ในเวลาบ่ายของวันศุกร์เป็เวลาแห่งการเรียน “ศาสตราอาคม” ผู้สอนคืออาจารย์บุญศักดิ์นั่นเอง บรรยากาศในห้องเงียบเชียบนักเรียนต่างตั้งใจเรียน
“การสร้างศาสตราลงอาคมนั้นขึ้นอยู่กับเหตุการณ์สิ่งของที่จะนำมาเป็อาวุธ และบริบทที่เราลงอาคม จะผิดพลาดไม่ได้เอาละมีใครรู้บ้างว่า การลงบริบทหรือลงคาถาผิดหรือขาด อาวุธนั้นๆจะเป็ยังไง”
“ก็ทำให้อาวุธนั้นไม่ขลัง ใช่ไหมครับอาจารย์”แม็กยกมือและลุกขึ้นตอบทันที และทำท่ายิ้มๆ พอใจในคำตอบของตัวเอง
“ถ้าไม่รู้ก็อย่าทำให้คนอื่นๆ ไข้วเขวซิ” เสียงของมะลิดังขึ้นเธอลุกขึ้นมองดูแม็ก และหันมาทางอาจารย์บุญศักดิ์
“อาจารย์คะ การลงบริบทผิดหรือขาด จะทำให้อาวุธนั้นกลายเป็ของไร้ค่าหรือไม่ก็มีประสิทธิภาพเกินที่เราจะคาดเดาได้ และอาจจะส่งผลให้อาวุธนั้นมีอานุภาพร้ายแรงไร้สิ่งป้องกันได้”
“นี่มะลิ ถ้าเป็อย่างนั้น ใครท่องมั่วๆ ก็สร้างได้หมดสิ”แม็กแย้งขึ้นมาทำเอามะลิถึงกับทำหน้าเซ็ง
“นี่แม็กนายฟังให้จบก่อนสิ การสร้างศาสตราอาคม คนสร้างต้องมีอาคมและคาถาสดับ ถ้ารู้คาถาแต่ไม่มีอาคมก็ใช่ว่าจะทำได้ นายก็น่าจะรู้นะที่เรามาเรียนที่นี่ได้ทุกคนต้องผ่านพิธีกรรมอาบอาคมและถ้าคนที่มีอาคมใช้คาถาผิดส่วนหรือขาดตอน การร่ายอาคมบางอย่างจะให้ผลตรงกันข้ามการสร้างศาสตราอาคมก็เหมือนกันจะต่างกันตรงที่สิ่งที่ลงอาคม ศาสตราจะให้ประสิทธิภาพเกินที่จะคาดเดาได้และผลของมันจะทำอันตรายต่อบุคคลอื่นแม้แต่ตัวเองนี่เป็เพียงผลเสียเล็กน้อยเท่านั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นนั้นยิ่งใหญ่เกิดที่เราจะรู้ได้”
“เหรอ” สั้นๆคำเดียวที่แม็กเอ่ยออกมาแล้วก็นั่งลงอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่แล้วหันมามองค้อนเพื่อนๆในกลุ่ม
“ใช่การสร้างศาสตราอาคมนั้นอันตรายมากแต่การสร้างศาสตราต้องห้ามก็มีข้อจำกัดอยู่มาก จะทำได้มันก็มีหลักการณ์และกฎเกณฑ์บางอย่างประกอบกันเพราะฉะนั้นอย่าทำเป็เล่นไป ผมเตือนพวกคุณก่อนว่าถ้าพวกคุณยังทำเป็เล่นและเกิดเื่คุณจะต้องถูกลงโทษโดยตรงจากท่านผู้อำนวยการ ซึ่งพวกคุณคงไม่อยากเจอท่านหรอกนะ”
{{{อ๊อดดดดดดดดดดด}}} เสียงกริ่งหมดชั่วโมงดังขึ้น
“เอาละทุกคนวันนี้พอแค่นี้ เจอกันชั่วโมงหน้า”
“สวัสดีครับ/ค่ะ”
หลังอาจารย์เดินออกไปเหล่านักเรียนก็ต่างนั่งจับกลุ่มคุยกัน
“เฮ้ยพลายทำไมมึงไม่สะกิดบอกกันบ้างวะ”แม็กเริ่มโบ้ยความผิด
“บอกอะไรวะ”พลายเริ่มงง
“ก็เื่เมื่อกี้งะ”
“อ๋อ กูไม่รู้ จะให้กูบอกยังไง”พลายส่ายหัวเป็การใหญ่
“อะไรวะ มึงเก่งจะตาย ถ้าเื่อาคมในกลุ่มเรามึงเป็ที่หนึ่งเลยนะโว้ยแล้วเวลามึงร่ายอาคมผิดมันไม่เกิดอะไรขึ้นเลยหรือวะ” สิ้นเสียงแม็ก พลายค่อยจ้องหน้ามองแม็กใกล้เข้า ใกล้เข้า
“กูไม่เคยร่ายอาคมผิด” สั้นๆที่พลายพูดออกไปทำเอาแม็กอึ้งไปตามๆกัน
“จริงหรือวะ”แม็กมองพลายด้วยสายตาไม่เชื่อ
“จริง ฉันไม่เคยเห็นพลายร่ายคาถาผิดแม้แต่ครั้งเดียว” มะลิเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินมาหากลุ่มหนุ่มๆ
“แต่ว่านะเพราะไม่เคยทำอะไรผิดนะสิ ถึงไม่ค่อนฉลาดกับเขาสักที”มะลิเริ่มประชดพลาย ทำเอาทุกคนต่างงงเป็การใหญ่
“นี่มะลิเธออย่าเอาเื่อื่นมารวมด้วยสิทำไมเื่มันคาใจเธอมากหรือไงถึงคอยโยงไปเื่นั้นทุกที” พลายเริ่มทำหน้าตายียวนแบบที่ไม่มีใครเคยเห็น
“นี่พอเถอะๆ มะลิเธอนะเก่ง รู้ไปทุกเื่แหละแค่เนี้ยพอใจใหม” แม็กตัดบทและเริ่มกระแนะกระแหนมะลิ
“อย่างน้อยในหมู่พวกเราก็ต้องมีคนรู้บ้างแหละ วุธมึงว่าใง”แม็กมองหน้าวุธเหมือนจะหาพวก
“เสียใจกูไม่เคยใช้อาวุธ” วุธส่ายหัว
“อะไรวะชื่ออาวุธแท้ๆ ไม่เคยใช้อาวุธ ไอ้เอ๋อละ” แม็กหันไปถามเอกที่นั่งข้างๆ
“ผมเล่นแค่ดินแต่โคลนไม่รู้หรอกครับ” เอกก็ส่ายหัว
“อย่าบอกนะว่าทั้งห้องไม่มีคนรู้เลย” แม็กพูดแล้วมองไปรอบๆห้องแล้วทุกคนในห้องก็หันมาส่ายหัวให้แม็ก
“อะไรกัน แล้วทำไมเธอถึงรู้เื่อยู่คนเดียวละมะลิ”แม็กเริ่มเปลี่ยนคำถาม
“นี่แม็กเธอไม่รู้เหรอว่าตระกูลของมะลิเป็โหรหลวงสืบทอดกันมาั้แ่สมัยอยุธยาแล้วนะ” หญิงแว่นพูดขึ้นพร้อมกับขยับแว่น
“เหรอ เป็ทายาทโหรหลวงแล้วไง รู้ทุกเื่หรือไง” แม็กเริ่มท้าทาย
“เฮ้ยแม็กกูว่ามึงหยุดเถอะ” พลายเริ่มห้ามแม็ก
“มึงนั่นแหละหยุด พลาย กูรู้ว่ามึงรู้ แต่มึงทำเป็ไม่รู้”แม็กไม่ฟังเสียงเริ่มพาลไปทั่ว
“พรุกนี้วันเสาร์ไม่มีเรียน เจอกันที่ลานกว้างหน้าโรงเรียนฉันอยากจะรู้นักว่าเธอจะรู้ทุกเื่ใหม” แม็กเริ่มท้าทายมะลิทำเอาทุกคนต่างกุมขมับ
“ถ้าฉันรู้ทุกเื่แล้วจะได้อะไรละ”
“ได้ถ้าฉันแพ้เธอจะให้ฉันทำอะไรก็ได้แต่ถ้าเธอไม่รู้จริงเธอจะต้องทำตามที่ฉันพูดละ โอเค้” แม็กพูดกวนๆ พร้อมยักคิ้วให้มะลิ
“ได้ แล้วเจอกัน”มะลิตอบพร้อมกับเดินออกไป
“วุธ ไอ้เอ๋อ พวกมึงต้องช่วยกูด้วย มึงด้วยพลาย”
“หา!”ทุกคนหันมาแทบไม่ทันปฏิเสธก็ต้องตกกะไดพลอยโจรไปด้วย ทำได้แค่ส่ายหน้าเท่านั้น
วันเสาร์ ลานกว้างหน้าโรงเรียนเวลาใกล้เที่ยงมะลิและหญิงแว่นยืนรอเหล่าหนุ่มๆ อยู่ สักพักเหล่าหนุ่มๆก็เดินเข้ามา
“พร้อมหรือยังมะลิ” แม็กเอ่ยขึ้น แม็กดูมั่นใจกับศึกในครั้งนี้มาก แต่ทางพลายเอก และวุธ ทุกคนต่างมีสีหน้าที่เอื่อมระอา เหมือนไม่ได้เต็มใจมาด้วย
“ใครจะเข้ามาก่อน”มะลิมองหน้าเหล่าหนุ่มๆ เรียงตัวบุคคล
“ขอผมก่อนละกัน ให้ตายสิทำไมผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยนะ”วุธบ่นพร้อมกับเดินออกมาประชันหน้ากับมะลิ
“นี่ท่านประธานให้เกียรติฉันมากเลย” มะลิมองหน้าวุธแล้วยิ้มๆ ไม่มีทีท่าจะเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
“มะลิ!!!!”เสียงของหญิงแว่นดังขึ้นทันทีที่มะลิพูดกับวุธจบมะลิหันมามองทางหญิงแว่นเห็นหญิงแว่นลอยขึ้นจากพื้นเรื่อยๆ
“หญิงแว่น” มะลิวิ่งไปหาหญิงแว่น พยายามคว้าตัวหญิงแว่นไว้แต่ก็ไม่เป็ผลเพราะ หญิงแว่นลอยสูงเกินที่มะลิจะเอื้อมถึง
“ยกแรกก็เล่นกันหนักเลยนะท่านประธาน” มะลิหันมาพูดกับวุธ
“อย่ามัวแต่พูดละ เดี๋ยวหญิงแว่นก็...” วุธพูดไม่ทันจบหญิงแว่นก็ถูกเหวี่ยงไปเหวี่ยงมากลางอากาศ แต่หญิงแว่นก็ไม่มีท่าทีใอะไรได้แต่พยายามประคองแว่นไว้ไม่ให้หลุด
“ได้ โหงพรายสินะ แบบนี้นี่เองถึงพูดได้ว่าไม่เคยใช้อาวุธ”มะลิหยิบเศษด้ายขึ้นมา เธอกำไว้แน่น ในปากพึมพลำๆแล้วแบบมือออกเศษด้ายกลับยาวขึ้นๆ ไปพันรอบตัวหญิงแว่น และทำท่าจะดึงลงมาวุธซึ่งมองดูเหตุการณ์ก็แอบยิ้มแต่ก็ต้องใ เมื่อมะลิปล่อยด้ายและหันกลัมพร้อมถุงสีแดงบนเนื้อผ้าลงอักขระไว้ มะลิโบกผ้าไปมา พลันถุงก็โป่งพองขึ้น
“หลอกฉันไม่ได้หรอก โหงพรายไม่มีทางที่จะทนด้ายสายสิญจน์ยิ่งด้ายพันรอบตัวหญิงแว่นขนาดนี้แสดงว่า ที่หญิงแว่นลอยขึ้นไปไม่ใช่ฝีมือโหงพรายสินะ” มะลิโยนถุงผ้าให้วุธ พลันหญิงแว่นก็ร่วงลงมาทับมะลิเต็มๆ
“โอ้ย นายทำอะไรนะวุธ” มะลิโวยวายพร้อมกับพยุงตัวเองและหญิงแว่นขึ้น
“เธอจับโหงพรายของเราได้ เราแพ้แล้ว” วุธเดินหันหลังกลับไปยอมจำนนแพ้แต่โดยดี ยกแรก มะลิชนะวุธไปได้
“ใครจะเป็คนต่อไป”
“ผมเองครับ” เอกวิ่งออกมา ยืนประจันหน้ากับมะลิ
“นายเหรอมีอะไรละ”มะลิมองหน้าเอก พยายามมองรอบๆตัวเอกเพื่อป้องกันว่าจะมีลูกไม้อะไรอีก
“มะลิ มะลิ”หญิงแว่นร้องเรียก พร้อมกับชี้ให้มะลิดูมะลิมองไปเห็นควายสีเทาตัวใหญ่กำลังฟัดขา เตรียมจู่โจม
“มะลิไปเถอะ”หญิงแว่นดึงแขนมะลิวิ่ง เ้าควายก็วิ่งตามไล่ขวิด
“หญิงแว่นหยุดลากฉันสะทีซิเดี๋ยวสะดุดหกล้มก็โดนขวิดหรอก”แต่หญิงแว่นก็ยังคงลากมะลิวิ่งเหมือนเดิม ไม่ฟังเสียงมะลิที่ทัดทานไว้
“ร้ายไม่ใช่เล่นนะเอกเล่นควายธนูเลยเหรอ” มะลิพูดทั้งๆที่ถูกลากอยู่
“ขะขะ ครับ”เอกเขินที่มะลิพูดเช่นนั้นพร้อมกับเอามือกุมหัวด้วยท่าทีเขินอาย
“หญิงแว่นวิ่งไปเอาน้ำมาถังหนึ่งเร็ว”หญิงแว่นได้ยินก็ปล่อยมะลิแล้วผละออกไป แล้ววิ่งไปที่ก๊อกน้ำข้างๆ ตึก ตักน้ำใส่ถัง วิ่งเอามาให้มะลิที่กำลังถูกควายธนูวิ่งไล่อยู่
[[[ซูมมมมมมม]]] น้ำหนึ่งถังใหญ่ๆ ถูกสาดใส่มะลิตัวมะลิเปียกโชกั้แ่หัวยันเท้า
“หญิงแว่น!! ฉันให้เอาน้ำมาให้ฉันไม่ใช่เอามารดฉัน”มะลิตวาดใส่แล้ววิ่งไปหยิบถังน้ำไปตักน้ำ ควายธนูวิ่งเข้าใกล้มะลิมะลิก็สาดน้ำใส่ขาควายธนู พลันขาควายธนูก็ละลายและหักไป ควายธนูล้มลงและเริ่มละลาย
“นี่นายจะบ้าเหรอเอก เอาดินโคลนมาปั้นควาย แบบนี้ผีที่ใหนมันจะกลัว”มะลิว่าให้เอก ทำเอาเอกที่ยืนเขินอยู่ถึงกับหน้าถอดสีเหมือนจะร้องไห้
“คุณมะลิรู้ได้ไงว่าผมใช้ดินโคลนมาปั้นนี่คุณแม็กเขาบอกผมเมื่อคืนนี้เองนะครับเขาบอกว่าถ้าคุณมะลิใช้คาถาปราบควายธนูผมแสดงว่าคุณมะลิไม่รู้ว่าผมใช้ดินโคลนปั้น”
“แน่สิ ควายออกเทาขนาดนั้น วิ่งทีเท้าแบนติดดินเนี้ยนะ ปกติเขาจะใช้ดินเหนียวกลางป่าช้าในการปั้นเพราะควายจะมีฤทธิ์และแข็งแกร่ง” มะลิสวนกลับ บรรยายหลักการปั้นควายธนูเป็ฉากๆเอกได้ฟังก็หันมาหาแม็กพร้อมกับพยักหน้ารับกับคำพูดของมะลิ
“ผมแพ้แล้วนะครับคุณแม็ก”เอกเดินไปรวมตัวกับวุธที่ยืนอยู่อีกด้าน
“แล้วไง คนไปเป็ใคร พลายนายเหรอ”มะลิถามกลับหันไปจ้องพลายเหมือนกับรอเวลานี้อยู่
“ไม่ต้องถึงมือพลายหรอก” แม็กเดินออกมาอย่างมั่นใจและยิ้มเยาะราวกับเป็ผู้ชนะ
“เธอแพ้แล้วมะลิ มนต์ของฉันเริ่มขึ้นั้แ่เราเจอหน้ากันแล้วแต่เธอยังไม่รู้และยังไม่คลายมนต์ของฉันแสดงว่าเธอก็ไม่รู้”แม็กเริ่มยิ้ม มองหน้ามะลิรอคอยดูสีหน้าของคนที่กำลังจะพ่ายแพ้
“นายหมายความว่ายังไง”มะลิใ และดูเป็กังวลทำท่าเหมือนใอย่างมาก
“นั่งไงเธอถึงแพ้ไง”แม็กย้อนกลับมะลิ ที่ดูใกับคำพูดของตนเองอยู่มะลิที่ดูกใก็หันมายิ้ม แล้วท่าทีใก็หายไป
“เหรอ ถ้านายจะหมายถึงไอ้นี่น่ะนะ”มะลิหยิบห่อผ้าสีแดงขึ้นมาทำเอาแม็กถึงกับใ
“เื่ที่นายทำเสน่ห์หญิงแว่นเนี้ยนะมนต์ของนายไอ้ตุ๊กตาเสน่ห์ยาแฝดที่อยู่ใต้โต๊ะหญิงแว่นเนี้ยฉันไปถอนมันออกมาก่อนมารอนายแล้วเธอประมาทฉันไปหน่อยนะ”
“เป็ไปได้ไงก็ที่เมื่อกี้” แม็กยังไม่อยากเชื่อว่าแผนที่ตัวเองวางไว้จะถูกมะลิพบเจอได้ง่ายๆ
“ที่หญิงแว่นลอยขึ้นฟ้าตบตาฉัน หล่นลงมาทับฉัน ลากฉันวิ่งเอาน้ำมาสาดฉันนะเหรอ มันเป็ละครตบตาพวกนายต่างหาก” มะลิหันไปทางหญิงแว่นหญิงแว่นเดินขยับแว่นมา
“ขอโทษนะแม็ก คือนายทำฉันก่อนนะ” หญิงแว่นพยายามขอโทษแม็ก
“หึ มันยังไม่จบหรอกแค่เธอหาตุ๊กตาได้แล้วไง” สิ้นเสียงแม็กหญิงแว่นก็ทรุดตัวลงพร้อมกับร้องออกมาอย่างเ็ป
“หญิงแว่นเป็อะไร”มะลิพยุงตัวหญิงแว่นไว้
“ไม่รู้สิมันปวดขา ปวดหลัง ปวดไปหมดเลย”
“หรือว่า” มะลิเอะใจแล้วรีบเปิดห่อผ้าก็พบว่าตุ๊กตาตัวหนึ่งมีหมุดฝังอยู่เต็มไปหมด
“เธอคงจะรู้นะว่าถ้าเธอถอนหมุดออกจะเกิดอะไรขึ้น”แม็กเริ่มยิ้มเยาะอีกครั้ง ที่ตอนนี้ตัวเองถือไพ่เหนือกว่าอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้ทำให้มะลิสะทกสะท้านอะไรเลย
“หึหึ นายพลาดไปอย่างหนึ่งนะ” มะลิยิ้มขึ้นพร้อมกับหยิบก้อนหินเล็กๆขึ้นแล้วฝังไปยังตัวตุ๊กตาอีกตัว
“พลาดที่นายทำเสนห์กับตัวเองนะสิ”มะลิหยิบไฟแช็กขึ้นมาลนตุ๊กตาอีกตัว ปากก็พรึมพรำร่ายคาถา
“จ๊ากกกกก”แม็กร้องขึ้นเพราะร้อนไปทั่วทั้งตัวราวกับถูกไฟเผาแม็กหยิบเศษดินในกระเป๋าออกมากำจนเศษดินแตกละเอียดพลันตุ๊กตาทั้งสองก็แตกออกจากกัน หญิงแว่นก็หายจากความเ็ป รวมถึงแม็กก็หายร้อนเช่นกัน
“ไม่เห็นฉันต้องเปลืองแรงคลายมนต์เองเลย ใครทำก็ให้คนนั้นแก้ซะ” มะลิพูดอย่างคนชนะตอนนี้แม็กเริ่มจ๋อยแล้ว ทรุดตัวลงคุกเข่าแบบคนแพ้พลายเดินมาจับบ่าแม็กแล้วเดินมาหามะลิ
“พลายนายยังจะสู้อีกเหรอ ทั้งๆที่นายก็น่าจะรู้ดีว่าสิ่งที่ฉันรู้มากและรู้ดีที่สุดคือเื่ของนาย”มะลิพูดทำเอาทุกคนหันมาสนใจยิ่งขึ้นแม้แต่แม็กที่ทรุดลงก็ลุกขึ้นมอง
“มะลิ ทุกก้าวที่เราเดิน ทุกสิ่งที่เราทำ เธอรู้ทุกอย่างเพราะฉะนั้นเราจะไม่ดวลกับเธอด้วยอาคม”ตอนนี้บรรยากาศรอบข้างเริ่มเงียบ
“แต่เราขอถามเธอข้อหนึ่ง”ทุกคนเริ่มเดินเข้ามาไกล้ทั้งคู่ด้วยความอยากรู้ว่าจะตัดสินกันอย่างไร
“พลายจะสู้ด้วยคำถาม”หญิงแว่นเอ่ยขึ้น ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยไม่คาดคิดว่าศึกตัดสินของทั้งคู่จะเป็การถามตอบ
“ใช่ ถ้าเธอตอบถูกเราจะยอมรับว่าเธอนะเก่งรอบรู้ไปทุกด้าน เราจะยอมแพ้แต่โดยดี”
“ได้ ฉันรับคำท้านี้”มะลิมีลังเลเล็กน้อยกับการท้าทายของพลายในครั้งนี้ก่อนที่ตอบตกลงรับคำท้าไปอย่างเสียไม่ได้
“เมื่อวานชั่วโมงสุดท้ายอาจารย์บุญศักดิ์เอ่ยถึงท่านผู้อำนวยการเราอยากรู้ว่าท่านผู้อำนวยการเป็ใคร” พลายพูดจบทำเอามะลิอึ้ง มะลิถอยหลังนิดหนึ่งแล้วทรุดตัวลงกับพื้นหญิงแว่นรีบเข้าไปประคลองไว้ พลายหันกลับไปมองทางแม็ก วุธและเอกที่ยืนมองอยู่แม็กเห็นดังนั้นก็โดดขึ้นดีใจ
“ชนะแล้วโว้ยยยยย”
“เดี๋ยวก่อนพวกนายขี้โกง นายถามคำถามที่พวกนายก็ไม่รู้พวกนายรู้ใหมละว่าท่านเป็ใคร” มะลิเงยหน้าขึ้นมองพลายด้วยน้ำตาซึม
“ใช่ พวกเธอก็รู้นะว่ามะลิหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนนี้มากแค่ไหนมีแต่สิ่งนี้เท่านั้นที่ไม่อาจหาได้ “หญิงแว่นต่อว่าแทนมะลิพลายเห็นก็เดินเข้าไปหามะลิ
“ใช่เราไม่รู้ แต่ถ้าเธอ้าคำตอบเราจะหาให้ การจะหาใครสักคนมันไม่ยากสำหรับเธอสิ่งที่เธออยากรู้มันต้องมีคนเสียสละ” พลายเดินเข้าหามะลิพร้อมกับหยิบมีดพกขึ้นมาเล่มหนึ่งมะลิเห็นก็เหมือนจะรู้ว่าพลายจะทำอะไรน้ำตาที่ซึมอยู่หางตากับไหลรินอาบแก้มทั้งของข้างของมะลิ
“ไม่” มะลิพูดทั้งๆที่ ไม่มองหน้าพลายแล้วส่ายหัวไปมาพลันพลายก็หยิบมีดพก ปักลงดินต่อหน้าทุกคน
“ในชีวิต เราไม่เคยร่ายอาคมผิดแม้แต่ครั้งเดียวครั้งนี่จะเป็ครั้งแรกที่เราจะร่ายอาคมผิด บางทีคำตอบครั้งนี้เราอาจจะไม่รู้คำตอบแต่พวกเธอจะได้รู้คำตอบแน่นอน” ตอนนี้ทุกคนอึ้งกับการกระทำของพลาย โดยเฉพราะมะลิที่รีบวิ่งไปกะฉากคอเสื้อพลายไว้พยายามยั้งไม่ไห้พลายทำอะไร
“เฮ้ยพลาย หรือว่ามึงจะลงอาคมศาสตราต้องห้าม” แม็กตระโกนขึ้นทั้งสามรีบวิ่งมาห้าม แต่ไม่ทันเข้ามาพลายก็เริ่มท่องคาถา พลันมะลิก็กุมมือพลายไว้เธอเงยหน้ามองพลายด้วยน้ำตาอาบแก้ม
“ไม่นะพลาย ฉันยอมแพ้แล้วอย่าเลย ฉันไม่อยากได้คำตอบฉันไม่้าให้ใครมาเสียสละทั้งนั้น หยุดเถอะ..ฉันขอร้อง”มะลิร้องให้จนแทบยืนไม่อยู่ และซบลงบน อกของพลาย มือก็ทุบ อกพลายปากก็พูดแต่เพียงว่า”หยุดเถอะ หยุดเถอะ” ทำให้ทุกคนพากันอึ้งและงงกันเป็แถบๆ
พลายดึงมือมาลูบผมมะลิช้าๆ จับไหล่มะลิแล้วย่อลงมาดูหน้ามะลิ
“ยายบ๊อง ใครจะกล้าทำเธอคิดเหรอว่าฉันจะทำให้เธอถึงขนาดนี้” พลายยิ้มแล้วขยี้หัวมะลิไปมา
“ตาบ้านี่” มะลิมองหน้าพลายและทุบอกพลายอีกครั้งตอนนี้ใบหน้าของมะลิเริ่มมีรอยยิ้ม ทั้งคู่ต่างยิ้มให้กันพลายหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้มะลิ มะลิรับผ้ามาเช็ดน้ำตา
ทางด้านสามหนุ่มก็เริ่มมีร้อยยิ้มรีบวิ่งเข้ามา
“เอาละงานนี้ก็ถือว่า โมฆะกันไปละกัน แต่ว่าพวกเราช่วยกันหาก็ได้นิไม่ต้องเสี่ยงก็ได้ เพียงพวกเราช่วยกันหา ยังไงต้องรู้ได้แน่ว่าท่านเป็ใคร”วุธเสนอความคิดเห็น ทุกคนมองหน้ากันแล้วพยักหน้าให้กัน
“โอเช งั้นเราเริ่มต้นค้นหากันเถอะ ใครหาเจอก่อนชนะ คนแพ้ต้องทำตามคนที่หาเจอก่อนนะ”แม็กะโออกมาทำเอาทุกคนต่างเอือม พากันเดินหนีแม็กไป ทำเอาแม็กยืนเก้ๆกังๆอยู่คนเดียวก่อนที่จะรีบวิ่งตามทุกคนไป
ที่หน้าต่างบนอาคาร อาจารย์บุญศักดิ์ได้ยืนมองการกระทำของพวกเขาทั้งหมดและยืนยิ้มอยู่คนเดียว
เช้าวันรุ่งขึ้น ภาระกิจตามหาผู้อำนวยการก็เริ่มต้นขึ้น
“เอาละใครได้ข้อมูลอะไรบ้าง ฉันกับหญิงแว่นไปค้นที่ห้องสมุดหนังสือประวัติและทำเนียบอาจารย์พบว่า มีแต่ตำแหน่ง ไม่มีชื่ออยู่ในทำเนียบอาจารย์ทำเนียบอาจารย์จะจบอยู่ที่ อาจารย์วัสวัต รองผู้อำนวยการ”มะลิหยิบหนังสือมาให้ทุกคนดู
“โห หรือท่านผู้อำนวยการ อาจจะไม่อยู่แล้ว หรือไม่แน่นะตอนนี้อาจจะนอนผะงาบๆอยู่โรงบาลใหนก็ได้”แม็กเอ่ยขึ้น
“อย่าทำเป็เล่นไปแม็ก แล้วนายได้อะไรมาบ้าง” มะลิดุแล้วย้อนถาม
“ฉันเหรอ ฉันเว้ย ไปถามผียายขายขนมหวานมาเว้ย เห็นแกหาบเข้ามาขายพวกรุ่นพี่ก็บอกว่าแกเป็ถึงห้องเครื่องในวังั้แ่สมัยอยุธยาแล้วแกอาศัยอยู่ในเขตพันตา แกชอบทำขนมหวานมาขายเด็กๆ ที่มัจจุราชนี่ เข้ามาขายแบบนี้นานละวัตถุดิบก็เป็ของจริงๆ กินได้จริง นักเรียนที่นี่ชอบกินขนมแกทุกคน” ก่อนที่แม็กจะพูดบรรยายไปนานกว่านี้ทุกคนก็พร้อมกันช่วยกันเบรคไว้
“แล้วแกว่าไงบ้าง” ทุกคนหันมาถามเป็เสียงเดียวกัน
“แกบอกว่า”แม็กมองหน้าทุกคนไปมาก่อนจะเล่า
เสียงจากผียายขายขนมหวาน : “ผู้อำนวยการเหรอ ยายไงยายนะเรียกได้ว่าโตมากับโรงเรียนนี้ นักเรียนกี่รุ่นกี่รุ่นมีปัญหามาก็มาถามยายนักเรียนทุกคนที่นี่ต้องมากินขนมยายทุกคน ยายนี่แหละหลานเอ้ยผู้อำนวยการ”
“โธ่!!!” ทุกคนเริ่มเซ็งกับข้อมูลของแม็กพร้อมกับเบือนหน้าหนี หันไปคุยหาเบาะแสกกันต่อทิ้งให้แม็กนั่งเหงาอยู่อย่างเดียวดาย
“คือผมก็ไปถามมาเหมือนกันนะครับ” เอกเอ่ยขึ้นพร้อมกับทุกคนหันมามอง
“ผมไปถามผีบุรุษไปรษณีย์ เขาว่า” ทุกคนเริ่มตั้งใจฟัง
เสียงจากผีบุรุษไปรษณีย์ : “ลุงไงความจริงลุงนี่แหละคือผู้อำนวยการแต่ลุงี้เีบริหารงาน ก็เลยมาเป็บุรุษไปรษณีย์ แอบมาด้อมๆมองทุกวันแหละ”
“โธ่!!!” ทุกคนพร้อมกันโห่ให้กับข้อมูลของเอกพร้อมกับเบือนหน้าหนี หันไปคุยหาเบาะแสกกันต่อ ทิ้งให้เอกนั่งเหงาอยู่อย่างเดียวดาย
“เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็ ผีตำรวจ ผีภารโรง ผีที่ผ่านไปผ่านมาได้คำตอบคล้ายกันนี่แหละ สงสัยว่าอาจจะเป็คาถาลงยันต์อะไรสักอย่างที่ทำให้เราไม่สามารถเข้าใกล้เขาได้”สิ้นคำพูดวุธทุกคนมองหน้ากัน มะลิ หญิงแว่นแม็กและเอกก็มองหน้าพลายกับวุธพลายกับวุธได้แต่ส่ายหัว
ไม่ทันที่ทุกคนจะปรึกษากันมากกว่านี้ อาจารย์บุญศักดิ์ก็เดินเข้ามาเพื่อสอนคาบแรกในวันนี้
“สวัสดีนักเรียนทุกคน” ยังไม่ทันที่อาจารย์บุญศักดิ์จะทำอะไรมะลิก็ลุกขึ้นถาม
“อาจารย์ค่ะหนูมีเื่อยากจะถาม” อาจารย์บุญศักดิ์หันมามองมะลิ
“ผมไม่บอก พวกคุณต้องใช้ความสามารถหาเอาเอง เอาละนั่งที่ได้หยิบหม้อขึ้นมาวันนี้เราจะทำให้หม้อดินกลายเป็หม้อเหล็กที่แข็งแกร่ง”
ทุกคนต่างมองหน้ากันแล้วกลับไปนั่งที่เหลือเพียงแต่ความคิดที่ว่าอาจารย์บุญศักดิ์รู้ได้ยังไงว่าจะถามอะไร และรู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่
ไม่ทันที่อาจารย์บุญศักดิ์จะดำเนินการสอนด้านนอกของอาคารเรียนก็มีเสียงไซเรนดังขึ้น พร้อมกับรถตำรวจคันหนึ่งที่ขับเข้ามาจอดด้านหน้าอาคารเรียน
“ตำรวจมาวะ”แม็คที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างได้สะกิดบอกพลายกับเพื่อนๆเมื่อเห็นตำรวจสองนายเดินลงจากรถเข้ามาในตัวอาคาร
ประตูห้องเรียนถูกเปิดออก บุคคลที่เปิดประตูคือพี่มาร์คประธานรุ่นปีสองเขารีบตรงดิ่งเข้ามาหาอาจารย์บุญศักดิ์ด้วยสีหน้าตื่นตะหนก และรีบร้อน
“อาจารย์ครับท่านรองเรียนเชิญที่ห้องครับ”อาจารย์บุญศักดิ์พยักหน้ารับคำจากพี่มาร์ค พี่มาร์คแจ้งเื่แล้วรีบเดินออกไปอย่างรีบๆ
“เอาละนักเรียน อยู่ในห้องเงียบๆ ก่อนนะเดี๋ยวอาจารย์กลับมา” พูดจบอาจารย์บุญศักดิ์ก็รีบเดินตามพี่มาร์คออกไปเมื่ออาจารย์ออกไปทุกคนต่างรีบวิ่งมาที่ริมหน้าต่างเพื่อดูเหตุการณ์ภายนอก
“รถตำรวจ ขับเข้ามาได้ไงแล้วขับเข้ามาจากทางไหนวะ” แม็คเริ่มสงสัย พยายามหาคำตอบจากพลายและวุธ ทั้งคู่ต่างมองหน้ากันแล้วส่ายหน้า
“ป่าช้าพันตา มีถนนและทางเข้าน่าจะขับมาจากทางนั้น” เสียงมะลิเอ่ยขึ้นทุกคนต่างหันมาฟังมะลิที่ยืนจ้องรถตำรวจอยู่ด้านหลังของพลาย
“ป่าช้าพันตา” พลาย เอก แม็คและวุธเอ่ยขึ้นพร้อมกันด้วยความงุนงง และสนใจในคำพูดของมะลิ เพราะนี่เป็อีกสิ่งที่พวกเขาไม่รู้เื่ของป่าช้าโซนพันตาเลย