เจ๋งนั่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ในร้านที่ปิดไฟเงียบสงัดภาพติดตาจากมือถือของขวัญข้าวยังคงฉายซ้ำในหัวเขาเริ่มประเมินลุคเรียบร้อยของเธอกับสิ่งที่เห็นในแอคล็อกอย่างละเอียด
ความใในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความสงสัยและสัญชาตญาณบางอย่างเจ๋งหยิบสมุดบดบันทึกรายชื่อลูกค้าขึ้นมาเปิดดูเบอร์โทรศัพท์ของเธอที่เขาจดไว้ตอนรับเครื่องซ่อมเมื่อวาน
เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะทักไปในทันทีแต่เลือกที่จะคุมจังหวะให้ดูเป็ธรรมชาติที่สุดชายหนุ่มเอนหลังพิงเก้าอี้พลางหมุนปากกาในมือด้วยท่าทีครุ่นคิดถึงแผนการขั้นถัดไป
“ลุคใสๆแบบนั้น... แต่ตัวจริงกลับแรงกว่าที่คิดนะ”เขาพึมพำกับความเงียบพลางขยับยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออกเจ๋งเลือกที่จะเก็บงำท่าทีทุกอย่างไว้ภายใต้ใบหน้าเฉยชาตามปกติ
ผ่านไปจนถึง่บ่ายของอีกวันเขาจึงตัดสินใจกดส่งข้อความเข้าเบอร์มือถือของเธอเป็การเริ่มต้นบทสนทนาที่ดูเหมือนการบริการหลังการขายทั่วไปเพื่อไม่ให้ไก่ตื่น
หน้าจอโทรศัพท์ของขวัญข้าวสว่างวาบขึ้นพร้อมข้อความแจ้งเตือน“มือถือใช้งานโอเคไหมครับ มีตรงไหนยังรวนอยู่หรือเปล่า”จากเบอร์ร้านซ่อมที่เธอเพิ่งไปใช้บริการ
ขวัญข้าวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบพิมพ์ตอบกลับด้วยความเกรงใจ“ใช้งานได้ปกติดีเลยค่ะพี่เจ๋ง ขอบคุณมากนะคะ”
เจ๋งรอจังหวะเพียงครู่เดียวก่อนจะพิมพ์ข้อความถัดไปที่ดูเหมือนคำแนะนำทั่วไป“่นี้อย่าลืมสำรองข้อมูลไว้บ้างนะครับ เผื่อมีอะไรพลาดจะได้ไม่เสียหาย”
คำว่า‘สำรองข้อมูล’ ทำให้ขวัญข้าวใจกระตุกวูบขึ้นมาทันที เธอจ้องมองข้อความนั้นซ้ำๆพลางคิดไปไกลว่าเขากำลังหมายถึงไฟล์งานในแอคล็อกของเธอหรือเปล่า
“โดยเฉพาะพวกไฟล์รูปหรือวิดีโอใหญ่ๆ ถ้าเครื่องมีปัญหาอีกทีอาจพังยาวเลยนะครับ” เจ๋งทิ้งท้ายประโยคที่มีนัยแฝงไว้ให้เธอตีความเอาเองตามใจชอบ
“ขอบคุณนะคะ หนูจะระวังให้มากขึ้น”ขวัญข้าวพิมพ์ตอบไปด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาเธอเริ่มรู้สึกพะว้าพะวงว่าสิ่งที่เขาสื่อนั้นมีความนัยซ่อนอยู่มากกว่าคำแนะนำ
เจ๋งอ่านข้อความนั้นแล้วขยับยิ้มบางๆเขาจินตนาการออกเลยว่าปฏิกิริยาของสาวน้อยลุคเรียบร้อยคนนั้นจะเป็อย่างไรเมื่อได้รับคำเตือนที่มีช่องว่างให้คิดไกล
“ครับ บางทีไฟล์ที่เราคิดว่าซ่อนไว้ดีแล้ว ถ้าเครื่องมีปัญหาช่างอย่างผมก็อาจเลี่ยงไม่เห็นไม่ได้”เขาพิมพ์ส่งไปเพื่อหยั่งเชิงปฏิกิริยาขั้นถัดไป
ประโยคนี้เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจขวัญข้าวเธอแทบจะทำมือถือหลุดมือรอบสองเมื่อความหวาดระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นจนกลายเป็ความกลัวที่แผ่ซ่านไปทั่วอก
“พี่หมายความว่ายังไงคะ… พี่เห็นอะไรในเครื่องหนูหรือเปล่า”เธอถามกลับไปทันทีด้วยความร้อนรนเพราะไม่อาจทนแบกรับความสงสัยที่กัดกินใจนี้ได้อีกต่อไป
เจ๋งมองข้อความที่ตอบกลับมาอย่างรวดเร็วด้วยแววตาเป็ต่อเขาเลือกที่จะเงียบไปพักใหญ่เพื่อปล่อยให้ความเงียบทำงานและเพิ่มความกดดันให้คนปลายทาง
“ผมเห็นเท่าที่ระบบมันโชว์ตอนเทสต์เครื่องครับ ไม่ต้องคิดมากก็ได้”เขาพิมพ์ตอบกลับไปในที่สุดด้วยประโยคกำกวมที่ไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธความจริง
ขวัญข้าวนั่งไม่ติดที่เมื่อคำตอบนั้นไม่ได้ช่วยให้เธอสบายใจขึ้นเลย‘เห็นเท่าที่ระบบโชว์’ แปลว่าเขาเห็นภาพเ่าั้เต็มๆ ตาใช่ไหมความอายเริ่มจู่โจม
“ถ้าพี่เห็น... พี่ก็น่าจะรู้ใช่ไหมคะว่ามันคืออะไร”เธอชั่งใจอยู่นานก่อนจะตัดสินใจถามออกไปตรงๆเพราะความลับนี้มันใหญ่หลวงเกินกว่าจะปล่อยให้คลุมเครือ
เจ๋งขยับยิ้มที่มุมปากพลางพิมพ์ตอบด้วยท่าทีนิ่งสงบเหมือนเดิม“ผมเป็ช่างครับ หน้าที่ผมคือซ่อม เื่อื่นผมไม่ยุ่ง ถ้าคุณไม่บอกผมก็ไม่รู้หรอก”
คำตอบที่ดูเหมือนจะปกป้องความเป็ส่วนตัวกลับทำให้ขวัญข้าวยิ่งนั่งไม่ติดเพราะคำว่า ‘ถ้าคุณไม่บอก ผมก็ไม่รู้’มันฟังดูมีเลศนัยจนเธอกลัวว่าเขาจะเอาไปพูดต่อ
“หนูขอโทษนะคะ ถ้าทำตัวเสียมารยาท แต่หนูกังวลจริงๆ ค่ะ”เธอพิมพ์ตอบไปพลางเม้มริมฝีปากแน่นความลับที่ถูกคนแปลกหน้าล่วงรู้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเปลือยกายต่อหน้าเขา
เจ๋งอ่านข้อความนั้นแล้วนิ่งไปครู่หนึ่งเขาเลือกที่จะไม่รีบร้อนกดดันแต่ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน“ไม่ต้องขอโทษก็ได้ครับ ผมเข้าใจว่าไฟล์พวกนั้นมันสำคัญกับคุณ”
คำว่า‘ไฟล์พวกนั้น’ยิ่งตอกย้ำความเชื่อของขวัญข้าวว่าเขาเห็นภาพและคลิปในแอคล็อกเ่าั้แน่ๆเธอเริ่มจินตนาการไปถึงผลกระทบที่อาจตามมาถ้าเื่นี้แดงขึ้นมา
“ถ้าพี่สะดวก... หนูขอเข้าไปคุยที่ร้านได้ไหมคะ”ขวัญข้าวตัดสินใจเสนอการพบหน้าเพื่อจบปัญหาที่คาใจเพราะการคุยผ่านตัวอักษรมันทำให้เธอฟุ้งซ่านจนแทบบ้า
เจ๋งจ้องมองข้อความเชิญชวนนั้นด้วยสายตาที่อ่านยากเขาคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าความกดดันจะผลักดันให้เธอเป็ฝ่ายรุกเข้าหาเพื่อปิดปากความกังวลนี้เอง
“ได้ครับ แต่่นี้ร้านคนเยอะทั้งวันเลยถ้าจะคุยเื่สำคัญอาจไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่”เขาส่งข้อความปฏิเสธแบบแบ่งรับแบ่งสู้เพื่อหยั่งเชิงต่อ
ขวัญข้าวเม้มปากแน่นจนห่อเืความหมายของคำว่า ‘ไม่สะดวก’ในที่สาธารณะยิ่งทำให้เธอจินตนาการไปไกลว่าเื่นี้มันร้ายแรงจนต้องคุยกันในที่ลับตาคน
“งั้นหนูควรไปหาพี่ที่ไหนดีคะ หนูอยากเคลียร์เื่นี้ให้จบจริงๆ ค่ะ”เธอพิมพ์ตอบกลับไปทันทีโดยไม่ทันได้ฉุกคิดว่ากำลังเดินเข้าหาจังหวะที่เขาขีดไว้
เจ๋งปล่อยให้แชทเงียบไปพักใหญ่ตั้งใจทิ้ง่ให้ความกังวลของอีกฝ่ายค่อยๆ ก่อตัว ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับช้าๆเหมือนคิดแล้วคิดอีก "งั้นมาหาผมหลังร้าน ตอนปิดร้านแล้วก็ได้ครับ"
“มาหลังร้านตอนปิดร้านแล้วกันครับทุ่มครึ่งผมจะล็อกประตูหน้าแล้ว” เจ๋งพิมพ์ทิ้งท้ายไว้สั้นๆก่อนจะวางมือถือลงบนโต๊ะซ่อมแล้วกลับไปทำงานต่ออย่างใจเย็น
ขวัญข้าวจ้องมองตัวเลขเวลานั้นด้วยใจที่สั่นระรัวความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงว่าควรจะไปดีไหมแต่ความกลัวว่าคลิปเ่าั้จะหลุดออกไปมันมีอำนาจเหนือกว่าทุกสิ่ง
เธอเริ่มสำรวจตัวเองในกระจกลุคสาวเรียบร้อยที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดตัวตนลับๆกำลังจะถูกทดสอบด้วยสายตาของช่างหนุ่มที่ดูเหมือนจะมองทะลุทุกอย่าง
“เขาจะเอาเื่นี้มาขู่เราหรือเปล่า...”ความระแวงแล่นพล่านไปทั่วโสตประสาทแต่ท่าทีที่นิ่งเฉยและดูเป็สุภาพบุรุษของเจ๋งในตอนแรกทำให้เธอสับสนจนหาคำตอบไม่ได้
เวลาแต่ละนาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้าขวัญข้าวตัดสินใจหยิบกระเป๋าใบเก่งขึ้นมาสะพายพลางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้าครั้งสุดท้ายก่อนจะก้าวออกจากห้อง
ขวัญข้าวเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูเหล็กดัดข้างร้านซ่อมตอนเวลาหนึ่งทุ่มตรงพอดิบพอดีบรรยากาศรอบข้างเริ่มเงียบเหงาเพราะร้านค้าส่วนใหญ่เริ่มทยอยปิดตัวลง
หัวใจเธอเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาข้างนอกเมื่อเห็นแสงไฟสลัวลอดออกมาจากช่องใต้ประตูแผ่นหลังบางสั่นเทาเล็กน้อยขณะยื่นมือไปเคาะประตูเบาๆ สามครั้ง
“เข้ามาได้เลยครับประตูไม่ได้ล็อก” เสียงทุ้มต่ำของเจ๋งดังลอดออกมาจากข้างในขวัญข้าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง
ภายในร้านตอนนี้ดูแปลกตาไปจากตอนกลางวันแสงไฟวอร์มไวท์ทำให้บรรยากาศดูอึดอัดและมีความเป็ส่วนตัวมากขึ้นเจ๋งนั่งรออยู่ที่โต๊ะทำงานตัวเดิมของเขา
เขายังคงสวมเสื้อช็อปช่างสีเข้มและแว่นสายตาที่ดูภูมิฐานสายตาคมกริบจ้องมองมาที่เธออย่างนิ่งสงบจนขวัญข้าวต้องก้มหน้าหลบด้วยความประหม่าทันที
เจ๋งละสายตาจากหน้าจอมือถือเครื่องหนึ่งบนโต๊ะแล้วเลื่อนเก้าอี้ออกเล็กน้อย“นั่งก่อนครับ หน้าดูซีดๆ นะ เหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน”
ขวัญข้าวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมที่เธอเคยนั่งรอซ่อมเครื่องแต่คราวนี้ความรู้สึกมันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง “พี่เจ๋งคะ... เื่ในแชทหนูอยากรู้ว่าพี่เห็นอะไรบ้าง”
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถอดแว่นสายตาวางลงบนโต๊ะ“ผมก็เห็นในสิ่งที่คุณไม่อยากให้คนอื่นเห็นนั่นแหละครับแต่มันก็แค่งานอดิเรกของคุณใช่ไหม”
คำว่า‘งานอดิเรก’ หลุดออกมาจากปากเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนขวัญข้าวชาวาบไปทั้งตัวเธอเม้มปากแน่นจนห่อเื “แล้วพี่จะเอาเื่นี้ไปบอกใครไหมคะ”
เจ๋งขยับยิ้มมุมปากที่ดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร“ผมเป็ช่างซ่อมครับ ไม่ใช่คนปากสว่าง... แต่ความลับขนาดนี้มาอยู่ในมือผมคุณว่าผมควรทำยังไงดี”
ขวัญข้าวนิ่งอึ้งไปกับคำถามย้อนศรของเขามือบางกำชายกระโปรงแน่นจนยับยู่ยี่ “หนู... ไม่รู้ค่ะหนูแค่ไม่อยากให้ใครเห็นมันอีก พี่ลืมมันไปได้ไหมคะ”
เจ๋งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางจ้องมองใบหน้าเรียบเนียนที่ตอนนี้แดงระเรื่อด้วยความอาย“เื่แบบนี้ ยิ่งสั่งให้ลืม มันยิ่งจำชัดนะครับ โดยเฉพาะมุมที่คุณถ่าย...”
เขาเว้นจังหวะหายใจเพียงครู่เดียวแต่กลับดูยาวนานในความรู้สึกของคนฟัง“ผมไม่ได้อยากได้อะไรตอบแทนหรอก แค่อยากให้คุณสบายใจว่าความลับนี้จะจบอยู่แค่ผม”
ขวัญข้าวเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบนั้นด้วยความสับสนแววตาของเจ๋งดูนิ่งลึกจนเธออ่านไม่ออกว่าเขากำลังเห็นใจหรือกำลังถือไพ่เหนือกว่ากันแน่ในเกมนี้
“กลับไปพักเถอะครับดึกแล้ว เดี๋ยวผมไปส่งที่ลิฟต์คอนโด” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางหยิบกุญแจร้านทิ้งความกดดันที่ยังค้างคาไว้ให้เธอต้องแบกกลับไปคิดต่อคนเดียว