คัมภีร์ปฐมวิญญาณ (เทพอัสนีย์ มารพยัคขาว ภาค 3)

    ตอนที่ 32 ปฏิบัติการทะลุแดนปีศาจ

    ภายในโพรงถ้ำใต้น้ำอันเงียบสงัด ผนังหินเรียบลื่นคดเคี้ยวไปมา พวกเขาจึงต้องว่ายน้ำตามกัน โดยทิ้งระยะห่างไว้เพียงเล็กน้อย เพื่อป้องกันมิให้เกิดการพลัดหลงออกจากขบวน

    ความเงียบเข้าครอบงำมีเพียงเสียงฟองอากาศที่เกิดจากจังหวะหายใจผ่านหน้ากากใต้น้ำ และเสียงของสายธารที่เกิดจากการแหวกว่ายในกระแสน้ำเท่านั้น

    “พวกเรากำลังเข้าไปในสถานที่ซึ่งไม่เคยมีใครย่างกรายเข้าไปแล้วรอดกลับออกมาเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นภายในนั้นได้เลยแม้แต่เพียงผู้เดียว…” มันตราคิดในใจขณะนำขบวนว่ายน้ำต่อไป

    ในที่สุด เขาก็ลอยตัวขึ้นเหนือผิวน้ำ ก้าวสู่ห้องโถงภายในถ้ำที่เป็นโพรงกว้างมากๆ แต่อากาศในนี้ช่างร้อนอบอ้าว มีไอร้อนของละอองน้ำลอยล่องปะปนกับกลิ่นกำมะถันจางๆ เขาดึงหน้ากากออก สูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด อากาศในนี้อุ่นจัดและเหนอะหนะราวกับหายใจผ่านไอของน้ำต้ม

    “ขึ้นมาได้!” เขาเอ่ยสั่งการเบาๆ พลางกวาดตามองไปรอบๆท่ามกลางความเงียบ ทหารต่างก้าวเดินตามหลังมาทีละคน

    เบื้องหน้าทุกคนที่เต็มไปด้วยความมืดมิด ปรากฏเงาจางๆของประตูหินโบราณดำสนิท สูงเท่าคนยืน สลักอักขระแปลกประหลาดเรืองแสงสีแดงเข้ม

    ไฟ Tactical บนปืนกลถูกฉายไปข้างหน้า ละอองไอร้อน ลอยฟุ้งเหมือนหมอก ปะทะใบหน้าทุกคนราวกับกำลังประกาศคำเตือน แสงไฟ Tactical ทุกดวงฉายไปเบื้องหน้า ทำเอาโถงหินกว้างขนาดมหึมาสว่างไสวเผยให้เห็น “ประตูมิติ” ตั้งอยู่เบื้องหน้าของทุกคน

    วงแหวนสีดำสนิทตั้งอยู่กลางโพรง เส้นอักขระเรืองแสงสีแดงเข้มค่อยๆ ปรากฏจนเด่นชัด “มันเรืองแสงมากขึ้นเรื่อยๆ…” นาวาเอกหญิงปิ่นหทัยพึมพำ พร้อมจ้องเขม็งไปยังประตูที่อยู่ตรงหน้า ท่ามกลางแสงสะท้อนสีน้ำเงินอ่อนของผลึกคริสตัลบนเพดานถ้ำ

    ปิ่นหทัยก้าวมายืนเคียงข้างมันตรา แว่วเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยระคนตื่นเต้นของเธอ “ไม่ว่าข้างในนั้นจะเป็นอะไร... ดิฉันก็จะไปกับท่านค่ะ”

    มันตราหันมาช้าๆ แววตาเขานิ่งแน่น “ถ้าอย่างนั้น... เราจะก้าวเข้าไปด้วยกัน” พลางหันกลับไปกล่าวกับบรรดาทหารด้วยเสียงอันหนักแน่น “ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม เรากำลังจะก้าวเข้าสู่อีกพิภพหนึ่ง ระวังตัวให้ดี”

    ไม่มีเสียงตอบรับจากเหล่าทหาร พวกเขาเพียงแค่พยักหน้าแล้วก้าวเดินต่อไปเท่านั้น แสงในวงแหวนสว่างจ้าขึ้น เกิดพลังบางอย่างดูดกลืนร่างของทุกคนเข้าไปพร้อมกัน

    เมื่อสายตาปรับเข้ากับแสงสลัวรางๆ ทุกคนก็พบว่าตนยืนอยู่บนแผ่นหินลอยฟ้าที่ทอดยาวเหนือเหวลึกไม่มีก้น เบื้องล่างคือทะเลหมอกสีเลือด ไกลออกไปคือเงาของเมืองดําทะมึนที่ถูกปกคลุมด้วยทะเลแห่งหมอกควัน ไฟลุกพรึ่บขึ้นจากพื้นดินเป็นห้วงๆดั่งลมหายใจของมังกรปีศาจ

    “ที่นั่นน่าจะเป็นเมืองนึงของพวกมัน...” จ่าทรัพย์หนึ่งในทหารซีลกระซิบเบาๆ

    ภายใต้ม่านราตรีแห่งพิภพปีศาจ ท้องฟ้าสีม่วงคล้ำไร้ดาว เมืองใหญ่แห่งนี้แผ่กลิ่นกำมะถันและเวทมนตร์ดำออกมาในทุกอณู อาคารหินสีดำสนิทเรียงตัวเป็นรูปแบบแปลกตา พลังงานมืดแล่นวนรอบเส้นอักขระใต้พื้นดิน ที่นี่ก็คือเขตแดนเงาเลือดแห่งพิภพปีศาจ

    หน่วยซีลแต่ละนายค่อยๆก้าวเดินอย่างแผ่วเบา แฝงกายภายใต้เงาของกำแพงศิลาแต่ละนายกระจายกำลังแยกย้ายเข้าไปยังจุดต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยีพรางตัว ทำให้ร่างกายของพวกเขาแทบกลืนไปกับภูมิประเทศจนแยกแยะไม่ออก

    จ่าทรัพย์ กับ พลทหารกัมพล มุดเข้าไปสำรวจใต้สะพานหิน แล้วดำดิ่งลงไปใต้พื้นน้ำจนพบเข้ากับบางสิ่งจึงรีบแหวกว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำ “ใต้น้ำมีระบบท่อโบราณเชื่อมต่อหลายจุด ดูเหมือนจะเป็นช่องทางเคลื่อนย้ายอาวุธและยุทโธปกรณ์” จ่าทรัพย์กล่าวรายงานเบาๆ ผ่านวิทยุสื่อสารน้ำเสียงขึงขัง

    เรือตรีหญิงปิ่นหทัย สไลด์ตัวขึ้นไปยังหลังคาหินสูง มองผ่านช่องบังตาด้วยกล้องซูมระยะไกล เธอแฝงตัวอยู่ภายใต้เถามอสปีศาจที่ขึ้นคลุมหลังคาอาคารตรงข้ามจัตุรัสใหญ่

    “พบกลุ่มนักรบปีศาจกำลังซ้อมรบ… มีการเรียงแถวลงคาถาเสริมเกราะ น่าสนใจมาก” น้ำเสียงนิ่งภายใต้แววตาอันเฉียบคมของเธอสะท้อนให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยว และเข้มแข็งของทหารผู้เชี่ยวชาญการรบอย่างสูง

    ทหารเสนารักษ์พันจ่าเอกวิชัย ใช้สมุนไพรป่าปีศาจบดจนกลิ่นกลืนกับปีศาจพื้นเมือง ก่อนจะแฝงกายอยู่ในร่องน้ำเวทโบราณ แล้วคอยเงี่ยหูฟังการสนทนาของปีศาจที่เดินผ่าน

    “ภายในหนึ่งปี องค์ชายสามจะเป็นผู้นำพวกเราเข้าสู่เขตแดนมนุษย์... เพื่อยึดครองสามทวีปมาอยู่ในอุ้งมือของเผ่าปีศาจ” เสียงคำพูดแหบต่ำของปีศาจแทรกผ่านอากาศ พันจ่าเอกวิชัยจึงรีบรายงานกลับไปทางวิทยุสื่อสารในทันที

    ไม่นานนักทุกคนต่างก็กลับมารวมตัวกัน ณ ซอกหลืบเงาทางทิศตะวันตกของเมือง ใกล้ปล่องลาวาเก่า พวกเขานั่งร่วมวงประชุมภายใต้ความมืด

    “รายงานสรุป องค์ชายสามได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพเงาทมิฬแล้ว” ปิ่นหทัยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

    “เขาไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว... พลังบางอย่างในตัวเขามีรากเหง้ามาจากเงาปีศาจดึกดำบรรพ์” มันตราเอ่ยเบาๆ ดวงตานิ่งราวกับมีพายุซ่อนอยู่

    ภาพเบื้องหน้าไกลออกไปทำให้ทุกเสียงพลันเงียบสนิท บนแท่นหินสูงกลางจัตุรัสใหญ่ องค์ชายสาม ยืนเคียงจักรพรรดินอสเฟอราทู เขาสวมเกราะปีศาจสีดำอมม่วง ดวงตาเรืองรองสีแดงสด พลังอาคมมืดปะทุขึ้นรอบกายเป็นเปลวเพลิงที่มนุษย์ทั่วไปไม่อาจมองเห็น

    นอสเฟอราทูยื่นดาบเงามัจจุราชให้องค์ชายสาม พร้อมเสียงประกาศ “แม่ทัพเงาทมิฬ จงเตรียมการเพื่อนำกองทัพของข้าเข้าทำลายล้างโลกมนุษย์ ภายในอีกหนึ่งปีข้างหน้าให้ได้”

    มันตราเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวด้วยเสียงอันเยือกเย็น “เราต้องปิดประตูมิติ... ก่อนที่สงครามจะเริ่มต้นขึ้น” ทั้งหมดจึงล่าถอยกลับมาที่โถงประตูมิติอย่างระมัดระวัง ก่อนเสียงสะท้อนของจักรพรรดิปีศาจจะดังแว่วเข้าหูตามมาติดๆ

    “จงนำกำลังไปรักษาประตูมิติไว้ให้ดี... อย่าให้ผู้ใดมาทำลายประตูนี้ได้!!” เสียงเย็นยะเยือกแทรกผ่านความเงียบ

    “เราต้องระเบิดประตูมิติ ในตอนนี้เลย!” มันตราตะโกนสั่ง

    จ่าทรัพย์จากหน่วยซีลรีบติดระเบิดเวลาแรงดันสูง ซ่อนไว้กับฐานประตู โดยตั้งเวลาในการจุดระเบิดไว้ที่ 15 นาที ทหารที่เหลือต่างก็รีบวิ่งฝ่าประตูมิติกลับมายังโถงถ้ำใต้น้ำโดยมีจ่าทรัพย์วิ่งตามมาติดๆ

    “ทุกคนฟังทางนี้” พลเรือเอกองค์ชายมันตราเรียกให้ทุกคนหันมาฟังตนเอง “การขึ้นสู่ผิวน้ำด้านบนโดยใช้ Scooter ใต้น้ำ ควรใช้ความเร็วไม่เกิน 9–10 เมตรต่อนาที จะใช้เวลาประมาณ 2 นาทีในการขึ้น จาก 20 เมตร ไปหยุดพักที่ความลึก 3–5 เมตร เป็นเวลา 3 นาที วิธีนี้จะช่วยให้ไนโตรเจนในร่างกายค่อยๆ สลายออก และไม่ได้รับอันตรายใดๆในการขึ้นสู่ผิวน้ำ จากนั้นใช้ความเร็วไม่เกิน 9–10 เมตรต่อนาที เพื่อขึ้นสู่ผิวน้ำ” “รับทราบ” ทหารทุกคนรับคำสั่งแล้วรีบกระโจนลงน้ำไปในทันที

    เมื่อทุกคนขึ้นจากผิวน้ำ และก้าวเข้าสู่โพรงรอยแยกอัคคี เสียงจ่าทรัพย์ก็เริ่มนับถอยหลัง

    “50 วินาที... 45... 40... เราต้องออกจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”

    เฮลิคอปเตอร์ที่รออยู่บนขอบรอยแยกลดระดับลง ทหารด้านบนโยนบันไดเชือกลงมา ทหารด้านล่างรีบไต่ขึ้นทีละคนอย่างรวดเร็ว พลเรือเอกองค์ชายมันตราขึ้นเป็นคนสุดท้าย เฮลิคอปเตอร์ก็รีบยกตัวขึ้นจากรอยแยกในทันที ภายใต้แสงพลบค่ำที่ใกล้เลือนหาย

    ตูม!!

    เสียงระเบิดกัมปนาทดังกึกก้อง ขอบปล่องรอยแยกอัคคีพังทลายกลบฝังตัวเอง พื้นถ้ำยุบกลบฝังทุกสิ่งเบื้องล่าง พลังระเบิดบิดเบือนอากาศรอบตัว ก่อนที่รอยแยกอัคคีจะถูกกลืนหายไปจนสิ้น

    ฝุ่นควันตลบอบอวล ทุกคนหันกลับไปมองปล่องที่เคยเป็นประตูมิติ บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษซากหินร้อนสีเทา

    มันตรายืนเกาะบันไดเชือกนิ่งในขณะที่เฮลิคอปเตอร์เคลื่อนที่มุ่งหน้ากลับสู่ฐาน ปิ่นหทัยมองลงมายังเขา ส่วนลึกในใจของนางมีทั้งความภาคภูมิใจ และความห่วงใยที่เอ่อล้นอยู่ในหัวใจ

    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์ปฐมวิญญาณ (เทพอัสนีย์ มารพยัคขาว ภาค 3) ที่คุณอ่าน

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024