ตอนที่ 56 ไร้ความปราณี
เหนือน่านนภาที่สูงจากเมืองศักดิ์สิทธิ์ห้าร้อยเมตร ปรากฏเรือนร่างสูงใหญ่ราวสามเมตรต้นๆลอยล่องอยู่กลางเวหา สังขารปรากฏความแก่ชราบ่งบอกถึงอายุ ผิวหนังเหี่ยวย่นและอากัปกิริยาสุขุมนุ่มลึก ใบหน้าเผยยิ้มแย้มอย่างเล็กน้อยก่อนเอ่ยกล่าวอย่างทระนง
"โฮ่ๆ นานแค่ไหนแล้วน้อที่ข้าไม่ได้ออกมาโลกภายนอก" น้ำเสียงเรียบเฉียบพลันกวาดมองทัศนียภาพเบื้องล่างด้วยท่าทีครุ่นคิด
เป้าหมายในการเดินทางคือลานประลองของมหาแผ่นดิน จุดนัดหมายที่พวกเขาทั้งห้าต่างได้ตกลงกันเอาไว้ เสียงดีดนิ้วพลันดังขึ้น เปาะ! เรือนร่างสูงใหญ่ราวสามเมตรต้นๆ พลันหายวับราวกับภูติผี
เพียงพริบตาชายชราก็ได้ปรากฏอยู่เหนือลานประลอง ภาพเหตุการณ์เบื้องล่างกลับแปรเปลี่ยนใบหน้าเฉยชาเป็นใบหน้าอัศจรรย์ใจก่อนเอ่ยกล่าว "หือ? พลังงานชีวิตของคนรุ่นเยาว์? ทำไมกลิ่นอายของพลังถึงได้สูงส่งนัก"
---------------------------------
ท่ามกลางบรรยากาศเคร่งเครียดเพียงเปรยมองยังบอกได้เลยว่าโททัชแข็งแกร่งขึ้นมากเพียงใด การฝืนร่างกายทะลวงด่านเข้าสู่กายากษัตริย์ขั้นสามยิ่งเพิ่มภาระหนักอันใหญ่หลวงแก่กายา หนำซ้ำยังเปิดใช้หมัดแห่งกายากษัตริย์ขั้นสี่ที่ไม่น่าจะเปิดใช้ออกมาได้ หนึ่งความคิดของมาซูเหลือเพียงความสิ้นหวังที่ไม่อาจพรรณาส่งผ่านนัยน์ตาคู่นั้นอย่างโศกา ไม่ว่าจะได้ชัยชนะหรือแพ้พ่าย มันไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งที่โททัชได้จ่ายไปอีกแล้ว อย่างน้อยที่สุดเขาจะกลายเป็นคนพิการ!!
กระแสพลังรอบตัวของโททัชพลันพุ่งพรวดพราดพร้อมกับลมพายุที่ตามติดราวกับเงา หนึ่งหมัดปล่อยออกสุดแรงพลันห้วงอากาศเกิดบิดเบี้ยวตามแรงพลัง เสียงกล้ามเนื้อปริแตกดังขึ้นพลางหยาดโลหิตระเบิดแตกอาบท่วมทั่วทั้งร่าง ถึงกระนั้นความรู้สึกเจ็บปวดสุดพรรณาก็ไม่ได้หยุดหมัดของชายหนุ่มแต่อย่างใด ความเคียดแค้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันให้หมัดยิ่งทวีคูณความรุนแรงขึ้นไปอีก
มาซูกัดริมฝีปากอย่างเจ็บปวดใจ หญิงสาวตระหนักเป็นอย่างดี ต่อให้องค์ปฐมเทพมาโปรดก็มิอาจยับยั้งการกระทำของชายหนุ่มได้อีกแล้ว หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มนวลงามราวกับสายธาร สองแขนแสดงท่าทางรีร่าย สายธรณีอันแหลมคมนับสิบสิบสายพลันตรงดิ่งเข้าใส่กาติรัส ในช่วงเวลาเดียวกันกับหมัดของโททัชที่อยู่ห่างจากกาติรัสเพียงแค่เอื้อมมือ
ใบหน้าฉีกยิ้มของกาติรัสปรากฏขึ้น แสงสีขาวนวลพลันวูบไหวในกำปั้น ขาซ้ายก้าวออกพลันหมัดขวาที่ปล่อยออกไปพลางกล่าวน้ำเสียงเรียบเฉียบ "หนึ่งส่วนร้อย"
บึ้ม...!
เสียงของหมัดปะทะดังกึกก้องทั่วทั้งลานประลอง กระแสลมร้ายโหมกระหน่ำพัดสบัดราวกับพายุยักษ์ ห้วงอากาศบังเกิดรอยแตกร้าวละเอียดแผ่ขยายเป็นวงกว้าง สองหมัดประชันหน้ากันมุ่งสู่หนทางเป็นหนึ่ง โททัชที่ปรากฏกล้ามเนื้อปริแตกออกทุกสัดส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งแขนข้างที่ปล่อยหมัด ต่างเห็นเส้นเอ็นกับเส้นเลือดและเนื้อหนังได้อย่างชัดเจน แม้จะทุ่มพลังสุดชีวิตในการเข้าปะทะ ทว่า เขายังคงไม่อาจหยั่งรู้ได้ถึงขีดจำกัดของบุรุษเบื้องหน้าราวกับนกน้อยที่พยายามจะหาเส้นขอบฟ้า
"เจ้านั่นรับหมัดแห่งกายากษัตริย์ขั้นสี่!!" พาลาหน้าถอดสี เขาเคยรับหมัดกายาแห่งกษัตริย์ขั้นสามมาก่อนและเขาหมดสภาพในหมัดเดียว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหมัดแห่งกายากษัตริย์ขั้นสี่ที่มีความรุนแรงยิ่งกว่าขั้นสามถึงสิบเท่าตัว!!
ทุกชีวิตต่างถูกการประชันหมัดดึงดูดคู่สายตาราวกับแม่เหล็กไร้ลักษณ์กลับไม่มีใครสังเกตถึงหอกดินนับสิบสิบเส้นที่ชะงักงันอย่างไม่อาจทราบสาเหตุ มาซูที่รู้สึกราวกับขาดการเชื่อมต่อกับมหาเวทย์เขตแดนไป หญิงสาวพลันเบิกตาโพลงกว้าง เสียงกรีดร้องจากขุมนรกกู่ดังขึ้นราวกับอยู่ในอก รีบเร่งตะโกนก้องสุดเสียง "โททัชระวัง!!"
โททัชไม่อาจได้ยินสิ่งใดอีกเนื่องจากเขาทุ่มสมาธิกับบุรุษเบื้องหน้าอย่างเต็มกำลังและด้วยสาเหตุที่กล้ามเนื้อปริแตกทั่วทั้งร่างทำให้ประสาทสัมผัสทั้งห้าต่างถดถอยลงไปจนสู่ในจุดต่ำสุด
สวบ สวบ สวบ สวบ
อึ้ก!
เสียงเจาะเนื้อหนังดังขึ้นหลายครั้งครา ทุกแววตาต่างเบิกโพลงกว้างอย่างตื่นตะลึงงัน เรือนร่างสูงใหญ่ราวสามเมตรกลับถูกหอกธรณีแหลมทิ่มแทงถึงสี่จุด ข้อมือซ้ายขวาและข้อเท้าซ้ายขวาล้วนถูกสกัดกั้นการเคลื่อนไหว โททัชพลันกระอักเลือดคำโต แรงหมัดมิอาจตีโต้กับกาติรัสได้อีก
กรึบกรอบบบบบ
หมัดของกาติรัสพลันพุ่งทะลวงต่อ บังเกิดเสียงกระดูกแตกหักดังเด่นชัดพลางสายโลหิตที่ไหลอาบทั่วทั้งร่าง การฝืนร่างกายโดยใช้ทักษะหมัดแห่งกายากษัตริย์ก็มากพอจะทำให้เขาเป็นคนพิการได้แล้ว ความรู้สึกมันด้านชาไปหมดตั้งแต่ฝืนใช้ทักษะ การถูกกาติรัสระเบิดแขนไปย่อมไม่นับเป็นอะไร ความเจ็บปวดในครานี้ย่อมมิอาจเทียบเคียงกับการฝืนร่างกายตนเอง!!
โททัชพลันหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความเคียดแค้น ต่อให้ร่างกายจะอยู่ในสภาพเจียนตาย เปลวเพลิงแห่งโทสะก็มิอาจมอดไหม้ การเคลื่อนไหวชะงักงัน การรับรู้ของสัมผัสทั้งห้าต่างอยู่ในสภาพย่ำแย่ เขาทำผิดอย่างใหญ่หลวงตั้งแต่คิดเดินหน้าสู้ต่อ ทว่า ศีรษะกลับเอียงเอนไปเห็นความสามารถที่คุ้นเคย แท้จริงแล้ว... ความรู้สึกที่เจ็บแปลบตรงข้อมือและข้อเท้าคือการกระทำของสิ่งนี้---สายธรณีแหลมคมราวกับหอก
โททัชระเบิดหัวเราะคลั่ง "ฮะฮ่าฮ่าฮ่า อ๊อคๆ" น้ำเสียงแผ่วเบาเนื่องด้วยเส้นเสียงที่อยู่ในสภาพย่ำแย่ยิ่ง ชายหนุ่มหัวเราะอยู่อย่างนั้นแม้จะกระอักเลือดคำโตออกมาก็ตาม แววตาทั้งสองปรากฏหยาดโลหิตที่ไหลรวยรินแทนน้ำตา
ทั่วร่างที่เนื้อหนังปริแตกออกจนแสดงเนื้อหนังสีแดงชาดกอปรไปด้วยเส้นเอ็นและเส้นเลือดที่มากมายเกินคณา ยากจะบ่งบรรยายถึงความเจ็บปวดที่ชายหนุ่มกำลังเผชิญถึงกระนั้นเขาก็ไม่ส่งเสียงร่ำร้องออกมาแม้เพียงครึ่งคำ ฝ่ามือชูขึ้นฟากฟ้าก่อนกำหมัดพลางกล่าวอย่างผิดหวัง "ศัตรูที่น่ากลัวคือคนใกล้ตัวที่เชื่อสนิทใจ----เหรอะ..."
สิ้นเสียงบุรุษทั่วร่างต่างทิ้งแรงดิ่งจนสุดตัว ฝ่ามือที่ชูยกขึ้นพลันร่วงดิ่งอย่างฉับพลัน โลหิตอาบนองผืนบริเวณรอบกาย เปลือกตาทั้งสองปิดลง สภาพร่างกายต่างเรียกได้ว่าเละเทะจนผิดรูป เนื้อหนังหลุดลอกและกล้ามเนื้อที่ปริแตกระเบิดออกนับหลายสิบจุด ภาพเบื้องหน้าพลันสะกดให้ทุกคนผู้คนต่างหายใจติดขัดด้วยความหวาดกลัวและตื่นตระหนก
"เขาตายแล้ว!?"
"ตะ...ตายแล้วหรอ"
"บ้าน่า...."
ทุกคู่สายตาต่างเป็นประจักษ์ต่อเหตุการณ์ตรงหน้า หากใครได้พานพบสภาพร่างกายเช่นนั้นหากมันยังไม่ตายก็ไม่ต่างอะไรกับการตกตายทั้งเป็น!! เรือนร่างต่างไม่เหลือเค้าโครงสภาพ ต่อให้มารดามันมาพบยังยากจะจำมันได้!!
"มาซู! เจ้า!!" กอดอนพลันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ สายธรณี...สหายย่อมรู้ใจสหายกันดีต่อให้คนโง่งมยังรู้เลยว่าใครเป็นเจ้าของเวทมนตร์ชนิดนั้น บุรุษหนุ่มเดินตรงดิ่งเข้าหามาซูด้วยใบหน้าขึงโกรธขึ้ง
ต่อให้ยามนี้หยดน้ำตาที่ไหลอาบราวกับสายธารจะปรากฏบนใบหน้าของมาซูก็ตาม มันไม่ได้ทำให้ความโกรธเคืองของเหล่าสหายคนสนิทลดลงเลยแม้แต่น้อย ความอึดอัดต่างอัดแน่นอยู่เต็มทรวงอกราวกับถูกภูเขากดทับก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นจนพูดไม่ค่อยเป็นคำ "ขะ...ข่า---ม้าย ม๊ายดั้ย---ทำ"
อาการช็อคค้างยังมิอาจเลือนหายไปราวกับฝันร้าย มหาเวทย์เขตแดนของตนเองกลับกลายเป็นหอกแหลมทิ่มแทงสหายคนสนิทประหนึ่งพี่น้อง มันยากจะเชื่อว่าการควบคุมถูกแย่งชิงไป เรื่องที่แหกกฏสวรรค์เช่นนั้นมันมีด้วยรึไง!!
"ยังจะโกหกอีกหรอ!!"
เพียะ!!
เสียงตบหน้าดังก้องสนั่นก่อนเสียงที่เต็มไปด้วยความโศกาจะกล่าวต่อ "กอดอน! นายน่ะ!! ยังไม่เข้าใจความรู้สึกของมาซูอีกหรอ!!"
รอยประทับห้านิ้วพลันประทับบนใบหน้าของกอดอนจนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน โนเอลกล่าวออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตา แม้เธอจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าสายธรณีเป็นพลังเวทย์ของมาซู ทว่า มันยากจะเชื่อจริงๆ มาซูชื่นชอบตัวของโททัชเป็นอย่างมากและพวกเขายังได้เติบโตมาพร้อมกัน เป็นเพื่อนสมัยเด็ก มันยากจะเชื่อจริงๆว่าเธอจะเป็นคนหักหลังเขา
"โนเอล... เธอพูดอะไรน่ะก็เห็นอยู่ตำตาไม่ใช่หรอ" กอดอนกล่าวตอบ น้ำเสียงยังคงช็อคค้างดั่งผู้อื่นพลางกวาดมองเหล่าสหายรอบข้าง รูเปียราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง เป็นครั้งแรกที่เธอได้เข้าใกล้ความเป็นความตายขนาดนี้
"ไว้จบศึกนี้แล้วค่อยให้มาซูอธิบายแล้วกัน" โนเอลกล่าวพลางผลักไสกอดอนที่ยืนขวางทาง เธอไม่ใช่สายซัพพอร์ตแต่อย่างใด ถ้าหากไม่นับโททัชและมาซูที่อยู่ในขั้นอัจฉริยะไร้ที่เปรียบ โนเอลย่อมนับว่าเป็นอิสตรีสายจอมเวทย์ทำลายชั้นแนวหน้า
ยิ่งทบทวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งตระหนักถึงบุรุษเบื้องหน้า เขาช่างแข็งแกร่งจนผิดแปลกมนุษย์ มนากระทั่งกลิ่นอายของผู้สูงส่งราวกับราชัน การวางตัวอย่างโอหังไร้ซึ่งการถ่อมตน เขาทำตัวราวกับเทพบรรพกาลตัวตนที่สามารถถอดมองทั่วทั้งโลกหล้าได้อย่างเหยียดหยาม สิ่งที่ตะหนักรู้ได้ดีที่สุด... ไม่อาจเอาชัยจากบุรุษเบื้องหน้าได้เลย
"ต่อสู้กับท่านไปก็มีแต่จะตกตายอย่างไร้ประโยชน์" โนเอลกล่าวอย่างระมัดระวัง
กาติรัสพลันคืนสติ การสังหารศัตรูยังคงให้ความรู้สึกว่างเปล่าดังเดิม ไม่ว่าจะสังหารไปสองร้อยสามร้อยล้านชีวิตก็ตาม ความรู้สึกยังคงว่างเปล่า... ใบหน้าปรากฏความเฉยชาราวกับน้ำแข็งเย็นยะเยือก นัยน์ตาแผ่ซ่านกลิ่นอายของความอันตรายออกมาอย่างไม่รู้ตัว
โนเอลถึงกับสะดุ้งตกใจพลันก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ปรากฏหยาดน้ำตาแห้งบนใบหน้าและเม็ดเหงื่อที่พร่างพรายออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน ภายใต้ความกดดันของบุรุษที่แกร่งกล้า เธอรู้สึกราวกับกำลังกระโดดโลดเต้นบนฝ่ามือของเทพมรณะอย่างไรอย่างนั้น
"อยากประมือกับข้าเฉกเช่นสหายเจ้าที่นอนจมอยู่ตรงนั้นหรือ?" กาติรัสเอ่ยกล่าวออกมาอย่างเย็นชายิ่งราวกับสิ่งที่เพิ่งสังหารไปเป็นมดปลวกมิใช่คน
ลาซิเฟียพลันรู้สึกสบายใจยิ่งราวกับยกภูเขาออกจากอก หญิงสาวไม่ได้รู้สึกสงสารหรือเห็นใจอันใด ประสบการณ์นับสิบภพชาติต่างหล่อหลอมให้กลายเป็นลาซิเฟียในวันนี้!! สัจธรรมอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ ศัตรูย่อมเป็นศัตรู ถ้าเปลี่ยนให้เธอเป็นเขา เธอก็จะกระทำการเช่นนั้นเหมือนกัน
ถ้อยคำต่างย้ำเตือนถึงการกระทำและความอ่อนแอของพวกเขาเอง ความจริงโหดร้ายเสมอ พวกเขาได้แต่ข่มความกริ้วโกรธเอาไว้ในส่วนลึกที่สุดของก้นบึ้งในจิตใจ การแสดงออกมาต่อหน้าชายคนนี้คือเรื่องที่โง่เขลา โนเอลที่ตระหนักถึงเรื่องราวเป็นอย่างดีพลันเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม "สู้กันเพียงหอมปากหอมคอได้หรือไม่? ข้ามิอยากให้เกิดการสูญเสียแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง"
พาลาและโมม่อนอยู่ห่างกับโนเอลเพียงสิบเมตร สภาพร่างกายของพวกเขาอาจจะยังต่อสู้ได้อีกสักสิบนาที ทว่า ยิ่งมองลึกลงไปในแววตาคู่นั้น ความหวาดกลัวได้เข้ากลืนกินอย่างสมบูรณ์ ความห้าวหาญเยี่ยงชายชาตินักรบล้วนไม่หลงเหลือสภาพ
"หอมปากหอมคอหรือ?" กาติรัสยังคงใบหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็งก่อนค่อยค่อยย่างกรายเข้ามาใกล้ โนเอลราวกับอิสตรีผู้ห้าวหาญเปี่ยมล้นไปด้วยความหาญกล้าต่อกร หญิงสาวยังคงยืนแข็งทื่อแม้ศัตรูกำลังค่อยค่อยเดินเข้ามาใกล้ก็ตาม
เพียงสามลมหายใจผ่านไป...
กาติรัสก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าหญิงสาวพลางเผยรอยยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อยก่อนเอ่ยกล่าว "กล้าหาญดีนี่... ต่อหน้าข้าผู้นี้แล้วยังไม่ฟุบหมดสติไป ยังนับว่าใช้ได้เลยทีเดียว"
ผู้คนต่างเห็นพ้องต้องกันแม้โนเอลจะยืนประชันหน้าชายหนุ่มได้อย่างหาญกล้าแต่ทว่าสองขากลับสั่นระรัวราวกับจะล้มพับลงได้ทุกเมื่อ การตอบสนองของร่างกายต่างตรงข้ามกับแววตาอันห้าวหาญเสียจริงๆ
กาติรัสอดไม่ได้ที่จะเชยชมอิสตรีเบื้องหน้าพลันจับต้องปลายคางอย่างนุ่มนวล สำหรับชายหนุ่มแล้ว ความงดงามของเธอยังไม่นับว่าเป็นที่หมายปองมิอาจเทียบชั้นกับเกณฑ์มาตราฐานความงามของเขาได้เลย สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดเห็นทีคงจะเป็นความกล้าหาญ หญิงสาวสามารถยืนต่อหน้าเขาโดยไม่ล้มพับในฐานะศัตรูได้ในระยะไม่ถึงหนึ่งเมตร ชาติภพที่แล้วยังยากที่จะหาคนประเภทเช่นนี้
โนเอลกลับแข็งทื่อราวกับถูกสาปกลายเป็นหิน ไม่อาจขัดขืนการกระทำของเขาได้เลยราวกับถูกจับจ้องโดยราชัน ยิ่งได้อยู่ต่อหน้าเขาพลันก่อเกิดความรู้สึกต่ำต้อยขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกราวกับสิ่งที่ควรเป็นไปโดยธรรมชาติ การประลองยังคงไม่ถึงจุดสิ้นสุดต้องมีผู้เหลือรอดห้าชีวิต จำเป็นต้องกำจัดอีกสี่คน
"น่าเสียดาย" กาติรัสกล่าวพลางแสงสีขาวนวลที่ปรากฏขึ้นมาในกำปั้น ห้วงอากาศเกิดอาการสั่นสะเทือนและบิดเบี้ยว เพียงพริบตาเดียว... หมัดได้ถูกปล่อยออกอย่างรวดเร็วไร้ซึ่งความลังเล
โนเอลกลับปรากฏใบหน้าอึ้งทึ่งอย่างที่สุด เธอทำเก่งมาตลอดจนกระทั่งวินาทีสุดท้าย การให้ศัตรูเข้าประชิดถึงตัวนับเป้นการกระทำที่โง่เขลาที่สุด! สองตาพลันปิดลงได้แต่ยอมรับชะตากรรมที่ตนเลือก
กอดอนพลันโพล่งคำ "โนเอล!!---มหาเวทย์สรรพสิ่งยอมสลับ"
ฟิ้ว~~~
ทะทว๊าปปปปป
หมัดสีขาวนวลกระทบเข้ากับเอวของบุรุษหนุ่มเข้าอย่างจัง บังเกิดรอยแตกร้าวในอากาศราวกับกระจกแตก ร่างของกอดอนราวกับถูกทุบให้แตกกระจายเป็นสี่ส่วนใหญ่ๆ ทว่า มันเป็นเพียงภาพร่างในอากาศที่แตกละเอียด เรือนร่างของชายหนุ่มกลับถูกต่อยกระเด็นจนจมดิ่งไปกับผืนประลอง ทันทีที่ร่างกระทบเข้ากับพื้นประลองบังเกิดเสียงดัง
บึ้ม!!-----แผละ
ร่างกายของกอดอนพลันระเบิดแตกออกราวกับละอองฝนโลหิต พื้นประลองพลันยุบตัวลงตามแรงปะทะของกระแสพลัง แววตาผู้คนต่างเบิกโพลงกว้างปานถลน ตกตายในหมัดเดียว!! การสังหารช่างเหี้ยมโหดผิดแปลกจากรูปร่างอายุอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มที่ดูอายุเพียงสิบห้าสิบหกปีกลับกระทำการสังหารโหดได้ถึงเพียงนี้!! ยากจะจินตนาการถึงสถานที่ที่เขาได้เติบโตขึ้นมา
ฝูงชนต่างแข็งค้างด้วยความช็อค ตัวแทนจากทั้งหกจักรวรรดิที่เคยถูกตีตราว่าโหดร้ายกลับกลายเป็นเด็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ไร้คำบ่งบรรยายนอกจากคำว่า "อสูรกาย" คำกล่าวที่ใช้เอ่ยแทนสิ่งมีชีวิตที่เพียบพร้อมไปด้วยพลังอำนาจและความโหดเหี้ยม
ผู้ชมว่าช็อคค้างแล้วกลับผู้เข้าแข่งขันล้วนอยู่ในอาการช็อคค้างยิ่งกว่าราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง สูญเสียสหายคนสนิทไปถึงสองคน ไม่มีสิ่งใดอื่นนอกจากความโศกาที่ปรากฏออกมาบนใบหน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโนเอล เธอได้แต่กล่าวโทษตัวเองที่ต้องเป็นสาเหตุของการตกตายของกอดอน
"แบบนี้ก็แย่น่ะสิตกตายไปสองศพจนได้... อุส่ากะแรงไว้ไม่ให้ถึงตายแต่มดปลวกตัวหนึ่งดันบ้าบิ่นมาสลับตัวเสียได้"
..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:5,923 พลังกาย:437,961 พลังเวทย์:1,009,603 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ