสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเลย
"ไหนว่าจะทำเองไง" อัญพัชร์ว่าเขาพลางถอนหายใจ
เธอเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มจึงได้เห็นหน้าเขาชัดเจนหน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ ปากซีดเซียว เธอก็อดสงสารเขาขึ้นมาไม่ได้จึงตัดสินใจที่จะเช็ดตัวให้เขา เธอเอาผ้าจุ่มน้ำในอ่างแล้วบิดหมาดเช็ดไปตามหน้าคมคายของเขาอย่างเบามือ อัคนีรู้สึกถึงความเย็นของผ้าจึงปรือตาขึ้นมามอง
"คุณ..."อัคนีพึมพำเรียกอัญพัชร์แล้วพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง
"ไม่ต้องลุกหรอกค่ะนอนลงเถอะเดี๋ยวฉันเช็ดตัวให้"
อัญพัชร์พูดพร้อมกับดันตัวให้ชายหนุ่มนอนราบลงไป ทันทีที่โดนตัวเขาเธอก็ััได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมา
"คุณมีไข้นี่ ตัวร้อนมากด้วย สงสัยแผลจะอักเสบ"
"ขอน้ำกินหน่อย"
อัคนีบอกอัญพัชร์ด้วยเสียงแหบพร่านัยตาของเขาแดงก่ำด้วยพิษไข้ อัญพัชร์ประคองให้ชายหนุ่มกินน้ำก่อนจะประคองให้เขานอนลง
"เข้าไปนอนในห้องเถอะค่ะ" เธอชวนเขาเพราะคิดว่าในห้องน่าจะนอนสบายกว่าตรงนี้
"ไม่เป็ไรผมนอนตรงนี้ได้"
"นี่คุณมันไม่ใช่เวลาที่จะมาเป็สุภาพบุรุษนะ ดูสภาพคุณก่อนเถอะหรือคุณกลัวว่าฉันจะปล้ำคุณ" อัญพัชร์บ่นพลางเข้าไปช่วยประคองให้เขาลุกยืนขึ้น
"ผมเดินเองได้"
เขาเดินไปได้เพียงแค่สองสามก้าวก่อนจะเซจนต้องใช้มือพยุงตัวเองกับกำแพงไว้
"ทำไมดื้ออย่างนี้นะ...ให้ฉันช่วยเถอะ" อัญพัชร์พูดขึ้นพร้อมกับถลาเข้าไปจับตัวเขาไว้กลัวว่าเขาจะล้มลงก่อนที่จะเดินไปถึง อัคนีพยายามช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุดกลัวว่าจะพากันล้มไปทั้งคู่ อัญพัชร์พยุงชายหนุ่มไปจนถึงเตียงแล้วค่อยๆปล่อยให้เขานอนลง
"แล้วคุณจะนอนที่ไหน"
"ฉันจะไปนอนที่โซฟาเองค่ะ" เธอตอบขณะดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เขา
"คุณพักผ่อนเถอะตื่นมาจะได้ดีขึ้น"
อัคนีหลับตาลงอย่างว่าง่ายที่จริงเขามีเื่อยากคุยกับเธออีกมากมายแต่สังขารเขาไม่เอื้ออำนวยเอาเสียเลย หลังจากนั้นไม่นานอัคนีก็หลับไปจริงๆ อัญพัชร์ออกไปเอากะละมังกับผ้าขนหนูอีกครั้งก่อนจะกลับมานั่งเฝ้าเขา อัคนีเพ้อตลอดทั้งคืนฟังรู้เื่บ้างไม่รู้เื่บ้าง อัญพัชร์ตัดสินใจปลุกเขาขึ้นมากินยาอีกครั้ง
"คุณ...คุณลุกขึ้นมากินยาหน่อยนะคะ"
อัคนีพยายามลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบากเขากินยาอย่างว่าง่ายแล้วหลับไปทันที คืนนั้นทั้งคืนอัญพัชร์แทบไม่ได้นอนเนื่องจากต้องคอยเช็ดตัวให้เขาตลอดเวลา เธอเผลอหลับไปตอนใกล้สว่างนี่เอง
แสงสว่างที่ส่องเข้ามาส่งผลให้อัคนีที่นอนหลับตาอยู่ค่อยๆลืมตาขึ้นมา เมื่อสายตาปรับแสงได้แล้วเขาจึงมองสำรวจไปทั่วๆห้องก่อนจะเหลือบไปเห็นร่างบางที่นอนฟุบอยู่ข้างเตียงเขา...ไหนบอกจะไปนอนที่โซฟา...อัคนีคิดในใจพลางมองนาฬิกาที่อยู่บนโต๊ะซึ่งบอกเวลาเจ็ดโมงเช้าพอดิบพอดี เขารู้สึกว่าตัวเองดีขึ้นกว่าเมื่อวานมาก ไม่ปวดหัวเท่าเมื่อคืน อาการไข้ก็ทุเลาลงแล้วเหลือเพียงอาการปวดเมื่อยตามตัวและอาการปวดที่แขนเพียงเท่านั้น
"อ๊ะ!!"อัคนีร้องอุทานออกมาเมื่อเขาพยายามขยับตัว
"ตื่นแล้วเหรอคะ" อัญพัชร์งัวเงียตื่นขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงร้องของอัคนี
"อืม"
"คุณหิวรึยังเดี๋ยวฉันไปทำอะไรมาให้ทานนะคะ"
"คุณไม่ไปทำงานหรือไง"
"วันนี้เป็วันหยุดของฉันค่ะ"
อัคนีพยักหน้ารับรู้การที่เขามีน้องสาวเป็พยาบาลมันทำให้เขารู้ว่าการทำอาชีพนี้ต้องเสียสละมากขนาดไหน ตัวเขานั้นเวลาเจ็บป่วยหรือาเ็ก็ได้น้องสาวคอยช่วยดูแล การที่เขาไม่มีพ่อแม่มันทำให้อัคนีต้องรักตัวเองและน้องสาวที่เหลืองเพียงคนเดียวมากขึ้น หน้าที่และความรับผิดชอบทั้งหมดมันตกมาอยู่ที่เขาเพียงคนเดียว ดังนั้นเขาจะเป็อะไรไปไม่ได้ใครที่มันอยากลองดีกับเขาเขาจะจัดการให้ไม่เหลือซากเลยทีเดียว!
อัคนีพยายามลุกขึ้นจากเตียงเขาอยากล้างหน้าล้างตาสักหน่อยเผื่อว่ามันจะสดชื่นขึ้นมาบ้าง แผลที่แขนยังตึงอยู่มากแถมมีอาการปวดตุบๆตลอดเวลา แผลที่ถูกรุมเมื่อวานก็ยังระบมอยู่ไม่น้อย เขาลากสังขารตัวเองมาถึงห้องน้ำแล้วจัดการล้างหน้าล้างตาจัดการธุระส่วนตัวของตัวเองจนเสร็จเรียบร้อยจึงออกมารออัญพัชร์ที่เตียง
"ลุกขึ้นมาทำไมคะ" อัญพัชร์รีบวางข้าวต้มแล้วเข้ามาพยุงชายหนุ่มหลังจากที่เห็นเขาเดินโซเซออกมาจากห้องน้ำ
"ผมอยากเข้าห้องน้ำ"
"แล้วทำไมไม่เรียก ถ้าเกิดหกล้มขึ้นมาจะทำยังไง"
"แล้วล้มหรือยัง?" คนป่วยส่งสายตามาหาหญิงสาวที่กำลังบ่นตัวเอง
"คุณนี่...จริงๆเลย ฉันทำข้าวต้มมาให้กินซะหน่อยจะได้มีแรง" อัคนีรับชามข้าวต้มจากอัญพัชร์อาการมือสั่นๆนั้นทำให้เธออดสงสารเขาขึ้นมาไม่ได้
"ฉันช่วย" เธอว่าพร้อมกับแย่งชามในมือของเขา
"ผมกินเองได้"
"นี่...ฉันถามคุณจริงๆเถอะเกิดมาคุณเคยพึ่งพาคนอื่นบ้างไหม ฉันไม่ว่าหรอกนะที่คุณจะช่วยเหลือตัวเอง แต่นี่คุณกำลังไม่สบายอยู่อย่าเื่เยอะได้ไหม"
"ผมไม่ได้เื่มาก แค่ไม่อยากรบกวนคุณไปมากกว่านี้"
ด้วยความเคยชินจากการที่ต้องพึ่งพาตัวเองมาตลอดทำให้เขาไม่ชินที่จะมีคนมาคอยช่วยเหลือแบบนี้
"ฉันเต็มใจช่วยค่ะ" เธอยิ้มให้เขาพร้อมกับตักข้าวต้มในชาม
อัคนีกินข้าวต้มไปได้ 3 - 4คำเขาก็อิ่มเนื่องจากเพิ่งฟื้นไข้ทำให้ไม่ค่อยอยากอาหาร
"ยาค่ะ...เป็ยังไงบ้างดีขึ้นไหม"เห็นสีหน้าเขาแล้วเธอก็อดเป็ห่วงไม่ได้
"ค่อยยังชั่วแล้ว"
"แล้วคุณจะเอายังไงต่อ"
"ผมคงต้องกลับบ้าน" ใช่เขาต้องกลับบ้าน กลับไปสะสางตัวปัญหาที่มันทำให้เขากลายเป็แบบนี้
"นอนพักอีกสักแปปเถอะค่ะไปตอนนี้ก็ไม่มีใครดูแลคุณ เอาไว้ตอนเย็นฉันจะไปส่ง"เธอเป็ห่วงถ้าไม่มีคนดูแลแล้วเขาจะอยู่อย่างไร
"แล้วคุณรู้หรือเปล่าว่าใครทำร้ายคุณ" อัญพัชร์อดที่จะถามเื่นี้ขึ้นมาไม่ได้
"ผมไม่แน่ใจ แต่ถ้าผมรู้ผมไม่เอามันไว้แน่"
เท่าที่ฟังอัคนีพูดเธอก็รู้แล้วว่าเขาเจ็บใจแค่ไหนกับการที่ต้องพลาดท่าเจ็บตัวแบบนี้ หญิงสาวรู้ดีว่าชายหนุ่มทำอาชีพอะไร เหมืองพลอยแดงหรือที่รู้จักกันว่าเหมืองทับทิมที่เขาทำอยู่นั้น มันมีการขัดแข้งขัดขากันทางธุรกิจขนาดไหน จึงไม่น่าแปลกเลยที่เขาจะมีศัตรูเยอะแยะไปหมดขนาดนี้ การจับมือใครดมไม่ใช่เื่ง่ายบางทีอาจจะเป็คนใกล้ตัวเขาที่สุดดังนั้นเขาควรจะรอบคอบไว้ก่อนตามหาคนที่อยู่เื้ัแล้วจัดการถอนรากถอนโคนมันซะ!!!