แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านหน้าต่างของจวนตระกูลไป๋เข้ามา หลินซินเหยียนในร่างของ ไป๋อี้เฟย กำลังยืนตรงอยู่กลางลานฝึกโดยมีไป๋อี้เฟยในร่างของเธอยืนกอดอกมองอย่างเข้มงวด
“นี่ เ้า! ยืนให้ตรงหน่อย!ทำหน้าขรึมเข้าไว้” ไป๋อี้เฟยสั่งเสียงเข้ม
“ข้ากำลังทำอยู่นี่ไง!”ซินเหยียนแย้งกลับพลางพยายามขมวดคิ้วทำหน้าบึ้งตามคำสั่ง
“นั่นมันเหมือนคนท้องผูกมากกว่า”ไป๋อี้เฟยส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
ซินเหยียนทำหน้าหมั่นไส้“ข้าพยายามอยู่ เ้าก็สอนข้าดีๆ สิ!”
“การเป็ข้าต้องสง่างามไม่ใช่ทำท่าเหมือนคนพร้อมจะกัดคนอื่นทุกเมื่ออย่างเ้า”ไป๋อี้เฟยตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้
ซินเหยียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดประชด “เช่นนั้นข้าจะทำตัวเหมือนรูปปั้นน้ำแข็งเ็าของเ้าให้ได้คอยดูเถอะ!”
ไป๋อี้เฟยยิ้มเย็น “หึเช่นนั้นข้าก็หวังว่าเ้าจะไม่ทำให้ข้าขายหน้านะ”
ทั้งสองยืนจ้องหน้ากันไปมาพักใหญ่แต่สุดท้ายซินเหยียนก็ยอมพยายามทำตามคำสั่งอย่างเสียไม่ได้
่สายของวันนั้นหลินซินเหยียนในร่างของ ไป๋อี้เฟย ต้องออกไปเดินตลาดเพื่อตรวจดูธุรกิจค้าขายสมุนไพรที่ตระกูลไป๋ควบคุมอยู่
“เ้ามั่นใจนะว่าจะไม่ก่อเื่?”ไป๋อี้เฟย (ในร่างซินเหยียน) ถามเสียงเข้มพลางเดินตามหลัง
“ข้ามั่นใจ!”ซินเหยียนตอบกลับด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจแต่ใบหน้าที่พยายามขรึมกลับดูตลกจนไป๋อี้เฟยต้องถอนหายใจ
ตลาดในเมืองซางเฉิงคึกคักกว่าทุกวันแม่ค้าพ่อค้าต่างร้องเรียกลูกค้ากันอย่างสนุกสนานแต่เมื่อซินเหยียนปรากฏตัวในร่างของคุณชายรอง ทุกคนต่างพากันถอยห่างและก้มศีรษะให้ด้วยความเคารพ
“คุณชายรอง!”
“ท่านมาที่ตลาดวันนี้ด้วยหรือขอรับ?”
ซินเหยียนพยายามตีหน้านิ่งพลางยกมือขึ้นพยักหน้าตามแบบที่ไป๋อี้เฟยเคยทำแต่แล้วความซุ่มซ่ามก็ไม่ปราณีเธอเลยเมื่อเธอก้าวเท้าพลาดไปเหยียบตะกร้าผักที่วางอยู่ข้างทางเข้า
โป๊ก!
“เฮ้ย! ผักข้า!”
เสียงร้องของแม่ค้าดังขึ้นซินเหยียนสะดุ้งเฮือก ก่อนจะรีบทำท่า “นิ่งสง่า” ต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไป๋อี้เฟยที่ยืนมองเหตุการณ์ถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับ“เ้านี่มัน...”
“อะไร! ข้าพลาดนิดเดียวเอง!”ซินเหยียนหันไปกระซิบเสียงเบา
ขณะที่ทั้งสองพยายามทำตัวสงบเสงี่ยมอยู่ในตลาดทันใดนั้นเอง เสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของตลาด
“หยุดนะ! ขโมย! จับขโมยเร็วเข้า!”
ผู้คนในตลาดต่างแตกตื่นหลินซินเหยียนและไป๋อี้เฟยหันไปมองพร้อมกันเห็นชายคนหนึ่งกำลังวิ่งถือถุงเงินของแม่ค้าพุ่งตรงมาทางพวกเขา
“นั่นมันขโมย!”ซินเหยียนะโออกมาลืมตัว
ไป๋อี้เฟยหันขวับไปมองเธอ “อย่านะ!เ้าไม่ต้องยุ่ง!”
แต่ไม่ทันแล้ว ซินเหยียน(ในร่างไป๋อี้เฟย) กลับพุ่งออกไปดักหน้าชายคนนั้นโดยไม่คิด
ตึง!
ชายขโมยชนเข้ากับร่างของซินเหยียนอย่างจังจนล้มกลิ้งไปทั้งคู่ซินเหยียนรีบคว้าถุงเงินคืนมาได้ แต่ก็ทำให้คนทั้งตลาดมองเธอด้วยความตกตะลึง
“คุณชายรองกำลัง...จับโจร?”
ไป๋อี้เฟยที่วิ่งตามมาถึงถึงกับถอนหายใจแรง“เ้านี่มันไม่รู้จักควบคุมตัวเองบ้างเลยหรือไง!?”
ซินเหยียนหันมายิ้มแห้งๆ ให้เขาพลางยื่นถุงเงินคืนให้แม่ค้า
“เอ่อ...ข้าคืนให้แล้วนะ”
แม่ค้ารับถุงเงินมาด้วยมือสั่นๆก่อนจะรีบกล่าวขอบคุณ แต่เสียงซุบซิบของชาวบ้านเริ่มดังขึ้น
“วันนี้คุณชายรองดูแปลกไปจริงๆ...”
หลังจากกลับมาที่จวนตระกูลไป๋ไป๋อี้เฟยในร่างซินเหยียนก็มองซินเหยียนด้วยสายตาเอือมระอา
“เ้าทำให้ข้าเป็ตัวตลกอีกแล้ว!”
“ข้าก็แค่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง!”ซินเหยียนเถียงกลับทันที
“การเป็ข้าต้องสงบนิ่งและสุขุมไม่ใช่ทำอะไรตามใจเช่นนั้น!”
“ก็ข้าทนไม่ได้!เห็นคนถูกขโมยไปต่อหน้าต่อตา เ้าจะให้ข้ายืนเฉยๆ รึไง!?”
ไป๋อี้เฟยชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้นเขามองเธออย่างพิจารณา ก่อนจะถอนหายใจออกมา
“เ้านี่มัน...เฮ้อ”
ซินเหยียนแอบอมยิ้มเมื่อเห็นท่าทางอ่อนลงของเขาก่อนจะเอ่ยเบาๆ “อย่างน้อยวันนี้ข้าก็ช่วยเหลือผู้คนได้นะ”
“หึ เ้านี่มันไม่เข็ดจริงๆ”ไป๋อี้เฟยพูดเสียงเบา แต่ก็อดยิ้มมุมปากไม่ได้
คืนนั้นหลินซินเหยียนในร่างของไป๋อี้เฟยนั่งอยู่ที่ระเบียงหน้าห้องมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวอย่างเหม่อลอย
ไป๋อี้เฟยในร่างของเธอเดินเข้ามานั่งข้างๆพลางเอ่ยขึ้น
“คิดอะไรอยู่?”
“ข้ากำลังคิดว่า...บางทีการเป็เ้ามันก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่นัก” ซินเหยียนตอบเสียงเบา พลางหันมายิ้มให้เขา
ไป๋อี้เฟยมองเธอด้วยแววตาประหลาดใจก่อนจะหันกลับไปมองท้องฟ้าเช่นกัน
“เ้าก็ไม่เลวเหมือนกัน”
คำพูดนั้นทำให้ซินเหยียนหันมามองเขาอีกครั้งก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“เ้าชมข้าแล้วใช่ไหม?”
“หึ อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย”ไป๋อี้เฟยตอบกลับเสียงเรียบ แต่ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มบางๆ
ทั้งสองนั่งเงียบไปครู่หนึ่งท่ามกลางความสงบของค่ำคืนและเสียงจิ้งหรีดที่ดังอยู่ไกลๆ