บทที่ 1: เจ้าหญิงน้อยผู้ถูกชะตาลิขิต (Destiny Little Princess)
ภายในป่าแห่งหนึ่งที่ปกคลุมไปด้วยใบเขียวชอุ่มนับล้านกว่าใบจากต้นไม้ที่มีอยู่นับล้านกว่าต้น แสงอ่อนๆ ในยามอรุณสาดส่องลงมาผ่านใบไม้สีเขียวนับล้านกว่าใบที่สร้างความเย็นสบายให้กับผู้ที่อยู่ใต้ร่มเงา มีเสียงนกร้องดังก้องกังวาลไปทั่วผืนป่า ภายในป่าอันเขียวชอุ่มมีบ้านพักหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ติดริมลำธารอันเย็นเฉียบที่ไหลเชี่ยวมาจากน้ำตกที่อยู่ไม่ค่อยไกลจากบ้านพักสักเท่าไหร่ น้ำในลำธารนั้นมีความลึกถึงประมาณหน้าท้อง เสียงของลำธารที่ไหลเชี่ยวนั้นดังก้องกังวาลไปทั่วบริเวณ“อุแว้” เด็กหนุ่มอายุประมาณวัยรุ่น ศิษย์รองขององเมียวจิในราชสำนักที่กำลังอาบน้ำชำระกายในลำธารหลังบ้านนั้นได้ยินเสียงร้องของเด็กทารกดังขึ้น จึงเดินสำรวจหาต้นตอของเสียงนั้นในท่ามกลางลำธารที่ไหลเชี่ยว จนได้มาเจอเด็กทารกแรกเกิดที่ลอยเข้ามาหาตามทิศทางการไหลของน้ำ บนลำคอของทารกนั้นได้สวมสร้อยอัญมณียาซาคานิไว้“ทำไมถึงมีเด็กทารกลอยอยู่กลางแม่น้ำกันนะ” หลังจากที่ได้เห็นสร้อยอัญมณีที่ลำคอเด็ก เด็กหนุ่มวัยรุ่นผู้เป็นศิษย์รองรีบอุ้มเด็กทารกขึ้นมาและรีบเดินฝ่ากระแสลำธารเข้าไปในบ้านทันที“ท่านอาจารย์ ผมเจอเด็กทารกอยู่ที่กลางแม่น้ำขอรับ” องเมียวจิหนุ่มในราชสำนักรีบเดินเข้ามาดูพร้อมกับสองศิษย์เอกหนุ่มและสองบริวาร“เจ้าพอจะรู้ไหมว่า เด็กทารกคนนี้คือลูกเต้าของใคร”“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เห็นลอยอยู่กลางแม่น้ำก็เลยรีบช่วยชีวิตออกมาก่อน เลยไม่ได้สนใจเรื่องนั้น และที่สำคัญ มันมีสร้อยอัญมณีสวมไว้ที่คอด้วยขอรับ” ทันใดนั้น หนึ่งในศิษย์เอกทั้งสองก็ได้นึกอะไรขึ้นมาได้“มีอะไรอย่างงั้นเหรอ” ศิษย์เอกอีกคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมา“ข้าคิดว่าเด็กคนนี้ อาจจะเป็นลูกของคหบดี เพราะจากที่ได้เห็นสร้อยอัญมณีเส้นนี้แล้ว มันมีมูลค่าสูงเอามาก”องเมียวจิในราชสำนักและพวกพ้องอีก 5 คนตัดสินใจที่จะอุ้มทารกและออกตามหาพ่อแม่ของเด็กที่เป็นคหบดีไปแทบจะทั้งเมือง ซึ่งอย่างน้อย สร้อยอัญมณีบนลำคอของเด็กนั้นอาจจะเป็นเบาะแสสำคัญที่จะช่วยทำให้พวกเขาตามหาพ่อแม่ของเด็กจนเจอริง ริง ริง ริงทันใดเสียงโทรศัพท์ก็ได้ดังขึ้น ยูกินะก็ได้ลืมตาตื่นขึ้นจากบนโต๊ะนั่งเล่นที่มีไอแพดโปรรุ่นล่าสุดวางอยู่บนโต๊ะด้วยเคสคีย์บอร์ดแบบยกลอยที่เปิดค้างไว้พร้อมกับเมาส์ไร้สาย ซึ่งบ่งบอกได้ว่าเธอนั่งพิมพ์งานจนเผลอหลับไป ภายในห้องนอนที่ถูกจัดแต่งอย่างเรียบหรู เบื้องหน้าคือกระจกกั้นแบบใส เมื่อมองออกไปก็จะได้เห็นภาพทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยแสงสีอันงดงามที่ส่องมาจากตึกรามบ้านช่องและเสาไฟบนริมถนน รวมไปถึงรถยนต์ชนิดต่างๆ ที่แล่นสัญจรไปมาบนท้องถนน บ่งบอกถึงความเจริญก้าวหน้าของเมืองโตเกียวได้เป็นอย่างดี‘นี่เราเผลอหลับไปเหรอเนี่ย’“สวัสดีค่ะ” นิ้วเรียวงามขาวผ่องกดรับสายบนมือถือไอโฟนโปรรุ่นล่าสุดแล้วยกขึ้นบนหู และกล่าวทักทายด้วยความสุภาพ เจ้าของปลายสายนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นอาจารย์เซมิกาว่า ฮิโรชิ ศาสตราจารย์ภาควิชาสัญลักษณ์วิทยาในคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอกชนสุเมรากิ“ยูกินะ อาทิตย์หน้าอาจารย์ไม่มีสอน อาจารย์ติดธุระ เดี๋ยวช่วยฝากไปบอกเพื่อนๆ ทีนะ”“ได้ค่ะ อาจารย์”“ช่วยหน่อยนะ”หลังจากที่วางสาย ยูกินะที่เป็นเสมือนหัวหน้าห้องรีบโพสต์ข้อความแจ้งให้เพื่อนคนอื่นๆ ได้ทราบผ่านไลน์กลุ่ม Symbol-14 ซึ่งเป็นไลน์กลุ่มของพวกนักศึกษาภาควิชาสัญลักษณ์วิทยาที่อยู่ในรุ่นเดียวกันกับเธอโดยทันที“อาบน้ำดีกว่า” เวลา ณ ตอนนี้คือเวลา 3 ทุ่ม 49 นาที หลังจากที่โพสต์เสร็จ ยูกินะรีบจัดเก็บเครื่องไอแพดกับอุปกรณ์ต่างๆ เข้าลิ้นชักใต้โต๊ะ แล้วถอดสร้อยอัญมณีที่ได้รับมาจากปู่ทวดของคุณพ่อตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นวัยทารกกับนาฟิกาข้อมือหรูราคาแพงออกมา และจัดเก็บเข้าไปในที่เดียวกัน จากนั้นก็ค่อยๆ ลุกจากที่นั่งและค่อยๆ เดินไปแขวนเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำที่ยาวประมาณเข่าไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าที่อยู่ชิดติดกับริมบันไดอย่างแผ่วเบา เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลานอนของผู้เป็นน้องสาวที่นอนอยู่ข้างๆเธอค่อยๆ เดินไปที่หน้าห้องน้ำและหยิบผ้าเช็ดตัวที่แขวนไว้ที่ราวตากข้างๆ ประตูห้องน้ำแบบเลื่อน จากนั้นก็ค่อยๆ เดินเข้าไปในห้องน้ำที่ถูกจัดแต่งอย่างเรียบหรูและสวยงามด้วยความเร่งรีบและเงียบที่สุด แล้วแขวนผ้าเช็ดตัวไว้ที่ประตูห้องน้ำ ภายในห้องน้ำอันเรียบหรูนั้นมีแสงไฟสีเหลืองอ่อนละมุนส่องสว่างไปทั่วทั้งห้อง ประตูทุกบานล้วนเป็นประตูกระจก มีทั้งห้องส้วม ห้องอาบน้ำประตูเลื่อน และอ่างล้างหน้าที่มีกระจกตั้งตระหง่านอยู่ทางด้านบนยูกินะถอดชุดไปรเวทที่เธอมักจะสวมใส่ไปมหาวิทยาลัยทุกวันออกจากร่างเพรียวงามขาวผ่องแล้วทิ้งลงที่ตะกร้าเสื้อผ้าของเธอ ชุดไปรเวทที่เธอสวมใส่นั้นจะประกอบไปด้วย เสื้อเชิ้ตเข้ารูปแขนยาวสีฟ้าอ่อน เสื้อซับในสีดำ กางเกงยีนส์รัด รูปขายาวสีน้ำเงินเข้มอมดำ ถุงเท้าสีขาวยูกินะนำเข็มขัดเส้นสีดำไปแขวนไว้ที่ข้างๆ ผ้าเช็ดตัว โดยนำส่วนหัวของเข็มขัดที่เป็นรูปทรงกรอบสี่เหลี่ยม ผืนผ้าสีเหลืองทองไปเกี่ยวไว้ที่ตะขอแขวน จากนั้นก็ถอดชุดชั้นในลายลูกไม้สีชมพูออกจากร่างงามแล้วทิ้งลงในตะกร้าเสื้อผ้าใบเดียวกับที่เธอได้ทิ้งชุดไปรเวทเอาไว้ จากนั้นเธอก็เข้าไปในห้องอาบน้ำและเริ่มลงมือชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากเรือนกายขาวผ่องทันทีหลังจากที่อาบน้ำชำระกายเสร็จสิ้น ยูกินะก็หยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดผมสั้นทรงประบ่า ใบหน้างาม และเรือนกายจนแห้งสนิท จากนั้นก็ปกปิดเรือนกายด้วยผ้าเช็ดตัวและค่อยๆ เดินออกจากห้องน้ำไปที่ตู้เสื้อผ้าที่อยู่ชิดติดกับริมบันได แล้วค่อยๆ หยิบชุดชั้นในลายลูกไม้สีขาวออกจากตู้เสื้อผ้า หลังจากที่สวมใส่ชุดชั้นในเสร็จ เธอก็ปลดผ้าเช็ดตัวออกจากเรือนกายแล้วค่อยๆ นำไปแขวนไว้ที่ราวตากข้างๆ ประตูห้องน้ำแบบเลื่อนจากนั้นก็หยิบชุดเสื้อ-กางเกงนอนออกมาจากตู้เสื้อผ้าและสวมทับเข้าไป หลังจากที่จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นและได้เดินมาถึงเตียงนอน ยูกินะก็ค่อยๆ ขึ้นไปนอนบนเตียงอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่เป็นการรบกวนผู้เป็นน้องสาวที่นอนอยู่ข้างๆ หลังจากที่นอนมาได้สักพัก ดวงตาสีน้ำเงินไพลินอันเรียวคมสวยก็ค่อยๆ หรี่ลง และความง่วงก็ได้เข้ามาครอบงำ จนกระทั่งยูกินะก็ได้หลับลงไปในที่สุดองเมียวจิในราชสำนัก พร้อมด้วยศิษย์เอกทั้งสองกับหนึ่งศิษย์รอง และบริวารอีกสองคน ร่วมกันเดินทางออกตามหาคหบดีที่เป็นพ่อแม่ของเด็กมาแทบจะพลิกแผ่นดินแล้ว แต่ก็ยังไม่พบสักที จึงตัดสินใจนำเด็กทารกไปเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิที่พระราชวังเกียวโตเพื่อถามหาพ่อแม่ของเด็กทารก แต่เมื่อได้เห็นสร้อยอัญมณียาซาคานิที่ลำคอของเด็ก พระองค์จึงยืนยันได้ว่า เธอคือบุตรสาวของตนกับพระมเหสี“ข้าขอบใจเจ้ามากนะที่ช่วยชีวิตบุตรสาวข้าไว้ แต่ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่บุตรสาวข้าคนนี้ยังอยู่ในท้องของมเหสี มีมิโกะท่านหนึ่งได้ทักเอาไว้ ว่าบุตรสาวข้าคนนี้ได้ถูกชะตาลิขิตให้เกิดเป็นองเมียวจิฮิเมะ ผู้ที่จะมาช่วยขจัดภัยอันตรายจากนาง พญาอสูรตนหนึ่ง” องค์จักรพรรดิถอนหายใจสักพักก่อนจะกล่าวต่อ “ในอนาคตข้างหน้าบ้านเมืองจะเกิดภัยอันตรายจากนางพญาอสูรตนนั้น และเมื่อถึงตอนนั้น บุตรสาวข้าคนนี้จะเป็นผู้ที่ช่วยกอบกู้บ้านเมืองให้รอดพ้นไปจากภัยอันตรายทั้งปวง...” พระองค์ย่อตัวคุกเข่าลงและก้มกราบองเมียวจิในราชสำนักที่กำลังย่อตัวนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า โดยมีผู้ติดตามทั้ง 5 คนคอยนั่งคุกเข่าอยู่เป็นเพื่อนกับเขาด้วย“พ....พระองค์”“ข้าขอร้องหล่ะท่านองเมียว ในยามที่ภัยอันตรายได้คลืบคลานเข้ามา บุตรสาวข้าคนนี้เท่านั้นที่จะสามารถช่วยบ้าน เมืองให้พ้นภัยไปได้ เพราะงั้น ได้โปรดช่วยรับบุตรสาวข้ามาเป็นศิษย์ และช่วยนำพาบุตรสาวข้าไปสู่การเป็นองเมียวจิผู้เก่งกาจเช่นเดียวกับท่านที”“ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านจักรพรรดิ พวกข้าจะเลี้ยงดูแลบุตรสาวของท่านให้ดีที่สุด ข้าจะฝึกฝนบุตรสาวของท่านให้กลายเป็นองเมียวจิที่เก่งกาจที่สุดเช่นเดียวกับข้าให้ได้ เพราะงั้น ได้โปรดพระองค์ลุกขึ้นยืนเถอะขอรับ”องเมียวจิและเหล่าผู้ติดตามต่างก็รู้สึกตกใจมากที่องค์จักรพรรดิผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประมุขสูงสุดในแผ่นดินนี้เข้ามาก้มกราบวิงวอนขอร้องกับผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ที่ต่ำกว่าอย่างพวกเขา จึงตอบตกลงรับบุตรสาวของพระองค์เข้ามาเป็นศิษย์ หลัง จากนั้น เจ้าหญิงฮิเมรากิก็ได้รับอุปการะเลี้ยงดูพร้อมกับฝึกการเป็นองเมียวจิโดยอาเบะ โนะ เซย์เมย์ องเมียวจิในราชสำนักผู้เป็นเสมือนราชครูนอกวังผู้สอนวิชาความรู้ และได้รับการฝึกการต่อสู้ด้วยอาวุธจากผู้ติดตามทั้ง 5 คนนับแต่นั้นเป็นต้นมาองเมียวจิ คือ นักพรตผู้ใช้เวทย์องเมียวองเมียวจิฮิเมะ คือ นักบวชองเมียวที่เป็นผู้หญิง ซึ่งมีฐานันดรศักดิ์เป็นถึงเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งราชสำนัก