แสงจันทร์สีเงินที่สาดส่องลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่าน เข้ามาในห้องนอนใหญ่ ดูเหมือนจะยิ่งตอกย้ำความเงียบสงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
นัทในร่างของฝ้าย นอนขดตัวอยู่ใต้ชุดนอนผ้าแพรสีชมพูอ่อน เขาพยายามนอนชิดตัวอยู่ตรงขอบเตียง ฟูกเตียงนี้เป็ฟูกที่เขาเป็คนเลือกเองเพราะมันนอนสบาย แต่บัดนี้ความสบายของฟูกกลับไม่ช่วยอะไรเขาเลยจากความกดดันจากิญญาแปลกหน้าที่อยู่ในร่างเขา
เสียงประตูที่เปิดออกเบาๆ ทำให้นัทรู้สึกตัว เขาหันไปมองตามสัญชาตญาณก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีด้วยความกังวลใจถึงสิ่งที่จะตามมา ร่างชายหนุ่ม ซึ่งเป็ร่างกายเดิมของเขาเอง เดินนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาอย่างช้าๆ ด้วยท่าทางนิ่งสงบ
มัดกล้ามเนื้อที่แผ่นอกและหัวไหล่หนาใหญ่เพราะเขาเข้าฟิตเนสยกเวทเพื่อสร้างมันขึ้นมา บัดนี้กลับถูกแม่มดใช้เป็เครื่องมือในการกดดันตัวเขาเอง ร่างเดิมของเขาเดินเข้ามาประชิดขอบเตียงอย่างช้าๆ ยิ่งเมื่อมองผ่านมุมมองจากร่างหญิงสาวที่นัทอาศัยอยู่ก็ยิ่งรู้สึกกดดันจนเขาแทบจะลืมหายใจ นัทรู้สึกว่าร่างกายหญิงสาวของฝ้ายนั้นบอบบางมาก หากร่างกายผู้ชายเดิมของเขาทำอะไรขึ้นมา เขาคงไม่มีแรงพอที่จะสู้หรือขัดขืนอะไรทั้งนั้นเลย
นัททำได้แค่พยายามแกล้งหลับตาให้สนิท เพราะในตอนนี้เป็วิธีการเดียวที่เขานึกออกเพื่อที่จะได้รอดพ้นจากความกดดันในค่ำคืนนี้ไป เขารู้สึกว่าตอนนี้เขาเป็ลูกไก่ที่อยู่ในกำมือที่เฝ้ารอคอยเพียงแค่ให้แม่มดในร่างกายของเขาเลือกที่จะปล่อยเขาไปในค่ำคืนนี้
"ฉันรู้ว่าเธอยังไม่หลับนะ... 'ฝ้าย'?"
น้ำเสียงอันอบอุ่นที่เคยเป็ของเขาเองนั้น บัดนี้ถูกใช้เป็อาวุธที่แม่มดนำมากรีดแทงโสตประสาทของนัท แม่มดย้ายร่างชายหนุ่มมาเอนกายลงบนเตียงของตัวของเขา แรงกดทับจากน้ำหนักตัวมหาศาลทำเอาฟูกยุบตัวลง นัทพยายามจะขยับตัวหนี แต่ฝ่ามืออันแสนแข็งแกร่งที่เคยเป็ของเขาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวเล็กของเขาแล้วกระชากร่างของเขาเข้าหาตัวอย่างแรง
"ปล่อย! อย่ามาแตะต้องตัวผมแบบนี้นะ!"
นัทในร่างหญิงสาว ะโออกไปสุดเสียงด้วยความใ ทว่าเสียงที่หลุดรอดออกมากลับเป็เพียงเสียงหวานสูงที่สั่นพร่า ไร้ซึ่งอำนาจใดๆ
" 'ผม' งั้นเหรอ? คำพูดไม่เข้ากับรูปลักษณ์ของเธอเอาเสียเลยนะแม่สาวน้อย.."
แม่มดในร่างของนัทหัวเราะร่วนในลำคอ ก่อนจะโน้มกายลงซุกไซ้ที่ลำคอขาวผ่องของร่างที่นัทอาศัยอยู่ นัทพยายามใช้มือเล็กๆ ทั้งสองข้างยันเข้าที่แผงอกของแม่มดเพื่อให้ถอยห่าง แต่สิ่งที่เขากลัวก็เป็จริง... เรี่ยวแรงของร่างกายของฝ้ายในตอนนี้ ไม่อาจต้านทานพละกำลังแรงผู้ชายจากร่างกายเดิมของตัวเขาเองได้เลยแม้แต่น้อย
นัทเริ่มััได้ถึงไรหนวดจางๆ และริมฝีปากจากร่างผู้ชายที่บดเบียดลงมาตามผิวกายเพศหญิงของเขา จิติญญาชายหนุ่มภายในร่างกรีดร้องด้วยความขยะแขยง ทว่าสิ่งที่น่าเศร้ายิ่งกว่าคือปฏิกิริยาของ ร่างกายฝ้าย ที่เขาอาศัยอยู่ ร่างกายนี้กลับตอบสนองต่อการกระตุ้นจากการัั และไออุ่นที่เขากำลังได้รับอยู่อย่างซื่อตรง
ความไวต่อััของร่างกายที่อ่อนบางทำให้เขารู้สึกวูบวาบดิ่งลึกไปถึงท้องน้อย นัทตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อพบว่าร่างกายนี้เริ่มมีปฏิกิริยาที่ทรยศต่อความตั้งใจของเขา เขาพยายามกัดริมฝีปากแน่นเพื่อข่มกลั้นอารมณ์ที่เริ่มเกิดขึ้นภายใต้การััและการควบคุมของฮอร์โมนเพศหญิง
"หยุดนะ! บอกให้หยุดเดี๋ยวนี้!" นัทในร่างหญิงสาว ออกเสียงสั่งด้วยความหวาดกลัว ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับแ่เบาจนคล้ายกับเป็การเชื้อเชิญ
แม่มดไม่ได้ฟังคำทัดทาน นางจงใจเลื่อนมือที่หยาบกร้านผ่านลงไปััจุดอ่อนไหวที่สุดเพื่อหยั่งเชิงปฏิกิริยาของร่างกายที่นัทสวมอยู่ นัทรู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย เขาเกลียดตัวเองที่ร่างกายนี้กลับสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจควบคุมได้
ความย้อนแย้งระหว่าง 'ใจชาย' ที่พยายามต่อต้านอย่างสุดกำลัง กับ 'กายหญิง' ที่ไวต่อััแห่งการล่อลวงนี้ กลายเป็สภาพที่สับสนมึนงงอยู่ภายในจิตใจ นัทกำลังหลงทางในพายุอารมณ์ที่รุนแรง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในตอนนี้... สิ่งที่เขา้าจริงๆ คือการหนีไปให้พ้น หรือการยอมสยบต่อััที่ร่างกายนี้กำลังร่ำร้องเรียกหากันแน่
ท่ามกลางความมืดมิดภายนอกห้องนอน ฝ้ายในร่างของกิ๊ฟ แว่วได้ยินเสียงะโห้ามดังมาจากห้องนอนใหญ่ เธอรีบก้าวออกจากห้องนอนเล็กอย่างรวดเร็ว และมาหยุดอยู่หน้าบานประตูห้องนอนใหญ่ที่ปิดไม่สนิท ช่องว่างเล็กๆ นั้นทำหน้าที่เป็ช่องสอดแหนม เพื่อให้เธอสามารถแอบมองดูเหตุการณ์ผ่านช่องว่างนั้นได้ เธอมองดูด้วยดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาอันแสนเศร้า
หัวใจของฝ้ายแทบจะแตกสลายทันทีเมื่อเห็นคนรักของเธอ... พี่นัท... กำลังถูกคุกคามอย่างหนักในร่างกายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ของเธอเอง เธอเห็นใบหน้าสวยงามของตัวเองที่บัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอเห็นพี่นัทในร่างของเธอกำลังพยายามดิ้นรนและใช้มือยันไปที่หน้าอกของแม่มดในร่างนัทไว้อย่างสุดแรงเกิด สภาพเหมือนเด็กน้อยที่กำลังใช้มือดันก้อนหินก้อนใหญ่ให้กำลังเคลื่อนออกไป
ฝ้ายทำได้เพียงแค่แอบมอง เธอพยายามเอาใจช่วยให้พี่นัทของเธอสามารถผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ และเมื่อเธอมองไปที่แม่มด ฝ้ายก็ยิ่งรู้สึกเ็ปในใจอย่างรุนแรงที่เธอต้องเห็น 'ร่างกายของพี่นัท' ที่เธอแสนรัก บัดนี้กำลังคืบคลานเข้าหาคนรักในร่างของเธอราวกับปีศาจร้ายที่ไร้ซึ่งความปรานี
ฝ้ายในร่างของกิ๊ฟยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้แน่นเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นหลุดรอดออกไปให้แม่มดได้ยิน ฝ้ายฝืนใจแอบยืนดูเธอเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น เธอเห็นพี่นัทของเธอที่แต่ก่อนหากเป็ชายหนุ่มในร่างเดิม พี่นัทของเธอย่อมจัดการผู้ไม่หวังดีที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างสบาย แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ต่างออกไป พี่นัทของเธออยู่ในร่างหญิงสาวอันบอบบาง และกำลังโดนชายหนุ่มที่เป็อดีตร่างสามีของเธอเองกำลังทำมิดีร้ายอยู่ ฝ้ายเริ่มโทษตัวเองว่าต้นเหตุแห่งปัญหาทุกอย่างนั้นมาจากเธอ เธอไม่น่าปล่อยให้แม่มดเข้ามาใกล้แล้วขโมยร่างของเธอไปได้เลย จึงทำให้พี่นัทต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากแบบนี้
เธอทำได้เพียงยืนร้องไห้อยู่ในความมืดมิดหน้าห้องนอน ได้เป็พยานผู้ใจสลายที่ต้องเฝ้ามองศักดิ์ศรีของคนรักและร่างกายของเธอกำลังถูกเหยียบย่ำอยู่ต่อหน้าต่อตา โดยที่เธอไม่อาจยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออะไรได้เลย
ตัดกลับมาในห้อง ในขณะที่นัทพยายามขัดขืนแม่มดในร่างของเขาอยู่
"แก้าอะไรกันแน่... ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้" นัทในร่างหญิงสาว เค้นเสียงถามด้วยความสั่นเครือ หยาดน้ำตาแห่งความอับอายเริ่มไหลอาบแก้มเนียนละเอียดที่เขาไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องมาหลั่งน้ำตาให้ใครเห็น
แม่มดในร่างชายหนุ่ม ผละใบหน้าออกเพียงเล็กน้อย นางใช้ดวงตาคมกริบที่เคยเป็ของนัทจ้องลึกเข้าไปในแววตาที่สั่นระริกของนัทในร่างฝ้าย ก่อนจะกระซิบเยาะเย้ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา
"ฉันแค่้าให้เธอรู้ว่า... ไม่ว่าเธอจะพยายามรักษาศักดิ์ศรีความเป็ชายไว้แค่ไหน แต่ร่างกายนี้มันก็ไม่ยอมฟังเธอหรอกนะนัท... อีกไม่นานเธอก็จะกลายเป็ผู้หญิงอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งร่างกาย... และจิตใจ"
"ไม่มีวัน! คนอย่างฉันไม่มีวันเป็แบบนั้นเด็ดขาด!" นัทในร่างหญิงสาว ะโสวนกลับไปสุดเสียงด้วยความโกรธแค้นที่สุมอก ทว่าแรงสะอื้นกลับทำให้เสียงนั้นดูเบาบางลงอย่างน่าใจหาย
แม่มดแสยะยิ้มแบบเสียดสี ก่อนจะผละออกจากเรือนร่างของฝ้ายแบบไม่ทันตั้งตัว ปล่อยให้นัทนอนหอบหายใจถี่กระชั้นด้วยความเสียขวัญอยู่บนเตียงนอน
"วันนี้พอแค่นี้ก่อน ให้เป็ 'น้ำจิ้ม' เท่านั้นแหละ 'ฝ้าย'... ฉันอยากจะรอดูนักว่า เธอจะทนเสียงเรียกร้องจากร่างกายของตัวเธอเอง... และฮอร์โมนหญิงที่พลุ่งพล่านในร่างนี้ได้นานสักเท่าไร"
คำว่า 'ฝ้าย' ที่หลุดออกมาจากปากของแม่มดในร่างของเขาเอง ทำให้นัทรู้สึกใจหายไปในทันที มันไม่ใช่แค่การขู่ให้เขากลัว แต่คือการประกาศว่าจากนี้ไป... เขาจะไม่เหลือเศษเสี้ยวของตัวตนความเป็ผู้ชายที่ชื่อ 'นัท' อีกแล้ว แต่จะเหลือเพียงตัวตนเฉพาะเพียงฝ้ายจากร่างที่เขาอาศัยอยู่เท่านั้น
แม่มดในร่างของนัทค่อยๆ พลิกตัวกลับไปนอนอีกฝั่งของเตียงอย่างช้าๆ และทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอที่น่ารังเกียจ นัทในร่างของฝ้าย ทำได้เพียงนอนขดตัวสะอื้นด้วยความอัปยศถึงขีดสุด เขาซุกหน้าลงกับหมอนที่เริ่มเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา นัทรู้สึกว่าเขาโดนเหยียบย่ำศักดิ์ศรี เขานั้นพ่ายแพ้ทางกายภาพอย่างราบคาบ ทำให้เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบได้ถล่มลงมาทับเรือนร่างที่บอบบางนี้จนแหลกสลาย
โดยที่เขาไม่อาจรู้เลยว่า ในเงามืดหน้าห้องนอนนั้น ฝ้ายในร่างของกิ๊ฟ ก็กำลังยืนสะอื้นไห้อยู่อย่างหนักหน่วงเช่นกัน ความเ็ปของคนสองคนที่ถูกพรากตัวตนและถูกล่อลวงด้วยััแห่งร่างกายดูเหมือนจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นท่ามกลางราตรีที่ยาวนานและไร้ซึ่งทางออกนี้
นัทหลับตาลงพร้อมกับการเรียกร้องของร่างกายหญิงสาวที่ยังค้างคาอยู่ ซึ่งขัดกับจิติญญาชายหนุ่มของเขาที่ยังคงมีความตั้งใจเป็แน่วแน่ เขาปฏิญาณอย่างแรงกล้าว่าจะไม่มีวันยอมแพ้ต่อััแห่งการล่อลวงและการเรียกร้องของร่างกายนี้...
ถึงแม้ว่าความตั้งใจจากจิติญญาของเขาจะเป็อย่างไร แต่ในส่วนของร่างกายหญิงสาวที่เขาอาศัยอยู่นั้นกลับตรงกันข้าม ความ้าของร่างกายนั้นกลับไม่ฟังเขาเลย นัทไม่สามารถสั่งหรือควบคุมร่างกายหญิงสาวให้สงบลงได้เลย แม้ว่าตอนนี้แม่มดจะหยุดััแห่งการล่อลวงไปแล้ว แต่ร่างกายผู้หญิงของเขาก็ยังคงสั่นสะท้านและยังรู้สึกความโหยหาอยากได้รับการััเพิ่มอีก เขาเริ่มคิดว่าการทดสอบนี้มันยากกว่าที่เขาคิดไว้ เพราะไม่ได้เป็การพิสูจน์แค่การควบคุมจิติญญาไม่ให้หลงไปเท่านั้น แต่ต้องควบคุมความ้าของร่างกายที่พร้อมจะพยศกับเขาได้ทุกเมื่ออีกด้วย
(จบบทที่ 7)