มณฑลเหลียวหนิงเมืองตานตงอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนใกล้พรมแดนของเกาหลีเหนือมีแม่น้ำยาลูเป็พรมแดนธรรมชาติกั้นขวางอยู่ หมู่บ้านที่ซ่งอันหลินโผล่มาแทนที่เ้าของร่างเดิมที่ชื่อเหมือนกันอยู่ที่นี่หมู่บ้านเล็กๆที่ชื่อหมู่บ้านต้าซูเจี่ยเป็ส่วนหนึ่งของทีมผลิตเมืองตานหงมณฑลเหลียวหนิง
นโยบายของท่านผู้นำและพรรคคอมมิวนิสต์ ได้ใช้มณฑลเหลียวหนิงเป็แหล่งผลิตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศ ฉะนั้นหลังจากปี1976ที่ท่านผู้นำเสียชีวิตไปและมีการเปลี่ยนถ่ายอำนาจไปที่ผู้นำคนใหม่ นโยบายการผลิตอีกไม่กี่ปีผ่านไปหลังจากปี1976ก็กลายมาเป็การแบ่งที่ดินทำกินให้กับชาวนาทำกันเองแล้วนำจ่ายให้รัฐตามที่รัฐกำหนดส่วนที่เหลือก็จะกลายเป็ของผู้ผลิต
ข้อนี้เป็สิ่งที่ซ่งอันหลินทราบข้อมูลมาก่อนแล้วและปีนี้คือปี1976ซึ่งหลังจากนี้อีกไม่นาน รัฐบาลก็จะผ่อนปรนให้ประชาชนค้าขายได้อย่างอิสระยิ่งขึ้น มีการซื้อขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ได้
ซ่งอันหลินจิ๊ปาก…ถ้าเป็แบบนี้นอกจากจะหลุดพ้นจากความลำบากได้บางทีการหาเงินให้ได้มากๆแล้วกลายเป็เศรษฐีที่ดินในอนาคตก็ไม่ใช่เื่ที่แย่นัก…
แต่ปัญหาคือ..ตอนนี้เธอไม่มีเงินเลยสักเหมาเดียวนอกจากเงินในระบบที่ใช้ซื้อของแค่ในระบบได้เท่านั้น “ติ๊ง..หญ้าฮอกวีด ราคา0.05หยวน้าขายหรือไม่”
หืม….ต้นละ0.05หยวนเลยเหรอแบบนี้20ต้นก็เท่ากับ1หยวนหญ้าฮอกวีดยี่สิบต้นเท่ากับซาลาเปาหนึ่งลูก จิ๊จิ๊..ไม่เลวเลยแฮะ “ขาย”ระบบทำการคำนวนพร้อมกับปรับจำนวนเงินในระบบให้กับซ่งอันหลิน
“ติ๊ง..เล้งจือเช่า(หญ้าปักกิ่ง)ต้นละ2หยวนตกลงขายหรือไม่” ซ่งอันหลินใเหลือบมองต้นหญ้าต้นเล็กๆในมือที่ติดมากับหญ้าฮอกวีด
หืม..เจอสมบัติแล้วแม่เ้า…ต้นหญ้าเล้งจือเช่าระบบรับซื้อแพงมาก ต้นหญ้าเหล่านี้ไม่มีสารเคมีเจือปนราคาจึงดีขนาดนี้
เรารวยแล้ว…ว่าแต่คิดออกแล้วว่าจะหาเื่มาโกหกทางบ้านว่ายังไงเมื่อจะเอาเงินในระบบแลกอาหารมาให้ครอบครัวเธอได้กิน หญิงสาวหัวเราะด้วยท่าทางมีความสุข
และแล้วเวลาไม่ถึงเค่อ ซ่งอันหลินก็ทำเงินจากการขายหญ้าได้ถึง210หยวนนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว…
“ติ๊ง…ได้รับเหรียญทองพิเศษจากการค้าได้2เหรียญทอง สามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็ค่าเงินกับโลกภายนอกได้ อัตราแลกเปลี่ยน1เหรียญทองเท่ากับหนึ่งหยวน”
แม่เ้า..ระบบจ๋าขอจุ๊บหน่อย โอวว..รักเธอนะระบบ …มีคำอธิบายจากแถบข้อมูลถึงวิธีได้มาของเหรียญทองคือต้องแลกเปลี่ยนสินค้าที่มีมูลค่า100หยวนขึ้นไปจะได้หนึ่งเหรียญทอง
ผ่านไปเกือบ3ชั่วโมงหลังจากหาหญ้าให้หมูได้สองตระกร้าแถมยังทำเงินจากการขายหญ้าเทวดาหรือเล้งจือเช่าได้เกือบ400หยวน ซ่งอันหลินก็เดินแบกตระกร้าด้วยแขนข้างเดียวกลับบ้านอย่างมีความสุข นี่ถ้าไม่ติดว่าแขนยังถูกดามอยู่นะคงทำเงินได้มากกว่านี้
“ลั้ลลั่ลล้า..ฉันมากับความสุข”เสียงครวญเพลงหงุงหงิงๆดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี วันนี้ต้องหายามากินเพื่อเพิ่มพละกำลังและบำรุงร่างกายสักหน่อยแล้ว ไหนจะแคลเซียมที่รักษาให้กระดูกประสานกันไวยิ่งขึ้น
……..
ซ่งอันหลินเดินไปกลับเพื่อหามตะกร้าหญ้าหมูอย่างเหน็ดเหนื่อยร่างกายนี้ช่างอ่อนแอเหลือเกิน
เดินไม่กี่ร้อยเมตรก็เหนื่อยเหมือนกับไปปีนเขาเอเวอเรสต์มายังไงยังงั้น ไม่ได้การแล้ว ระหว่างที่นั่งพักเหนื่อยใต้ต้นไม้ริมทางสายตาเธอก็กวาดมองจอโฮโลแกรมของระบบไปพลาง
จิตกำหนดแทนเม้าท์เลื่อนสายตาดูราคาอาหารเสริมร่างกายที่มีประสิทธิภาพของอนาคต เธอกดซื้อมาสองอย่างเป็วิตามินรวมที่เป็สารสกัดจากธรรมชาติที่เข้มข้นกับแคลเซียมเพื่อเสริมกระดูกอีกหนึ่งอย่าง
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในระบบน่าจะให้ผลตามประสิทธิภาพที่โฆษณาไว้ตรงตามสรรพคุณ อาจจะเพราะเป็สินค้าจากระบบทำให้ซ่งอันหนิงมั่นใจมากว่าจะให้ผลดี
พักแค่พอหายเหนื่อยก็พยายามลุกขึ้นต่อเพื่อเดินไปให้ถึงคอกหมูตอนนี้น้องสาวเธอคงกำลังสับต้นฮอกวีดและต้นหญ้าให้หมูอยู่แน่ๆ วันนี้แค่สองตระกร้าก็น่าจะพอ
ร่างอันบอบบางแทบปลิวลมของซ่งอันหลินเดินไปจนถึงบริเวณคอกหมูของบ้าน แล้ววางตะกร้าใส่หญ้าบนหลังลง สายตาของเธอมองหาร่างเล็กๆของน้องสาว
“เสี่ยวหลันมานี่มา หิวไหมกินซาลาเปาไหม” ซ่งซิ่วหลันเบิกตาโพลงหน้าตาดีใจสุดขีด
“นี่..ยังเหลืออีกเหรอพี่ใหญ่ พี่ขโมยมามากแค่ไหนกัน” แม้ปากจะถามแต่มือก็คว้าซาลาเปาเข้าปากกินพลางสายตาสอดส่องดูลาดเลาไปพลาง ั้แ่จำความได้ซาลาเปาที่พี่ใหญ่ให้เป็ซาลาเปาที่อร่อยที่สุดในโลก
ซ่งอันหลินมองดูน้องสาวของเ้าของร่างแล้วเกิดความสงสาร โถ่..แม่คุ้ณอายุแค่นี้ถ้าเป็โลกยุคใหม่ก็แค่เด็กประถมที่เพิ่งจะหัดกินข้าวด้วยตัวเองได้เพียงไม่กี่ปี แต่ดูเสี่ยวหลันสิช่างรู้ความยิ่งนัก ทำงานหนักเพื่อเอาแต้มงานยังไม่พอต้องมารับผิดชอบเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ และช่วยพี่สาวทำงานบ้านงกๆ
น่าโมโหยัยสะใภ้ใหญ่นัก ฉันขอสาบานเลยจะแก้แค้นให้เ้าของร่างเดิมและพาครอบครัวรองสู่ความรุ่งโรจน์ให้จงได้
……
เมื่อสัญญาณเลิกงานของทีมฝ่ายผลิตดังขึ้น ซ่งเอ้อเฉินกับหลิวหงก็ถอนหายใจดังเฮือก มันเผาสองหัวสำหรับคนใช้แรงงานสองคนมันไม่เพียงพอ ตอนนี้เขาหิวจนตาลายอยู่แล้ว
คนในหมู่บ้านหลายคนเดิมกลับบ้านทิ้งห่างเขากับภรรยาไปแล้ว แต่เขากับหลิวหงยังนั่งพักอยู่เพราะไม่มีแรงเดิน
“ไปกันเถอะแม่เสี่ยวหลิน เดี๋ยวกลับถึงบ้านก็ได้กินโจ้กแล้วมาพ่อจะพยุงแม่เสี่ยวหลินเอง” ซ่งเอ้อเฉินพูดปลอบภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากอย่างรู้สึกผิดที่ดูแลเธอได้ไม่ดี
ทั้งสองสามีภรรยามองตากันแล้วถอนหายใจ ด้วยความหนักอึ้งในหัวอกถึงความลำบากที่ตนได้รับ เอาน่าอย่างน้อยๆมื้อเช้าก็ยังได้กินล่ะน่า
“พ่อ..แม่..”เสียงะโของเสี่ยวหลินและเสี่ยวหลันดังขึ้น ลูกสาวทั้งสองคนของเขามาหาไม่ใช่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวเขาทั้งคู่หรอกเหรอ
“เกิดอะไรขึ้นลูก ”หลิวหงลืมความหิวจนหมดสิ้นเมื่อคิดว่าลูกสาวทั้งสองของตนถูกรังแกอีกแล้ว
“ไม่มีอะไรค่ะพ่อ นี่ค่ะ.. พ่อกับแม่กินนี่ก่อนลูกห่อไช่ปิ่งมาให้กินรองท้องก่อน อย่าพึ่งถามว่าเอามาจากไหนเอาเป็ว่าลูกไม่ได้ขโมยมาแน่ๆค่ะพ่อ”
แป้งทอดหอมกรุ่นสอดไส้หมูเส้นและแตงกวามีผักใบเขียวราดด้วยน้ำซอสที่เป็เอกลักษณ์มีขายเฉพาะในระบบ ที่ซ่งอันหลินซื้อมา ถูกห่อด้วยใบเฟิงเพื่อให้กลมกลืนกับยุคสมัย ซ่งอันหลินส่งไช่ปิ่งหลายชิ้นให้กับพ่อและแม่ของเธอ
ซ่งอันหลินยื่นกระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำอุ่นกำลังดีให้ พ่อเมื่อเห็นว่าเขากินไปจนหมดแล้ว พอทั้งคู่ได้อาหารและน้ำดื่มก็หายอ่อนเพลียเริ่มมีพละกำลังกลับมาเหมือนเดิม
“ไหนพูดมาสิว่าเอาไช่ปิ่งมาจากไหน” ซ่งเอ้อเฉินถามบุตรสาวคนโต
"จะเอามาจากไหนละพ่อ ก็เอามาจากบ้านเราไง แล้วที่บอกไม่ได้ขโมยก็เพราะว่าเราจะขโมยของที่เราหามาเองได้ยังไงละพ่อ แม่กับพ่อได้แต้มค่าแรงรวมกันวันละ9แต้ม พ่อได้5แต้มแม่ได้4แต้มส่วนเสี่ยวหลันได้2แต้ม ทั้งครอบครัวเราได้ทั้งหมด11แต้มต่อวัน แล้วลุงใหญ่ได้5แต้มได้กินแป้งห่อทุกวัน พ่อเคยเห็นลุงใหญ่หิวจนตาลายแบบพ่อและแม่รึเปล่าล่ะคะ"
เสี่ยวหลินมองดูพ่อที่พยักหน้าคล้อยตามอย่างมีความสุข …..แม้ว่าความจริงไช่ปิ่งที่เขากินไปจะเป็ของมาจากระบบก็ตาม แต่..แค่หยดน้ำลงหินลงไปที่หัวใจพ่อเธอวันละโอ่งสองโอ่งเธอไม่เชื่อหรอกว่าจะเปลี่ยนความคิดพ่อไม่ได้หึหึหึ…
….น้องไม่หยดวันละหยดนะช้า เททีเป็โอ่งๆเลยเห็นผลไว