เยี่ยหลงเมื่อได้ฟังดังนั้น ก็เกิดสงสัย จึงถามขึ้น " รับพลังใหม่ อันใด ? "
ครั้นเยี่ยหลงถามมาแบบนั้น แทนที่เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิจะอธิบายให้ฟัง มันก็แสดงให้รู้ไปเลย
มันทำการเรียกวิญญาณของมังกรไฟปีกผีเสื้อออกมาให้เยี่ยหลงเห็น
ทันทีที่เยี่ยหลงเห็นวิญญาณสีแดงของมังกรไฟปีกผีเสื้อ คนตระหนก แต่ก็เข้าใจในทันทีว่าจะได้รับพลังด้วยวิธีใด
เยี่ยหลงกล่าว " ท่านจะให้ข้าดูดซับวิญญาณมังกรไฟปีกผีเสื้อแสนปี ตัวนี้เข้าไปในอัญมณีใช่ไหม "
" ใช่แล้ว " เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าวบอก
" ถ้าข้าเดาไม่ผิด ตั้งแต่ที่ท่านเจอข้าครั้งแรก ท่านก็เล็งข้าเป็นผู้สืบทอดแล้วใช่มั้ย " เยี่ยหลงกล่าวถาม
เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิตอบ " ใช่ เพราะข้าเห็นวิญญาณยุทธ์ของเจ้า ข้าเลยอยากให้เจ้าเข้าทดสอบดู แต่เรื่องที่บอกเกี่ยวกับการรักษาสตรีสองนั้น ข้าหาได้โกหกไม่ "
เยี่ยหลงคิด ' จะเชื่อได้มั้ยเนี่ย '
เมื่อเยี่ยหลงคิดเสร็จ คนที่มีคำถามก็กล่าวถามขึ้น " มังกรไฟปีกผีเสื้อตนนี้ ตอนที่ข้าสู้กับมัน มันอยู่แค่ระดับมหาวิญญาจารย์ขั้นหนึ่งเองไม่ใช่หรอก ทำไมดวงวิญญาณของมังกรไฟปีกผีเสื้อ ถึงอยู่ระดับแสนปีได้ล่ะ "
เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิตอบ " เป็นเพราะตอนที่มังกรไฟปีกผีเสื้อตาย ข้าก็ใช้หยดเลือดเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิหยดที่สิบสามหรือคือหยดสุดท้าย ในการเพิ่มระดับให้มัน และทำให้วิญญาณมันคงอยู่ได้นานไม่สลายหายไป เพื่อที่วันหนึ่งจะมีผู้มีวาสนามาดูดซับมันไป "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังก็เข้าใจ แต่เพื่อความแน่นอน คนจึงกล่าวถามขึ้น " ที่มังกรไฟปีกผีเสื้อ ไม่ได้อยู่ในระดับแสนปี ตอนที่สู้กับข้า เป็นเพราะท่านนับตั้งแต่ตอนมันมีชีวิตอยู่ใช่หรือไม่ "
เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิตอบรับ " ใช่ "
เยี่ยหลงพยักหน้าเข้าใจ ให้เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิเห็น
เมื่อเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิเห็นว่าเยี่ยหลงเข้าใจแล้ว มันก็บอกเยี่ยหลงขึ้น " เจ้ารีบดูดซับมันเถิด ข้าชักอยากรู้แล้วว่า เจ้าจะได้พลังอันใดบ้าง "
ทันทีที่เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอกเสร็จ เยี่ยหลงก็ไม่รีรอช้า เรียกอัญมณีทั้งแปดที่เหลือให้ดูดซับได้อยู่ออกมาบนฝ่ามือ
คนมองดูอัญมณีอยู่สักพัก ก่อนจะตัดสินใจเลือกอัญมณีสีแดง
ทันทีที่คนเลือกเสร็จ คนก็นำอัญมณีไปดูดซับวิญญาณของมังกรไฟปีกผีเสื้อในฉับพลัน
ทันควันที่คนดูดซับเสร็จ ร่างคนก็เปลี่ยนเป็นร่างครึ่งคนครึ่งมังกรไฟปีกผีเสื้อ โดยมีขาสองขาดั่งมนุษย์ มีปีกเป็นเสื้อคลุมและมีปีกเป็นผ้าคลุมหัวเมื่อไม่กางปีก
พอเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิเห็นว่าเยี่ยหลงดูดซับเสร็จแล้ว มันก็กล่าวถาม " เจ้าได้รับทักษะอะไรมา และ พลังในอัญมณีคืออันใด "
เยี่ยหลงที่รับรู้ได้ว่าตนได้ทักษะอะไรมา และได้พลังอันใดในอัญมณี คนจึงบอกแก่เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิไป " ทักษะที่ข้าได้ หนึ่งคือ ทักษะไร้ร่างสัมผัส สามารถปรับร่างกายให้โปร่งใส ทำให้ศัตรูโจมตีทะลุผ่านร่างและสามารถเดินทะลุสิ่งกีดขวางได้ "
ครั้นเยี่ยหลงบอกเสร็จ คนก็ทำให้ดูโดยการเปิดใช้ทักษะและจมลงไปในพื้น ก่อนจะบินขึ้นมาและปิดทักษะ
" เป็นทักษะที่ดีและใช้พลังวิญญาณแค่ครึ่งของหนึ่งส่วน " เยี่ยหลงกล่าว
" ส่วนทักษะที่สองของข้า นั่นก็คือ ทักษะโลหิตกายระเบิด ทักษะนี้ข้าไม่รู้จะแสดงให้ดูอย่างไร เพราะทักษะนี้ จะทำการระเบิดเลือดในร่างของศัตรูจนร่างของศัตรูระเบิดเป็นชิ้น แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่มีเกราะวิญญาณกันและต้องสัมผัสร่างของศัตรูให้ได้ก่อนด้วย และที่สำคัญมันจะได้ผลก็ต่อเมื่อคู่ต่อสู้อยู่ระดับต่ำกว่าหรือเท่ากันเท่านั้น " เยี่ยหลงกล่าวบอก
" งั้นเจ้าก็ลองดูกับจิ้งเหลนตรงกำแพงด้านซ้ายของเจ้าดู " เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าวบอก
เยี่ยหลงที่เห็นเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิอยากดูขนาดนั้น และตนก็อยากลองด้วย
คนจึงทำการใช้เวทแอคเซล เข้าสัมผัสตัวจิ้งเหลน พอสัมผัสเสร็จ คนก็ถอยออกมา จากนั้นก็กำหมัด
ทันทีที่เยี่ยหลงกำหมัด ร่างของจิ้งเหลนก็ระเบิดออกเป็นบ่อเลือดเล็กๆถึงเล็กมาก
เมื่อเยี่ยหลงใช้ทักษะวิญญาณโลหิตกายระเบิดเสร็จ คนก็รู้สึกในทันทีว่า พลังวิญญาณหายไปถึงเก้าส่วนจากสิบส่วนเลยทีเดียว
ครั้นเป็นเช่นนั้น เยี่ยหลงก็คิดขึ้น ' ทักษะวิญญาณนี้ หากไม่จำเป็น ไม่ต้องใช้มันเลยจะดีกว่า '
เยี่ยหลงกล่าวกับเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิต่อ " ส่วนทักษะที่สาม ทักษะสุดท้ายที่ข้าได้ ก็คือ ทักษะเกล็ดปีกมายา เมื่อข้าทำการสะบัดผงจากปีก จะทำให้ศัตรูเห็นภาพลวงตาได้และในระหว่างที่อยู่ในภาพลวงตา ร่างกายก็จะค่อยๆถูกความร้อนภายในร่างที่ค่อยๆสูงขึ้นเผาไปทีละนิด แต่มีเงื่อนไขการใช้ที่ว่า ศัตรูต้องสูดดมผงจากปีกของข้าไปแล้วเท่านั้น และข้อเสียของมันก็คือ หากผู้ที่ตกอยู่ในภาพลวงตาโดนสะกิดหรือตีแรงๆ ก็จะสามารถหลุดออกจากภาพลวงตาได้ "
เมื่อเยี่ยหลงกล่าวจบ คนก็มองหาจิ้งเหลนเพื่อจะลองใช้ดู ไม่นานคนก็เจอจิ้งเหลน และได้ลองใช้
ทันทีที่จิ้งเหลนสูดดมผงจากปีกของเยี่ยหลงไป มันก็หยุดนิ่งในทันที และเพียงครู่หนึ่งเท่านั้น ร่างของจิ้งเหลนก็ถูกไฟไหม้จนเกรียม จากนั้นก็สลายเป็นธุลี
ครั้นเยี่ยหลงแสดงทักษะที่ได้ทั้งหมดออกหมดแล้ว เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าวถามกับเยี่ยหลง " แล้วความสามารถของอัญมณีล่ะ คืออะไร "
เยี่ยหลงตอบ " คือการเพิ่มเสริมศักยภาพเวทมนต์ทุกด้านทวีคูณสองเท่า "
เมื่อเยี่ยหลงบอกกล่าวเสร็จ คนก็ทำการแสดงให้ดู โดยการใช้เวทกรงเล็บสายฟ้า
ทันทีที่กรงเล็บสายฟ้าออกมา กรงเล็บสายฟ้าที่ออกมาก็รุนแรง แหลมคม กว่าเดิมที่เยี่ยหลงเคยใช้ยิ่ง
เมื่อเยี่ยหลงเห็นว่าเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิทราบถึงพลังในอัญมณีตนแล้ว คนก็ทำการปิดพลังทั้งหมดรวมถึงอัญมณีด้วยในเกือบทันที
ครั้นเยี่ยหลงปิดทุกอย่างแล้ว และคนยังไม่ทันได้พูดอะไร
เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิก็พูดขึ้นก่อน " หลังจากเจ้าออกไปจากที่นี่ เจ้ามีจุดหมายที่จะทำอะไร หรือ ไปยังที่ไหนฤา "
เยี่ยหลงบอก " ข้าคิดว่า ข้าจะไล่สังหารสัตว์วิเศษที่อยู่ระดับเดียวกับข้า หรือสูงกว่าข้าไม่มาก แถวๆนี้ เพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอเวลา ที่เมื่อถึงเวลาที่จะต้องออกจากมิตินี้น่ะ "
เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิที่ได้ฟังดังนั้น ก็กล่าว " ถ้าเจ้าไม่มีจุดหมายไปล่ะก็ ลองไปที่นี่ดู มันน่าจะมีของวิเศษที่ดีพอควร "
พอเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอกจบ มันก็ทำการเรียกม้วนกระดาษบางอย่างออกมาให้ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเยี่ยหลง
เยี่ยหลงที่เห็นม้วนกระดาษตกลงมาตรงหน้าตน คนก็หยิบขึ้นมาและเปิดกระดาษดู
ทันทีที่คนเปิดกระดาษดู คนก็ทราบในทันทีว่ามันคืออะไร
" ม้วนกระดาษแผนที่งั้นฤา " เยี่ยหลงกล่าว
เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอก " ใช่ "
" แล้วม้วนกระดาษแผนที่นี้ มันจะนำทางข้าไปไหนล่ะ " เยี่ยหลงถาม
เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิตอบ " สมบัติบางอย่างที่มนุษย์ไฟตนแรกทิ้งเอาไว้ "
เยี่ยหลงถามต่อ " แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าเป็นสมบัติ ? "
" ข้าไม่อาจยืนยันได้แน่ชัดว่ามันคือสมบัติจริงๆ แต่ก่อนมันจะตาย มันพูดเอาไว้ว่า สมบัติวิเศษทั้งหมดที่ข้าทิ้งไว้ที่นั่น ข้าคงไม่มีโอกาสได้กลับไปเอาแล้ว มันบอกแบบนี้ " เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าว
" แล้วถ้าข้าไปแล้ว มันไม่มีอะไรเลยล่ะ มันจะไม่เสียเวลาข้าหรอ เพราะจากที่ดูบนแผนที่ ระหว่างจุดของข้า กับ กากบาทหมุดหมายของสมบัติ มันห่างกันมากถึงมากที่สุดเลยนะ " เยี่ยหลงกล่าว
เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอกทันควัน " แต่มันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยงลองไปดูมิใช่ฤา เพราะอย่างไรเจ้าก็ไม่มีจุดหมายอยู่แล้วนี่ "
พอเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอกมาแบบนั้น เยี่ยหลงก็ถึงกับถอนหายใจ และกล่าว " เฮ้อ ก็จริงอย่างที่ท่านพูด งั้นก็ลองไปดูก็แล้วกัน "
เยี่ยหลงเก็บแผนที่เข้าแหวนมิติ ทันควันที่คนเก็บแผนที่เข้าแหวนมิติ คนที่เพิ่งนึกถึงเรื่องที่ต้องการถามขึ้นมาได้จึงกล่าวถาม " เออ จริงสิ ท่านเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิ ข้าอยากรู้ว่าหยดเลือดทั้งสิบสองที่ท่านให้ข้า มันมีความพิเศษอะไร หรือช่วยอะไรข้าในด้านใดฤา "
เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าวตอบ " หยดเลือดเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิทั้งสิบสองที่ข้าให้ไปนั้น จะช่วยยกระดับเขตแดนวิญญาณของเจ้าให้สูงขึ้น และช่วยอีกสองอย่างคือ หนึ่งช่วยทำให้ผิวหนังของเจ้าแข็งแกร่งขึ้น สองคือช่วยให้เจ้าต้านทานไฟได้อย่างหมดจด "
เยี่ยหลงกล่าว " ที่แท้ก็มีความพิเศษเช่นนี้เอง "
" แล้วเมื่อไหร่ระดับเขตแดนวิญญาณของข้าจะถูกยกระดับล่ะ " เยี่ยหลงถาม
" น่าจะอีกสักหนึ่งชั่วยาม ต่อจากนี้ " เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิตอบ
เยี่ยหลงเมื่อได้ฟังดังนั้น คนก็ตัดสินใจ " งั้นข้านั่งรอจนกว่าข้าจะยกระดับแล้วค่อยไปตามแผนที่ดีกว่า "
พอเยี่ยหลงตัดสินใจเสร็จ คนก็ทำการนั่งนอนเล่นอยู่กับพื้น เพื่อฆ่าเวลา รอกว่าตนจะยกระดับเขตแดนวิญญาณ
และไม่นานเป็นดั่งที่เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอก พอครบหนึ่งชั่วยาม เยี่ยหลงก็รู้สึกถึงพลังที่เพิ่มปะทุขึ้นจนแน่น
เมื่อเยี่ยหลงรู้สึกดังนั้น คนก็ทำการนั่งโคจรพลัง ในที่สุดระดับคนก็ยกขึ้นเรื่อยๆ
เริ่มต้นที่ห้านาทีแรกที่โคจร คนบรรลุระดับ
วิญญาจารย์ขั้นสอง
อีกห้านาที คนบรรลุระดับวิญญาจารย์ขั้นสี่
อีกห้านาที คนบรรลุระดับวิญญาจารย์ขั้นหก
อีกห้านาที คนบรรลุระดับวิญญาจารย์ขั้นแปด
อีกห้านาที คนบรรลุระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้า
อีกห้านาที คนบรรลระดับอัคราจารย์วิญญาณขั้นสาม
และหลังจากที่คนบรรลุระดับอัคราจารย์วิญญาณขั้นสาม การยกระดับเขตแดนวิญญาณก็หยุดลงที่ระดับนี้
เมื่อเยี่ยหลงยกระดับเขตแดนวิญญาณจนสุดแล้ว คนก็ทำการกล่าวลากับเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิ " ข้ายกระดับเสร็จ งั้นข้าคงต้องไปแล้วนะ "
เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอกกลับ " เชิญไปเถิด ข้าขอให้เจ้าพบกับสมบัติที่ล้ำค่าแล้วกันนะ "
เยี่ยหลงบอกกลับ " ขอให้สมพรปากท่าน "
เมื่อเยี่ยหลงกล่าวเสร็จ คนก็มุ่งออกจากถ้ำไปแทบจะในทันที
พอออกมาจากถ้ำแล้ว คนก็เรียกแผนที่ออกมาจากแหวนมิติ จากนั้นก็เริ่มเดินตามทางที่ระบุในแผนที่
ระหว่างเดินทาง คนที่เจอสัตว์วิเศษที่อยู่ระดับต่ำกว่าตน คนก็เข้าสังหารด้วยการลองฝึกเปิดใช้ทักษะในอัญมณีโดยไม่กลายร่างดู
คนฝึกไปอย่างงั้นเรื่อยๆ จนเข้าเดือนที่สี่กับอีกสิบวันพอดีก็ยังไม่สำเร็จ และคนก็ยังไม่ถึงจุดมุ่งหมายด้วย
เยี่ยหลงคิด ' นี่ก็ผ่านมาสี่เดือนกับอีกสิบวันแล้วก็ยังไม่ถึง ไกลโคตร ถ้าอีกห้าวันยังไม่ถึง เราควรต้องจำใจกลับแล้วล่ะ เพราะประตูมิติที่เราเข้ามาในแดนเวทลี้ลับนี้ อยู่ไกลมากพอควร นับจากถ้ำของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิ '
เยี่ยหลงคิดเสร็จ คนที่ไม่ได้หยุดแม้ใช้ความคิด คนก็พุ่งไปตามทางบนแผนที่เรื่อยๆ และในที่สุดเดือนที่สี่วันที่สิบห้า เยี่ยหลงก็มาถึงจุดหมายที่บนแผนที่กากบาทเอาไว้ ซึ่งมันคือในถ้ำแห่งหนึ่ง
ครั้นเยี่ยหลงมาถึงแล้ว คนก็ไม่รีรอช้าเดินปรี่เข้าไปข้างในถ้ำอย่างทันที
คนเดินเข้าไปจนสุดถ้ำ ในที่สุดคนก็เจอกับกองเหรียญทองคำขนาดใหญ่
เมื่อเยี่ยหลงเห็นแบบนั้น คนก็ตาโตขึ้นพลางคิด ' ดูเหมือนว่าเราจะได้เงินใช้หนี้ค่ายารักษาแล้ว '
ทันทีที่เยี่ยหลงคิดเสร็จ คนก็ทำการใช้แหวนมิติดูดกองเหรียญทองคำเข้าไปในแหวน
คนดูดเหรียญทองคำไปได้สักระยะและทองคำก็ยังไม่หมด จู่ๆก็มีเสียงชายวัยกลางคนเกือบใกล้ชรา กล่าวกับเยี่ยหลง " ไอ้หนู เจ้าสามารถนำทองออกไปได้ แต่ห้ามนำสามสิ่งนี้ออกไป "
ทันทีที่เสียงเกิดขึ้น เยี่ยหลงที่ได้เสียงตั้งแต่ครั้งแรก คนก็สะดุ้งและด้วยความระมัดระวังตัว คนจึงเปิดใช้อัญมณีอสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้าในการเคลื่อนที่ออกมาจากจุดที่ตนเองยืนอยู่ล่าสุด
เหตุที่คนเปิดใช้วิญญาณยุทธ์อสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้า แทนที่จะใช้เวทความเร็วต่างๆในการเคลื่อนไหวออกมา ก็เป็นเพราะสี่เดือนมานี้ คนใช้แต่วิญญาณยุทธ์ คนจึงเกิดความเคยชิน
หลังจากที่สิ้นเสียงคนที่กล่าวกับเยี่ยหลง ไม่นานเจ้าของเสียงก็โผล่ออกมาให้เยี่ยหลงเห็นแบบเป็นตัวเป็นตน