จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 56 ไร้ความปราณี

            ตอนที่ 56 ไร้ความปราณี

     

            เหนือน่านนภาที่สูงจากเมืองศักดิ์สิทธิ์ห้าร้อยเมตร ปรากฏเรือนร่างสูงใหญ่ราวสามเมตรต้นๆลอยล่องอยู่กลางเวหา สังขารปรากฏความแก่ชราบ่งบอกถึงอายุ ผิวหนังเหี่ยวย่นและอากัปกิริยาสุขุมนุ่มลึก ใบหน้าเผยยิ้มแย้มอย่างเล็กน้อยก่อนเอ่ยกล่าวอย่างทระนง

     

            "โฮ่ๆ นานแค่ไหนแล้วน้อที่ข้าไม่ได้ออกมาโลกภายนอก" น้ำเสียงเรียบเฉียบพลันกวาดมองทัศนียภาพเบื้องล่างด้วยท่าทีครุ่นคิด

     

            เป้าหมายในการเดินทางคือลานประลองของมหาแผ่นดิน จุดนัดหมายที่พวกเขาทั้งห้าต่างได้ตกลงกันเอาไว้ เสียงดีดนิ้วพลันดังขึ้น เปาะ! เรือนร่างสูงใหญ่ราวสามเมตรต้นๆ พลันหายวับราวกับภูติผี

     

            เพียงพริบตาชายชราก็ได้ปรากฏอยู่เหนือลานประลอง ภาพเหตุการณ์เบื้องล่างกลับแปรเปลี่ยนใบหน้าเฉยชาเป็นใบหน้าอัศจรรย์ใจก่อนเอ่ยกล่าว "หือ? พลังงานชีวิตของคนรุ่นเยาว์? ทำไมกลิ่นอายของพลังถึงได้สูงส่งนัก"

     

            ---------------------------------

     

            ท่ามกลางบรรยากาศเคร่งเครียดเพียงเปรยมองยังบอกได้เลยว่าโททัชแข็งแกร่งขึ้นมากเพียงใด การฝืนร่างกายทะลวงด่านเข้าสู่กายากษัตริย์ขั้นสามยิ่งเพิ่มภาระหนักอันใหญ่หลวงแก่กายา หนำซ้ำยังเปิดใช้หมัดแห่งกายากษัตริย์ขั้นสี่ที่ไม่น่าจะเปิดใช้ออกมาได้ หนึ่งความคิดของมาซูเหลือเพียงความสิ้นหวังที่ไม่อาจพรรณาส่งผ่านนัยน์ตาคู่นั้นอย่างโศกา ไม่ว่าจะได้ชัยชนะหรือแพ้พ่าย มันไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งที่โททัชได้จ่ายไปอีกแล้ว อย่างน้อยที่สุดเขาจะกลายเป็นคนพิการ!!

     

            กระแสพลังรอบตัวของโททัชพลันพุ่งพรวดพราดพร้อมกับลมพายุที่ตามติดราวกับเงา หนึ่งหมัดปล่อยออกสุดแรงพลันห้วงอากาศเกิดบิดเบี้ยวตามแรงพลัง เสียงกล้ามเนื้อปริแตกดังขึ้นพลางหยาดโลหิตระเบิดแตกอาบท่วมทั่วทั้งร่าง ถึงกระนั้นความรู้สึกเจ็บปวดสุดพรรณาก็ไม่ได้หยุดหมัดของชายหนุ่มแต่อย่างใด ความเคียดแค้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันให้หมัดยิ่งทวีคูณความรุนแรงขึ้นไปอีก

     

            มาซูกัดริมฝีปากอย่างเจ็บปวดใจ หญิงสาวตระหนักเป็นอย่างดี ต่อให้องค์ปฐมเทพมาโปรดก็มิอาจยับยั้งการกระทำของชายหนุ่มได้อีกแล้ว หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มนวลงามราวกับสายธาร สองแขนแสดงท่าทางรีร่าย สายธรณีอันแหลมคมนับสิบสิบสายพลันตรงดิ่งเข้าใส่กาติรัส ในช่วงเวลาเดียวกันกับหมัดของโททัชที่อยู่ห่างจากกาติรัสเพียงแค่เอื้อมมือ

     

            ใบหน้าฉีกยิ้มของกาติรัสปรากฏขึ้น แสงสีขาวนวลพลันวูบไหวในกำปั้น ขาซ้ายก้าวออกพลันหมัดขวาที่ปล่อยออกไปพลางกล่าวน้ำเสียงเรียบเฉียบ "หนึ่งส่วนร้อย"

     

            บึ้ม...!

     

            เสียงของหมัดปะทะดังกึกก้องทั่วทั้งลานประลอง กระแสลมร้ายโหมกระหน่ำพัดสบัดราวกับพายุยักษ์ ห้วงอากาศบังเกิดรอยแตกร้าวละเอียดแผ่ขยายเป็นวงกว้าง สองหมัดประชันหน้ากันมุ่งสู่หนทางเป็นหนึ่ง โททัชที่ปรากฏกล้ามเนื้อปริแตกออกทุกสัดส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งแขนข้างที่ปล่อยหมัด ต่างเห็นเส้นเอ็นกับเส้นเลือดและเนื้อหนังได้อย่างชัดเจน แม้จะทุ่มพลังสุดชีวิตในการเข้าปะทะ ทว่า เขายังคงไม่อาจหยั่งรู้ได้ถึงขีดจำกัดของบุรุษเบื้องหน้าราวกับนกน้อยที่พยายามจะหาเส้นขอบฟ้า

     

            "เจ้านั่นรับหมัดแห่งกายากษัตริย์ขั้นสี่!!" พาลาหน้าถอดสี เขาเคยรับหมัดกายาแห่งกษัตริย์ขั้นสามมาก่อนและเขาหมดสภาพในหมัดเดียว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหมัดแห่งกายากษัตริย์ขั้นสี่ที่มีความรุนแรงยิ่งกว่าขั้นสามถึงสิบเท่าตัว!!

     

            ทุกชีวิตต่างถูกการประชันหมัดดึงดูดคู่สายตาราวกับแม่เหล็กไร้ลักษณ์กลับไม่มีใครสังเกตถึงหอกดินนับสิบสิบเส้นที่ชะงักงันอย่างไม่อาจทราบสาเหตุ มาซูที่รู้สึกราวกับขาดการเชื่อมต่อกับมหาเวทย์เขตแดนไป หญิงสาวพลันเบิกตาโพลงกว้าง เสียงกรีดร้องจากขุมนรกกู่ดังขึ้นราวกับอยู่ในอก รีบเร่งตะโกนก้องสุดเสียง "โททัชระวัง!!"

     

            โททัชไม่อาจได้ยินสิ่งใดอีกเนื่องจากเขาทุ่มสมาธิกับบุรุษเบื้องหน้าอย่างเต็มกำลังและด้วยสาเหตุที่กล้ามเนื้อปริแตกทั่วทั้งร่างทำให้ประสาทสัมผัสทั้งห้าต่างถดถอยลงไปจนสู่ในจุดต่ำสุด

     

            สวบ สวบ สวบ สวบ

     

            อึ้ก!

     

            เสียงเจาะเนื้อหนังดังขึ้นหลายครั้งครา ทุกแววตาต่างเบิกโพลงกว้างอย่างตื่นตะลึงงัน เรือนร่างสูงใหญ่ราวสามเมตรกลับถูกหอกธรณีแหลมทิ่มแทงถึงสี่จุด ข้อมือซ้ายขวาและข้อเท้าซ้ายขวาล้วนถูกสกัดกั้นการเคลื่อนไหว โททัชพลันกระอักเลือดคำโต แรงหมัดมิอาจตีโต้กับกาติรัสได้อีก

     

            กรึบกรอบบบบบ

     

            หมัดของกาติรัสพลันพุ่งทะลวงต่อ บังเกิดเสียงกระดูกแตกหักดังเด่นชัดพลางสายโลหิตที่ไหลอาบทั่วทั้งร่าง การฝืนร่างกายโดยใช้ทักษะหมัดแห่งกายากษัตริย์ก็มากพอจะทำให้เขาเป็นคนพิการได้แล้ว ความรู้สึกมันด้านชาไปหมดตั้งแต่ฝืนใช้ทักษะ การถูกกาติรัสระเบิดแขนไปย่อมไม่นับเป็นอะไร ความเจ็บปวดในครานี้ย่อมมิอาจเทียบเคียงกับการฝืนร่างกายตนเอง!!

     

            โททัชพลันหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความเคียดแค้น ต่อให้ร่างกายจะอยู่ในสภาพเจียนตาย เปลวเพลิงแห่งโทสะก็มิอาจมอดไหม้ การเคลื่อนไหวชะงักงัน การรับรู้ของสัมผัสทั้งห้าต่างอยู่ในสภาพย่ำแย่ เขาทำผิดอย่างใหญ่หลวงตั้งแต่คิดเดินหน้าสู้ต่อ ทว่า ศีรษะกลับเอียงเอนไปเห็นความสามารถที่คุ้นเคย แท้จริงแล้ว... ความรู้สึกที่เจ็บแปลบตรงข้อมือและข้อเท้าคือการกระทำของสิ่งนี้---สายธรณีแหลมคมราวกับหอก

     

            โททัชระเบิดหัวเราะคลั่ง "ฮะฮ่าฮ่าฮ่า อ๊อคๆ" น้ำเสียงแผ่วเบาเนื่องด้วยเส้นเสียงที่อยู่ในสภาพย่ำแย่ยิ่ง ชายหนุ่มหัวเราะอยู่อย่างนั้นแม้จะกระอักเลือดคำโตออกมาก็ตาม แววตาทั้งสองปรากฏหยาดโลหิตที่ไหลรวยรินแทนน้ำตา

     

            ทั่วร่างที่เนื้อหนังปริแตกออกจนแสดงเนื้อหนังสีแดงชาดกอปรไปด้วยเส้นเอ็นและเส้นเลือดที่มากมายเกินคณา ยากจะบ่งบรรยายถึงความเจ็บปวดที่ชายหนุ่มกำลังเผชิญถึงกระนั้นเขาก็ไม่ส่งเสียงร่ำร้องออกมาแม้เพียงครึ่งคำ ฝ่ามือชูขึ้นฟากฟ้าก่อนกำหมัดพลางกล่าวอย่างผิดหวัง "ศัตรูที่น่ากลัวคือคนใกล้ตัวที่เชื่อสนิทใจ----เหรอะ..."

     

            สิ้นเสียงบุรุษทั่วร่างต่างทิ้งแรงดิ่งจนสุดตัว ฝ่ามือที่ชูยกขึ้นพลันร่วงดิ่งอย่างฉับพลัน โลหิตอาบนองผืนบริเวณรอบกาย เปลือกตาทั้งสองปิดลง สภาพร่างกายต่างเรียกได้ว่าเละเทะจนผิดรูป เนื้อหนังหลุดลอกและกล้ามเนื้อที่ปริแตกระเบิดออกนับหลายสิบจุด ภาพเบื้องหน้าพลันสะกดให้ทุกคนผู้คนต่างหายใจติดขัดด้วยความหวาดกลัวและตื่นตระหนก

     

            "เขาตายแล้ว!?"

     

            "ตะ...ตายแล้วหรอ"

     

            "บ้าน่า...."

     

            ทุกคู่สายตาต่างเป็นประจักษ์ต่อเหตุการณ์ตรงหน้า หากใครได้พานพบสภาพร่างกายเช่นนั้นหากมันยังไม่ตายก็ไม่ต่างอะไรกับการตกตายทั้งเป็น!! เรือนร่างต่างไม่เหลือเค้าโครงสภาพ ต่อให้มารดามันมาพบยังยากจะจำมันได้!!

     

            "มาซู! เจ้า!!" กอดอนพลันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ สายธรณี...สหายย่อมรู้ใจสหายกันดีต่อให้คนโง่งมยังรู้เลยว่าใครเป็นเจ้าของเวทมนตร์ชนิดนั้น บุรุษหนุ่มเดินตรงดิ่งเข้าหามาซูด้วยใบหน้าขึงโกรธขึ้ง

     

    ต่อให้ยามนี้หยดน้ำตาที่ไหลอาบราวกับสายธารจะปรากฏบนใบหน้าของมาซูก็ตาม มันไม่ได้ทำให้ความโกรธเคืองของเหล่าสหายคนสนิทลดลงเลยแม้แต่น้อย ความอึดอัดต่างอัดแน่นอยู่เต็มทรวงอกราวกับถูกภูเขากดทับก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นจนพูดไม่ค่อยเป็นคำ "ขะ...ข่า---ม้าย ม๊ายดั้ย---ทำ"

     

            อาการช็อคค้างยังมิอาจเลือนหายไปราวกับฝันร้าย มหาเวทย์เขตแดนของตนเองกลับกลายเป็นหอกแหลมทิ่มแทงสหายคนสนิทประหนึ่งพี่น้อง มันยากจะเชื่อว่าการควบคุมถูกแย่งชิงไป เรื่องที่แหกกฏสวรรค์เช่นนั้นมันมีด้วยรึไง!!

     

            "ยังจะโกหกอีกหรอ!!"

     

            เพียะ!!

     

            เสียงตบหน้าดังก้องสนั่นก่อนเสียงที่เต็มไปด้วยความโศกาจะกล่าวต่อ "กอดอน! นายน่ะ!! ยังไม่เข้าใจความรู้สึกของมาซูอีกหรอ!!"

     

            รอยประทับห้านิ้วพลันประทับบนใบหน้าของกอดอนจนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน โนเอลกล่าวออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตา แม้เธอจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าสายธรณีเป็นพลังเวทย์ของมาซู ทว่า มันยากจะเชื่อจริงๆ มาซูชื่นชอบตัวของโททัชเป็นอย่างมากและพวกเขายังได้เติบโตมาพร้อมกัน เป็นเพื่อนสมัยเด็ก มันยากจะเชื่อจริงๆว่าเธอจะเป็นคนหักหลังเขา

     

            "โนเอล... เธอพูดอะไรน่ะก็เห็นอยู่ตำตาไม่ใช่หรอ" กอดอนกล่าวตอบ น้ำเสียงยังคงช็อคค้างดั่งผู้อื่นพลางกวาดมองเหล่าสหายรอบข้าง รูเปียราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง เป็นครั้งแรกที่เธอได้เข้าใกล้ความเป็นความตายขนาดนี้

     

            "ไว้จบศึกนี้แล้วค่อยให้มาซูอธิบายแล้วกัน" โนเอลกล่าวพลางผลักไสกอดอนที่ยืนขวางทาง เธอไม่ใช่สายซัพพอร์ตแต่อย่างใด ถ้าหากไม่นับโททัชและมาซูที่อยู่ในขั้นอัจฉริยะไร้ที่เปรียบ โนเอลย่อมนับว่าเป็นอิสตรีสายจอมเวทย์ทำลายชั้นแนวหน้า

     

            ยิ่งทบทวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งตระหนักถึงบุรุษเบื้องหน้า เขาช่างแข็งแกร่งจนผิดแปลกมนุษย์ มนากระทั่งกลิ่นอายของผู้สูงส่งราวกับราชัน การวางตัวอย่างโอหังไร้ซึ่งการถ่อมตน เขาทำตัวราวกับเทพบรรพกาลตัวตนที่สามารถถอดมองทั่วทั้งโลกหล้าได้อย่างเหยียดหยาม สิ่งที่ตะหนักรู้ได้ดีที่สุด... ไม่อาจเอาชัยจากบุรุษเบื้องหน้าได้เลย

     

            "ต่อสู้กับท่านไปก็มีแต่จะตกตายอย่างไร้ประโยชน์" โนเอลกล่าวอย่างระมัดระวัง

     

            กาติรัสพลันคืนสติ การสังหารศัตรูยังคงให้ความรู้สึกว่างเปล่าดังเดิม ไม่ว่าจะสังหารไปสองร้อยสามร้อยล้านชีวิตก็ตาม ความรู้สึกยังคงว่างเปล่า... ใบหน้าปรากฏความเฉยชาราวกับน้ำแข็งเย็นยะเยือก นัยน์ตาแผ่ซ่านกลิ่นอายของความอันตรายออกมาอย่างไม่รู้ตัว

     

            โนเอลถึงกับสะดุ้งตกใจพลันก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ปรากฏหยาดน้ำตาแห้งบนใบหน้าและเม็ดเหงื่อที่พร่างพรายออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน ภายใต้ความกดดันของบุรุษที่แกร่งกล้า เธอรู้สึกราวกับกำลังกระโดดโลดเต้นบนฝ่ามือของเทพมรณะอย่างไรอย่างนั้น

     

            "อยากประมือกับข้าเฉกเช่นสหายเจ้าที่นอนจมอยู่ตรงนั้นหรือ?" กาติรัสเอ่ยกล่าวออกมาอย่างเย็นชายิ่งราวกับสิ่งที่เพิ่งสังหารไปเป็นมดปลวกมิใช่คน

     

            ลาซิเฟียพลันรู้สึกสบายใจยิ่งราวกับยกภูเขาออกจากอก หญิงสาวไม่ได้รู้สึกสงสารหรือเห็นใจอันใด ประสบการณ์นับสิบภพชาติต่างหล่อหลอมให้กลายเป็นลาซิเฟียในวันนี้!! สัจธรรมอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ ศัตรูย่อมเป็นศัตรู ถ้าเปลี่ยนให้เธอเป็นเขา เธอก็จะกระทำการเช่นนั้นเหมือนกัน

     

            ถ้อยคำต่างย้ำเตือนถึงการกระทำและความอ่อนแอของพวกเขาเอง ความจริงโหดร้ายเสมอ พวกเขาได้แต่ข่มความกริ้วโกรธเอาไว้ในส่วนลึกที่สุดของก้นบึ้งในจิตใจ การแสดงออกมาต่อหน้าชายคนนี้คือเรื่องที่โง่เขลา โนเอลที่ตระหนักถึงเรื่องราวเป็นอย่างดีพลันเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม "สู้กันเพียงหอมปากหอมคอได้หรือไม่? ข้ามิอยากให้เกิดการสูญเสียแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง"

     

            พาลาและโมม่อนอยู่ห่างกับโนเอลเพียงสิบเมตร สภาพร่างกายของพวกเขาอาจจะยังต่อสู้ได้อีกสักสิบนาที ทว่า ยิ่งมองลึกลงไปในแววตาคู่นั้น ความหวาดกลัวได้เข้ากลืนกินอย่างสมบูรณ์ ความห้าวหาญเยี่ยงชายชาตินักรบล้วนไม่หลงเหลือสภาพ

     

            "หอมปากหอมคอหรือ?" กาติรัสยังคงใบหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็งก่อนค่อยค่อยย่างกรายเข้ามาใกล้ โนเอลราวกับอิสตรีผู้ห้าวหาญเปี่ยมล้นไปด้วยความหาญกล้าต่อกร หญิงสาวยังคงยืนแข็งทื่อแม้ศัตรูกำลังค่อยค่อยเดินเข้ามาใกล้ก็ตาม

     

            เพียงสามลมหายใจผ่านไป...

     

            กาติรัสก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าหญิงสาวพลางเผยรอยยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อยก่อนเอ่ยกล่าว "กล้าหาญดีนี่... ต่อหน้าข้าผู้นี้แล้วยังไม่ฟุบหมดสติไป ยังนับว่าใช้ได้เลยทีเดียว"

     

            ผู้คนต่างเห็นพ้องต้องกันแม้โนเอลจะยืนประชันหน้าชายหนุ่มได้อย่างหาญกล้าแต่ทว่าสองขากลับสั่นระรัวราวกับจะล้มพับลงได้ทุกเมื่อ การตอบสนองของร่างกายต่างตรงข้ามกับแววตาอันห้าวหาญเสียจริงๆ

     

            กาติรัสอดไม่ได้ที่จะเชยชมอิสตรีเบื้องหน้าพลันจับต้องปลายคางอย่างนุ่มนวล สำหรับชายหนุ่มแล้ว ความงดงามของเธอยังไม่นับว่าเป็นที่หมายปองมิอาจเทียบชั้นกับเกณฑ์มาตราฐานความงามของเขาได้เลย สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดเห็นทีคงจะเป็นความกล้าหาญ หญิงสาวสามารถยืนต่อหน้าเขาโดยไม่ล้มพับในฐานะศัตรูได้ในระยะไม่ถึงหนึ่งเมตร ชาติภพที่แล้วยังยากที่จะหาคนประเภทเช่นนี้

             

            โนเอลกลับแข็งทื่อราวกับถูกสาปกลายเป็นหิน ไม่อาจขัดขืนการกระทำของเขาได้เลยราวกับถูกจับจ้องโดยราชัน ยิ่งได้อยู่ต่อหน้าเขาพลันก่อเกิดความรู้สึกต่ำต้อยขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกราวกับสิ่งที่ควรเป็นไปโดยธรรมชาติ การประลองยังคงไม่ถึงจุดสิ้นสุดต้องมีผู้เหลือรอดห้าชีวิต จำเป็นต้องกำจัดอีกสี่คน

     

            "น่าเสียดาย" กาติรัสกล่าวพลางแสงสีขาวนวลที่ปรากฏขึ้นมาในกำปั้น ห้วงอากาศเกิดอาการสั่นสะเทือนและบิดเบี้ยว เพียงพริบตาเดียว... หมัดได้ถูกปล่อยออกอย่างรวดเร็วไร้ซึ่งความลังเล

     

            โนเอลกลับปรากฏใบหน้าอึ้งทึ่งอย่างที่สุด เธอทำเก่งมาตลอดจนกระทั่งวินาทีสุดท้าย การให้ศัตรูเข้าประชิดถึงตัวนับเป้นการกระทำที่โง่เขลาที่สุด! สองตาพลันปิดลงได้แต่ยอมรับชะตากรรมที่ตนเลือก

     

            กอดอนพลันโพล่งคำ "โนเอล!!---มหาเวทย์สรรพสิ่งยอมสลับ"

     

            ฟิ้ว~~~

     

            ทะทว๊าปปปปป

     

            หมัดสีขาวนวลกระทบเข้ากับเอวของบุรุษหนุ่มเข้าอย่างจัง บังเกิดรอยแตกร้าวในอากาศราวกับกระจกแตก ร่างของกอดอนราวกับถูกทุบให้แตกกระจายเป็นสี่ส่วนใหญ่ๆ ทว่า มันเป็นเพียงภาพร่างในอากาศที่แตกละเอียด เรือนร่างของชายหนุ่มกลับถูกต่อยกระเด็นจนจมดิ่งไปกับผืนประลอง ทันทีที่ร่างกระทบเข้ากับพื้นประลองบังเกิดเสียงดัง

     

            บึ้ม!!-----แผละ

     

            ร่างกายของกอดอนพลันระเบิดแตกออกราวกับละอองฝนโลหิต พื้นประลองพลันยุบตัวลงตามแรงปะทะของกระแสพลัง แววตาผู้คนต่างเบิกโพลงกว้างปานถลน ตกตายในหมัดเดียว!! การสังหารช่างเหี้ยมโหดผิดแปลกจากรูปร่างอายุอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มที่ดูอายุเพียงสิบห้าสิบหกปีกลับกระทำการสังหารโหดได้ถึงเพียงนี้!! ยากจะจินตนาการถึงสถานที่ที่เขาได้เติบโตขึ้นมา

     

            ฝูงชนต่างแข็งค้างด้วยความช็อค ตัวแทนจากทั้งหกจักรวรรดิที่เคยถูกตีตราว่าโหดร้ายกลับกลายเป็นเด็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ไร้คำบ่งบรรยายนอกจากคำว่า "อสูรกาย" คำกล่าวที่ใช้เอ่ยแทนสิ่งมีชีวิตที่เพียบพร้อมไปด้วยพลังอำนาจและความโหดเหี้ยม

     

            ผู้ชมว่าช็อคค้างแล้วกลับผู้เข้าแข่งขันล้วนอยู่ในอาการช็อคค้างยิ่งกว่าราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง สูญเสียสหายคนสนิทไปถึงสองคน ไม่มีสิ่งใดอื่นนอกจากความโศกาที่ปรากฏออกมาบนใบหน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโนเอล เธอได้แต่กล่าวโทษตัวเองที่ต้องเป็นสาเหตุของการตกตายของกอดอน

     

            "แบบนี้ก็แย่น่ะสิตกตายไปสองศพจนได้... อุส่ากะแรงไว้ไม่ให้ถึงตายแต่มดปลวกตัวหนึ่งดันบ้าบิ่นมาสลับตัวเสียได้"

     

    ..สเตตัสปัจจุบัน...


    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์

    เลเวล:5,923 พลังกาย:437,961 พลังเวทย์:1,009,603 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ

     

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิผีดิบ ที่คุณอ่าน

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258