บทที่ 16 ลอบทำร้าย
ณ ซอยหลังตลาดแห่งหมู่บ้านหาดเลา บัดนี้มีรถผ่านไปมามากมายไม่หยุดหย่อน เนื่องจากวันนี้ตรงกับวันที่มีตลาดสด ผู้คนจึงมาจับจ่ายใช้สอยกันมากเป็พิเศษ รถมอเตอร์ไซค์สีแดงดำรุ่น Honda weve 125 คันหนึ่งขับผ่านตลาดไปหยุดที่ร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ร้านหนึ่ง คนขับจอดรถไว้หน้าร้านแล้วเดินเข้าไปพร้อมกับะโมาด้วยว่า
"เฮ้...จอม! รถไม่ค่อยดีอีกแล้วว่ะ ซ่อมให้หน่อย"
เจมส์กับเพื่อนอีกสองคนที่ช่วยกันซ่อมรถอยู่หันไปมองที่มาของเสียง เห็นชายวัย 20 ต้น ๆ ผมดำยาวผูกจุกด้านหลัง หน้าเป็หลุมที่เกิดจากสิวอุดตันเต็มใบหน้า
"ของเก่ามึงเอามาจ่ายได้แล้ว ถ้ามึงไม่จ่ายอีกรอบนี้กูไม่ซ่อมให้"
ชายหน้าเป็หลุมยิ้มเหยเกเพราะถูกจอมสวนกลับมา เลยพูดกลับไปอย่างไม่เต็มเสียงมากนัก "เออ..! เดี่ยวครั้งนี้กูจ่าย มึงซ่อมให้ด้วย"
ชายหน้าเป็หลุมลงไปนั่งคุยกับมิน ชายผมเเหลมตรงกลางสีชมพูที่กำลังปะยางรถอยู่ ระหว่างที่พวกเขากำลังวุ่นอยู่กับการซ่อมรถ บีม ชายผมสกินเฮดตัวเตี้ยที่กำลังถ่ายน้ำมันเครื่องอยู่ก็โพล่งออกมา
"เออ!! จอม มึงจำน้องคนนั้นที่พวกเราไปช่วยไว้เมื่อวันก่อนได้มั้ย"
จอมพยักหน้าครั้งนึงแล้วตอบไป "จำได้ ทำไมเหรอ.."
"นั่นแหละหัวหน้าแก๊งปะเหลียนเอสคอร์ทที่กำลังมีเื่กับแก๊งใหญ่ ที่เป็เป้าหมายของพวกเรา"
จอมกับคนที่ฟังอยู่เบิกตาโพลง "หมอนั่นเนี่ยนะ..!" จอมอึ้งมากเป็พิเศษ เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าเด็กหนุ่มที่เขาช่วยไว้จะเป็ถึงหัวหน้าแก๊งที่กำลังดังอยู่ในตอนนี้
"เห็นตัวเล็ก ๆ อย่างนั้นเนี่ยนะเป็หัวหน้าแก๊ง..!" มินพูดอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
"ตัวเล็กแต่พลิกขี้หนูไง ไม่เคยได้ยินเหรอ..!" ชายหน้าเป็หลุมเอ่ยขึ้นอย่างไม่จริงจัง แต่กลับถูกทุกสายตามองค้อนกลับมาจนต้องเอามือปิดปาก บ่ายหน้าไปคุยกับล้อรถเพื่อเปลี่ยนเื่
"สรุปแล้วนายว่าไง"
จอมหันไปมองหน้าบีม หัวคิ้วชนกันอย่างไม่เข้าใจคำถามของเพื่อน บีมหยิบประแจขึ้นมาขันน็อตล้อรถแล้วพูดออกไปทั้งที่มือยังวุ่นอยู่กับการซ่อมรถ
"ก็เื่ที่แก๊งใหญ่จะมาปะทะกับรุ่นน้องมึงไง มึงจะไปช่วยมั้ย"
จอมก้มหน้ามองกล่องเครื่องมือ สมองพยายามขบคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบกลับไป "ต้องช่วยสิ...หากเราปล่อยให้แก๊งใหญ่ถล่มเ้าพวกนั้น พวกมันยิ่งได้ใจ แถมยังจะขยายอำนาจเข้าไปได้อีก ตอนนี้มีโอกาสแล้วที่จะลดทอนกองกำลังของพวกมัน"
"อย่างที่คิดเลย...กูว่าแล้วมึงต้องคิดเหมือนกู" บีมเสริมมา
"ไอ้ดำ! มึงไปเอารถมึงมา เดี๋ยวกูซ่อมให้ แล้วจ่ายตังค์มาด้วย" จอมลุกขึ้นแล้วะโออกไป ชายหน้าเป็หลุมดีใจรีบลุกขึ้นไปลากรถเข้ามาในร้าน
ณ สวนตะแบกที่อยู่ติดริมรั้วโรงเรียนปะเหลียนวิทยาคาร ขณะนี้กริ้นท์นั่งรอเพื่อน ๆ อยู่ที่โต๊ะหินอ่อนเพียงลำพัง ระหว่างที่นั่งรออยู่นั้น กริ้นท์ก็ได้หันไปเห็นรูบิคที่รุ่นน้องโต๊ะข้าง ๆ กำลังเล่นอยู่ เลยไปขอยืมมาเล่นเพื่อค่าเวลา ก่อนที่เพื่อน ๆ จะกลับมาจากสหกรณ์โรงเรียน สายตาทั้งสองข้างที่ตรวจดูสีแต่ละด้านของรูบิค ก็ปลายหางตาไปเห็นชายฉกรรจ์สองคนขับรถเวียนผ่านหน้าโรงเรียนไปรอบนึง เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะคิดว่าเป็เพียงแค่คนธรรมดาที่ขับรถผ่านไปตามปกติ แต่แล้วมันไม่ได้เป็อย่างที่เขาคิด ชายฉกรรจ์สองคนนั้นเวียนผ่านหน้าโรงเรียนไปแล้วสามรอบ แถมยังมองลึกเข้าไปในโรงเรียนราวกับกำลังมองหาใครบางคนอยู่ ไม่กี่นาทีต่อมารถของชายฉกรรจ์ทั้งสองคนขับเข้ามาจอดหน้าสวนตะแบก แล้วบุกเข้าไปยังโต๊ะที่กริ้นท์นั่งอยู่ ปลายสายตาที่เขาเหลือบเห็นไม่ได้มีแค่ชายสองคนนั้นเท่านั้น แต่ตอนนี้มากันราวห้าหกคน สิ่งแรกที่เขาคิดได้คือรีบลุกถอยออกมาก่อนแล้วกวาดสายตามองอย่างละเอียด ใช่แล้ว! ชายฉกรรจ์พวกนั้นมีกันทั้งหมดหกคนจริง ๆ ด้วย กริ้นท์ะโขึ้นไปบนโต๊ะเพื่อตั้งรับศัตรูได้อย่างสะดวก คนแรกที่อยู่ใกล้ที่สุดทำท่าจะะโตามขึ้นมา แต่ถูกกริ้นท์ถีบตกลงไปก่อน แล้วหวดแข้งซ้ายใส่คนถัดไป แต่ด้วยความที่ศัตรูมีกันมากกว่าหนึ่งคน เขาเริ่มเห็นท่าไม่ดีจึงะโถอยออกมาแล้วตั้งการ์ดพร้อมสู้ ชายคนที่สามพุ่งเข้าใส่ ทำให้กริ้นท์เบี่ยงตัวหลบไปทางขวา แล้วฟาดแขนซ้ายด้วยหลังมือเข้าเต็ม ๆ ท้ายทอยของศัตรูจนคว่ำหน้าล้มลงไป คนต่อมาก็หวดด้วยขาขวากะเอาเต็ม ๆ สี่ข้าง แต่ถูกกริ้นท์รับไว้ได้ เลยซวนเซจนเกือบจะล้ม เพราะเหลือขาข้างเดียวที่ค้ำให้ยืนอยู่ได้ แขนซ้ายที่เกาะขาศัตรูไว้อยู่ก็พยายามออกแรงเหวี่ยงไปด้านข้าง แล้วปล่อยแขนออก แต่จังหวะนั้นเขาไม่ทันได้สังเกตเลยว่ายังมีศัตรูอีกคนอยู่ด้านหลัง เลยพลาดท่าโดนถีบเข้ากลางหลังจนล้มลงไปนอนกับพื้น ศัตรูที่ถูกกริ้นท์ซัดไปก็สามารถลุกขึ้นมาได้ เลยพากันเข้ามาล้อมไว้
"แย่แล้ว!!"
ไม่ต้องหันไปมองกริ้นท์ก็รู้สึกได้ว่าตอนนี้เขาต้องโดนกระทืบแน่ แขนทั้งสองข้างพยายามผลักตัวคลานไปข้างหน้าเท่าที่ยังมีหวัง แต่ก็ไม่ทันแล้ว!
"มึงไม่รอดแน่"
ชายคนหนึ่งหยิบอิฐแดงที่กองอยู่ใต้ต้นตะแบกมาก้อนนึง เตรียมจะทุบใส่ศรีษะอย่างสุดแรง กะเอาให้ตายในทีเดียว
"ไม่รอดแล้วเรา"
ชายคนนั้นยกอิฐขึ้นเตรียมทุบ กริ้นท์หลับตาสนิทตัวเกร็งรอรับความตาย ความหวังที่เหลืออยู่น้อยนิดก็วิ่งเข้ามาหาิย่างฉับพลัน ก่อนที่ยมทูตจะโอบแขนรอรับดวงิญญาไป
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ..!!"
ชายฉกรรจ์ทั้งหกคนหันไปมองที่มาของเสียง เห็นแจ็คกับแบงค์วิ่งเข้ามาที่เกิดเหตุ มีท็อปที่ทิ้งถุงขนมวิ่งตามหน้าตื่นตระหนกมาอีกคน ชายคนที่ยกอิฐแดงเตรียมทุบก็ได้ทิ้งก้อนอิฐวิ่งหนีตามเพื่อน ๆ กันกระเจิง ทั้งสามคนเลือกที่จะเข้ามาดูเพื่อนก่อน โดยไม่ไล่ตามพวกคนร้ายไปเลยสักคน ปล่อยให้ชายฉกรรจ์พวกนั้นขึ้นรถหลบหนีกันไป เนื่องจากพวกเขาเป็ห่วงเพื่อนมากกว่า เลยเลือกที่จะวิ่งมาดูอาการของเพื่อนก่อน ถือเป็การตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด ส่วนเื่คนร้ายค่อยตามสืบทีหลังเอาก็ได้
"เป็ไงบ้างกริ้นท์.." แบงค์ถามอย่างเป็ห่วง พร้อมกับช่วยพยุงเพื่อนให้ลูกขึ้น
"ไม่เป็ไร" กริ้นท์ตอบตามตรง เพราะเขาก็ไม่ได้รับาเ็อะไรมากมาย เพียงแต่เคร็ดที่หลังจากการถูกกระแทรกเอามากกว่า
"เกือบไปแล้วนะนาย" แจ็คพูดออกมาเมื่อเห็นเพื่อนไม่ได้เป็อะไรมากนัก
"คิดว่าจะไม่รอดซะแล้ว"
"พวกนั้นเป็ใครกันนะ" ท็อปเอ่ยขึ้นมาสายตามองออกไปนอกโรงเรียนตามที่กลุ่มคนร้ายขับรถหนีออกไป
"ไม่รู้สิ.." แจ็คตอบกลับมาพลางเปลี่ยนสายตาไปตามที่ท็อปมอง
"หรือว่าจะเป็พวกที่เคยรุมทำร้ายรุ่นพี่เมื่อวันก่อน"
"ฉันว่าไม่ใช่หรอก" แบงค์เสนอความคิดเห็นขึ้นมา แต่สายตาเอาแต่จ้องมองกริ้นท์ที่กำลังปัดฝุ่นตามร่างกาย "น่าจะเป็พวกของไอ้ปุ๊มากกว่า"
ม่านตาของเพื่อนทั้งสามคนเบิกกว้างขึ้นทันทีที่ได้ยินคำตอบ ต่างหันมาสนใจในข้อคิดต่างของแบงค์กันหมด
"จำที่ทิมเล่าให้ฟังได้มั้ย ไอ้ปุ๊มันตั้งใจจะกำจัดหน่วยที่หนึ่งของแก๊งของพวกมันออกไป แต่มันกลัวว่าพวกเราจะยื่นมือเข้าช่วยไอ้แดง จึงต้องตัดตอนพวกเราซะก่อน เพราะพวกเราจะเป็ปัญหาต่อแผนการของมันมากที่สุด"
แจ็คเห็นด้วยกับความคิดของแบงค์ แต่ก็ยังมีบางอย่างที่ยังคาใจเขาอยู่ด้วยเหมือนกัน "มันก็จริงของนาย แต่ก็ไม่แน่ว่าอาจจะเป็พวกอื่นได้ด้วยเหมือนกัน"
"แต่ฉันคิดเช่นเดียวกับแบงค์นะ" กริ้นท์เอ่ยขึ้นเมื่อสังเกตเห็นว่าเศษฝุ่นไม่ติดอยู่ที่ชุดของเขาแล้ว "โอกาสสูงเลยที่จะเป็ฝีมือของไอ้ปุ๊"
ท็อปขมวดคิ้วมุ่นราวกับยังไม่เข้าใจอย่างกระจ่างชัด "ทำไมรุ่นพี่กริ้นท์ถึงคิดอย่างนั้น"
"ลางสังหรณ์เหรอ.." แจ็คเอ่ยขึ้นมาโดยที่ไม่ต้องถามไถ่อะไรให้ชัดเจน กริ้นท์พยักหน้า "อืมม์"
"งั้นก็เชื่อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์"
แม้แจ็คจะปักใจเชื่อเพื่อนทั้งสองไปแล้ว แต่ท็อปก็ยังไม่หยุดสงสัย เขายังคงมีปัญหาที่ยังคงคิดไม่ตก แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนสีหน้าเลิกสนใจไปจนได้ "ก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะ..แต่ก็เอาตามนั้นแล้วกัน"
••••• จากนักเลงสู่มาเฟีย •••••