นางจางตระหนักดีว่าหากมีข่าวลือแพร่สะพัดออกไป ไม่เพียงแต่จะทำให้ถังฉีออกเรือนได้ยาก แต่ยังทำให้หลานชายทั้งสี่คนของนางตกเป็ที่วิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้าน นางจึงเกิดความลังเล
ถังฉีเอ่ยขึ้นใน่จังหวะที่เหมาะสม “ไม่ใช่เื่แปลกที่สตรีจะตั้งครรภ์มากกว่าสิบเดือน เดิมที ท่านป้าหลี่จิ้งแห่งตระกูลเฉียนถังก็ให้กำเนิดทารกหลังจากผ่านไปถึงสามปี นอกจากนี้ น้องชายคนเล็กของข้ายังมีหน้าตาละม้ายคล้ายท่านพ่ออย่างกับแกะ เขาจะเป็เด็กที่เกิดจากชู้รักของท่านแม่ได้อย่างไร?”
เมื่อพูดจบ ถังฉีก็ก้าวออกมาพร้อมทารกน้อย เพื่อที่คนตระกูลถังจะได้มองเขาให้เต็มตา
ถังฟู่กุ้ยมองถังเหอ ทารกวัยเก้าเดือนที่ขดตัวอยู่ในห่อผ้า และเห็นว่าเขามีใบหน้าคล้ายคลึงกับถังอู่ในวัยเด็ก การตัดสินใจของเขาจึงโน้มเอียงไปทางฝั่งของถังฉี
ผู้นำตระกูลและคนอื่น ๆ มองไปที่ทารกน้อยซึ่งดูเหมือนถังอู่จริง ๆ
ถังฉีเอ่ยต่อ “เห็นได้ชัดว่าท่านปู่ท่านย่าคิดจะใช้ความโชคร้ายของน้องชายข้าเป็ข้ออ้าง เมื่อขายเขาไปแล้ว พวกเราพี่น้องคงเป็รายต่อไป พวกเราอ่อนแอไร้ทางสู้ หากไม่ยืนหยัดต่อสู้ พวกเราก็คงลงเอยด้วยการถูกขาย กลายเป็เงินตำลึงให้ท่านปู่ท่านย่านับ”
ถังฟู่กุ้ยมีสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที
“อย่าไปฟังเื่ไร้สาระ!” ถังต้าสี่รีบตอบโต้
ถังฉีเห็นถึงอารมณ์ที่แปรปรวนจึงถือโอกาสหงายไพ่ตาย “ผู้นำตระกูล เื่ภายในครอบครัวนี้ไม่ควรรบกวนท่านก็จริง แต่เพื่อประโยชน์ของหมู่บ้านเรา ข้าจำต้องทำเช่นนี้ เพื่อน้อง ๆ ของข้า เพื่อชื่อเสียงของหมู่บ้านและท่านผู้นำตระกูลที่เป็ผู้นำหมู่บ้าน!”
ถังฟู่กุ้ยเอ่ยถามด้วยความสับสน “ฉีเอ๋อร์ เ้าหมายความว่าอย่างไรหรือ?”
ถังฉีจ้องมองไปที่ถังต้าสี่และหวังเซียนกูที่ประคองนางฉิน พลางเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล “ภายใต้กฎหมายของราชวงศ์เป่ยโจว (โจวเหนือ 北周) การขาย ใครก็ตามที่ซื้อขายผู้ที่ไม่ใช่ทาสจะต้องถูกตัดสินปะาชีวิต ข้าได้ยินมาว่าโทษปะาชีวิตจะตัดลิ้นของคนผู้นั้นออก ตัดมือเท้าแล้วโรยเกลือบนาแ ทำให้ทุกข์ทรมานแสนสาหัส ไม่เพียงเท่านั้น ยังรวมถึงครอบครัวของผู้กระทำผิดด้วย และผู้นำหมู่บ้านที่ละเลยหน้าที่ จะถูกลงโทษ…
ท่านปู่ท่านย่ารู้กฎหมายแต่ก็ยังฝ่าฝืน ทำให้คนในตระกูลและผู้นำหมู่บ้านเข้าไปพัวพัน ช่างโง่เขลาจริง ๆ ข้าในฐานะหลานสาว แม้ว่าจะไม่สามารถหยุดพวกเขาได้ แต่ข้าก็จะเปิดโปงการกระทำชั่วร้ายของพวกเขา”
ถังฟู่กุ้ยและหลี่เจิ้งหันไปมองถังต้าสี่และหวังเซียนกูทันที
หวังเซียนกูมีประสบการณ์และรอบรู้ นางตระหนักได้ว่าถังฉีพูดความจริงและรู้สึกเสียใจที่เข้ามาพัวพันกับความขัดแย้งครั้งนี้เพื่อผลกำไรเพียงเล็กน้อย และยังรู้สึกโล่งใจที่ข้อตกลงยังไม่ได้ลุล่วง ซึ่งอาจทำให้นางถึงแก่ชีวิตได้!
หวังเซียนกูผละออกจากนางฉิน นางมองถังฟู่กุ้ยและเอ่ยขึ้น “ผู้นำหมู่บ้าน ข้าไม่รู้เื่นะ ข้าคิดว่าตระกูลถังจะขายทาสให้ข้า วันหน้า ข้าจะไม่ซื้อเด็กจากตระกูลถังอีกแล้ว”
เมื่อพูดจบ หวังเซียนกูก็รีบหนีไป
นางจางเฝ้ามองหลานสาวรับมือกับเื่ต่าง ๆ ตามลำพัง ทั้งรู้สึกภาคภูมิใจและเ็ปใจในคราวเดียว
ถังต้าสี่เห็นหวังเซียนกูหนีไป เขาจำต้องเผชิญหน้ากับถังฟู่กุ้ย หมดสิ้นซึ่งคำพูด
“หากไม่ใช่เพราะฉีเอ๋อร์ ข้าคงไม่รู้ว่าท่านจะกล้าทำเื่เช่นนี้” ถังฟู่กุ้ยตำหนิถังต้าสี่
“ข้า…” ถังต้าสี่พยายามจะอธิบาย ทว่าถูกถังฟู่กุ้ยขัดจังหวะ
“พอแล้ว ให้เื่มันจบลงตรงนี้ ถังอู่จากครอบครัวไปอยู่ชายแดน เวลานี้ ภรรยาของเขาก็จากไปแล้ว ฉีเอ๋อร์ควรเป็คนตัดสินใจเื่ในครอบครัวของนาง อย่าไปยุ่งกับพวกเขา” ถังฟู่กุ้ยออกปากเตือน
ถังต้าสี่ตื่นตระหนก “จะเป็ไปได้อย่างไร? นางเป็เพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะจัดการเื่ต่าง ๆ ในครอบครัวได้อย่างไร?”
“นางมีความสามารถ ไม่เหมือนท่านที่เริ่มเลอะเลือนตามอายุ ถึงกับจำหลานชายของตัวเองไม่ได้” ถังฟู่กุ้ยตอบโต้
เมื่อถูกตำหนิ ถังต้าสี่ก็พูดไม่ออก
“ทำตามที่ข้าพูด หากท่านไม่เชื่อฟังละก็ อย่าโทษข้าที่ขับไล่ครอบครัวไร้ยางอายของท่านออกไปเพราะทำให้หมู่บ้านของเราเสื่อมเสียก็แล้วกัน!”
ในตอนแรก ถังฟู่กุ้ยไม่เต็มใจที่จะเข้ามาแทรกแซง แต่แล้วเขาก็ตัดสินใจสนับสนุนถังฉีหลังจากตระหนักถึงการกระทำที่น่าอับอายของถังต้าสี่
นางฉินรีบดึงถังต้าสี่ออกมาทันทีเมื่อรู้ว่าผู้นำตระกูลเข้าข้างถังฉีเสียแล้ว
ถังฉีรู้สึกถึงความมีน้ำใจของถังฟู่กุ้ย นางส่งสัญญาณบอกนางจางเป็นัยว่า ไม่จำเป็ต้องยั่วยุอีก
นางจางจึงเอ่ยขึ้น “ผู้นำตระกูล ถังต้าสี่บังคับให้ลูกสาวและลูกเขยของข้าแยกครอบครัวออกไป ทำให้นางต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากและถึงขั้นทำให้นางต้องตาย พวกเขาทำให้นางเสื่อมเสียและยัง้าขายหลานชายของข้าอีก เื่นี้จะต้องได้รับความเป็ธรรม ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมแน่”
ถังฟู่กุ้ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล “แล้วท่านมีความเห็นเช่นไร?”
นางจางไม่้าให้เื่บานปลายแต่แสดงจุดยืนที่ชัดเจน “ข้า้าให้ตระกูลถังจัดงานศพให้ลูกสาวข้าอย่างสมเกียรติ และมอบเสบียงหนึ่งปีให้กับหลานทั้งห้าคนของข้า”
นางฉินกรีดร้องเพื่อประท้วง
ถังฟู่กุ้ยส่งสายตามาดร้าย ถังต้าสี่จึงรีบปิดปากภรรยาและยอมรับข้อตกลงแต่โดยดี
เมื่อนางจางเห็นว่าผู้นำตระกูลมีความเป็ธรรม นางจึงเอ่ยขึ้น “หากแม้แต่คำของ่าย ๆ นี้ยังทำไม่ได้ ข้าจะนำเื่ทั้งหมดไปฟ้องศาล ในเมื่อตระกูลถังไม่ยอมรับข้อตกลงก็ถือว่าพวกเราขาดกัน ข้าจะพาหลาน ๆ กลับไปที่ตระกูลหวังและจัดงานศพอย่างยิ่งใหญ่ ให้ทุกคนได้เห็นว่าตระกูลถังปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์อย่างไร!”
คำพูดนี้ดูเหมือนเบา ทว่าหนักอึ้ง
ถังฟู่กุ้ยไม่อยากขึ้นศาล จึงตกลงที่จะจัดงานศพและปันส่วนอาหาร
“ท่านป้าจาง พวกเราไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ทว่าคนตายก็จากไปแล้ว แต่ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป สมควรแล้วที่ตระกูลถังจะเลี้ยงดูครอบครัวตามที่ท่านร้องขอ”
ถังต้าสี่จึงต้องมอบเงินสำหรับจัดงานศพและปันส่วนอาหารให้กับครอบครัวของถังฉีอย่างไม่เต็มใจ
ถังฟู่กุ้ยเตือนทุกคนเื่เหตุการณ์ของตระกูลหวังและอย่าสร้างปัญหาให้กับเด็กน้อยทั้งห้าคนเพราะจะทำให้ชื่อเสียงของหมู่บ้านเสื่อมเสีย
หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไป นางจางและหลาน ๆ ก็ขอบคุณถังฟู่กุ้ยและหลี่เจิ้ง จากนั้นก็กลับบ้าน เมื่อเห็นร่างกายเย็นเยียบของบุตรสาวและบ้านที่ว่างเปล่า นางจางก็ร้องไห้ออกมาอย่างขมขื่น
ถังฉีรู้สึกเ็ปใจ นางกล่อมน้องชายคนเล็กให้หลับและเอ่ยกับถังซาน “ไปหาน้ำให้ท่านยายหน่อย”
“ขอรับพี่ใหญ่” ถังซานรีบไปหาน้ำทันที
**********************************