มู่ไป๋จ้องมองกล่องข้าวที่วางตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ ตอนที่รู้ว่าหลี่เข่อชิงมาหาเขาจนถึงโรงพยาบาลก็ทำให้เขาประหลาดใจมากพอแล้ว แต่พอได้เห็นว่าไม่ใช่แค่เพียงมาหาแต่ยังเอาข้าวและขนมมาฝากเขาและเพื่อนร่วมงานด้วย มันทำให้เขาอดรู้สึกว่าสาเหตุที่หลี่เข่อชิงทำเช่นนี้จะต้องมีสิ่งใดแอบแฝงอยู่ในการกระทำของเธอเป็แน่ เขาจึงได้ตัดสินใจเอ่ยถามเธอออกมาตามตรงทันทีที่ได้อยู่กันตามลำพัง
“เกิดอะไรคุณ เพราะอะไรคุณถึงได้พยายามทำดีกับผมอย่างผิดปกติเช่นนี้ และสาเหตุที่คุณทำเช่นนี้กำลังคาดหวังสิ่งใดอยู่” คำถามของเขาทำให้หลี่เข่อชิงขมวดคิ้วในทันที
“สีหน้าระมัดระวังเช่นนี้ของคุณมันคืออะไรกัน ฉันก็แค่อยากจะทำดีกับคุณบ้างไม่ได้หรือ อีกทั้งยังอยากจะทำให้ทุกคนที่เคยนินทาคุณได้รู้ด้วยว่าฉันไม่ได้คิดรังเกียจที่จะแต่งงานกับคุณจนต้องกรีดข้อมือเพื่อฆ่าตัวตายเสียหน่อย” หลี่เข่อชิงพูดพลางยิ้มออกมา
“แต่มันคือเื่จริงไม่ใช่หรือ ช่างคำพูดของคนเ่าั้เถอะผมไม่สนใจคำพูดของคนอื่นหรอก คุณเองก็ไม่ต้องไปสนใจ” มู่ไป๋พูดพลางจ้องมองข้อมือที่ยังมีผ้าพันแผลพันอยู่
“นั่นไม่ใช่เพราะฉันรังเกียจคุณเสียหน่อย แต่เป็เพราะความโง่ของฉันต่างหาก ช่างเถิดคุณอย่าลืมรีบหาเวลากินข้าวนะคะกำลังร้อนๆ เลย ขนมพวกนี้คุณก็เก็บเอาไว้กินตอนหิวได้ ส่วนบรรดาเพื่อร่วมงานของคุณฉันให้คนไปแจกจ่ายขนมให้แล้ว” หลี่เข่อชิงพูดจบแล้วก็หยิบกระเป๋าของเธอขึ้นมา
“่นี้สถานการณ์ข้างนอกกำลังวุ่นวายคุณระวังตัวด้วย” มู่ไป๋พูดพลางจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วง ่นี้การประกาศกร้าวของท่านผู้นำทำให้กรุงปักกิ่งมีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้นเหตุการณ์จลาจลครั้งใหญ่เมื่อสองสามปีก่อนทำให้ทุกคนต่างพากันหวาดหวั่นด้วยเกรงว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์จลาจลของนักศึกษาและบรรดาผู้ต่อต้านขึ้นมาอีกครั้ง
“ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ คุณพ่อส่งคนมาคอยดูแลฉันหลายคนแล้ว คุณเองก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ” หลี่เข่อชิงพูดพลางยิ้มออกมาแล้ว
“ผมเป็หมอไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเื่การเมือง ใครเจ็บป่วยมาผมก็รักษาไปตามอาการไม่ได้มีความขัดแย้งกับใครอยู่แล้ว” มู่ไป๋พูดพลางขยับตัวลุกขึ้นแล้วยกข้าวกล่องและขนมไปวางไว้ตรงบริเวณที่กั้นแบ่งเอาไว้สำหรับพักผ่อนและกินอาหาร เมื่อหันกลับมาแล้วเห็นว่าหลี่เข่อชิงยังคงยืนอยู่จึงได้จ้องมองเธอด้วยความแปลกใจ
“หากเป็ไปได้ฉันอยากให้คุณกินตอนที่ข้าวและกับข้าวยังร้อนอยู่ ฉันเป็คนที่ทำอาหารไม่ค่อยเก่งนัก แต่ก็พยายามตั้งใจลงมือทำด้วยตัวเองคุณลองชิมดูนะคะว่าถูกใจไหม ถ้าควรปรับปรุงตรงไหนก็บอกฉันด้วยนะคะ” คำพูดของหลี่เข่อชิงทำให้มู่ไป๋รู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง
“คุณลงมือทำด้วยตนเองเลยหรือ” มู่ไป๋ถามด้วยความประหลาดใจ บ้านของคุณลุงของอยู่ติดกับบ้านของเธอ ทำให้เขาและเธอเคยได้พบกันอยู่บ้าง คุณลุงของเขาเป็ทั้งเพื่อนร่วมรุ่นและเพื่อร่วมงานของคุณพ่อของเธอ ทำให้มู่ไป๋ได้มีโอกาสเข้าออกบ้านของเธออยู่หลายครั้งและทำให้เขารู้ว่าหลี่เข่อชิงไม่ใช่คนที่จะก้าวเท้าเข้าไปในครัวเพื่อทำอาหาร
“ใช่! ฉันทำอาหารด้วยตนเอง คุณลองชิมดูนะคะว่าถูกใจหรือไม่” หลี่เข่อชิงพูดพลางหันไปดูคนของคุณพ่อของเธอเมื่อเห็นว่าแจกจ่ายขนมให้คนในโรงพยาบาลเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอจึงได้หันไปบอกลาเขาอีกครั้ง
“ฉันคงต้องกลับก่อนไม่รบกวนเวลาของคุณแล้วค่ะ”เมื่อพูดจบหลี่เข่อชิงก็โบกมืออำลาแล้วก็รีบเดินจากไปในทันที ด้วยกังวลว่าคนที่ไม่ชอบความยุ่งยากอย่างมู่ไป๋จะรู้สึกรำคาญเธอเสียก่อน ่นี้คือ่พยายามสานความสัมพันธ์กับว่าที่พ่อของลูกคงจะไม่ดีนักถ้าเธอทำให้เขารู้สึกรำคาญใจ แม้ว่าเธอกับเขาจะเริ่มต้นกันได้ไม่ดีนักแต่หลี่เข่อชิงตั้งใจเอาไว้แล้วว่าหลังจากวันนี้ไปเธอจะพยายามทำให้เขารู้สึกชอบเธอ หากความสัมพันธ์ของพ่อกับแม่ดีลูกๆ ที่จะเกิดมาก็จะได้เติบโตในครอบครัวที่อบอุ่นมากยิ่งขึ้น
่นี้สถานการณ์ทางการเมืองที่ตึงเครียดทำให้หลี่เจียงไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ส่วนหลิวเพ่ยและหลี่เข่อชิงเองก็พยายามเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเช่นเดียวกัน เมื่อเห็นความกังวลใจบนสีหน้าของคุณแม่ของเธอแล้วหลี่เข่อชิงก็แค่เพียงยิ้มออกมาแล้วปลอบใจคุณแม่ของเธอด้วยน้ำเสียงปลอบโยน
“พอเหตุการณ์ข้างนอกสงบลงคุณพ่อก็คงจะสามารถกลับบ้านได้แล้วล่ะค่ะ”
“แม่ก็หวังว่าเป็เช่นนั้น เมื่อไหร่สถานการณ์บ้านเมืองจึงจะสงบได้เสียที” คำพูดของหลิวเพ่ยทำให้หลี่เข่อชิงยิ้มออกมา
“คุณแม่วางใจเถิดค่ะ หลังจากผ่านชาวงปีสองปีนี้ไปสถานการณ์ข้างนอกก็จะสงบแล้ว ่นี้พวกเราก็แค่พยายามเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเพียงเท่านั้น” หลี่เข่อชิงพลางยิ้มออกมา ในชาติก่อนก็เป็เช่นนี้ที่แตกต่างออกไปก็คือเธอไม่ได้นั่งเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ในบ้านอย่างสงบเท่าใดนักเพราะในใจเอาแต่คิดถึงเื่ของโจวสวิน แต่ชาตินี้กลับแตกต่างออกไปทุกครั้งที่เธอออกจากบ้านหากไม่ได้ไปซื้อของกับคุณแม่ของเธอแล้วเธอก็มักจะแวะเวียนไปที่โรงพยาบาลเพื่อไปส่งของกินของใช้ให้ว่าที่สามีของเธออย่างสม่ำเสมอ
“แม่ดีใจที่ในที่สุดลูกก็คิดได้” หลิวเพ่ยเอ่ยกับบุตรสาวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ ตอนที่รู้ว่าลูกสาวพยายามทำร้ายตนเองนั้นหัวใจของเธอของเธอเหมือนถูกกดทับเอาไว้แต่ตอนนี้กลับสามารถหายใจได้อย่างโล่งและสะดวกสบายเป็อย่างยิ่ง
“หนูจะไม่กลับไปเป็เหมือนเมื่อก่อนแล้วขอให้คุณพ่อและคุณแม่สบายใจได้” หลี่เข่อชิงพูดพลางจับมือคุณแม่ของเธอเอาไว้
“ต่อไปหนูจะเชื่อฟังคุณพ่อคุณแม่จะไม่ทำให้คุณพ่อกับคุณแม่ต้องเสียใจเพราะการกระทำของหนูอีกแล้ว” คำพูดหลี่เข่อชิงทำให้คุณแม่ของเธอยิ้มออกมาด้วยความยินดี เธอตั้งใจเอาไว้แล้วชีวิตใหม่ที่ได้มานี้เธอจะพยายามสร้างความสุขให้แก่ทุกคนรอบตัวเธอโดยเฉพาะคุณพ่อและคุณแม่ของเธอชาตินี้เธอจะไม่ทำให้พวกท่านต้องผิดหวังอีกต่อไปแล้ว