Seen xx Daofhan 18
เดือนแรกของการฝึกงานผ่านไปอย่างเรียบง่าย ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาซีนพาเราสองพี่น้องไปเที่ยวทะเลแน่นอนว่าไปที่ระยอง ฉันจึงถือโอกาสเข้าไปดูงานด้วย โรงแรมที่ทำใหม่ลูกค้าเข้ามาเยอะมากห้องเต็มทุกวัน ที่รีสอร์ทก็เต็ม ฉันดีใจมากจริง ๆ ส่วนที่ดินแถวมหาลัยที่ซื้อไว้ก่อนหน้าตอนนี้กำลังก่อสร้างเสร็จไปเกือบจะแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วอีกไม่นานคงเปิดใช้บริการได้ จากที่มีวันหยุดแลพเราไปเที่ยวกันมาเราทั้งสองคนก็กลับมาฝึกงานต่อในช่วงวันจันทร์ ฉันซื้อขนมมาฝากพี่ ๆ ที่แผนกด้วย หลังจากอยู่ด้วยกันหนึ่งเดือนก็พบว่าพี่ๆ เป็นกันเองมาก และกินเก่งมาด้วย เวลาใครไปไหนมาไหนก็มักจะมีของฝากหรือขนมมาฝากตลอดเลยเลยล่ะ
“โห ไปไหนกันมาทำไมขนมเต็มไม้เต็มมือแบบนั้น” พี่ต้นน้ำเดินมาเจอฉันและซีนที่หน้าบริษัทถึงกับเอ่ยถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นซีนหอบหิ้วถุงพะรุงพะรัง
“ไประยองมาค่ะ เลยซื้อมาฝากพี่ ๆ ”
“ดีจัง ขอบใจนะ ไป ๆ เข้าข้างในกันเถอะ” พี่ต้นน้ำเดินนำเข้าไปด้านใน ระหว่างที่กำลังรอลิฟต์ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งขยับมายืนข้าง ๆ ซีนและชวนคุย ซีนน่ะเหรอตอบบ้างไม่ตอบบ้าง แสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากคุยกับผู้หญิงคนนั้น
“แกกินข้าวหรือยังดาวฝัน” พี่ต้นถาม ตอนนี้กำลังรอลิฟต์กันอยู่เลยไม่รู้เมื่อไหร่ลิฟต์จะมา สงสารซีนที่ต้องถือของหนักๆ และโดนผู้หญิงเต๊าะ
“ยังเลยค่ะพี่”
“พี่จะสั่งเอาอะไรไหม พวกนั้นมันก็ฝากสั่งเหมือนกัน”
“เอาค่ะ ๆ เอากะเพราะทะเลไข่เจียว”
“ซีนเอาไร”
“เอาเหมือนดาวฝันครับพี่”
“ซีนชอบกินไข่เจียวใช่ไหมคะ? เฟื่องดูสตรีมเกมซีนทุกคลิปเลยนะ” ผู้หญิงคนนั้นชื่อเฟื่องเหรอฉันเองก็เพิ่งรู้
“ขอบคุณครับ” ซีนเอาจะเป็นมิตรกับแฟนคลับเขาทุกคน ยกเว้นเสียแต่คนที่เข้าหาโดยมีวัตุประสงค์อย่างอื่นที่ไม่ใช่ฐานะแฟนคลับ อย่างเช่นเฟื่อง ฉันรู้ว่าเธอเข้าหาซีนแบบนี้ตั้งแต่เริ่มฝึกงานแล้วล่ะ เธอชอบเอาขนมเอาอะไรต่อมิอะไรมาให้ซีนจนพี่แผนกแซวกัน
“เที่ยงนี้เรา...”
“ขอโทษครับ ขอทางหน่อย” เขาเอ่ยเสียงเข้มเมื่อลิฟต์เปิดและฉันเดินเข้าไปในลิฟต์พร้อมกับพี่ต้นน้ำ ซีนเดินตามเข้ามายืนเบียดฉันทั้งที่พื้นที่ข้าง ๆ ก็ยังว่าง อยากโมโหจัง แต่คิดไปคิดมาเริ่มสงสารคนชื่อเฟื่องนั่นมากกว่า ซีนแสดงออกชัดเจนขนาดนี้แล้วนะเธอยังมีความกล้ามากเลยนะถึงได้ขยับไปยืนเบียดซีนแบบนั้น
“ตกลงนะคะ เราไปกินข้าวด้วยกันนะ”
“คงไม่ได้ครับน้องเพราะวันนี้พี่จะพาทีมไปเลี้ยง” พี่ต้นน้ำเป็นฝ่ายช่วยซีนในสถานการณ์แบบนี้
“อ้าวเหรอคะ? งั้นครั้งหน้าก็ได้ค่ะ” ปากตอบพี่ต้นน้ำแต่ไม่รู้ทำไมสายตาเธอจึงมองฉันแบบนั้น เธอไม่ชอบใจหรือไม่พอใจอะไรฉันหรือเปล่า ฉันไม่ได้คุยอะไรกับใครต่อนอกเสียจากตั้งใจรอเวลาลิฟต์เปิด
“น้องดาวฝันพี่อุ่นคิดถึง...” พี่อุ่นตะโกนต้อนรับทันทีทั้งที่ขาฉันเพิ่งก้าวเข้าไปในโซนของแผนก
“ใจเย็นมึง ดูหน้าแฟนน้องด้วย” พี่ต้นน้ำหัวเราะ ใช่แล้วค่ะ พี่ ๆ รู้แล้วว่าฉันและซีนเป็นแฟนกัน แต่เราก็ไม่ได้ทำอะไรที่ดูไม่ดีเลยนะ ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดแค่นั้น มีบ้างเวลาที่เราว่างจริงๆ เขาจะเอาเก้าอี้มานั่งมองฉันทำงาน
“เป็นอะไรกันวะทำไมหน้านิ่งกันจัง พี่หยอกเล่นนะเว้ยไม่ต้องโมโห” พี่อุ่นรีบอธิบาย
“ไม่ใช่ครับพี่ เมื่อกี้มีคนมาเกาะแกะ ผมไม่ชอบเลย”
“มึงหล่อเกินไปไงซีน ไป ๆ เปิดคอมกันก่อน” พี่อุ่นบอกเสียงจริงจัง เปลี่ยนโหมดโดยเร็ว ฉันเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ พี่ไข่ ซีนก็เดินตามมาพร้อมกับวางขนมลงบนโต๊ะ
“พี่ ๆ คะ หนูซื้อขนมมาฝาก มากินได้เลยนะ”
“แต้งกิ้วมากน้องรัก”
“ขอบใจนะ เดี๋ยวเปิดคอมก่อนจะไปกิน”
“มีของเราไหมดาวฝัน” กั๊กตะโกนกลับมาถาม
“มี ๆ กั๊กมาเอาด้วยนะ”
“เดี๋ยวเราไปเอา...”
“มึงหยุดเลยกั๊ก งานที่ให้ยังไม่เสร็จมึงกลับมา” พี่หมูล็อคคอกั๊กไว้จากนั้นก็ลากกลับไปนั่งทำงาน เป็นแบบนี้ประจำพวกเขาแค่แกล้งกันเล่นนั่นแหละ เป็นกันเองมาก ๆ
“เอากาแฟหรือเปล่า” ซีนถาม มือก็ยื่นกุญแจรถมาให้ นี่แหละที่ทำให้พี่ ๆ รู้ว่าเราเป็นแฟนกัน เพราะวันที่สามของการมาฝึกงานซีนยื่นกุญแจรถมาให้ฉันเก็บ พี่ ๆ เลยถามว่าทำไมได้ฝากกุญแจรถกันแบบนี้ เราที่ไม่จำเป็นต้องปิดอะไรอยู่แล้วเลยเลือกที่จะบอกไปตามตรงว่าเราเป็นแฟนกันฝากกุญแจกันแบบนี้จนกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว
“ยัง รอกินข้าวก่อน ทำหน้าให้ดี ๆ ได้ไหมเนี่ย” ฉันมองอีกฝ่ายดุ ๆ ซีนยู่หน้างอแงอย่างกับเด็กน้อยเลยอาการของเขาแบบนี้
“เราไม่ชอบเลย เขาทักมาตลอดไนท์ก็เห็น”
“ก็เห็น แต่ก็บล็อกไปสิถ้าไม่อยากคุย” ฉันเสนอ แต่ฉันรู้ว่าเขาบล็อกไปหลายครั้งแล้วแต่อีกฝ่ายก็ขยันสมัครไอดีใหม่แล้วแอดมาเหมือนกัน จนตอนนี้ซีนเริ่มจะโมโหแล้วเหมือนกัน
“ซีน ๆ ไปดูคอมให้ประชาสัมพันธ์หน่อยบอกเป็นไรไม่รู้จู่ ๆ ก็ดับ”
“ครับพี่”
“ดาวฝัน เอาเอกสารไปให้ฝ่ายจัดการหน่อยนะ”
“ค่าพี่”
ฉันกับซีนเดินแยกกันไปคนละทาง เพื่อทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
ช่วงบ่ายของหลายวันถัดมาพี่ต้นน้ำเข้าประชุมเกี่ยวกับงานเลี้ยงที่จะจัดขึ้นในช่วงสิ้นปีที่จะถึงนี้ ซีนไม่มีงานอะไรเขาก็มานั่งข้าง ๆ ดูเพื่อนเขาเล่นเกม ส่วนฉันเช็คดูรายการอุปกรณ์ที่พี่ไข่ลิสมาเพื่อที่จะได้เช็คว่ายังใช้ได้อยู่หรือเปล่า คาดว่าคงเป็นวันนี้ตอนเย็นที่จะช่วยกันดู
“ไม่สบายเหรอ?” ฉันหันกลับมาถามคนที่นั่งข้าง ๆ ที่ขยับมานั่งจนชิด ไหนจะท่าทีออดอ้อนนั่น ปกติไม่ทำแบบนี้ข้างนอกแน่ ๆ เขาให้เกียรติฉันจะตายไปไม่มีทางทำให้คนอื่นมองไม่ดีหรอก
“น่าจะ” อีกฝ่ายตอบเสียงอู้อี้ ฉันยื่นหลังมือไปทาบทับหน้าผาก ไอร้อนที่สัมผัสได้ทำให้ตกใจไม่น้อย พอได้สติก็เอายาที่มีอยู่ติดกระเป๋าให้เขากิน
“ตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อเช้าเลยเหรอ?” ฉันถามด้วยความเป็นห่วง เพราะเขาดูหงุดหงิดและเงียบตั้งแต่เช้าแล้วนึกว่าแค่ไม่พอใจผู้หญิงคนนั้นแต่กลายเป็นว่าเขาไม่สบายแทน
“ไม่รู้ แต่มันหนักขึ้นตอนไปกินข้าว”
“งั้นก็นอนพักไปก่อนนะ”
“ลูบผมให้ด้วย” คนไม่สบายบอกอย่างงอแง ฉันไม่ตอบแต่ยอมยื่นมือไปลูบผมให้อีกฝ่ายเบา ๆ บทจะป่วยก็งอแงเป็นเด็กเลยนะ
“เขินอะ พี่มองพวกแกแล้วเขิน” พี่ไข่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอียงหน้าเข้ามากระซิบบอกพร้อมกับใบหน้าเขินอาย พี่คนอื่นก็มองยิ้ม ๆ แต่ไม่ได้แซวอะไรให้เขินไปมากกว่านี้ แค่นี้ฉันก็เขินหนักมากแล้วนะ อย่าเพิ่งให้ฉันเขินไปมากกว่านี้เลยค่ะ เดี๋ยวจะหายใจไม่ทันเสียเปล่า ๆ
“เธอครับ”
“หือ?”
“หนาว” คนไม่สบายบอกน้ำเสียงงอแงอีกครั้งหลังจากที่เงียบไปสักพักใหญ่ทั้งยังขยับมานั่งจนชิดร่างฉัน พี่ไข่เหลือบตามองยิ้ม ๆ แต่ไม่ได้เอ่ยแซวอะไรกลับมา ฉันยื่นมือไปดึงผ้าห่มผืนเล็กที่คลุมเก้าอี้ตัวเองอยู่มาคลุมให้กับคนไม่สบาย ที่มีผ้าห่มไว้เป็นเพราะว่าภายในแผนกเรามีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เยอะจึงต้องเปิดแอร์ที่อุณหภูมิต่ำกว่าปกติ ภายในห้องก็เลยไม่ต่างจากขั้วโลกเหนือ ประโยคสุดท้ายพี่ไข่พูดเองนะฉันไม่ได้พูด
“ทุกคน เย็นนี้ไม่ต้องเช็คอุปกรณ์แล้วนะ แต่ละแผนกจะเช็คแล้วส่งข้อมูลมาให้เราเอง” พี่ต้นน้ำเดินเข้ามาใกล้และรีบเอ่ยบอกพวกเราทุกคน
“ค่า//ครับ” เราที่เหลือขานรับพี่ต้นน้ำทันทีน้ำเสียงพี่ๆ เต็มไปด้วยความดีใจที่แทบจะไม่มิดเลยล่ะ ดีเหมือนกันจะได้รีบพาซีนกลับบ้าน ยังดีที่ว่างานของเขาตอนนี้ไม่มีแล้วฉันเลยไม่ต้องรีบปลุกเขาขึ้นมาทำงานต่อ
“แล้วงานเลี้ยงสิ้นปียังไงพี่ต้น” พี่อุ่นเป็นหน่วยกล้าถามในวันนี้
“จัดวันที่ 28 ธันวา เดี๋ยวแจ้งร้านอีกทีแล้วก็ร่วมจับสลากด้วยกันคนละไม่เกินสามร้อย”
“แต่แผนกเราคุณฟองบอกจะนัดพิเศษอยู่ไม่รู้ยังไง รอคุณเลขามาแจ้งอีกที”
“ครับพี่ ตื่นเต้นอะ อยากรู้รางวัลใหญ่คืออะไร ตั้งแต่อยู่มาสี่ปีผมไม่เคยได้เลยอะ” พี่หมูบอก มือก็ยกแก้วกาแฟขึ้นดูด แผนกอื่นทำงานหรือสร้างสัมพันธ์กันยังไงฉันไม่รู้หรอกนะ แต่รู้เพียงแค่ว่าแผนกที่ฉันอยู่พี่ ๆ ดีมาก ไม่มีแบ่งฝ่าย มีไม่คำดุ แต่สอนงานหรืออธิบายให้เราฟังในส่วนที่เราไม่เข้าใจและสอนงานอื่นนอกเหนือจากนี้
“ดาวฝัน กางเกงตัวนี้สวยไหม?” พี่ไข่นั่งอยู่ข้าง ๆ ยื่นหน้าจอโทรศัพท์มาให้ดู มีรูปกางเกงยีนตัวโคร่งแต่ช่วงต้นขายาวจนถึงท่อนขาด้านล่างขาเป็นเส้นริ้ว ๆ ที่มองยังไงก็เปิดเผยมาก แต่ว่ามันสวยนะ สวยดี
“สวยจังพี่ไข่” ฉันอยากได้สักตัวจัง
“ใช่ไหม พี่ว่าจะสั่ง มันหนึ่งแถมหนึ่งเรามาหารกันปะ?” พี่ไข่มองอย่างมีความหวัง แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ฉันอยากได้ จึงไม่รอช้าที่จะตกลง
“ได้ค่ะ หนูขอดูไซส์ด้วยสิ”
“มา ๆ มาดูด้วยกัน” พอได้จมดิ่งอยู่กับการดูกางเกง ฉันก็ยิ้มกริ่มอย่างมีความสุข นาน ๆ จะมีของที่อยากได้นี่นา ปกติฉันไม่ค่อยชอบดูหรอก เพราะในหัวเอาแต่คิดเรื่องงานตัวเอง หลัง ๆ มานี่แหละถึงได้ดูนั่นดูนี่และมีของที่อยากได้บ้าง
“พรุ่งนี้หยุดนี่นา” อ้อ อีกอย่างที่นี่ดีมาก ฉันชอบที่สุดเห็นจะเป็นวันหยุดนี่แหละ หยุดเสาร์และอาทิตย์ ฉันแฮปปี้มาก
“ใช่ค่ะ ทำไมเหรอ?”
“เปล่า ๆ เอาละพี่สั่งแล้ว น่าจะได้ของวันอังคาร”
“ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวหนูโอนให้เลยนะคะเดี๋ยวหนูลืม” ฉันบอกพี่ไข่พร้อมกับยิ้มเขิน เรานั่งดูของออนไลน์ไปเพลิน ๆ รู้ตัวอีกทีก็ถึงเวลาเลิกงาน ระหว่างที่พี่ ๆ เก็บของปิดอุปกรณเครื่องใช้ ฉันก็ปิดคอมฯ ตัวเองจากนั้นก็เดินไปดูคอมฯ ของซีนบันทึกงานทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อยถึงได้ปิดคอมฯ และเดินกลับมาปลุกคนที่หลับ
“พี่กลับก่อนละนะ เจอกันวันจันทร์”
“สวัสดีค่ะพี่” ฉันลาพี่ ๆ มือก็ลูบที่แก้มซีนเบา ๆ ตัวร้อนมากเลย เมื่อวานก็ยังดี ๆ อยู่ไม่คิดว่าจะป่วยแบบนี้
“ซีน ซีนคะตื่นก่อนเร็ว” เอ่ยเรียกอีกฝ่ายเสียงนุ่ม มือก็สะกิดแก้มคนป่วยอย่างเอ็นดู
“อือ ตื่นแล้วครับ”
“กลับบ้านกันนะ” เอ่ยชวน มือก็หยิบกระเป๋าตัวเองมาถือไว้ ซีนนั่งดึงสติตัวเองสักพักก่อนจะพับผ้าห่มและถือไว้จากนั้นก็ยื่นมือมาถือกระเป๋าสะพายให้ฉันอย่างที่เคยทำ เขารวบของไปไว้ที่มือข้างเดียวส่วนมืออีกข้างก็ยื่นมาจับมือฉันไว้แน่น จากนั้นเราทั้งสองถึงได้เดินออกจากแผนก พี่หมูกับกั๊กยังอยู่ต่อก่อนออกมาก็ไม่ลืมเอ่ยลาทั้งสอง เราสองคนยืนรอลิฟต์ไม่นานลิฟต์ก็เปิดออก ด้านในมีเพียงคุณฟองเจ้านายของเราและแฟนของเขา แต่ด้วยความที่เป็นเจ้านายฉันเลยไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปในลิฟต์
“ซีน...” ฉันเอ่ยเรียกคนป่วยเบา ๆ เมื่อเขาดึงมือให้เข้าไปในลิฟต์ แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่สนใจเลย ทันทีที่เดินเข้าไป ฉันก็รีบปิดลิฟต์ตั้งใจจะทักทายคนเป็นเจ้านายแต่เพราะประโยคของแฟนคุณฟองที่เอ่ยทักซีนทำให้ฉันถึงกับงะชักไป
“ไม่สบายเหรอ?”
“ครับ”
“เล่นเกมเกินไปหรือยังไง?” น้ำเสียงที่เอ่ยถามออกมานั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยจนฉันเองยังรับรู้ได้
“ผมเปล่านะ พี่อย่ากล่าวหาผมสิ ผมฟ้องพี่สะใภ้นะ”
“หึ เด็กน้อย แล้วย้ายไปอยู่กับแฟนนี่ยังไง ยังไม่ได้คุยกันเลยนะบังคับน้องหรือเปล่า” แฟนคุณฟองเอ่ยคุยกับซีนท้ายประโยคเขามองฉันด้วยสายตาเอ็นดู เหมือนกำลังถูกพี่ชายดุทางอ้อมแบบนั้นเลย
“ปะ เปล่าค่ะ” ฉันรีบเอ่ยปฏิเสธ จนคุณฟองหลุดขำเสียงเบา ฮื่อ นี่อะไรกัน พวกเขารู้จักกันเหรอหรือยังไง ฉันเกร็งไปหมดแล้วนะ
“ป่วยจริงไหมเนี่ย?” คุณฟองถามซีน
“นิดหน่อยครับ อยากอ้อนแฟนมากกว่า” ซีนบอกพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่ดูยังไงก็เป็นรอยยิ้มที่ฝืนไม่น้อย ไม่ป่วยมากอะไรล่ะทั้งตัวร้อนไหนจะยืนไม่ตรงอีก น่าตีนักเชียว
====
แงงง ชอบเวลาซีนอยู่กับพี่่ซีมากๆเลย น่ารักน่าตีมากจริงๆ