เสียงโทรศัพท์เข็มทิศดังขึ้นในเวลาตีสี่ เข็มทิศงัวเงียขึ้นมารับ ก่อนสะบัดผ้าห่มด้วยความแรงจนคนตัวใหญ่ตื่น
“ใครโทรมาเขม มีอะไรหรือเปล่า”
“กูต้องไปโรงพยาบาลตอนนี้” ศิวดลใ
“ของขวัญเป็อะไร”
“ไม่ใช่ขวัญแต่เป็วิน ธาวินทร์” ศิวดลกับเข็มทิศมาถึงโรงพยาบาลเอกชนหรูใจกลางเมือง ทันได้พบกับคุณหมอหนุ่มหน้าตี๋ดูสะอาดสะอ้าน อยู่ในชุดเสื้อกราวด์ขาวที่เปิดประตูออกมาจากห้องไอซียู
“สวัสดีครับผมหมอดรีมเป็หมอที่ดูแลเคสของคุณธาวินทร์โดยตรง ตอนนี้อาการคนไข้ยังน่าเป็ห่วง แล้วก็อยากคุยกับครอบครัวของคนไข้โดยตรงครับ เพราะร่างกายคนไข้าเ็รุนแรงโดยเฉพาะ”
“โดยเฉพาะอะไรหรอครับหมอ” เข็มทิศถามอย่างร้อนใจ
“โดยเฉพาะดวงตาครับ หมออยากคุยกับครอบครัวโดยตรงเพื่อคุยกันเื่รักษาต่อไปครับ”
“อ้อครับผมจะพยายามติดต่อให้ครับ แต่ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยใช่ไหมครับหมอ”
“อาการยังทรงตัวได้ดีครับ เดี๋ยวยังไงหมอขอตัวก่อนนะครับ”
หมอดรีมเดินจากไปแล้ว ศิวดลได้แต่วางมือบนไหล่เล็กของคนรักอย่างปลอบโยน
................................................................................
“ที่นี่ที่ไหนกัน” สองข้างทางที่เต็มไปด้วยป่าดิบชื้น มืดดำ ทุกอย่างเงียบสงัด รายล้อมด้วยหมอกหนาทึบ เบื้องหน้าเป็สะพานไม้เก่า หลายคนเดินเลยผ่านไปไม่มีคำพูดคุย
ธาวินทร์เดินไปปรารถนาเพื่อข้ามสะพานเฉกเช่นคนอื่น
“วิน วิน” หนุ่มน้อยหันกลับมามอง เห็นผู้เป็พ่อใส่ผ้าเหลืองในเพศบรรพชิตยืนอยู่จากทางด้านหลัง
“ทางที่วินต้องเดินคือทางนี้ไม่ใช่ทางนั้นลูก” ธาวินทร์หันหลังกลับมามองผู้เป็พ่อ
“พ่อครับที่นี่ที่ไหนกัน ทำไมเราไม่เดินไปกับพวกเขาละครับ” ธาวินทร์ผายมือไปข้างหลังให้พ่อดู แต่เมื่อหันกลับไปทางที่เห็นเป็สะพานกลับกลายเป็เหวลึก ด้านล่างประหนึ่งเปลวไฟแดงฉาดฉานร้อนระอุ เพลิงเผาไหม้ใต้ก้นบึ้งสุดลูกหูลูกตาประหนึ่งลาวาหลอมเหลว ไอร้อนต้องหน้าใส ธาวินทร์ถึงกับเข่าอ่อนล้มลง มองด้วยความหวาดกลัว เงาดำสูงใหญ่ปรากฎกายลอยเหนือหุบเหวลึก สูงขึ้นๆ
“มานี่” เสียงดังกังวานกึกก้อง
“ไม่ผมไม่ไป” ธาวินทร์ะโบอกด้วยความหวาดกลัว ทั้งกระถดถอยหลังหวังจะหนีให้ไกล
แสงแว๊บวาวราวกับสายฟ้าฟาดสว่างวาบ เหมือนเชือกหนารั้งพันธนาการสองขาเขา ทั้งแรงลากมหาศาลอย่างยากจะรั้งกายไว้ได้ ปากเหวคือจุดหมาย
พระภิกษุผู้เป็พ่อนั่งท่าขัดสมาธิ สื่อกระแสจิตไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่พระภิกษุทำนั้นคืออะไร
มีเพียงร่างดำทมึฬส่งเสียงดังกังวาน ก้องเข้ามาในโสตประสาท
“อีก 7 วัน อีก 7 วันนนนนน” แล้วก็ค่อยๆจางหายไป
PART ธาวินทร์
เมื่อสติกลับมา ผมก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้ผมอยู่ในชุดคนไข้ สายน้ำเกลือระโยงรยางค์ พยายามลืมตาอย่างยากลำบากดันกายลุกขึ้น ทุกส่วนของร่างกายปวดระบมไปหมด สองเท้าััพื้นเหมือนไม่มีเรี่ยวแรง
“นอนไปนานแค่ไหนแล้วเนี่ย น้ำหิวน้ำจัง” ผมสบถกับตัวเอง มองไปยังหัวเตียง น้ำในเหยือกแห้งสนิท จึงเดินออกมาด้านนอกห้องผู้ป่วย เดินมาได้สักพักที่ระเบียงโรงพยาบาลมีชายสูงวัยท่าทางน่าเกรงขาม กำลังคุยกับใครบางคนหน้าหวานราวกับผู้หญิง เื่ที่คุยกันสงสัยเครียดน่าดู ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง หากแต่เดินออกไปตอนนี้พวกเขาคงเห็นแน่ จึงรอให้คุยธุระกันเสร็จก่อนค่อยออกไป
“ฉันขอบอกตามตรงว่าฉันมีลูกชายคนเดียว ทั้งธุรกิจมากมายที่ต้องดูแล ฉัน้าทายาทเพื่อมาสืบทอดวงศ์ตระกูล คุณเข้าใจใช่มั้ย”
“ผมเข้าใจครับท่านประธาน แต่ขอร้อง อย่าเพิ่งไล่ผมตอนนี้ ผมไปตอนนี้ไม่ได้ ขอให้ผมมั่นใจก่อนว่าพี่ทามหายดีปลอดภัยแล้วจริงๆ ผมสัญญาว่าผมจะไปจากที่นี่เอง”
“ฉันจะเชื่อคำสัญญาของนาย ขอให้นายรักษาสัญญาด้วย อ้ออีกอย่างช่วยเก็บเื่นี้เป็ความลับนะ”
ชายสูงวัยที่คนหน้าหวานเรียกว่าท่านประธานเดินออกไปแล้ว แต่คนหน้าหวานยังยืนปาดน้ำตา เื่ที่คุยกันคงทำให้เขาเ็ปมากจริงๆ คนหน้าหวานเงยหน้ามองฟ้า หายใจสะอื้น แต่เหมือนเขาจะรู้ว่ามีใครแอบมองอยู่ แล้วอยู่ๆร่างกายผมก็เหมือนถูกกระชากจากด้านหลังอย่างรุนแรง สมองมึนดวงตาพร่าเบลอ ทุกอย่างหมุนวนเป็พันรอบ มีภาพปรากฎขึ้นในหัวเป็ร้อยเป็พัน ั้แ่ผมเกิดจนประสบอุบัติเหตุแล้วทุกอย่างก็ตัดไปเหลือไว้เพียงความว่างเปล่า
................................................................................
3 เดือนต่อมา
“เฮือก” ร่างกายคนเจ็บสะดุ้งเฮือกเหมือนโดยผลัก รับรู้สติได้แม้ทุกอย่างยังมืดมิด ทั้งยังมึนงงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรกันแน่
“คุณหมอค่ะคนไข้ฟื้นแล้วค่ะ” หมอดรีมรีบเดินเข้ามาดูคนไข้ ในห้องผู้ป่วย VIP ผู้เป็หมอเช็คอาการคนไข้อย่างละเอียด แม้ยังมีผ้าปิดรอบตัวตา แต่ก็ยิ้มออกมาได้ ก่อนมาพบดวงดาราผู้เป็แม่ของธาวินทร์ หญิงสูงวัยมีความหวัง อย่างน้อยลูกชายก็ยังมีชีวิตอยู่
“อาการคนไข้ดีขึ้นเรื่อยๆมีเพียงอย่างเดียวที่น่าเป็ห่วง อย่างที่แจ้งคุณแม่ไป”
“ธาวินทร์ต้องเปลี่ยนกระจกตาเมื่อฟื้นขึ้นมาหรอค่ะ”
“ครับเร็วที่สุด ทางหมอได้คุยกับแพทย์เฉพาะทางไว้แล้ว หากคุณแม่เห็นสมควรก็จะผ่าตัดทันทีเมื่อร่างกายคนไข้พร้อม”
“ได้ค่ะหมอ ฉันขอเพียงแค่ธาวินทร์อยู่กับฉัน ฉันก็ไม่ขออะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว”
................................................................................