อู๋ฮูหยินสงสัยในท่าทางของลูกสาวคนรอง เมื่อนางไปร้านอาหารของตนจึงสอบถามมือปราบที่มาเดินตรวจละแวกนั้น
“คุณชายใหญ่ฮัวถูกลอบสังหาร เห็นว่ามีผู้ติดตามาเ็เยอะทีเดียว ท่านป้าลองไปสอบถามที่คฤหาสน์สกุลฮัวสิขอรับ”
อู๋ฮูหยินร้อนใจ ฝากร้านไว้กับลูกจ้างแล้วไปตามหาลูกสาวที่สำนักมือปราบหน่วยที่สาม จางเจิ้งจีได้ยินว่าอู๋ฮูหยินบุกมาก็รีบเชิญนางเข้าไปนั่งในห้องทำงาน
“ท่านน้า อย่าเพิ่งร้อนใจไปนะขอรับ ข้าไม่ขอปิดบัง คืนก่อนคุณชายใหญ่ฮัวเกิดเหตุร้ายจริงและอู๋จือได้เข้าไปช่วยขวางคนร้ายเอาไว้ทำให้นางได้รับาเ็ ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว คุณชายใหญ่เป็คนรักษานางด้วยตนเอง”
ใบหน้าของอู๋ฮูหยินซีดเผือด ร่างโงนเงนคล้ายจะล้มลง “โถ จือจือลูกแม่”
จางเจิ้งจีรีบเข้าไปประคอง “ใจเย็นๆ ขอรับ นางไม่เป็ไรแล้วจริงๆ แค่ต้องพักฟื้นอีกสี่ห้าวัน”
“ตอนนี้จือจืออยู่ที่ไหน หัวหน้าจาง ”
“นางพักอยู่เรือนปรุงยาของคุณชายใหญ่ฮัว เพียงแต่เขายังไม่อยากให้ท่านไปเยี่ยมอู๋จือเพราะนางต้องพักผ่อนมากๆ รออีกสักวันสองวันจะส่งรถม้าไปรับท่านไปหานางเอง เขาฝากซองนี้เอาไว้ให้ท่านด้วยขอรับ”
อู๋ฮูหยินควักเอาจดหมายออกมาอ่าน ลายมืองดงามเป็ระเบียบของฮัวหยางเขียนขออภัยที่อู๋จือาเ็ในหน้าที่ขณะช่วยรักษาความปลอดภัยให้เขาเพื่อเป็การบรรเทาทุกข์จึงขอมอบตั๋วแลกเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้กับอู๋ฮูหยิน ส่วนอาการาเ็ของอู๋จือเขาจะรักษาอย่างสุดความสามารถ ขณะนี้อาการของนางดีขึ้นมากขอให้อู๋ฮูหยินโปรดวางใจ
พออ่านจบ มารดาของมือปราบหญิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ในเมื่อหัวหน้าจางกับคุณชายใหญ่ฮัวยืนยันว่าอู๋จือพ้นขีดอันตรายแล้วข้าก็จะเชื่อพวกท่าน”
“ขอรับ เอาไว้อีกสองวัน ข้าจะให้มือปราบนำรถม้าไปรับท่านน้าไปเยี่ยมอู๋จือ เตรียมตัวไว้ได้เลย”
อู๋เสี่ยวถงกลับถึงบ้านก็ถูกมารดาซักไซ้เื่อาการาเ็ของอู๋จือ พอหญิงสาวรู้ว่ามารดาไปพบหัวหน้าจางมาแล้วก็ยิ้มม่อยๆ นางไม่กล้าบอกทั้งหมด พูดแต่เพียงว่าพี่สาวอยู่ในความดูแลของฮัวหยาง
“พี่จือจือไม่อยากให้ท่านแม่เป็ห่วงเ้าค่ะ ข้าก็เลยต้องปิดเอาไว้ก่อน อีกอย่างข้าเชื่อในฝีมือการแพทย์ของคุณชายใหญ่ฮัว ไม่ว่าผู้ใดพอถึงมือเขาก็ย่อมรอดพ้นจากพญามัจจุราช”
“เ้านะเ้า ดีที่พี่สาวเ้าปลอดภัยแล้ว ไม่อย่างนั้นแม่ก็คงอกแตกตาย ได้ยินว่าองครักษ์ของคุณชายใหญ่ฮัวอีกสองคนก็าเ็ด้วยนี่ ”
“เ้าค่ะ รักษาตัวอยู่ด้วยกันแต่เป็เรือนด้านหลัง” อู๋เสี่ยวถงพูดออกมาแล้วก็ชะงัก
“อ้าว! ไม่ได้รักษาอยู่เรือนเดียวกันกับพี่สาวเ้าหรือ ”
“เอ่อ...ก็พี่จือจือเป็สตรีก็ต้องแยกกันรักษาสิเ้าคะ”
“จริงด้วย”
“นี่ดู คุณชายใหญ่ฮัวใจดีมาก ให้ตั๋วแลกเงินปลอบโยนแม่มาหนึ่งร้อยตำลึงด้วยนะ” อู๋ฮูหยินควักเอาซองสีน้ำตาลมาให้ลูกสาวคนรองดู
“หนึ่งร้อยตำลึง! แบบนี้เราก็ซื้อเตียงนอนใหม่และก็อ่างอาบน้ำด้วยสิเ้าคะ ไม่สิๆ ยังซ่อมหลังคาได้ด้วย”
“เอาเถอะๆ ไหนๆ พี่สาวเ้าก็ยอมเจ็บตัวเพื่อพวกเราแล้ว เงินนี่ก็ใช้ให้เหมาะสมก็แล้วกัน”
อู๋เหอตี้กลับมาจากร่ำเรียนก็ตื่นเต้นกับเตียงและอ่างอาบน้ำที่มารดาซื้อมาใหม่ อู๋ฮูหยินเห็นบุตรชายกลับมาเร็วก็ประหลาดใจ
“วันนี้เ้าไม่ได้ทำงานพิเศษที่ร้านเฉี่ยนซือหรือ ”
เด็กชายหัวเราะแหะๆ พี่สาวของเขาได้รับาเ็นอนอยู่ในเรือนปรุงยา คุณชายใหญ่ฮัวจึงบอกให้เขาหยุดงานไปก่อนจนกว่านางจะหายดี อู๋เสี่ยวถงได้ยินมารดาถามน้องชายก็รีบตอบแทน
“วันนี้หยุดเ้าค่ะ ก็อย่างที่ท่านแม่ทราบ เกิดเื่ร้ายที่ร้าน หลงจู๊จี้ก็เลยปิดร้านตามปกติและไม่ให้ลูกจ้างอยู่จนค่ำ รออีกสักพักค่อยไปทำต่อ”
“ไม่เป็ไรหรอก เสี่ยวเหอตี้ ตอนนี้แม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เ้าใส่ไปเค่อเฉิงอีกหลายชุดเลย ไม่ต้องกังวลนะ”
อู๋จือรู้สึกว่ากำลังวังชาของตนกลับมาเป็ปกติแล้ว แต่พอคิดจะลุกขึ้นเดินกลับยังเวียนศีรษะ วันนี้ฮัวหยางหายไปในตอนบ่าย บ่าวรับใช้บอกว่าเขากลับคฤหาสน์สกุลฮัว ถึงตอนบ่ายเขาก็กลับมาเพื่อช่วยนางในการแช่น้ำยา
“น้ำยาเตรียมเอาไว้แล้ว เ้ารีบไปแช่เถิด ประเดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน สมุนไพรพวกนี้ผสมน้ำทิ้งไว้นานจะสลายพิษในตัวเ้าได้น้อย”
“ข้าเดินเองได้แล้ว ท่านไม่ต้องอุ้มหรอกเ้าค่ะ”
ฮัวหยางไม่สนใจ เขาเดินเข้ามาช้อนร่างของอู๋จือแล้วนำไปวางอยู่ต่อหน้าอ่างแช่ตัว “วันนี้เราก็ต้องแช่ด้วยกันเพราะข้าต้องนวดร่างกายให้เ้า”
หญิงสาวหน้าแดง นึกถึงการนวดเมื่อวานที่ถึงเนื้อถึงตัว “ต้องทำอีกกี่ครั้งเ้าคะ ”
“ทำจนกว่าเ้าจะร่างกายแข็งแรง และ...และทำจนกว่าข้าจะไม่ไหว”
“ท่านมัน...หมอบ้าชัดๆ”
เขาหัวเราะเบาๆ “มาเถอะจือจือ เดี๋ยวน้ำจะเย็นเสียก่อน” โอบเอวหญิงสาวเอาไว้ ก้มลงประทับจูบเนิ่นนาน ก่อนจะถอดเสื้อผ้าของตนเองออก จับนางเปลื้องอาภรณ์แล้วอุ้มลงไปแช่น้ำยาด้วยกัน อู๋จือเห็นแผงอกกำยำก็รีบเบือนหน้าหนี เมื่อวานเป็เพราะนางไร้สติกับใบหน้างดงามของฮัวหยางจึงได้เลยเถิดไปเช่นนั้น
“เ้าไม่กล้ามองหน้าข้าเป็เพราะคิดไม่ซื่อกับข้า ใช่หรือไม่ ”
“ไม่ใช่ เสียหน่อย” นางตอบตะกุกตะกัก รีบหันหลังให้เขา
วันนี้กลิ่นยาไม่ฉุนแรงเท่าเมื่อวาน ไม่นานนักฮัวหยางนั่งซ้อนอยุ่ด้านหลัง วันนี้หมอหนุ่มกะระยะมือได้แม่นยำ เขายื่นมือมานวดต้นคอของอู๋จือแล้วค่อยๆ ไล่ไปตามแขนและแผ่นหลัง
อู๋จือรู้สึกว่าน้ำหนักปลายนิ้วของฮัวหยางเปลี่ยนไป ซ้ำคนนวดยังพยายามใช้นิ้วไล้ผิวเขาจนชวนขนลุกอยู่หลายคราว
“จือจือ ตอนบ่ายข้ากลับไปคฤหาสน์ มีบ่าวรับใช้บอกว่าเก็บตำราที่ซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ในเล่มหนึ่ง”
อู๋จือได้ยินก็ตื่นตระหนก นางพยายามข่มใจไม่ให้เสียงสั่น
“ตำรา ตำราอันใดหรือเ้าคะ ”
ฮัวหยางขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ศีรษะด้านหลังของมือปราบหญิงแล้วเป่าลมที่หลังใบหูเบาๆ “ตำราที่เ้าแอบเอามาอ่าน ช่างน่าสนใจนัก”
ผิวหน้าของคนถูกนวดร้อนผ่าว “นั่น...นั่นไม่ใช่ตำราของข้าสักหน่อย ท่านอย่ามาเดาส่งเดช”
ฮัวหยางดันร่างมาแนบชิดข้างหลัง แนบขาเข้าชิดกับท่อนขาของหญิงสาว นิ้วมือทั้งสิบนวดเบาๆ ที่เนินอกของอู๋จือ
“ที่แท้เ้าก็สนใจเื่เช่นนี้ด้วย เหตุใดจึงไม่ปรึกษาข้า ” น้ำเสียงกระเส่าของฮัวหยางอยู่เหนือใบหูบางเล็กน้อย
มือทั้งสองของอู๋จือจับลงบนหน้าขาที่อยู่ในน้ำของคนยั่วยุราคะ พยายามต้านไม่ให้ฮัวหยางเบียดกายเขามาชิดบั้นท้ายของตน
“ที่ข้ารู้ว่าเป็ตำราของเ้าเพราะในนั้นมีกระดาษแผ่นเล็กๆ คั่นเอาไว้และนั่นก็เป็กระดาษที่มีตราของสำนักมือปราบ”
อู๋จือตัวแข็งทื่อ นางกำลังจะขว้างงูไม่พ้นคอ “ไม่ใช่ตำราของข้า เป็ของหวังหวั่น นางให้ข้ายืมมาต่างหาก”
“ฮ่าๆ ที่เ้าอ่านตำรานี้แสดงว่าเ้าคิดจะทำมิดีมิร้ายกับข้าอยู่ใช่หรือไม่ ”
“ท่านอย่าโมเม ข้าหาได้คิดไม่”
“พอเห็นตำรานั่น ข้าก็รู้แล้วว่าเ้าก็คิดเหมือนกัน เราสองคนมาลองทำแบบตำรานั่นอีกสักทีเถอะนะ”
***********
