งานศิษย์เก่าโรงเรียน
ลูกจันทร์เข้างานมาด้วยอารมณ์กังวลเล็กน้อย เธอรู้สึกโมโหที่ม่านมุกไม่บอกว่ามีใครมาแต่จองโต๊ะไว้ให้เธอเพื่อนๆคนอื่นเธอไม่ได้ติดต่อเลย เมื่อเรียนมัธยมปลายจบมีเพียงม่านมุกเท่านั้นที่ติดต่อกันมาเสมอ แล้วม่านมุกยังไม่ให้เบอร์โทรเพื่อนหรือแม้กระทั่งบอกว่าใครมางานนี้บ้างมันทำให้เธอโดดเดี่ยวเป็อย่างมาก เธอจึงเช็คในโลกออนไลน์ว่าใครมาบ้าง
บรรยากาศในงานดูคึกคัก ทางโรงเรียนได้จัดงานที่หอประชุมใหญ่ดูเหมือนจะสร้างขยายออกไปอีก เพราะมีขนาดใหญ่กว่าเดิมมากหลายเท่าตัวเธอเดินเข้ามาในงานก็พอมองภาพรวมได้ว่าโรงเรียนได้ปรับปรุงไปอย่างมากจนเธออดหัวเราะไม่ได้ แล้วอดคิดไม่ได้ว่า เวลาเราอยู่โรงเรียนดูจะไม่มีอะไรเลยแต่พอเราออกไป โรงเรียนกลับเจริญขึ้นๆเธอเดินไปที่โต๊ะหมายเลขยี่สิบสองที่ม่านมุกจองไว้ให้ ไม่มีใครนั่งอยู่เลยมันช่างว่างเปล่ามาก เธอหันไปดูโต๊ะรอบๆ คนมานั่งกันเต็มหมดแล้ว เธอนั่งลงอย่างเขินอายอยู่บ้างอาหารมาเสิร์ฟเธอก็รู้สึกหิวขึ้นมาพอดี
เธอจึงตักอาหารขึ้นมารับประทานทันทีแต่อาหารยังไม่ทันได้เข้าปาก
“เฮ้นี่เธอจะกินก่อนพวกเราไม่ได้นะ ต้องกินพร้อมกันสิ”
หญิงสาวอ้วนท้วมคนหนึ่งซึ่งอยู่ๆก็มาจับมือเธอให้วางช้อนลง เธอจึงต้องปล่อยช้อนลงแล้วหันไปมองใบหน้าของเธอตรงๆเธอเพ่งสายตาไม่กระพริบ
“ยัยก้อยหรอเนี่ย”
เธอใมากเพราะสมัยเรียนยัยก้อยผอมมากจนโดนเพื่อนล้อว่า ไม้เสียบผีมาตอนนี้สิเธออ้วนขึ้นมากแต่ด้วยการรักษามารยาทที่ดี เธอเลือกทักเื่อื่นจะดีกว่า
“ใช่อ่ะนี่เธอเป็ใคร เพื่อนฉันหรอ”
ก้อยเพ่งมองเธอบ้าง
“เฮ้ยลูกจันทร์แกจริงๆหรอวะเนี่ย สวยขึ้นมากเลย เมื่อก่อนแกเป็ยัยเฉิ่มอ่ะใส่แว่นตาอันหนาๆ”
ก้อยก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนกับการพูดจาแบบนั้น เธอเลือกที่จะไม่ถือสา
“ขอบคุณที่ชมว่าฉันสวย”
“ดีเลยลูกจันทร์เพื่อนๆจะได้เจอกันสักที บ่นคิดถึงเธอกันทุกคน เรียนจบไปไม่ติดต่อใครเลยนะนอกจากเพื่อนสนิทเธอ ยัยม่านมุก”
“คิดถึงทุกคนเหมือนกันไม่มีข้อแก้ตัวผิดเองล่ะที่ไม่ได้ติดต่อใครเลย”
“ดีมากเดี๋ยวเธอรอแป๊บ เพื่อนๆจะทยอยมากันแล้ว ่เวลานี้ก็กินรอไปก่อน”
“ไหนเมื่อกี้ไม่ให้ฉันกินล่ะ”
“รอพร้อมฉันด้วยสิ”
แล้วก้อยก็ตักอาหารเข้าปากตัวเองไปเรียบร้อยแต่เหมือนเวรกรรมจะมีจริงขึ้นมา
“ยัยก้อยใครให้เธอกินก่อนเพื่อน หยุดกินเลย”
ลูกจันทร์มองเพื่อนที่เข้ามาลักษณะท่าทางกวนๆ หน้าตาดีคนนี้ เป็นายบีมนี่เอง เขาหันมามองเธอแล้ว
“ลูกจันทร์ลูกจันทร์ใช่ไหมเนี่ย เพื่อนๆคิดถึงกันแทบแย่หายไปไหนมาว่าแต่สวยขึ้นมากๆเลยนะเนี่ย”
“ขอบใจนะบีมนายก็ดูดีขึ้นเกือบจับไม่ได้เลย”
บีมยิ้มแล้วทำหน้ากวนๆใส่เธอ
“ทำอะไรกัน”
มีอีกคนเข้ามาแล้วลูกจันทร์ละสายตาจากบีม ส่วนบีมก็นั่งเก้าอี้ เขาหันไปยิ้มให้กับคนที่มาใหม่ลูกจันทร์หันไปมองคนที่มา ก็ต้องหัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง คนที่เธอไม่เคยลืมเลยแม้จะผ่าน่เวลามานานแล้วก็ตาม คนที่หล่อดูดีและเรียนเก่งมากๆ คนที่แสนจะเ็าที่สุดอย่างเขาเขานั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ฉัน ไม่ได้พูดอะไรอีก
“อะไรกันวะเฮ้ยคาเรน นายจำไม่ได้จริงเหรอ ทักทายหน่อยสิ”
บีมทักท้วงที่คาเรนไม่ยอมหันมาพูดกับลูกจันทร์คาเรนจึงหันไปมองลูกจันทร์อีกครั้งตามคำพูดของเพื่อน
“ลูกจันทร์”
“ใช่ไหมลูกจันทร์เธอสวยขึ้นมาก จนฉันเสียดายเลย ไม่น่าไปล้อเธอเลย น่าจะจีบเธอไว้ล่วงหน้ามากกว่า”
บีมที่ดูกวนๆพูดขึ้นคาเรนมองหน้าเธอไม่วางตา
“สวัสดีคาเรนสบายดีไหม”
“สบายดีเธอล่ะเป็ยังไงบ้างไม่เจอกันนานเลย”
“สบายดี”
คาเรนยิ้มเบาบางแล้วหันไปคุยกับเพื่อนๆคนอื่นต่อ ในเวลานี้เพื่อนๆมานั่งที่เก้าอี้กันเต็มโต๊ะแล้วเธอนั่งฟังคนอื่นคุยอย่างสนุก ส่วนเธอทำได้แค่ยิ้มอย่างเดียวในคืนนี้จึงเป็่เวลาที่ยาวนาน สำหรับเธอเป็อย่างมาก
หลังจากงานเลี้ยงจบลงเพื่อนต่างทยอยกันกลับ
“ลูกจันทร์กลับยังไงเอารถมาหรอ”
“ใช่ก้อยเราเอารถมา แล้วเธอกลับยังไง”
“แฟนฉันมารับน่ะ”
“อ้อ โอเค”
“ไว้เจอกันนะลูกจันทร์”
“จ้าก้อยกลับบ้านดีๆนะ”
“อืม”
ก้อยเดินออกไปก็มีรถมารับพอดีลูกจันทร์จึงเดินไปที่รถของเธอบ้าง ภารกิจวันนี้เป็อันจบ เธอได้เบอร์โทรเพื่อนและช่องทางติดต่อของเพื่อนในโลกออนไลน์
“เดี๋ยวก่อนสิลูกจันทร์”
เสียงที่เธอคุ้นเคยเรียกเธอไว้เธอจึงหันไปยิ้มให้
“มีอะไรเหรอคาเรน”
“เธอลืมผ้าพันคอ”
คาเรนยื่นผ้าพันคอให้เธอจึงรับมา
“ขอบคุณ”
คาเรนมองเธออยู่นานจนเธอรู้สึกหายใจไม่ออก เธอจึงมองเขากลับแล้วสื่อไปว่ามีอะไรอีกไหมเหมือนเขาจะรู้แล้วจึงถอยหลังออก
“เราขอกลับก่อนนะคาเรนก็กลับบ้านดีๆล่ะ”
เธอโบกมือลาเขาแล้วเตรียมจะขึ้นรถ
“ไว้โอกาสหน้าเราไปกินข้าวด้วยกันนะ”