ทำไงดีทำไมปากถึงพูดออกไปไม่ได้ละเนี่ย ธามเอ๊ย!ธาม! เื่แค่นี้ทำไมพูดไม่ออกวะ ธามยังคงยืนบ่นตัวเองอยู่ในใจ
“จะขอ ธามจะขออะไรฉันเหรอ”
เดย์ที่ก็ยืน ทั้งลุ้นทั้งงง และรออยู่ว่าธามอยากจะขออะไรจากตัวเอง ส่วนธามที่ตอนนี้ได้พยายามรวบรวมแรงสุดพลังเพื่อที่จะพูดในสิ่งที่อยากจะขอเดย์ออกมา เอาวะ!
“คือสิ่งที่เราอยากจะขอเดย์ คือ...ขอเบอร์มือถือของเดย์และก็ขอไลน์ได้ไหม”
ในที่สุดธามก็พูดออกมาจนได้ซึ่งธามรับรู้ได้เลยว่าตอนนี้เหงื่อได้แตกท่วมตัวธามไปหมดแล้ว และใช่เื่แค่นี้เองแค่อยากจะขอเบอร์มือถือกับขอไลน์ของเดย์
แต่ที่ธามพูดออกมาไม่ได้อาจจะเป็เพราะธามไม่ค่อยได้ขอเบอร์หรือไลน์จากใครนอกจากเพื่อนที่โรงเรียน แต่จะพูดอย่างนั้นก็เหอะ เดย์เองก็เป็เพื่อนที่โรงเรียนเหมือนกัน
ธามรู้สึกว่าการจะขออะไรแบบนี้กับเดย์มันเป็อะไรที่ยากมากๆ พอคิดได้แบบนี้ธามก็ค่อนข้างมั่นใจกับความรู้สึกของตัวเองแล้ว
ก่อนหน้านี้ตลอดเวลาที่โรงเรียนั้แ่มอ.4 ธามจะชอบแอบมองเดย์อยู่บ่อยๆแต่ไม่มีใครรู้ และธามเองก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะคิดอะไร
จนกระทั่งได้เริ่มคุยกับเดย์มากขึ้นธามก็รู้สึกว่าใจมันเต้นแต่ต้องเก็บทรงเอาไว้ ถ้าจะพูดออกมาเป็ความรู้สึกธามคิดว่าตัวเองกำลังแอบชอบเดย์อยู่
แต่ด้วยความที่ไม่เคยมีแฟนไม่เคยคุยกับใครและไม่เคยจีบใครมาก่อนเลย มันทำให้ธามเริ่มไม่ถูกว่าควรจะต้องทำยังไงดี ควรเริ่มจากตรงไหนก่อนดี พูดง่ายๆก็คือ จะจีบเดย์ยังไงดีวะ จะขอคำปรึกษาจากใครก็ไม่กล้า
และการมาทำงานพาร์ทไทม์ก็เป็ขั้นแรก ที่ธามคิดว่าน่าจะเป็จุดเริ่มต้นที่ดี เพราะธามเองก็จะได้เจอเดย์บ่อยขึ้นและเดย์ก็จะได้รู้จักธามมากขึ้นด้วย ธามเองก็คิดว่าถ้าจู่ๆเดินไปสารภาพว่าชอบเดย์ น่าจะโดนเดย์ปฏิเสธั้แ่ยังไม่เริ่มจีบเลยด้วยซ้ำมั้ง
แต่ถึงตอนนี้ก็จะแสดงออกไปมากไม่ได้ คิดว่าค่อยๆเป็ค่อยๆไปน่าจะดีกว่า แต่เอาเข้าจริงธามก็แอบคิดอยู่ว่ามันยากมากเลยนะที่จะเก็บความรู้สึกไว้อะ ยิ่งอยู่ใกล้มันยิ่งอยากจะแสดงออกอยากบอกให้รู้ ธามก็กลัวใจตัวเองอยู่เหมือนกันกลัวว่าจะหลุดปากออกไปก่อนถึงเวลาที่สมควร
“โธ่เอ๊ย ฉันก็นึกว่าจะขออะไรที่แท้ก็จะขอเบอร์กับไลน์นี่เอง ได้สิ เอามือถือธามมาเดี๋ยวฉันจะกดเบอร์โทรออกให้ ฉันจะได้มีเบอร์ของธามด้วยเผื่อมีอะไรฉุกเฉิน จะได้โทรติดต่อได้เลย และก็เดี๋ยวฉันแอดไลน์ไว้ให้นะ”
สำหรับเดย์ที่ยืนรอฟังอยู่ก็คิดในใจว่านึกว่าจะมีอะไรขอแค่นี้เองไม่เห็นต้องเกรงใจอะไรเลย เดย์ยื่นมือไปรับมือถือของธามที่ปลดล็อคหน้าจอให้แล้ว
“เอ่อ...ว่าแต่มีอะไรที่เป็ความลับส่วนตัวไหม ถ้ามีฉันจะได้ไม่กดเข้าไปในไลน์” เดย์นึกเื่ความเป็ส่วนตัวขึ้นได้เลยต้องถามธามก่อน
“อ๋อๆ ไม่มีตามสบายเลยเดย์” ธามรีบยกมือปฏิเสธว่าไม่มีอะไรที่เป็ความลับและอนุญาตให้เดย์ทำต่อได้
เดย์เห็นว่าธามอนุญาตแล้ว จึงกดเข้าไปในไลน์ในมือถือของธามและแอดไอดีของตัวเอ งกดแชทและส่งสติกเกอร์ไลน์ออกไป จากนั้นก็กดเบอร์โทรของตัวเองโทรออกมา พอได้ยินเสียงมือถือของเดย์ดังขึ้นเดย์ก็กดวางสายและยื่นมือถือส่งคืนให้กับธาม
ธามรีบรับกลับมาและบันทึกชื่อเบอร์โทรของเดย์ทันที โดยที่ธามบัมทึกชื่อเดย์ไว้ว่า MY DAY โอยพ่อคุณเอ๊ยถ้าเ้าของชื่อเค้ามาเห็นเค้าจะรู้สึกยังไงนะ ส่วนเดย์ก็หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาบีนทึกชื่อธามไว้ว่า TIME แค่นั่นแหละแล้วเก็บมือถือลงกระเป่ากางเกงเหมือนเดิม
“ขอบใจนะ แล้ววันนี้ใครมารับเดย์เหรอ”
“พ่อน่ะ แต่สงสัยวันนี้รถติดอีกแล้วละมั้งแลยมารับช้า” เดย์ตอบไปก็มองหารถพ่อไปแต่ก็ยังไม่เห็นเลย ซึ่งปกติแล้วพ่อค่อนข้างจะมารับตรงเวลา ไม่ก็ช้าไปมาเกิน10นาที แต่วันนี้ทำไมนานจัง
“แล้วธามละกลับยังไง” เดย์ก็พึ่งนึกขึ้นได้เพราะยังไม่เห็นมีมใครมารอรับธามเลย
“คือเราขับรถมาทำงานเองน่ะ”
ธามตอบพร้อมชี้ไปที่รถยนต์สี่ประตูสีดำที่จอดอยู่ถัดจากตรงที่ทั้งสองยืนอยู่ไปสองคัน
“อ๋อ คันนั้นเหรอ ธามเก่งแหะขับรถมาเองได้ด้วยฉันนะยังขับรถไม่เป็เลย เวลาจะไปไหนก็ต้องรบกวนให้ที่บ้านไปส่งไปรับตลอด”
เดย์แอบคิดอยู่ในใจว่าเดี๋ยวคงต้องให้พี่ฮาวสอนขับมั้งดีกว่าจะได้ขับรถเป็แบบคนอื่นบ้าง
“ให้เราสอนให้ไหมละ เราสอนให้ฟรีเลย”
ธามพูดออกไปอย่างไว ในใจก็ก็แอบชมตัวเองอยู่เหมือนกันนะที่กล้าพูดอันนี้ แต่กลับได้สีหน้าประหลาดใจจากเดย์ตอบมามากกว่า ประหลาดใจไปทางแบบว่า อย่าสอนเลย
“ขอบใจนะ แต่ฉันยังไม่กล้าขับเท่าไหร่หลอกกลัวทำคนอื่นเดือนร้อน แต่ถ้ามีโอกาสแล้วอยากขับรถเป็เมื่อไหร่จะลองให้ธามสอนให้ก็แล้วกัน”
คำพูดของเดย์ที่พูดออกมา ไม่รู้ว่าเดย์จะรู้ตัวบ้างไหมนะว่ากำลังทำให้หัวใจของใครบางคนพองจนจะแตกอยู่ในอกแล้ว
ธามรู้สึกตัวเองกำลังยิ้มจนเกินเบอร์ไป แต่ก็พยายามหุบยิ้มอยู่นะ ทว่าร่างกายมันดันฟังหัวใจมากกว่า เพราะสั่งให้หุบยิ้มยังไงก็หุบไม่ลงสักที
“ถ้าจำไม่ผิดบ้านเดย์น่าจะอยู่ใกล้ๆโรงเรียนใช่ไหม”
จู่ๆธามก็นึกอะไรบางอย่างได้ ธามจำได้ว่าเดย์เดินมาโรงเรียนและเดินกลับบ้านก็เลยเดาได้ว่าบ้านเดย์น่าจะอยู่ใกล้โรงเรียน ส่วนบ้านธามเองก็อยู่ไม่ไกลโรงเรียนเหมือนกัน
“ใช่ๆ”
“บ้านเราก็อยู่ไม่ไกลโรงเรียนเหมือนกัน ถ้างั้นติดรถเรามาไหม เพราะยังไงเราก็ต้องมาทำงานเหมือนกันทุกวันอยู่แล้ว”
ธามได้จังหวะรีบเสนอตัวใหญ่ จะว่ามีแผนก็ได้นะแต่ไหนๆก็ไหนๆแล้วมันได้เวลาที่ต้องเดินหน้าต่อแล้วละ จะมาแ่ไม่ได้ อย่าแ่เว้ยไอ้ธาม
ธามมคิดอย่างปลุกระดมความกล้าของตัวเอง แต่คนที่จู่ๆก็มีคนมาเสนอตัวไปรับไปส่งบ้านเนี่ย กลับทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะต้องตอบยังไง ในใจแว็บแรกก็จะปฏิเสธแต่ทำไมอีกใจก็บอกว่าอย่าปฏิเสธ
“เออ...” แล้วฉันจะตอบยังไงดีวะ เนี่ย
“กริ๊งๆ กริ๊งๆ”
์โปรด เสียงมือถือเดย์ดังขึ้น ทำให้เดย์ต้องหันมาสนใจมือถือก่อนว่าใครโทรมา พลางคิดว่า ขอรับสายก่อนแล้วกันและค่อยหันไปตอบธามอีกที
“ฮัลโหลค่ะพ่อ”
“อ๋อๆ ได้ค่ะพ่อ ไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวหนูนั่งรถกลับได้ค่ะ”
ธามหูผึ่งทันที แต่รอให้เดย์วางสายก่อนแล้วค่อยถาม ดีกว่า เพราะตอนนี้ธามเริ่มมีความคิดอะไรดีๆขึ้นมาในหัวแล้ว
“มีอะไรเหรอเดย์”
“คือพ่อฉันโทรมาน่ะ พ่อบอกว่ารถที่บ้านสตาร์ทไม่ติดส่วนอีกคนนึงพี่ฮาวเอาไปใช้ ก็เลยทำให้มารับไม่ได้ สงสัยวันนี้ฉันต้องนั่งรถประจำทางกลับบ้านแล้วแหละ”
พอได้ยินเดย์พูดเท่านั่นแหละ ธามเอ๊ย โอกาสมาแล้วอย่าปล่อยให้หลุดมือไปได้นะ และไวเท่าความคิดธามก็รีบเสนอตัวไปส่งเดย์ทันที
“งั้นให้เราไปส่งนะ”
“จะดีเหรอ ฉันเกรงใจน่ะ”
เดย์ไม่ได้กลัวอะไรนะ แต่รู้สึกเกรงใจจริงๆ เพราะถึงธามจะบอกว่าบ้านอยู่ใกล้โรงเรียนแต่ใกล้ของธามนี้ขนาดไหนนะ
“ไม่ต้องเกรงใจหลอกนี่ก็เย็นมากแล้วด้วย ไปเหอะ นะ”
ธามพูดจบก็ไม่ได้รอคำตอบจากเดย์ ธามเดินเข้าไปหยิบกระเป๋าเป้จากมือเดย์มาถือแทนแล้วเดินนำไปที่รถของตัวเอง
ส่วนเดย์ได้แต่ยืนลังเล อยู่ว่าจะไปหรือไม่ไป แต่ก็ยอมเดินตามธามไปที่รถและคิดในใจว่าก็ยังดีว่านั่งรถกลับบ้านเองมั้ง
ธามเดินไปเปิดประตูฝั่งคนนั่งข้างคนขับแล้ววางกระเป๋าเป้เดย์ไว้บนเบาะ จากนั้นธามก็เดินมาฝั่งคนขับโดยเปิดประตูฝั่งเดย์ค้างไว้
“ปักหมุดไปบ้านเดย์ให้หน่อย”
ธามยืนมือถือของตัวเองไปให้เดย์เพื่อเปิด GPSและปักหมุดเตรียมตัวเดินทางไปบ้านเดย์
“เรียบร้อย ไปตามหมุดได้เลยนะ น่าจะไม่หลงเว้นแต่ว่าฉันปักหมุดผิด”
“ถ้าหลง ก็จะไปส่งทิ้งอยู่หน้าโรงเรียนละกัน”
ธามแกล้งหยอกเดย์แต่ดันได้สายตาค้อนจากเดย์มาแทน ธามหลุดขำเบาๆให้กับค้อนวงที่เดย์ส่งมาให้พร้อมสตาร์ทรถออกเดินทางซึ่งจุดหมายปลายทางก็คือบ้านเดย์นั่นเอง
ธามรู้ตัวเลยว่ากำลังขับรถด้วยความเร็วที่ช้ากว่าปกติที่เค้าเคยขับมาก ก็ไม่อยากให้ถึงปลายทางเร็วๆอะเนอะ สี่แยกไฟแดงปกติของธามก็คือต้องเหยียบให้ผ่านอย่าได้ติดไฟแดงเชียว
แต่สำหรับวันนี้พ่อคุณเค้ายอมติดมันทุกไฟแดงไปเลย มีกี่ไฟแดงต้องติดให้หมดใครอยากแซงก็ไปได้แซงเลยวันนี้ยอม
และระหว่างทางทั้งสองก็พากันคุยเื่นู่นนี่นั่น ไม่ว่าจะเป็เื่ที่โรงเรียน เื่เพื่อน เื่แผนการเรียนในอนาคต เื่การทำงานพาร์ทไทม์ ก็คือคุยสัพเพเหระไปเรื่อยตลอดทาง
ยกเว้นเื่มีแฟนหรือยัง และวันนี้ทั้งเดย์และธามก็รู้สึกเหมือนกันว่าได้รู้จักอีกคนมากขึ้นทั้งที่อยู่โรงเรียนเดียวกันมาหลายปีแต่ยังไม่เคยได้มีโอกาสได้คุยกันเป็กิจจะลักษณะเหมือนวันนี้เลย
สำหรับธามเค้ามีความรู้สึกดีๆให้กับเดย์มาตั้งนานแล้ว ยิ่งวันนี้ได้เห็นมุมมองใหม่ๆจากเดย์ ความรู้สึกสบายๆความคุยอย่างเป็กันเอง แนวทางความคิดหรือจะทุกๆอย่างที่เดย์แสดงออกมา ธามรู้สึกได้อย่างเดียวเลยว่า ทำไมน่ารักจัง อยากคบกับคนๆนี้ โลกคงสดใสน่าดูเลยถ้ามีเดย์เข้ามาในชีวิต ทำยังไงดีนะ
ในขณะที่สาวน้อยเดย์ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่า ธามก็เป็คนไม่ได้หยิ่งอะไรนะ ไม่ได้ถือเนื้อถือตัว ทั้งที่ภายนอกที่ดูหล่อหน้าคมแอบดูแล้วมีความหยิ่งหน่อยๆด้วยซ้ำ อารมณ์แบบพระเอกในซีรีย์เกาหลีอะที่แบบชอบทำตัวเ็าแต่จริงๆแล้วเป็คนอบอุ่น อ่อนโยนอะไรเป็ประมาณนั้น ธามจะคล้ายๆอย่างนั้นแต่ภายนอกไม่ได้เย็นช้าดูจะออกไปทางอัธยาศัยดีเข้ากับคนง่ายด้วยซ้ำ
หลังจากที่ทั้งสองคุยกันเพลินๆอยู่นั้น เสียงจากGPSก็ดังขึ้นมาว่า จุดหมายของคุณจะอยู่ทางด้านซ้าย เป็การบ่งบอกว่าตอนนี้ได้มาถึงหน้าบ้านเดย์แล้ว คนนึงกำลังดีใจที่ถึงบ้านแล้วส่วนอีกคนนึงกำลังมีความรู้สึกเสียดายอย่างหาเหตุผลไม่ได้
“เย้ๆ ถึงแล้วและไม่หลงด้วยนะ” เดย์ทำท่าดีใจและหันไปปรบมือเปาะแปะๆให้ธามเป็ทำนองว่า บอกแล้วว่าไม่หลงแน่ๆ
“ใช่ๆไม่หลงด้วย ดีนะจะได้ไม่ต้องมีคนโดนทิ้งไว้หน้าโรงเรียน” ทั้งเดย์และธามต่างพากันขำให้กับคำพูดของธาม
“วันนี้ขอบคุณนะที่มาส่ง ฉันเข้าบ้านก่อนนะ”
เดย์เปิดประตูรถและก้าวลงจากรถไป แต่ก่อนจะปิดประตูก็โบกมือให้ธามพร้อมพูดว่า
“พรุ่งนี้เจอกันนะ เดินทางกลับบ้านปลอดภัยแล้วก็ถ้าถึงแล้วก็ไลน์มาบอกด้วยละ”
“โอเค เดี๋ยวถึงบ้านแล้วเราจะไลน์บอกนะ พรุ่งนี้เจอกัน บ๊าย”
ธามรอให้เดย์ปิดประตูรั้วและเดินเข้าบ้านให้เรียบร้อยก่อน ถึงจะขับรถออกมา ธามรู้สึกว่าตอนนี้เค้าไม่สามารถหุบยิ้มได้ อีกแล้ว สงสัยวันนี้คงต้องหาอะไรมาประคบแก้มประคบปากแล้วละมั้งถ้าจะยิ้มค้างขนาดนี้
ส่วนเดย์พอเดินเข้าบ้านและปิดประตูบ้านแล้วเรียบร้อยก็ยังไม่ได้เดินเข้าไปหาคนในบ้านทันที แต่แอบมามองทางหน้าต่างก่อนว่าธามได้ขับรถออกไปแล้วหรือยัง
“ทำไรอะ”
“เฮือก!”
เดย์สะดุ้งกับเสียงที่จู่ๆก็ดังทักขึ้นมาจากด้านหลัง จึงรีบหันกลับไปหาเ้าของเสียง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครแต่เป็พี่ชายตัวดีของเธอเอง
“โธ่พี่ฮาว มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเลยนะ หนูตกอกใหมดเลย” เดย์บ่นอุบแล้วรีบเดินเข้าไปหาพ่อกับแม่ข้างในบ้าน ทิ้งให้พี่ฮาวยืนงงอยู่คนเดียวว่า มันเป็อะไรของมันวะ
“หนูกลับมาแล้วค่ะทุกคน”
“เมื่อกี้เหมือนได้ยินเสียงรถหน้าบ้าน มีใครมาส่งเหรอลูก”
เสียงพ่อะโถามออกมาจากห้องนั่งเล่น ซึ่งเดย์ก็เดาได้ว่าแม่ก็น่าจะนั่งดูทีวีอยู่ที่นั่นด้วย เดย์จึงตัดสินใจเดินไปทักทายพ่อกับแม่
“เพื่อนค่ะพ่อ เป็เพื่อนที่โรงเรียนแต่เค้ามาทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านเหมือนกัน แล้ววันนี้เห็นว่าหนูต้องกลับบ้านเองก็เลยอาสามาส่งค่ะ”
“วันหลังชวนเพื่อนมากินข้าวที่บ้านสิ แม่ก็อยากเจอเพื่อนคนอื่นของเดย์บ้างปกติเจอแต่หนูมินนี่กับหนุ่มแอล”
แม่พูดชวนขึ้นมา เดย์ก็ได้แต่พยักหน้าตอบไปว่าแต่ในใจก็ยังคิดอยู่ว่า ไม่รู้จะชวนมายังไงเพราะว่าเดย์ไม่ได้คิดว่าตัวเองสนิทกับธามขนาดนั้น แต่ถ้ามีโอกาสจะชวนมาละกัน เดย์หยักไหล่ให้กับความคิดตัวเองแล้วเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอน
“ติ๊ดๆ” เสียงไลน์ของเดย์ดังขึ้น
ทำให้เดย์ที่เกือบจะปิดประตูห้องนอนและเดินลงไปกินข้าวต้องชะงักเท้าแล้วเดินกลับเข้ามาดูว่าใครไลน์มา แต่พอเปิดไลน์อ่านก็อ๋อในทันทีเพราะคนที่ส่งไลน์มาก็คือ “I’m Time” ชื่อไลน์ของธามน่ะ
“เราถึงบ้านแล้วนะ” ข้อความที่ธามส่งมาในไลน์
ทำไมธามถึงบ้านเร็วจัง สงสัยบ้านธามน่าจะอยู่ไม่ไกลมากละมั้ง เดย์คิดพร้อมพิมพ์ตอบกลับไปว่า
“โอเค”
พอพิมพ์ข้อความส่งกลับไป เดย์ก็เห็นว่าข้อความถูกอ่านทันที โห้อ่านไว้แฮะ แต่เดย์ก็ไม่ได้รอว่าธามจะส่งข้อความอะไรมาอีกหรือเปล่า เดย์กดปิดหน้าจอและโยนมือถือไว้บนที่นอนเหมือนเดิมแล้วรีบวิ่งลงบันไดไปเพราะพ่อแม่และพี่ฮาวกำลังรอกินข้าวมื้อเย็นพร้อมกันอยู่
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
เสียงไลน์ยังดังอยู่สักพักนึงแล้วก็เงียบไป และสักพักใหญ่ๆเดย์ถึงจะเดินกลับขึ้นมาที่ห้องนอน ด้วยความที่เดย์กินอิ่มมากๆก็เลยรู้สึกง่วงสุดๆพอเดินกลับขึ้นมาที่ห้องนอน เดย์ก็ตรงดิ่งเข้าไปอาบน้ำทันทีโดยไม่ได้สนใจมือถือเลย
“วันนี้ง่วงสุดๆไปเลย สงสัยจะกินอิ่มจัด”
เดย์พูดกับตัวเองขณะที่ใส่ชุดนอนและจัดการทาครีมบำรุงก่อนนอนตามกิจวัตรประจำหลังจากอาบน้ำเสร็จ และก็ถึงเวลาที่เดย์จะนอนเล่นมือถือบนเตียงเผื่อความผ่อนคลายก่อนนอน
พอหยิบมือถือขึ้นมาดูก็เห็นว่ามีข้อความจากไลน์ของธามค้างไว้ยังไม่ได้อ่าน
“ธามไลน์อะไรมาอะ” เดย์กดเข้าไปอ่านข้อความในไลน์ที่ธามส่งมา
“เดย์กินอะไรหรือยัง”
“กินอะไรเหรอ”
“อร่อยไหม”
“วันนี้นอนดึกหรือเปล่า”
หลังจากอ่านข้อความทั้งหมดเสร็จเดย์ก็คิดขำๆในใจว่า แล้วจะตอบคำถามไหนก่อนดีละเนี่ย
“กินข้าวเย็นแล้ว อิ่มมากๆ อิ่มจนง่วงนอนมากเลยละ
อีกสักพักก็ว่าจะนอนแล้ว
แล้วธามละ กินอะไรหรือยัง”
เดย์พิมพ์ข้อความและกดส่งกลับไป ส่วนธามก็อ่านไวมากๆอย่างกับว่าธามถือมือถือรออ่านข้อความของเดย์อยู่ และธามก็รีบตอบกลับไปทันที
“เรากินแล้ว แต่ยังไม่ง่วงนอนเลย” ธามพิมพ์ไปก็ยิ้มไป
“ยังไม่ง่วงอีกเหรอ ปกติทำงานวันแรกจะใช้พลังงานเยอะมากๆเลยนะ ตอนฉันทำงานวันแรกอะเหนื่อยมากๆ พอกลับถึงบ้านนะสลบไปเลย”
เดย์พิมพ์ไปก็นึกถึงวันแรกที่ทำงานที่ร้านของพี่เซนซึ่งเป็วันเริ่มงานที่เหนื่อยจริงๆ
“จริงดิ แล้ววันนี้ละเหนื่อยไหม”
“ก็เหนื่อยนะแต่ว่าฉันชินแล้วแหละ”
“อ่อ งั้นวันนี้ก็พักผ่อนได้แล้วนะ”
“โอเคจ้า ธามก็เหมือนกันนะ รีบพักผ่อนได้แล้วเพราะพรุ่งนี้จะต้องได้ใช้แรงอีกเยอะเลย”
“ค้าบ วันนี้ขอบคุณนะที่ช่วยสอนงานเรา พรุ่งนี้ก็ฝากเนื้อฝากตัวเช่นเดิมนะครับ”
“ค่ะ ฝันดีนะคะ”
“ฝันดีนะเดย์ sweet dream day”
เดย์ไม่ได้พิมพ์ข้อความอะไรตอบกลับไป แต่ไม่รู้ทำไมรู้สึกชอบข้อความสุดท้ายจังเลย เดย์รู้สึกว่าตัวเองกำลังยิ้มอยู่
ยิ้มแบบหาสาเหตุไม่ได้ พอคิดว่าหาสาเหตุไม่ได้เดย์ก็เลยเลิกคิดแล้วไปนอนดีกว่า แต่ในใจก็แอบรู้สึกว่าวันนี้น่าจะนอนหลับฝันดี แต่ก็หาสาเหตุไม่ได้อยู่ดี
ในขณะที่อีกคนก็กำลังยิ้มให้กับมือถือของตัวเองอยู่ถึงแม้ว่าจะไม่มีข้อความพิมพ์ตอบกลับมาก็ตาม แต่ธามก็รู้สึกได้ว่าหัวใจตัวเองกำลังพองโต
“คิดถึง” เป็คำสองพยางค์ที่โผล่มาในหัวของธาม
ก่อนที่เค้าจะผล็อยหลับไป โดยที่ธามไม่รู้สึกตัวเลยว่ากำลังมีเงาลางๆยืนอยู่ข้างเตียงแต่เงานั้นกำลังยืนส่งยิ้มให้ธามอยู่และไม่นานเงานั้นก็หายไป