พี่ครับ น้องชายคนนี้กลับมาให้พี่กินเต็มที่แล้วครับ

    บทที่ 65 ความเป็นไปได้

    บทที่ 65 ความเป็นไปได้

     

    “เสี่ย เสี่ยช่วยผมด้วยนะครับ” นะโมกอดเข่าคนอายุมากกว่า ท่าทางน่าสงสารเป็นอย่างมาก เสี่ยเสือที่ตอนแรกมึนงงอยู่ แต่เมื่อหญิงวัยกลางคนเข้ามา เขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ กระทั่งเผลอสะบัดนะโมออกไปด้วยซ้ำ

     

    “คุณหญิงพิมพ์ ....” เสียงของเขาแผ่วเบาเหลือเกิน แม้ว่าจะบอกกับนะโมว่าเกลียดชังอีกฝ่ายอย่างไร แต่สุดท้ายแล้วตอนนี้เขารู้ดีว่าตนเองนั้นยังต้องพึ่งพาอีกฝ่ายอยู่ หากไม่เพราะเรื่องนี้เขาคงจะขอหย่าไปตั้งนานแล้ว

     

    “ยังรู้จักฉันอีกหรอคะ ยังรู้อยู่ใช่ไหมว่าฉันเป็นใคร!” เสียงของเจ้าหล่อนคำรามลั่น ดังไปทั่วทั้งห้องนี้ ด้านหลังยังมีช่างภาพที่ถูกเจ้าตัวจ้างมาอีกด้วย

     

    ​แชะ แชะ

     

    ​เสียงกดชัตเตอร์ทำให้เสี่ยเสือได้สติ เขาหันไปมองคุณหญิงพิมพ์ผู้เป็นภรรยาด้วยความตกใจระคนขอร้อง ใบหน้าที่แข็งกร้าวก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าประจบประแจงทันที

     

    “มันอะไรกันคุณหญิงพิมพ์ แล้วช่างกล้องนี่...”

     

    “ทำไมคะ ก็ฉันอยากจะถ่ายรูปคุณตอนอยู่กับชู้ไว้ไม่ได้หรอ ตอนที่ฟ้องร้องเรื่องหย่ากัน ฉันจะได้เรียกร้องให้สมแก่ที่ถูกหักหลังอย่างไรล่ะ คุณเองกล้าทำผิดกับฉัน ก็เตรียมตัวที่จะจ่ายเอาไว้ได้เลย” หญิงวัยกลางคนเชิดหน้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพูดจาดีต่อหน้าของอีกฝ่าย ต่างกับตอนที่ด่าทอนะโมลิบลับ

     

    “หย่าอะไรกันคุณ ใจเย็นๆก่อนเถอะ ผมเป็นผู้ชายก็ต้องมีเล็กๆน้อยๆบ้าง นี่ไม่เห็นหรอว่าผมก็แค่เล่นสนุกตามประสาน่ะ หลังคุยงานก็เลยเล่นกับเด็กๆเหมือนคนอื่นๆ  ถ้าไม่ใช่แค่เล่นๆ คุณก็ต้องเห็นแล้วสิว่าเงินทองผมหายหมดน่ะ คุณก็คิดมากอีกแล้วนะ” เสี่ยเสือที่เคยเป็นเสือ ตอนนี้เข้าไปลูบปลอบประโลมอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมด้วยเหตุผล

     

    ​ที่ผ่านมาทั้งชีวิต หญิงพิมพ์ย่อมต้องรู้ดีว่าสามีของเขานั้นเป็นคนเช่นไร แต่เพราะที่ยังอยู่กันมาได้ถึงตอนนี้ก็เพราะว่าเขาไม่คิดจะจริงจังกับใคร สำหรับพวกร่ำรวยมีเงินทอง พวกเขานั้นก็มักจะมีบ้านเล็กบ้านน้อย นี่ไม่นับว่าเป็นเรื่องแปลกอะไร คราแรกที่รับรู้เรื่องของนะโมคนนี้ เธอก็ยังคิดจะปล่อยไปอยู่หรอก หากไม่ใช่เพราะช่วงนี้สามีของเธอนั้นหมกมุ่นเสียเหลือเกิน

     

    ​ทางฝั่งของคุณหญิงพิมพ์ที่ใจเย็นลง ทว่าฝั่งของนะโมนั้นแตกต่างออกไป มือเล็กๆกำแน่นด้วยความโกรธ เขาอยากจะลุกไปตบนังผู้หญิงแก่คนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด เนื่องจากเขาได้ยินสิ่งที่เสี่ยเสือพูดก่อนหน้านี้ เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นรอเวลาที่จะเลิกเท่านั้น หลังจากที่เลิกกันแล้ว นะโมคนนี้แหละที่จะก้าวขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งนั้น คุณหญิงของอธิบรักขณกุล!

     

    ​ความหวังของเขาที่สูงส่ง ตอนนี้กลับโดนดูแคลนจากคนทั้งสอง เช่นนี้จะไม่ให้เขาโกรธได้ยังไงกันล่ะ

     

    “เพราะรู้ว่าตอนนี้คุณยังเล่นๆ ฉันจึงต้องมาเตือนยังไงล่ะ ถ้าเกิดมากกว่านี้ล่ะก็...รูปพวกนี้ ฉันจะเป็นคนปล่อยมันไปเอง แล้วเมื่อถึงวันนั้น คุณกับฉันไปเจอกันที่ศาลได้เลย ฉันจะฟ้องหย่าคุณ” เธอกล่าวออกมาอย่างเด็ดขาด ทั้งๆที่ในใจนั้นแสนเจ็บปวดและโกรธแค้น กระนั้นตอนนี้เธอมีอำนาจเหนือกว่าเขา ดังนั้นจึงรู้ว่าเขาไม่มีวันที่จะปล่อยให้เกิดเรื่องราวบานปลายไปจนถึงกับฟ้องหย่ากันแน่นอน​

     

    ​หลังจากที่พูดจบ เธอก็ปลายตามองนะโมอีกครั้ง รอยยิ้มดูแคลนปรากฏที่มุมปาก แน่นอนว่ายังโกรธแค้นเรื่องที่ถูกผลักกระเด็นเมื่อครู่ ทว่าต่อหน้าสามีที่เธอต้องการให้เขารู้ว่าเธอนั้นทรงอำนาจแต่ก็ใจกว้างแค่ไหนได้เห็นอยู่ ดังนั้นจึงทำเพียงเดินเข้าไปหา เชยคางของนะโมขึ้นมาให้สบตากับตนเอง

     

    “ส่วนเธอ....ถ้าคิดจะขายตัว ก็ต้องรู้ว่าตัวเองมีหน้าที่แค่สนองตัณหาเท่านั้น ในเมื่อทำตัวไร้ค่าอย่างนี้ ก็ช่วยอยู่ไร้ค่าต่อไปแล้วกัน อย่าคิดแย่งสามีของฉัน เพราะเรามันคนละระดับกันเลย” เมื่อพูดจบ ร่างของหญิงวัยกลางคนก็ออกไปอย่างงามสง่า ทิ้งให้นะโมและเสี่ยเสือตกอยู่ในความเงียบ

     

    ​นานกว่า 10 นาทีที่ทั้งคู่จะได้สติกลับมา บทบาทของเมียหลวงที่เข้มแข็งคนนั้นทำให้ทั้งคู่ถึงกับตกใจเลยจริงๆ อันที่จริงหากเป็นบ้านอื่น สามีที่มีภรรยาเช่นนี้ยังนับว่าประเสริฐเกินไปจนถึงกับต้องมาทบทวนว่าสงสารภรรยาที่ให้โอกาสมานับไม่ถ้วนคนนี้ดีหรือไม่แล้ว

     

    ​ทว่าเสี่ยเสือที่เห็นศักดิ์ศรีของตนเองมากกว่าความรู้สึกของใครกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น ใบหน้าที่แสนเชื่องแปรเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยวเหมือนกับอยากจะฆ่าใครสักคน อารมณ์ที่ถูกปลุกปั่นจากเด็กน้อยที่แม้แต่อุปกรณ์ก็ยังเตรียมไว้แล้วทำให้เขายิ่งโกรธ

     

    “นังแก่!! รอก่อนเถอะ สักวัน...ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนหย่ากับแก! อยู่ในฐานะเมียหลวงก็บุญหัวแล้ว ยังคิดจะเข้ามายุ่งเรื่องส่วนตัวของกูอีก เหอะ! ก็แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละที่กูจะยอม” เขาแค่นหัวเราะออกมาด้วยความโกรธจัด

     

    ​นะโมที่ได้ยินก็ยกยิ้มอย่างพอใจ กลายเป็นว่านี่ยิ่งเข้าทางเขามากขึ้นไปอีก หญิงแก่คนนั้นไม่ได้ทำให้เสี่ยเสือคิดได้ แต่กลายเป็นว่าทำให้เขาเกลียดชังตนเองมากกว่าเดิมเสียอย่างนั้น

     

    ​เด็กหนุ่มค่อยๆคลานเข้าไปกอดขาอย่างเอาอกเอาใจ

     

    “เสี่ยครับ อย่าโกรธเลยครับ ผมรู้ว่าผมผิดที่มีใจให้เสี่ย ทั้งหมดเป็นเพราะผมเอง ถึงผมจะต้องอยู่แบบไร้ค่า แต่ผมก็จะอยู่ข้างเสี่ยไปแบบนี้นะครับ ขอแค่เสี่ยไม่ทิ้งผมก็พอ ผมจะอยู่เงียบๆ รอเสี่ยมาหานะครับ” เด็กน้อยรู้วิธีเอาใจอย่างชัดเจน นี่ทำให้คนอายุมากกว่าใจอ่อนยวบ

     

    ​คนที่ยอมเขาทุกอย่างกระทั่งโดนดูถูก ไหนจะบอกว่าพร้อมที่จะอยู่ข้างเขาเงียบๆแบบนี้ หากว่าเขาตัดจบเรื่องของหญิงแก่เมื่อครู่เมื่อไร เขาจะยกให้อีกฝ่ายเป็นคนสำคัญของตนเอง เมื่อถึงเวลานั้น....ถ้าเด็กน้อยยังเป็นเช่นนี้ ชีวิตเขาคงจะมีความสุขน่าดู

     

    ​ดูแล้วนะโมไม่ได้คิดจะขัดขวางที่เขาไปหาคนอื่นเหมือนยัยแก่นั่นนี่นา

     

    ​ซึ่งคนอย่างเสี่ยเสือไม่ได้รู้เลย ที่นะโมเป็นเช่นนี้ก็เพราะเขาไม่ได้รักตนเอง ไม่เหมือนกับพิมพ์ที่รักเสี่ยเสือจึงต้องตามหึงหวงไปทั่วเช่นนี้ สำหรับนะโม เขาเห็นค่าเพียงแค่เงินจากเสี่ยเสือเท่านั้น ดังนั้นในอนาคต ไม่ว่าอีกฝ่ายจะไปหาใครเขาก็ไม่คิดจะหึงหวงหรือสนใจเลย ขอแค่มีเงินให้ใช้สุขสบายก็พอ

     

    ​ความวุ่นวายที่คอนโดของเสี่ยเสือนั้นกลายเป็นที่รับรู้กันในหลายๆคน เนื่องจากการตบตีนั้นไม่ได้เบาเลย ใบหน้าของนะโมนั้นถูกเปิดเผยให้ใครหลายๆคนต้องหัวร่อ ฉากตบตีที่แม้ว่าคุณหญิงพิมพ์จะไปจ่ายเงินเพื่อให้ลบกล้องวงจรปิด แต่ก่อนหน้านั้นมันก็ได้ถูกส่งไปเป็นเรื่องซุบซิบนินทาไปแล้วเรียบร้อย

     

    ​ในห้องทำงานของประธานบริษัท TIMEs Tula ใบหน้าของต้นหนาวนั้นยังคงนิ่งเฉยเหมือนเคย แต่ว่าเชษที่กล่าวรายงานเรื่องนี้นั้นก็ยังคงพูดต่อไปเพราะรู้ว่าประธานนั้นให้ความสนใจกับเรื่องนี้มาก

     

    “ตอนนี้เรื่องที่เกิดขึ้นยังไม่เป็นเรื่องใหญ่มากขนาดนั้นครับ ภรรยาของลุงสามของท่านนั้นได้จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อปิดข่าวและลบคลิปตบตีนั่น ทว่าหากมองในมุมของแผนการท่านประธานแล้วก็ดูเหมือนจะลุล่วงไปด้วยดีนะครับ คุณหญิงพิมพ์ได้ตำแหน่งที่ตั้งของเรื่องนี้พร้อมกับรูปที่คนของเราส่งไปให้บ่อยๆก็ทำให้เธอโกรธอย่างมาก พุ่งไปตบตีและด่าทอนะโมตามนิสัยของเจ้าตัว คาดว่าตอนนี้นะโมน่าจะคิดแผนการใหม่อยู่แน่ๆครับ”

     

    “ผู้ชายคนนั้นย่อมต้องไม่คิดจะอยู่เป็นแค่เด็กเก็บของคุณเสืออยู่แบบนี้ ส่วนการกำจัดนะโมนั้นตามที่ประธานสั่งให้เก็บไว้ก่อนเพื่อสืบหาคนบงการเบื้องหลังของคุณเสือที่ให้ยุยงให้คุณชายรองและประธานต้องทะเลาะเบาะแว้งกันนั้นยังไม่มีผลเพิ่มกว่านี้เลยครับ ดูแล้วเจ้านั่นน่าจะระวังตัวพอสมควรเลย” เชษรายงานพร้อมช่วยประธานของตนเองวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

     

    ​อันที่จริงการจะทำให้บ้านของลุงสามวุ่นวายและเกิดเพียงสงครามนั้นไม่ยากเลย แต่ที่ประธานยังเก็บคนพวกนี้เอาไว้ก็เพราะได้ยินเรื่องของ “ท่านผู้นั้น” ที่เป็นคนวางแผนให้ลุงสามอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นการที่ส่งข้อมูลไปให้กับภรรยาของลุงสามนี่ก็เพื่อกระตุ้นให้นะโมเดินเรื่องต่อไปให้เร็วขึ้น เพราะไม่อย่างนั้นพวกเขาก็ยังไม่พบเบาะแสของอีกฝ่ายอยู่เช่นนี้

     

    ​จากที่พวกเขาคิดกัน คนที่กล้าจะจัดการเขาไปพร้อมกับลูกรักของอาเธอร์นั้นจะต้องไม่ใช่บุคคลธรรมดาอย่างแน่นอน ดังนั้นคนๆนี้จึงควรเป็นคนที่น่ากลัวที่สุด หากพวกเขาพลาดไปแม้แต่ก้าวเดียวก็อาจจะต้องเจ็บตัวเอาได้

     

    ​เรื่องของอิมที่นะโมติดต่ออยู่นั้นก็เป็นการวางแผนให้เข้ามาในชีวิตของปลายฝนอีกครั้ง ทำให้ปลายฝนเสียชื่อเสียง แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่เกิดขึ้น ทว่าแผนการนั้นก็เป็นแผนที่อีกฝ่ายบอกผ่านทางลุงสามมา ไหนจะแผนที่ใช้ให้นะโมคอยยุยงปลายฝนให้ทะเลาะกับเขาอีก ดีที่ยังไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอกันสองต่อสองนัก เด็กน้อยของเขาจึงยังไม่รู้สิ่งผิดปกติพวกนี้

     

    ​อย่างไรแผนของทางนั้นก็ชัดเจนอยู่ในตอนนี้ อย่างแรกคือทำให้พวกเขาต้องทะเลาะกันก่อน แม้จะไม่รู้ว่าได้ประโยชน์อะไรกับการทะเลาะนี้ เพราะมันมีแค่สองทางที่จะเป็นไปได้ก็คือการทำให้ปลายฝนหนีกลับไปอยู่กับอาเธอร์ ให้อาเธอร์ตัดความร่วมมือกับเขา แต่แล้วจะได้อะไรล่ะ?

     

    ​ถ้าอาเธอร์ตัดการร่วมมือกับเขา อีกฝ่ายก็แค่กลับไปอยู่เหมือนก่อนหน้านี้ ซึ่งก็ยิ่งใหญ่เหมือนกับที่เคยเป็นมา ถ้าเป็นกรณีนี้ดูเหมือนจะทำร้ายได้แค่ฝั่งเขาคนเดียว

     

    ​แต่ต้นหนาวไม่คิดว่าเขาจะมีศัตรูตัวฉกาจแบบนั้นเสียหน่อย...ถ้าศัตรูของเขาอยู่ระดับนั้นจริง คิดว่าเขาจะอยู่รอดมาถึงทุกวันนี้หรอ แน่นอนว่าไม่! ก่อนหน้านี้แม้ว่าเขาจะเป็นประธานบริษัท ทว่ามันก็เป็นแค่บริษัทเล็กๆเท่านั้นเอง ถ้าตัวตนระดับเดียวกับอาเธอร์ต้องการทำลายเขา มันก็ง่ายเพียงกระดิกนิ้วเท่านั้น

     

    ​แล้วแผนของคนพวกนี้คืออะไร?

     

    ​ถ้าแยกเขาออกจากปลายฝน จะมีประโยชน์อะไรนอกจากจะให้ปลายฝนเป็นโสด....

     

    “ตอนนี้ปลายฝนเป็นจุดอ่อนของอาเธอร์ ถ้าอีกฝ่ายถูกทำร้ายเหมือนกับที่แม่ของปลายฝนถูกทำร้าย อาเธอร์คนนั้นจะอยู่ยังไงกันนะ....หรือจริงๆแล้วความโกรธแค้นนี้ไม่ได้เกี่ยวกับธุรกิจ แต่เป็นการสาปส่งให้อาเธอร์ต้องเจ็บปวดไปจนตาย” ต้นหนาวเคาะโต๊ะไปพราง พูดสิ่งที่เขาคิดออกมาพร้อมกัน​

     

    ​เมื่อพูดออกมาแบบนี้แล้ว ความเป็นไปได้ก็สูงมากเลยทีเดียว นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมปลายฝนจึงถูกเพ่งเล็งเร็วขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าปลายฝนคือจุดอ่อนใหม่ของอาเธอร์

     

    ​อีกอย่าง...ก่อนหน้านี้ใช่ว่าต้นหนาวไม่เคยได้ยิน ฉายา “ผู้ชายไร้หัวใจ” ของอาเธอร์ดังกระช่อน ขนาดว่ามีภรรยาแล้วเขาก็ยังได้รับฉายานี้เหมือนเคย หรือกระทั่งตอนที่เขามีออเดรย์ ผู้ชายคนนี้ก็เหมือนจะไม่ได้มอบความรักให้ออเดรย์เหมือนพ่อกับลูกสักเท่าไร

     

    ​นี่ก็ค่อนข้างสมเหตุสมผลที่ตอนแรกออเดรย์ออกจะหมันไส้ปลายฝนอยู่บ้าง เพราะหลังจากที่อาเธอร์ได้เจอกับน้องชายของเขา อีกฝ่ายก็ดูจะเปลี่ยนไปไม่น้อยเลย ดีที่ความน่ารักของปลายฝนทำให้เจ้าออเดรย์นั้นหลงน้องชายคนนี้มากเหมือนกัน เพราะถ้าไม่เป็นแบบนั้น...กลัวว่าปลายฝนจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วย

     

    “ให้ผมย้อนสืบดูไหมครับว่ามีใครที่คุณอาเธอร์นั้นเป็นศัตรูคู่แค้นกันแบบนี้ หรืออาจจะเป็นศัตรูที่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำก็เป็นได้นะครับ” เชษเสนอตัวขึ้นมาทันทีหลังจากที่รู้ความเป็นไปได้ของเรื่องนี้

     

    ​ต้นหนาวพยักหน้ารับ เขานวดหว่างคิ้วของตนเองอย่างปวดหัว มองดูเวลาก็เลยไปตี 2 กว่าๆของวันแล้ว หลังจากที่เคลียร์เอกสารแล้วเสร็จ ก็คงจะได้เวลากลับไปนอนกับน้องแล้วล่ะ

     

    ​เมื่อถึงถึงปลายฝน ใบหน้าของต้นหนาวก็เปลี่ยนไป ดูเหมือนว่าเขาจะคลายความเครียดลงได้มากเลยเมื่อนึกถึงเด็กน้อยที่นอนอยู่บนเตียงเดียวกันกับเขาน่ะ

     

    “อ่อ ประธานครับ เรื่องงานหมั้นหมาย..” เชษเอ่ยเรื่องสำคัญออกมาอีกเรื่อง ต้นหนาวที่กำลังจะลุกขึ้นแล้วก็เลิกคิ้วให้เป็นเชิงว่ารอฟังอยู่ ทำให้ลูกน้องคนสนิทรีบกล่าวรายงานขึ้นมา

     

    “ตอนนี้งานหมั้นเตรียมพร้อมหมดแล้วนะครับ เหลือแค่ประธานกับคุณชายรองต้องถ่ายรูปคู่กันบ้างนะครับ ไม่อย่างนั้นมันก็จะไม่ต่างกับงานเลี้ยงสังสรรค์ทั่วไปเลย วันพรุ่งนี้ท่านประธานพอจะมีเวลาว่างไปถ่ายที่สตูกันไหมครับ หรือจะให้ช่างมาถ่ายที่บ้านก็ได้” เชษเอ่ยถาม นายของเขานั้นยุ่งอยู่กับการทำงานทั้งวันทั้งคืน ส่วนคุณปลายฝนก็ยุ่งอยู่กับการเขียนนิยายรวมไปถึงการตรวจสอบบทละครใหม่ของตนเอง

     

    ​สองคนต่างก็ยุ่งวุ่นวายแบบนี้ หากปล่อยไปไม่กำหนดวัน ดูเหมือนรูปคู่ในงานจะไม่มีเลยนี่สิ

     

    “อ่า รูปคู่สินะ” เมื่อได้ยินกำหนดการใหม่ของเชษ หัวใจของต้นหนาวก็อดที่จะสั่นไหวขึ้นไม่ได้

     

    ​อันที่จริงเขาปรารถนาที่จะมีรูปคู่กับปลายฝนในงานแต่งของพวกเขาทั้งคู่ตั้งแต่ยังเด็กๆ ตอนที่เห็นรูปแต่งงานของพ่อแม่ เขาก็รู้แล้วว่าความฝันของเขาก็คือการได้เห็นปลายฝนในฐานะเจ้าสาวของเขา ยืนยิ้มให้กล้องเคียงข้างกับเขาที่ยืนในฐานะเจ้าบ่าว

     

    ​ความตื่นเต้นและวาบหวามในใจปรากฏขึ้นกระทันหัน ส่งผลให้รอยยิ้มเล็กๆปรากฏที่มุมปากของต้นหนาวอย่างห้ามไม่อยู่ เชษที่แอบเห็นแบบนั้นก็อยากจะถ่ายรูปนี้เอาไว้เหลือเกิน ตอนที่เจ้านายกำลังมีพายุขึ้นในที่ประชุม เขาจะได้โชว์รูปนี้ให้ทุกคนได้ดู

     

    ​ปีศาจในที่ทำงานกับเทพบุตรในยามที่ตกหลุมรักคนนี้นั้นช่างแตกต่างกันเหลือเกิน

     

    “ถ่ายในบ้านนี่แหละ เตรียมไว้ด้วยแล้วกัน เดี๋ยวจะบอกปลายฝนเอง” ต้นหนาวโบกมือหนึ่งครั้ง เขาไม่ได้สนใจเชษที่มองตนเองด้วยสายตาแปลกๆปนหยอกล้ออีก

     

    ​รู้เพียงว่าเขาต้องรีบไปอาบน้ำและนอนกอดภรรยาทางพฤตินัยของตนเองให้ชุ่มปอด แค่คิดถึงแก้มนุ่มๆของเด็กน้อยบนเตียง เขาก็อยากจะลาออกจากงานที่เอาเวลาชีวิตของเขาไปจนหมดนี่เสีย ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะไม่มีเงินมากพอดูแลปลายฝนให้สุขสบาย เขาก็คงจะเลิกทำงานจริงๆแล้ว

     

    “ประธานครับ แล้วเรื่องชุด...”

     

    “ออกแบบมาเลย ปลายฝนใส่อะไรก็ดีทั้งนั้น” คนหลงน้องชายคนนี้ตอบกลับมาอย่างเรียบเฉยเหมือนไม่ต้องคิดด้วยซ้ำไป ไม่รอให้เชษถามรายละเอียดอะไรอีก เจ้าตัวก็พุ่งเข้าไปในห้องนอนแล้วปิดประตูใส่เขาเสียแล้ว

     

    ​คนที่ได้ชื่อว่ามือขวานวดขมับของตนเองไปมา กลายเป็นว่าคนที่ยังไม่เคยผ่านการแต่งงานมาก่อนอย่างเขา ไม่สิ! คนที่ไม่เคยได้เจอความรักมาก่อนแบบเขา จะต้องมาคิดธีมงานแต่งให้คนอื่นเสียนี่

     

    ​จะบอกว่าอิจฉาก็ไม่ใช่ จะบอกว่าเหม็นเบื่อความรักก็ไม่เชิง

     

    ​ขณะที่เขากำลังจะหมุนตัวกลับไปเก็บของเพื่อเลิกงานนั้นเอง ด้านหลังของเขาก็ปะทะกับใครบางคนเสียก่อน
    “เฮ้ย!” เสียงร้องที่แสดงออกถึงความตกใจดังออกมาจากปากของเชษ ปกติตอนนี้เป็นเวลาที่ทุกคนเลิกงานกันแล้ว มีเพียงประธานบ้างานกับมือขวาอย่างเขาเท่านั้นแหละที่จะต้องอยู่เกือบจะหามรุ่งหามค่ำน่ะ

     

    “ตกใจหรอครับ” เสียงทุ้มของใครบางคนทำให้เชษรู้สึกแปลกใจ ทว่ามันก็เป็นเสียงที่เขาค่อนข้างคุ้นเคยละนะ

     

    ​คนเป็นมือขวาเงยหน้ามองคนตัวสูงกว่าด้วยความประหลาดใจ

     

    “ทัพ? มาทำอะไรที่นี่ล่ะ...” แม้จะได้ยินคำถามชัดเจน แต่ทัพกลับไม่ได้ตอบอะไร

     

    ​ก็จะให้เขาตอบยังไงล่ะว่าเป็นห่วงที่ทำงานมืดๆค่ำๆแบบนี้จึงได้เข้ามาดูในบ้านน่ะ หน้าที่ของหัวหน้าบอดี้การ์ดอย่างเขาที่คอยรับฟังคำสั่งผ่านหูฟังทุกวันๆ จะมีสิทธิอะไรไปบอกว่าเป็นห่วงอีกฝ่ายกัน....

     

    ​อันที่จริงเขาก็ควรจะอยู่ในเงา รอฟังเสียงใสๆที่รับคำสั่งจากประธานมาอีกที ทว่านับวันๆเขาก็ยิ่งไม่อยากซ่อนอยู่ในเงาอย่างเดียวดายเสียแล้ว

     

    .......................................

     



     

    คล้ายกับเรื่องพี่ครับ น้องชายคนนี้กลับมาให้พี่กินเต็มที่แล้วครับ ที่คุณอ่าน