เถียนฮวนฝืนยิ้มเล็กน้อย “เื่นี้ไม่เกี่ยวกับท่านท่านคือลูกของพวกเขา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ท่านก็ไม่ควรขัดแย้งกับผู้ใหญ่ ที่ท่านเลือกจะปกป้องข้าเมื่อครู่ข้าก็พอใจมากแล้ว”
“แต่เ้าดูไม่มีความสุข” กู้ฉางสุ่ยกล่าว
เถียนฮวนยิ้มเจื่อน “ข้ายากจะมีความสุขจริงๆ”
จู่ๆ นางก็ได้แต่งงานอย่างกะทันหัน พอแต่งเข้ามา กลับต้องมาเผชิญกับสภาพครอบครัวเช่นนี้
พ่อแม่สามีไร้เมตตา น้องชายน้องสาวสามีก็ไม่เห็นหัวพี่สะใภ้ ท่าทางยโสโอหังเช่นนั้นชวนให้รู้สึกอึดอัดใจเหลือเกิน
สำหรับครอบครัวนี้แล้ว พวกนางคงเปรียบได้กับลาคู่หนึ่ง ที่พร้อมให้ใครจะใช้สอยอย่างไรก็ได้ไม่มีค่า ไม่มีตัวตน
เห็นนางเหม่อลอยอย่างไร้เรี่ยวแรง กู้ฉางสุ่ยก็เดินเข้ามาจับมือนางไว้แน่น
“ตามข้ามา”
“หา?จะไปไหน”
เถียนฮวนยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกเขาจูงออกจากลานบ้านไปเสียแล้ว
เวลานั้นเจียงซื่อกับบุตรสาวทั้งสองยังยืนคุยกันอยู่กลางลาน เห็นกู้ฉางสุ่ยจูงมือเถียนฮวนเดินผ่านหน้าโดยไม่แม้แต่จะมองมาสักนิดกู้ฮวาจือถึงกับหน้าถมึงทึง
“ท่านแม่เ้าคะ เห็นหรือไม่ว่าพี่สะใภ้ใหญ่ร้ายกาจขนาดไหน! ดูสิ พี่ใหญ่ของข้าหลงนางจนหัวปักหัวปำห่างกันไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา[1]ก็กลับมาหานางเสียแล้ว!ถ้าพี่ใหญ่ไม่รีบหย่ากับนาง พวกเราก็ต้องหาทางไล่พวกเขาออกไป ไม่อย่างนั้น ถ้านางยุยงให้พี่ใหญ่แย่งสมบัติบ้านเราจะกลายเป็เื่ใหญ่นะเ้าคะ!”
“พวกเขากล้าหรือ!” เจียงซื่อทำหน้าดุดัน ตวาดเสียงต่ำ
แม้จะปากกล้า แต่ในใจกลับเริ่มกังวลขึ้นมาเสียแล้ว
ทว่าในตอนนั้น กู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนไม่มีทางล่วงรู้เลยว่าสามแม่ลูกคิดไปไกลเพียงใด!
ครั้งนี้กู้ฉางสุ่ยจูงมือเถียนฮวนมุ่งหน้าไปยังูเาด้านหลังหมู่บ้าน
หมู่บ้านกานสุ่ยตั้งอยู่ตรงเชิงเขา ระยะจากเชิงเขาถึงในตัวหมู่บ้าน เดินแค่สองสามหลี่ก็ถึง
พอเข้าป่า กู้ฉางสุ่ยก็จูงเถียนฮวนเดินต่อไปโดยไม่พูดไม่จา
เถียนฮวนเดินตามเขาไปอย่างมึนงง จนเมื่อหยุดยืนมั่นแล้วกวาดตามองไปรอบตัว ก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
“ว้าว ดอกไม้งดงามนัก!”
“อืม” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า “ชอบหรือไม่”
“ชอบ!” เถียนฮวนรีบตอบทันควัน
เบื้องหน้ามีดอกเบญจมาศป่าเบ่งบานราวผืนผ้า แผ่ขยายกว้างออกไปไกลนับหลี่ สีเหลืองทองอร่ามของดอกไม้ย้อมเนินเขาลูกนั้นให้กลายเป็แผ่นพรมสีทองอันงดงามจับตา
มองสีสันเจิดจ้าเบื้องหน้า เถียนฮวนก็รู้สึกว่าความหม่นหมองในใจสลายหายไปสิ้น
กู้ฉางสุ่ยเห็นดังนั้นก็เดินไปเด็ดดอกไม้จำนวนหนึ่งมายื่นให้ “ข้าให้เ้า”
เมื่อรับดอกไม้มาถือไว้ สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ อันเป็เอกลักษณ์ของดอกเบญจมาศป่าเข้าไปเถียนฮวนก็คลี่ยิ้มขึ้นมา
“ขอบคุณ” นางเอ่ยอย่างจริงใจ เพราะรู้ดีว่าเขาทำทั้งหมดนี้เพื่อตน
เจอเข้ากับดวงตาดำขลับที่เต็มไปด้วยความจริงใจฉายชัดในดวงตาคู่นั้น กู้ฉางสุ่ยก็หลุบตาลงแล้วเบือนหน้าไปทางอื่นทันที
“ไม่เป็ไร”
ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ แล้วก็รีบสาวเท้าออกไป “ไปล่ากระต่ายกัน”
เขายังคงเดินนำหน้า ส่วนเถียนฮวนก็เดินตามไปข้างหลัง
ทั้งสองเดินขึ้นมาถึงกลางเนินเขา เถียนฮวนก็เพิ่งรู้ว่า แท้จริงแล้วเขาวางกับดักไว้บนูเาลูกนี้ั้แ่ก่อนหน้าแล้ว
เขาเดินย่ำไปตามเส้นทางอย่างคุ้นเคยราวกับเดินอยู่บนพื้นราบ ไล่ตรวจกับดักทุกจุดที่เคยวางไว้
วันนี้โชคของเขาดีทีเดียว หนึ่งในกับดักมีกระต่ายอ้วนตัวหนึ่งติดอยู่ ส่วนอีกกับดักก็มีไก่ป่าสองตัวติดอยู่ในตาข่าย
กู้ฉางสุ่ยหยิบกระต่ายขึ้นมา แต่กลับไม่ได้แตะไก่ป่า
“ไม่เอาไก่กลับไปหรือ” เถียนฮวนถามเบาๆ
“เอากลับไปก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี” กู้ฉางสุ่ยตอบ
เถียนฮวนทำหน้างุนงง ก่อนที่เขาจะอธิบายต่อ “พรุ่งนี้เ้าจะต้องกลับไปไหว้ญาติผู้ใหญ่ไว้ค่อยมาเอาไก่ไปฝากบ้านลุงเ้า”
เถียนฮวนพลันเข้าใจบางอย่างขึ้นมาได้
“อย่าบอกนะ ว่าเมื่อวานที่ไปสู่ขอเ้าสาว ท่านแบกกระต่ายที่ล่าเองได้งั้นหรือ”
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า
ทันใดนั้นเถียนฮวนก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาเล็กน้อย
ที่แท้ตอนที่กู้ฉางสุ่ยไปสู่ขอนาง ของที่เอาไปทั้งหมดก็เป็ฝีมือเขาเองทั้งสิ้นบิดามารดาของเขาไม่ได้ให้ของอะไรไปเลยสักนิด ทั้งที่บ้านตระกูลกู้ก็ขึ้นชื่อว่าเป็ครอบครัวมั่งมีแห่งหมู่บ้านกานสุ่ยแท้ๆแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ในสายตาพวกเขานั้น ไม่เคยมองกู้ฉางสุ่ยเป็บุตรชายเลย
แม้แต่ฐานะของลูกก็ยังไม่ได้รับการยอมรับ
เขาช่างน่าสงสารเสียจริง
อยู่มาได้ตั้งหลายปี การที่ยังไม่เสียสติไปก่อนก็นับว่าเก่งแล้ว
สายตาที่เถียนฮวนใช้มองเขาในตอนนี้ มีความรู้สึกสงสารแฝงอยู่เล็กน้อย
แต่ไม่นานนัก แววตานางก็เปลี่ยนไปทันที เมื่อมองเห็นพุ่มหญ้าหน้าตาแปลกๆ เบื้องหน้าใบหน้านางก็ปรากฏรอยยิ้มทันใด
“หย่วนจื้อ[2]!”
นางร้องเบาๆ อย่างตื่นเต้นแล้วก็วิ่งเข้าไป หมอบตัวลงแล้วเริ่มใช้มือขุดดินอย่างทะนุถนอม
กู้ฉางสุ่ยเห็นดังนั้นก็รีบหยิบมีดเล่มเล็กส่งให้ “ใช้มีดเล่มนี้ดีกว่า”
เถียนฮวนก็ไม่เกรงใจอะไร นางรับมีดเล่มเล็กมาถือ แล้วก้มหน้าก้มตาขุดหย่วนจื้อทันที
ขุดอยู่นานเกือบครึ่งชั่วยามจึงได้พักเหนื่อยครู่หนึ่ง พอลุกขึ้นเช็ดเหงื่อ ก็เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าข้างกายยังมีอีกคนยืนอยู่!
เถียนฮวนหัวเราะแห้งๆ “คือว่า ข้า...”
“ไม่เป็ไร” กู้ฉางสุ่ยส่ายหน้า จากนั้นก็หยิบหย่วนจื้อขึ้นมาหนึ่งต้น “นี่เรียกว่าอะไร”
“นี่เรียกว่า ‘หย่วนจื้อ’ เป็สมุนไพรชนิดหนึ่ง” เถียนฮวนรีบอธิบาย “สมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณช่วยบำรุงจิตใจให้สงบถ้าต้มรวมกับซวนเจ่าเหริน[3]กับม่ายตง[4]จะได้ยาที่ดีมากๆเลยนะ ่สองสามปีนี้ท่านแม่ข้านอนไม่ค่อยหลับ ก็อาศัยสมุนไพรนี้แหละถึงพอจะข่มตาหลับได้บ้างแต่ท่านรู้ไหมว่าหย่วนจื้อแพงมาก บ้านข้าไม่มีเงินพอ ในหนึ่งเดือนท่านแม่ข้าได้กินยานี้เพียงครึ่งเดือนก็เท่านั้นใครจะคิดว่าที่นี่จะมีหย่วนจื้อขึ้นอยู่! ขอบคุณท่านมากนะ จากนี้ไปท่านแม่ข้าจะไม่ขาดยากินอีกแล้ว!”
“เ้ารู้วิธีการแปรรูปสมุนไพรด้วยหรือ” กู้ฉางสุ่ยจับประเด็นสำคัญได้ทันที
เถียนฮวนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า “บ้านข้าเคยเปิดโรงหมอ ก่อนข้าอายุสิบสองกิจการยังดีอยู่แม้ครอบครัวเราจะถ่ายทอดวิชาให้เฉพาะบุรุษ แต่ข้าเติบโตมาในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น ได้ยินได้เห็นบ่อยเข้าก็เลยพอจะทำอะไรเป็บ้าง แต่ที่ข้าทำได้ก็แค่แปรรูปสมุนไพรแบบนี้เท่านั้นนะ เื่ตรวจชีพจรหรือจ่ายยาข้าทำไม่เป็เลย”
“อย่างนี้นี่เอง” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า ก่อนจะหยิบมีดที่นางวางไว้แล้วเริ่มขุดหย่วนจื้อบ้าง
เถียนฮวนมองเขาอย่างประหลาดใจ ก่อนจะรีบย่อตัวลงนั่งข้างๆ คอยสอนเขาว่าต้นไหนควรขุดและขุดอย่างไรถึงจะดีที่สุด
กู้ฉางสุ่ยตั้งใจฟัง แล้วก็ค่อยๆ ชำนาญขึ้น ไม่นานก็ขุดได้คล่องแคล่ว
ผ่านไปไม่นาน เขาก็ขุดหย่วนจื้อมากองโต สูงเกือบถึงเข่า
เมื่อเห็นว่าเขายังจะขุดต่อ เถียนฮวนรีบห้ามไว้ “พอแล้วๆ หย่วนจื้อแปรรูปแต่ละครั้งไม่ได้ใช้มากมายนักที่มีอยู่ตอนนี้ถ้าเตรียมดีๆ ก็พอให้ท่านแม่ข้าใช้ได้สองถึงสามเดือนเลยทีเดียว ส่วนที่เหลือไว้ค่อยทยอยเก็บก็ได้ไม่ต้องรีบ”
“อืม” กู้ฉางสุ่ยจึงหยุดมือ
จากนั้นเขาก็ไปตัดหญ้ามาหลายกำ แล้วมัดหย่วนจื้อทั้งหมดเข้าด้วยกันเป็มัดเดียว
เถียนฮวนรีบจะรับมาถือ แต่เขากลับสะบัดมือแล้วสะพายขึ้นบ่าทันที จากนั้นหันมาพูดกับนางว่า“จริงๆ เมื่อครู่ข้าแค่อยากบอกว่า เ้าทำเป็เช่นนั้น...ดีมาก”
เถียนฮวนได้ยินก็ชะงักไปอีกครั้ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
ชายคนนี้...ยิ่งอยู่ด้วยก็ยิ่งน่ารู้จักเสียจริง
[1] หนึ่งถ้วยชา หมายถึง เวลาประมาณ 5-10นาที
[2] หย่วนจื้อ คือ สมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ บำรุงจิตใจให้สงบ
[3] ซวนเจ่าเหรินคือ สมุนไพรที่ช่วยบำรุงจิตใจ กล่อมประสาท
[4] ม่ายตงคือ สมุนไพรที่มีสรรพคุณบำรุงปอด บำรุงจิตใจ