เมื่อเวลาล่วงเลยไปเมฆหมอกหนาครึ้มในใจถังหลี่ก็ค่อยๆ เบาบางลง ความรู้สึกผิด เศร้าเสียใจแปรเปลี่ยนเป็บทเรียนชีวิตชั้นยอด ส่งผลให้เ้าตัวสุขุมขึ้น คิดทำการสิ่งใดล้วนไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ระมัดระวังการกระทำของตนทุกย่างก้าว แม้คนอื่นไม่สามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แต่นั่นไม่ได้รวมถึงองค์รัชทายาทผู้เป็พระเชษฐา เขาเฝ้ามองถังหลี่ค่อยๆ เติบโตอย่างใกล้ชิดจนเกือบจะเปรียบเสมือนบิดาคนที่สองของถังหลี่
“วันนี้เราจะต้องเดินทางเข้าร่วมงานเลี้ยง ตามที่เสด็จพ่อทรงมอบหมายมา เ้าเตรียมตัวพร้อมแล้วหรือไม่” ถังหงเอ่ยถามถังหลี่ซึ่งมานั่งเล่นอยู่ใกล้ๆ ตน
“พร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่”
“ดี ในงานจะมีตัวแทนจากแคว้นต่างๆ เข้าร่วม รักษากิริยามารยาทให้ดี”
ถังหลี่พยักหน้ารับ
“มีเวลาอีกสองชั่วยาม ก่อนจะถึงเวลาเริ่มงาน เ้ามีสิ่งใดต้องทำ ก็ไปตระเตรียมให้เรียบร้อย”
“เช่นนั้นหม่อมฉันขอตัวก่อน”
ถังหงละสายตาจากเอกสารตรงหน้ามามองอนุชาก่อนจะพยักหน้ารับ และหันกลับไปจัดการสิ่งต่างๆ ต่อ
‘เป็เสด็จพี่นี่ช่างเหนื่อยจริงๆ ไม่มีเวลาหยุดพักหรือเที่ยวเล่นเลย ั้แ่ข้าจำความได้เสด็จพี่ก็ล้วนต้องรับผิดชอบสิ่งต่างๆ เช่นนี้ อยู่กับกองเอกสารกองโตตลอด’ ถังหลี่คิดขณะมุ่งหน้ากลับห้องพักเพื่อชำระล้างร่างกายและแต่งกายด้วยชุดใหม่ซึ่งถูกจัดเตรียมอย่างพิถีพิถันจากกรมพิธีการก่อนออกเดินทาง
เมื่อถึงเวลาถังหลี่ในชุดสีดำแถบม่วงได้เดินเข้าไปสมทบองค์รัชทายาทก่อนจะพากันขึ้นรถม้าเดินทางเข้าวังหลวงเพื่อร่วมงานเลี้ยง ใช้เวลาไม่นานทั้งคู่ก็เดินทางมาถึง ขณะลงจาก รถม้ามีขันทีหนุ่มผู้หนึ่งรีบกระวีกระวาดมาต้อนรับและนำทางเข้าสู่โถงจัดงานเลี้ยง
ยามถังหลี่และถังหงเดินมาถึงหน้าประตูห้องโถง ก็ได้ยินเสียงขันทีในภายในห้องโถงะโก้องแจ้งว่า องค์รัชทายาทและองค์ชายห้าแห่งแคว้นถังเสด็จแล้ว ขณะเสียงนั้นสิ้นสุดลงประตูจึงเปิดออก ถังหงเยื้องย่างเข้าไปในงานอย่างองอาจสง่างาม โดยมีถังหลี่ก้าวตามไปติดๆ อยู่ด้านหลัง
่เวลาที่ทั้งสองก้าวเข้าสู่งานเลี้ยงสายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องมาทางพวกเขา ถังหลี่รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะนี่เป็การออกงานครั้งแรกในฐานะตัวแทนแคว้น เขาพยายามไม่เพ่งความสนใจไปยังผู้คนที่จ้องมองมาเพียงเดินตามโดยสายตามองแค่แผ่นหลังของเสด็จพี่เท่านั้น
ไม่นานทั้งคู่ก็เดินมาถึงที่นั่งซึ่งถูกจัดเตรียมไว้ให้อย่างดี อยู่ในระดับรองจากฮ่องเต้แคว้นหยวน แต่เหนือกว่าทุกคนในงาน ถังหลี่นั่งพับเพียบลงใกล้ๆ ถังหง พยายามรักษาท่าทางสุขุมเลียนแบบผู้เป็พี่ หลังจากนั่งลงเรียบร้อยก็กวาดสายตามองผู้คนบริเวณต่างๆ ในงานเลี้ยง แต่แล้วสายตาของเขาก็ต้องชะงักค้างอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับพวกเขาซึ่งตำแหน่งเยื้องต่ำกว่าเล็กน้อย
ดวงตาโตคู่นั้นก็กำลังจ้องมองกลับมายังเขาด้วยสายตาเบิกกว้างเช่นกัน
“นั่นมัน….” ถังหลี่เผลอพึมพำออกมา
“มีอันใดหรือ”
“เสด็จพี่ นั่นคือเด็กที่เคยช่วยเหลือข้าไว้”
“หืม...” ถังหงหันไปมองตามสายตาถังหลี่ มองดูใบหน้าน่ารักน่าชังนั้นก็เกิดความรู้สึกเอ็นดู ก่อนจะกวักมือเรียกขันทีเข้ามาสอบถาม
“นั่นคือผู้ใด”
ขันทีน้อยมองตามสายตาของถังหง ก่อนจะรีบตอบคำถาม
“องค์รัชทายาทหยวนอิง พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้รับคำตอบถังหงก็พยักหน้ารับ ก่อนจะยกมือขึ้นสะบัดเป็เชิงไม่มีอะไรแล้วเ้ากลับไปได้
“เขาเป็ใครหรือเสด็จพี่ เหตุใดสามารถเข้าร่วมงานเลี้ยงได้”
“องค์รัชทายาทแห่งแคว้นหยวน นามหยวนอิง”
“หยวนอิงงั้นรึ” ถังหลี่กระซิบทวนนามนั้นอย่างแ่เบา
หยวนอิงเองก็จ้องกลับไปไม่วางตา เขาดีใจอย่างยิ่งที่ได้พบสหายคนนั้นอีกครั้ง หลังจากแยกย้ายกันวันนั้น เขาก็อยากเจออีกฝ่ายมาโดยตลอด หากแต่โดนคุมเข้มไม่ให้ออกไปไหนใน่นี้ เนื่องจากมีตัวแทนจากหลายแคว้นเข้ามา เสด็จแม่นั้นกลัวจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น จึงมีคำสั่งเด็ดขาดให้เขาอยู่แต่ภายในตำหนักจนกว่าจะผ่านพ้นงานเลี้ยงไปแล้ว
ถังหลี่มองเด็กคนนี้แล้วก็นึกขำ ‘จะจ้องอะไรขนาดนั้น ข้าไม่ได้จะหายไปไหนสักหน่อย’ ถังหลี่คิด ก่อนจะส่งยิ้มละมุนกลับไป
เมื่อหยวนอิงเห็นอีกฝ่ายส่งยิ้มมาให้ ก็ดีอกดีใจ สหายยังจดจำเขาได้ก็ยิ่งเผยยิ้มกว้างกลับไปทันที
ถังหงมองเด็กน้อยหยวนอิงก็ได้แต่ส่ายหัวยิ้มๆ ช่างเป็เด็กที่ใสซื่อไร้พิษภัยเสียจริง