ภายหลังจากที่ค้นพบความเชื่อมโยงอันน่าใระหว่างคดีฆาตกรรมที่พวกเขากำลังสืบสวนกับการเมืองท้องถิ่น การทำงานของเหมยฮัวและหลงเทียนก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ไม่คาดคิด แรงลมแห่งอำนาจที่มองไม่เห็นพัดโหมกระหน่ำเข้ามาแทรกแซงการทำงานของพวกเขาอย่างชัดเจนและรุนแรง ราวกับพายุที่พัดกระหน่ำต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศภายในสถานีตำรวจเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบและความอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วทุกพื้นที่ เสียงกระซิบกระซาบดังแว่วมาเป็ระยะๆ ราวกับเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง แสงไฟในห้องทำงานดูหม่นหมองและอึมครึมลงอย่างน่าใจหายเมื่อเทียบกับความมืดมนที่กำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุมการทำงานของพวกเขา
“มีคำสั่งจากเบื้องบนให้เราหยุดการสืบสวนคดีนี้” หลงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักใจ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล ความไม่พอใจ และความขุ่นเคือง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาต้องหยุดการทำงานในเมื่อพวกเขากำลังเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นทุกที
เหมยฮัวขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยและความฉงน
“ใครกันที่สั่งให้เราหยุด?” เธอถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ผู้มีอิทธิพลทางการเมือง” หลงเทียนตอบด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความขมขื่น
“พวกเขากำลังใช้อำนาจและเส้นสายของพวกเขาเพื่อปิดปากเราและปิดบังความจริง”
ในขณะนั้นเอง ผู้บังคับบัญชาของพวกเขาก็เรียกทั้งสองเข้าไปพบในห้องทำงานของเขา บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียด ความกดดัน และความเงียบงัน แสงไฟสีขาวส่องจ้าลงบนใบหน้าของผู้บังคับบัญชา ทำให้เห็นถึงความเคร่งขรึม ความเด็ดขาด และความไม่พอใจ
“ผมได้รับคำสั่งโดยตรงจากเบื้องบนให้ยุติการสืบสวนคดีฆาตกรรมนี้ทันที” ผู้บังคับบัญชาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เฉียบขาด และเ็า
“พวกคุณต้องหยุดการทำงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้เดี๋ยวนี้”
หลงเทียนรู้สึกโกรธ ผิดหวัง และคับข้องใจอย่างมาก เขาพยายามอธิบายถึงความสำคัญของคดีนี้และความเชื่อมโยงกับการเมืองท้องถิ่นที่พวกเขาค้นพบ แต่ผู้บังคับบัญชาก็ไม่รับฟังเหตุผลใดๆ ของเขา
“ผมเข้าใจดีว่าพวกคุณกำลังทำอะไรอยู่” ผู้บังคับบัญชาพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้างและไม่สนใจความรู้สึกของพวกเขา
“แต่นี่เป็คำสั่งโดยตรงจากเบื้องบน พวกคุณไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปฏิบัติตาม”
เหมยฮัวรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับพวกเขา เธอและหลงเทียนทำงานอย่างหนักและทุ่มเททุกอย่างเพื่อคลี่คลายคดีนี้ แต่กลับถูกสั่งให้ยุติการสืบสวนอย่างง่ายดายและไร้เหตุผล เธอรู้สึกผิดหวังและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
หลังจากที่ออกจากห้องของผู้บังคับบัญชา เหมยฮัวและหลงเทียนรู้สึกหนักใจ สับสน และไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป พวกเขาไม่รู้ว่าจะจัดการกับสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้อย่างไร
“เราจะทำอย่างไรกันดี หลงเทียน?” เหมยฮัวถามด้วยน้ำเสียงกังวลและสับสน
หลงเทียนเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อรวบรวมสติและความคิดก่อนที่จะตอบเหมยฮัวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว และมุ่งมั่น
“เราจะไม่ยอมแพ้” เขากล่าวด้วยความแน่วแน่
“เราจะสืบสวนคดีนี้ต่อไปอย่างลับๆ โดยไม่ให้ใครรู้”
เหมยฮัวพยักหน้าเห็นด้วยกับหลงเทียนอย่างไม่ต้องสงสัย
“ฉันเห็นด้วยกับคุณ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมุ่งมั่นเช่นกัน
“เราต้องเปิดโปงความจริงที่ถูกซ่อนไว้ให้ได้”
ทั้งสองตัดสินใจที่จะสืบสวนคดีนี้ต่อไปอย่างลับๆ โดยหลีกเลี่ยงการจับตามองของผู้บังคับบัญชาและผู้มีอิทธิพลทางการเมืองที่อยู่เื้ั พวกเขาต้องทำงานอย่างระมัดระวัง รอบคอบ และเงียบเชียบ เพื่อไม่ให้ถูกจับได้และถูกขัดขวางการทำงาน พวกเขาเริ่มการหลบเลี่ยงการจับตามองและการสืบสวนอย่างระมัดระวังอย่างจริงจัง พวกเขาต้องใช้ไหวพริบ สติปัญญา และเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ เพื่อหลบเลี่ยงการจับตามองและการสืบสวนอย่างลับๆ พวกเขาต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อรักษางานสืบสวนนี้ไว้ ความรู้สึกกดดัน ความเครียด และความหวาดระแวงเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ
พวกเขาเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงวิธีการสื่อสาร หลงเทียนเลิกใช้โทรศัพท์มือถือส่วนตัวในการติดต่อกับเหมยฮัว พวกเขาหันมาใช้วิทยุสื่อสารเก่าๆ ที่หามาได้จากตลาดมืด ซึ่งสามารถเข้ารหัสสัญญาณได้ในระดับหนึ่ง พวกเขาตั้งรหัสเรียกขานกันเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ใครดักฟังบทสนทนาได้
การนัดพบก็ต้องเปลี่ยนไปเช่นกัน พวกเขาเลิกนัดพบกันที่ร้านกาแฟประจำหรือที่สถานีตำรวจ พวกเขาหันไปนัดพบกันในสถานที่ลับต่างๆ เช่น สวนสาธารณะที่เงียบสงบ โรงภาพยนตร์รอบดึก หรือแม้แต่ในตรอกซอยแคบๆ ที่ซับซ้อน
พวกเขาหลีกเลี่ยงการใช้เอกสารที่เป็ทางการทุกชนิด ข้อมูลที่ได้จากการสืบสวนจะถูกบันทึกไว้ในสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ที่พกติดตัวตลอดเวลา หรือไม่ก็ใช้วิธีการจดจำด้วยตัวเอง
เหมยฮัวเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างในสถานีตำรวจ มีตำรวจบางคนเริ่มจับกลุ่มคุยกันและมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาที่แปลกๆ เธอรู้สึกถึงความไม่ไว้วางใจที่เพิ่มมากขึ้น
“ฉันคิดว่ามีคนกำลังจับตาดูเราอยู่”
เหมยฮัวกระซิบกับหลงเทียนในการนัดพบกันที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งในยามค่ำคืน แสงจันทร์ส่องสว่างพอให้เห็นเงาของพวกเขา
หลงเทียนพยักหน้าเห็นด้วย
“ผมก็รู้สึกเหมือนคุณ” เขากล่าว
“เราต้องระวังตัวให้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา”
พวกเขาตัดสินใจที่จะลดการเคลื่อนไหวในสถานีตำรวจให้น้อยที่สุด พวกเขาทำงานตามปกติ แต่หลีกเลี่ยงการพูดคุยเกี่ยวกับคดีนี้กับใครทั้งสิ้น พวกเขาทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เป็ที่สงสัย
ในระหว่างการสืบสวนอย่างลับๆ พวกเขาได้รับความช่วยเหลือจากแหล่งข่าวเก่าของหลงเทียน ซึ่งเป็อดีตนักเลงที่ผันตัวมาทำธุรกิจสุจริต แหล่งข่าวนี้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มธุรกิจมืดและผู้มีอิทธิพลทางการเมือง
“พวกนั้นกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง” แหล่งข่าวบอกกับหลงเทียนในการนัดพบกันที่ร้านบะหมี่เล็กๆ แห่งหนึ่ง
“ผมได้ยินมาว่าพวกเขากำลังจะขนส่งสินค้าล็อตใหญ่ออกนอกประเทศ”
ข้อมูลนี้ทำให้หลงเทียนและเหมยฮัวตื่นเต้น พวกเขารู้ว่านี่เป็โอกาสสำคัญที่จะเปิดโปงขบวนการนี้ พวกเขาต้องหาทางขัดขวางการขนส่งสินค้าครั้งนี้ให้ได้
จากการสืบสวนเพิ่มเติม พวกเขาพบข้อมูลสำคัญที่อาจจะเปิดโปงความลับของผู้มีอำนาจ ข้อมูลนั้นถูกซ่อนไว้ในบัญชีธนาคารลับที่อยู่ในต่างประเทศ พวกเขาต้องหาทางเข้าถึงบัญชีนั้นเพื่อเปิดเผยความจริง
ในตอนนี้พวกเขายิ่งมีความรู้สึกหวาดระแวง ความตื่นเต้น และความมุ่งมั่นที่จะสืบคดีนี้ต่อไป พวกเขารู้ว่าพวกเขากำลังเล่นกับไฟ แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเสี่ยงทุกอย่างเพื่อเปิดโปงความจริงและนำความยุติธรรมมาสู่สังคม ความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยอาจจะสั่นคลอนเสถียรภาพของวงการเมืองท้องถิ่น และอาจนำมาซึ่งอันตรายที่คาดไม่ถึง