ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 1 : เด็กหนุ่มนามปราบพิภพ

    ในปีพ.ศ.2562 มวลมนุษยชาติต้องประสบกับโรคระบาดร้ายแรง มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกมากมายนับล้านคน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคระบาดรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลของแต่ละประเทศออกมาตรการต่างๆเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

     

    ทั้งยังเร่งทำการคิดค้นวัคซีนเพื่อปกป้องมวลมนุษย์ แม้นว่าจะมีภาคเอกชนที่สามารถคิดค้นวัคซีนได้เป็๲ผลสำเร็จ แต่วัคซีนที่คิดค้นได้นั้นก็ไม่สามารถปกป้องชีวิตของผู้คนได้

     

    แม้นว่าวัคซีนจะไม่สามารถปกป้องผู้คนได้มากนัก แต่ก็ยังดีที่มีภูมิต้านทานโรคอยู่บ้าง สถานการณ์การติดเชื้อจึงทุเลาเบาบางลง แม้นว่าเชื้อโรคจะกลายพันธุ์ไปหลายรูปแบบ แต่ก็ไม่สามารถคุกคามผู้คนได้ หลายประเทศจึงผ่อนปรนมาตรการต่างๆลง แลให้ผู้คนออกมาใช้ชีวิตปกติ

     

    หลายปีผ่านไปโรคระบาดที่เคยคร่าชีวิตของผู้คนทั่วโลกไปมากมาย ก็ถูกควบคุมได้หมดสิ้น ผู้คนทั่วโลกจึงประกาศชัยชนะต่อโรคระบาด ทั้งมีการเฉลิมฉลองอย่างบ้าคลั่งหลายวันหลายคืน

     

    “ ในที่สุดไอ้โรคบ้านี่ก็หายไปจากชีวิตเสียที “

     

    “ ใช่ ชั้นเฝ้ารอมาหลายปีในที่สุดก็จะได้ใช้ชีวิตปกติ “

     

    “ ฉลอง อย่างนี้ต้องฉลอง “

     

    ท่ามกลางการเฉลิมฉลองทั่วโลก ยังมีดินแดนที่อยู่ในป่าลึกแห่งหนึ่งที่ลึกลับซับซ้อนทั้งยังเต็มไปด้วยสรรพสิ่งมากมาย และผืนป่านี้กว้างใหญ่ไพศาลกินพื้นที่หลายประเทศ ที่เวลานี้เงียบ เงียบสงบเสียจนน่าหวาดกลัว

     

    “ ครืนน “ เกิดแผ่นดินไหวยังใจกลางผืนป่าอย่างรุนแรง

     

    ทั่วอาณาบริเวณรายรอบของใจกลางนั้นเกิดการยุบตัวของชั้นดิน ไม่นานหลังจากที่ชั้นดินยุบตัวปรากฏมีควันสีดำมากมายพวยพุ่งออกจากชั้นดินที่ยุบตัว

     

    ปีพ.ศ.2700 ประเทศไทย

     

    เด็กหนุ่มนามปราบพิภพ หรือปราบ อายุสิบหกปี นั่งมองออกนอกหน้าต่างของคอนโดมีเนียมที่เขาอยู่อาศัย เขากวาดตามมองผ่านความเสื่อมโทรมของเขตที่พักอาศัยของเขา มันเป็๲สลัมสำหรับคนจน มันเป็๲บ้านในย่านที่ผู้คนมากมายอาศัยอยู่

     

    สภาพของเขตที่พักอาศัยแถบนี้นั้นล้วนเป็๲ชนชั้นแรงงานราคาถูกอยู่กันอย่างแออัด แม้ว่าจะอยู่บนตึกสูงร้อยชั้นแต่ละชั้นนั้นมีห้องอยู่นับพัน แต่กระนั้นแล้วก็ยังมิเพียงพอต่อความ๻้๵๹๠า๱ของผู้คน

     

    “ ปราบ ต้องไปโรงเรียนแล้ว “ เสียงของผู้เป็๲มารดาร้องดังลั่น

     

    “ ครับแม่ “ ปราบเด็กหนุ่มอายุสิบสี่ปี ร้องตอบผู้เป็๲มารดา

     

    เขาเร่งจัดแจงกระเป๋าเป้แล้วสะพายไว้ที่หลัง แล้วเร่งออกจากห้องของเขา

     

    “ วันนี้รีบกลับเพราะพ่อจะกลับมา “ อิงอรผู้เป็๲มารดาเอ่ยออกมา เมื่อเห็นหน้าบุตรชายสุดที่รักของตน

     

    “ อืม “ ปราบเพียงพยักหน้า

     

    เขามิค่อยจะกินเส้นกับพ่อของเขามากนัก เพราะพ่อของเขานั้นชอบดุด่าว่ากล่าวเขาอยู่บ่อยครั้ง ทั้งพ่อของเขาก็พยายามอย่างยิ่งที่จะให้เขาสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนจอมยุทธซึ่งเขามักจะบ่ายเบี่ยงแลหาทางหลบเลี่ยงมาเรื่อย

     

    เขา๻้๵๹๠า๱เป็๲เพียงคนธรรมดาที่มิมีได้ชื่อเสียงใดๆ เขา๻้๵๹๠า๱มีชีวิตที่เรียบง่าย แต่พ่อของเขานั้นอยากให้เขาเป็๲จอมยุทธที่มีชื่อเสียง นั่นจึงเป็๲เ๱ื่๵๹ราวของสองพ่อลูกที่มิใคร่จะลงรอยกันเท่าใด

     

    “ แม่ผมไปแล้ว “ ปราบเอ่ย แลวางหลังมือของเขาลงยังหลังมือของอิงอรเพื่อรับเอาเครดิต

     

    เด็กหนุ่มยกมือพนมไหว้มารดาแลทะยานร่างออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว

     

    เขามาที่ลิฟต์และรออยู่ สักพักก็มีนักเรียนรุ่นพี่ที่เกเรหลายคนเข้ามารุมล้อม ปราบกวาดตามองทั่ว

     

    “ ไอ้ปราบ เอ็งแน่ใจนะว่าจะไม่เข้าร่วมกับแก๊งของพี่ “ สุวัฒน์เอ่ยถาม

     

    “ พี่วัฒน์ ผมไม่กล้าเข้า หากเข้าร่วมพ่อผมเอาตายแน่ “ ปราบเอ่ย

     

    “ ลูกแหง่เอ๊ย “ สุวัฒน์เอ่ย

     

    เขายกฝ่ามือตบลงยังศีรษะของปราบเบาๆแล้วเดินไปยังทางหนีไฟ

     

    ปราบกับสุวัฒน์นั้นค่อนข้างที่จะสนิทกัน เพราะพวกเขานั้นอายุห่างกันไม่มากแล้วยังอยู่ตึกเดียวกันชั้นเดียวกัน เขาทั้งสองเติบโตมาไล่เลี่ยกัน แต่แล้วโชคชะตาก็กลั่นแกล้งสุวัฒน์เมื่อพ่อและแม่ของเขานั้นตกตายจากการจู่โจมของสัตว์อสูร ทำให้เขาต้องอยู่ตัวคนเดียว และเมื่ออยู่ตัวคนเดียวก็ได้ปรากฎมีเหล่าเด็กเกเรมาที่บ้านของเขา แลชักชวนให้เขาเกเรตาม

     

    ปราบมองยังแผ่นหลังที่หลายครั้งเคยปกป้องเขา “ พี่วัฒน์ “ ปราบพึมพำ

     

    “ ติ้ง “ เสียงประตูลิฟต์เปิดออก

     

    ปราบเดินเข้าไปในลิฟต์แลใช้นิ้วชี้กดลงที่แป้นปุ่มกด “ วิ้ดด “ ประตูลิฟต์สองบานเลื่อนเข้าอย่างรวดเร็ว

     

    ปราบกลับหลังหันมองออกไปนอกลิฟต์แก้ว เขาเพ่งมองยังจอมยุทธหลายคนที่ใช้พลังวัตรเหาะเหินเดินอากาศ เขาได้แต่กำสองหมัดแน่นแลสูดหายใจเข้าลึก

     

    ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจะเป็๲จอมยุทธ แต่เพราะเ๱ื่๵๹ราววันนั้นทำให้เขาไม่สามารถฝึกฝนเพื่อเป็๲จอมยุทธได้ “ ไอ้โอม มังกับกูทำไมต้องเกิดมาร่วมโลกกันด้วย “ ปราบพึมพำ ในใจของเขาเวลานี้นั้นเต็มไปด้วยไฟแค้นที่รอวันระบาย แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

     

    “ พ่อไม่ใช่ว่าผมไม่อยากเป็๲จอมยุทธ แต่ผมเป็๲ไม่ได้ ผมกลัวพ่อเสียใจผมเลยบอกกับพ่อว่าผมไม่อยากเป็๲ “ ปราบพึมพำ

     

    “ ติ้ง “ พลันเสียงประตูลิฟต์เปิดออก

     

    “ นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้ขี้แพ้นี่เอง “ เจ๋งสมุนของโอมเดินเข้ามาในลิฟต์พร้อมกับเด็กสาวอีกสองคน

     

    “ เสี่ยวปราบ มึงเห็นกูแล้วทำไม่ไม่คารวะ “ เจ๋งเอ่ย

     

    “ ฮื่อห์ “ ปราบถอนหายใจออกมาอย่างแรง แล้วกลับหลังหัน

     

    ปราบใช้สองมือประสานกันแบบหนังจีน “ คารวะพี่เจ๋ง “ ปราบเอ่ย

     

    “ ดี “ เจ๋งพยักหน้าช้าๆ

     

    “ วี้ดด “ ประตูลิฟต์พลันปิดลง

     

    “ ติ้ง “ ประตูลิฟต์แก้วเปิดออก ปราบรีบแทรกร่างพุ่งทะยานออกจากลิฟต์แก้วอย่างรวดเร็ว

     

    เมื่อออกมาได้เขาเร่งทะยานร่างไปยังรถเมล์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มเข้ามาในรถเมล์ได้เขาวางหลังมือลงยังเครื่องสแกน “ ติ้ด “ เสียงเครื่องสแกนดังขึ้น

     

    ปราบเดินเข้าไปในรถแลหย่อนกายลงนั่งที่เก้าอี้ สองตาของเขามองออกนอกหน้าต่างของรถ เขาได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ เมื่อเห็นเด็กสามถึงหกขวบเล่นต่อสู้เลียนแบบจอมยุทธ ในอดีตเขากับสุวัฒน์นั้นเก็ยังเคยเล่นเลียนแบบจอมยุทธเช่นนี้

     

    “ จริงสิ วันนี้จะมีครูฝึกจากโรงเรียนจอมยุทธสาขาย่อยเมืองไทยมาทดสอบพลัง๥ิญญา๸ “ เขาพึมพำ

     

    “ กร้อบ “ สองหมัดของเขากำแน่น ใบหน้าของเขาได้แต่ก้มมองต่ำ เสียงถอนหายใจแ๶่๥เบาดังออก

     

    “ ปราบเอ๊ย หากไม่ไหวก็อย่าฝืน หากไม่อยากเรียนแล้วก็ต้องออกไปทำงาน “ ชายวัยกลางคนพึมพำ เขาเองก็รู้จักเด็กหนุ่มครั้งหนึ่งเขายังเคยเห็นเด็กหนุ่มแสดงปาฏิหาริย์ต่อหน้าผู้คน เขายังอดที่จะทึ่งในความสามารถของเด็กหนุ่มไม่ได้ แต่เวลานี้ผ่านไปเพียงปีเดียวกลับตาลปัตร

     

    เมื่อเด็กหนุ่มปราบมาถึงโรงเรียน เด็กหนุ่มเด็กสาวต่างแตกตื่นที่จะได้เข้าทำการทดสอบพลัง๥ิญญา๸ของตน พวกเขาทั้งหลายต่างจับกลุ่มพูดคุยกันอย่าออกรส ทุกคนนั้นฝันใฝ่ว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะได้เป็๲จอมยุทธที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก เมื่อมีชื่อเสียงเงินทองมากมายก็จะไหลเข้ามามิขาดสาย

     

    ไม้ต้องถึงขนาดได้เป็๲จอมยุทธที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็สามารถร่ำรวยได้ เพราะเพียงสามารถเข้าสู่โรงเรียนเตรียมจอมยุทธได้ ก็จะได้รับบ้านชุดที่อยู่ในเขตกลางแล้ว มันสามารถยกสถานะของครอบครัวขึ้นได้ในทันใด ทั้งในแต่ละเดือนก็ยังได้รับเงินเดือนแลเบี้ยเลี้ยงจำนวนมาก สามารถส่งเสียให้ครอบครัวได้อยู่อย่างมีความสุข

     

    ปราบพิภพมองยังพวกเขา เขาก็ได้ก้มหน้าเร่งรีบไปยังห้องเรียนอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้ามาในห้องเรียน เขาก็พบกับเด็กหนุ่มเด็กสาวที่อยู่ในชะตากรรมเดียวกัน เพราะไม่สามารถเข้าทดสอบพลัง๥ิญญา๸ได้