“พวกเราเองก็มีดีไม่ด้อยไปกว่าผู้ใด ถ้าอยากจะร่วมมือกันจริงๆ พวกเ้าเองก็ควรจะแสดงให้เห็นว่าพวกเ้ามีดีอะไรบ้าง”
เสียงที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามดังมาจากกลุ่มคนในกองทหารรับจ้างชื่อเหยียนที่อยู่ด้านหลังชื่อเซียว
เมื่อหลินจิ้งหงได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเขาก็เ็าขึ้นมาทันที รอยยิ้มที่เคยประดับใบหน้าอยู่เป็นิตย์หายไปหมดสิ้น ก่อนใบหน้าอันหล่อเหลาของคุณชายแสนสุภาพจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็บิดเบี้ยวอย่างขุ่นเคือง ฉินอวี้โม่และหานโม่ฉือเองก็ได้ยินเสียงนั้นด้วยเช่นกัน
แม้ว่าสีหน้าของหานโม่ฉือจะไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย ทว่าฉินอวี้โม่ที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักก็ััได้ว่าความรู้สึกอันแสนเย็นะเืจากตัวเขาเพิ่มความรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ถึงแม้อดีตนักฆ่าสาวในร่างคุณหนูผู้งดงามจะยืนอยู่ถัดจากหานโม่ฉือ แต่นางก็มั่นใจว่าตนเองอยู่ห่างจากมนุษย์น้ำแข็งร่างั์พอสมควร ทว่าไม่ใช่แค่เพียงรับรู้ได้ถึงความหนาวเย็นที่แพร่ออกมาเท่านั้น แต่ความเย็นนั่นยังทำให้ร่างบางของนางถึงกับสั่นสะท้านขึ้นมาได้
ในขณะที่ลอบยกแขนขึ้นกอดตัวเองขับไล่ความหนาวเย็น ฉินอวี้โม่ก็หันมองไปยังทิศทางของเสียงพร้อมกันด้วย ที่ด้านหลังของบุรุษนามว่าชื่อเซียวนั้น นางมองเห็นความเป็ปฏิปักษ์ที่สมาชิกกองกำลังทหารรับจ้างชื่อเหยียนแสดงออกมาอย่างชัดเจน สายตาหลายคู่ของคนกลุ่มนั้นจ้องเขม็งมาอย่างกังขา พวกเขาบางคนลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมมีเื่ ดูเหมือนว่านอกจากชื่อเซียวที่ก้าวเข้ามาเจรจากับพวกนางแล้ว คนอื่นๆ ในกลุ่มจะไม่ชอบใจพวกนางเท่าไหร่นัก
“หัวหน้าชื่อ สามคนนี้หยิ่งยโสเกินไป ข้าไม่เห็นว่ามีความจำเป็อะไรที่เราจะต้องไปร่วมมือกับมันด้วย”
“ขอเพียงพวกเรารวมพลังเป็หนึ่งเดียวกัน ข้าว่าการจะบุกเข้าไปในถ้ำที่ยูนิคอร์นสีนิลอาศัยอยู่ก็ไม่ใช่เื่ยากเกินไปนักหรอก เพียงแต่พวกเราอาจจะต้องยอมเสียเืเนื้อบ้างก็เท่านั้น” หนึ่งในสมาชิกกองทหารรับจ้างชื่อเหยียนที่ยืนขึ้นมากล่าวเสียงดุดัน
“ใช่แล้วหัวหน้าชื่อ คนพวกนั้นทำราวกับว่าไม่เห็นท่านอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ แถมยังพูดจาจองหอง ทำเป็วางมาดสูงส่ง ข้าว่าอย่าไปขอความร่วมมือจากพวกเขาเลยดีกว่า”
คนอื่นๆ ในกลุ่มเองก็เห็นด้วย ท่าทีของคุณชายหลินทำให้พวกเขาขุ่นเคืองใจ
เหล่าทหารรับจ้างเป็คนเรียบง่าย พวกเขานับถือผู้ที่แข็งแกร่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่มีจุดยืน การได้เห็นท่าทางหยิ่งยโสของหลินจิ้งหงก็ทำให้พวกเขาแสดงความเป็ปฏิปักษ์ออกมา
ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่ทราบกันก็คือ นี่คือนิสัยแท้จริงของหลินจิ้งหง ตามปกติคุณชายผู้นี้ไม่ค่อยใส่ใจผู้ใดอยู่แล้ว เขาจะสนใจเฉพาะเป้าหมายของตนเองเป็ส่วนใหญ่และมีเพียงไม่กี่คนที่ทำให้เขารู้สึกสนใจได้ คนรอบข้างต่างรู้ดีคุณชายหลินผู้นี้แม้จะดูสุภาพแต่ก็มักจะแสดงกิริยาสูงส่ง ยามเมื่อเผชิญหน้ากับคนไม่รู้จักและไม่จำเป็หรือไม่้าทำความรู้จักเขาก็มักจะเป็เช่นนี้เสมอ
สิ่งที่กองทหารรับจ้างชื่อเหยียนมองเห็นนั้น ไม่ใช่เพราะหลินจิ้งหงมีเจตนาดูถูกกองทหารรับจ้างของพวกเขา แต่เป็เพราะบุคลิกส่วนตัวของเขาเอง อีกทั้งในเวลานี้ยังอยู่ในระหว่างปฏิบัติภารกิจที่จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของกลุ่มให้มากที่สุดด้วย และการที่ในครั้งนี้หลินจิ้งหงไม่ได้เพิกเฉยต่อคำเชิญของชื่อเซียวก็นับว่าดีมากแล้ว
“เงียบ!”
ชื่อเซียวขมวดคิ้วและเปิดปากกล่าวอย่างเ็า
เขารู้ดีว่าสมาชิกทุกคน้าปกป้องเขา อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดว่าความหยิ่งยโสของหลินจิ้งหงจะเป็ปัญหาสำคัญอะไรมากนัก เขาหยุดยั้งอีกฝ่ายไว้ในขณะที่พวกเขากำลังเร่งรีบจัดการภารกิจ ที่อีกฝ่ายแสดงท่าทีเช่นนั้นกลับมาก็ถือเป็เื่ปกติมาก
“หัวหน้าชื่อ ข้าไม่คิดว่าคนที่เป็เพียงขยะไร้ค่าจะเป็ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งไปได้ พวกเราควรจะพยายามกันเองดีกว่าที่จะนำเอาขยะมาร่วมมือด้วย”
ชายผู้หนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากกองทหารรับจ้างชื่อเหยียนพร้อมกล่าว สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ฉินอวี้โม่อย่างเหยียดหยาม
เมื่อฉินอวี้โม่มองเห็นชายคนนั้น นางก็จำเขาได้ในทันที ใบหน้างามของสตรีเพียงคนเดียวในที่แห่งนี้แปรเปลี่ยนเป็ความเ็าฉับพลัน
อู๋ชื่อคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลอู๋แห่งเมืองหลิงซี ตระกูลอู๋นี้นับเป็หนึ่งในตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลไม่น้อยไปกว่าตระกูลฉินเลย ทว่าพร์ของคุณชายรองตระกูลอู๋ผู้นี้ไม่ได้สูงมากนัก ความสามารถของเขานั้นไม่มีความโดดเด่นมากเสียจนกล่าวได้ว่าธรรมดาเป็อย่างยิ่ง
เพราะพร์ธรรมดาเช่นนั้น เมื่ออยู่ภายในตระกูลเขาจึงมิได้เป็ที่โปรดปรานนัก แต่เป็เพราะเขาเป็บุตรในสมรสที่เกิดจากฮูหยินใหญ่ทำให้สถานะในตระกูลของเขาไม่ถือว่าต่ำต้อย
ตัวเขาไม่นับว่าเป็คนรุ่นเยาว์แล้ว อายุของเขาในตอนนี้คือยี่สิบหกปี ก่อนหน้านี้เขาเคยลุ่มหลงในความงามของฉินอวี้โม่ ในเวลานั้นเขาไม่สนใจว่าเลยว่านางจะเป็คนไร้ค่าเช่นที่ผู้อื่นครหา เขาถึงขั้นจัดส่งคนไปยังตระกูลฉินเพื่อทาบทามสู่ขอคุณหนูสี่มาเป็ภรรยา
ทว่าเหตุการณ์กลับไม่เป็อย่างที่คาดคิด มารดาของคุณหนูสี่ อวี๋เสี่ยวอวิ๋นปฏิเสธคำขอของตระกูลอู๋ในทันที ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาและมารดารู้สึกเสียหน้าเป็อย่างมาก…..นางเป็เพียงสตรีไร้ค่าแต่ยังกล้าปฏิเสธคุณชายตระกูลใหญ่
ั้แ่นั้นมาเขาจึงเกลียดชังฉินอวี้โม่เข้ากระดูก และมีบ่อยครั้งที่เขาให้ความร่วมมือกับฉินฉืออวี้รังแกนาง
ในวันนี้ เขาถือเป็หนึ่งในผู้ร่วมทำภารกิจกับกองทหารรับจ้างชื่อเหยียน และก็เป็บิดาของเขาเองที่เป็ผู้ว่าจ้างให้กองทหารรับจ้างที่มีชื่อเสียงกลุ่มนี้เข้ามารับภารกิจที่บึงสายหมอก และเป็เพราะพี่ชายคนโตของเขา--คุณชายใหญ่แห่งตระกูลอู๋อยู่ในระหว่างเก็บตัวฝึกวิชา เขาจึงถูกบิดาส่งมาเป็ตัวแทนเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้เหล่ายอดฝีมือจากกองทหารรับจ้างชื่อเหยียน
“หัวหน้าชื่อเซียว หญิงสาวผู้นี้คือคุณหนูสี่ตระกูลฉินแห่งเมืองหลิงซี ข้าคิดว่าท่านคงจะเคยได้ยินเื่เกี่ยวกับนางมาบ้าง”
อู๋ชื่อชี้หน้าฉินอวี้โม่และกล่าวเสียงดังลั่น น้ำเสียงและสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหยียดหยามไม่ปิดบัง
เมื่อสมาชิกของกองทหารชื่อเหยียนได้ยินว่าสตรีงดงามตรงหน้าคือฉินอวี้โม่คุณหนูสี่แห่งตระกูลฉิน ผู้เป็ขยะไร้ค่าในตำนานของเมืองหลิงซี สีหน้าของพวกเขาก็ปรากฏแววแห่งความดูถูก
พวกเขาต่างล้วนเคยได้ยินเื่ราวของนางมาบ้าง ว่ากันว่าร่างกายของนางไม่อาจฝึกฝนได้ถึงแม้จะได้เกิดในตระกูลใหญ่แต่ก็ไร้ค่าน่าเวทนา ไม่คิดเลยว่านางจะมีรูปโฉมงดงามถึงเพียงนี้ แต่โฉมงามแล้วอย่างไร รูปโฉมหรือจะสามารถช่วยให้พวกเขาบรรลุภารกิจได้!
ชื่อเซียวมองฉินอวี้โม่อยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาฉายแววใเล็กน้อย ดวงตาหรี่ลงอย่างครุ่นคิดพลางลอบพิจารณาดรุณีตรงหน้าชั่วครู่ เขาไม่คิดว่าฉินอวี้โม่ผู้นี้จะเป็ขยะไร้ค่าที่ไม่สามารถฝึกฝนได้อย่างที่ผู้คนร่ำลือกัน เพราะสตรีอ่อนเยาว์ ใบหน้างดงาม ผู้กำลังยืนอยู่ต่อหน้าเขาในขณะนี้ ไม่ได้ให้ความรู้สึกเช่นนั้นแม้แต่น้อย
เมื่อได้ฟังสิ่งที่อู๋ชื่อกล่าว รวมถึงมองเห็นสายตาดูถูกของคนในกองทหารรับจ้างชื่อเหยียน ฉินอวี้โม่ก็ยิ้มอย่างเ็าพลางกล่าว “ฮิฮิฮิ แหม ก็นึกว่าผู้ใดเอ่ยวาจาไม่น่ารัก ที่แท้ก็เป็คุณชายสองแห่งตระกูลอู๋ อู๋ฉื่อ(หน้าด้าน)นั่นเอง! ”
(*无耻 อู๋ฉื่อ มีความหมายว่า ไร้ยางอาย หรือ หน้าด้าน ชื่อของคุณชายอู๋นั้นจะเขียนเป็อักษรจีนว่า 吴驰 อ่านว่า อู๋ชื่อ ซึ่งออกเสียงใกล้เคียงกับอู๋ฉื่อมาก)
ฉินอวี้โม่จงใจกล่าวคำว่า อู๋ฉื่อ อย่างช้าๆ และชัดเจน นางจงใจออกเสียงผิดจาก อู๋ชื่อ เป็ อู๋ฉื่อ จนชื่อของคุณชายรองตระกูลอู๋กลายเป็ ‘คุณชายหน้าด้านไป’
และแน่นอนว่าเมื่ออู๋ชื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของเขาก็มืดมนลงในทันที
.
.
.