1.3 เหตุวิบัติระดับสูงสุด
กันสึเกะสะดุ้งตื่น เขาฝันว่าไปเจอหลินจี่ที่บาร์และถูกเธอตบก่อนจะถูกแฟนของเธอสามคนที่อยู่ในนั้นรุมกระทืบ
“เตือนภัยพิบัติร้ายแรงระดับสูงสุด ขอให้ประชาชนทุกคนอพยพไปที่ศูนย์หลบภัยของเมือง ขอย้ำ แจ้งเตือนการระวังภัยระดับสูงสุด ขอให้ทุกท่านปฏิบัติตามคู่มืออย่างเคร่งครัด” เสียงหญิงสาวแบบเดียวกับเสียงสังเคราะห์บนยานอวกาศดังแว่วออกมาจากลำโพงที่ติดอยู่บนผนัง
“นี่มันอะไรกัน” กันสึเกะเอนตัวขึ้นอย่างยากลำบากพลางใช้มือดันพื้นหยัดตัวลุกขึ้นมาลูบต้นคอที่มีอาการปวดตุบๆ
เขาพึ่งตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายและกำลังสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น
“บ้าฉิบ” กันสึเกะกวาดสายตามองผ่านซี่ลูกกรง เขาจำได้ว่าโดนยิงด้วยปืนช็อตไฟฟ้า และก็พอจะเดาได้ทันทีว่าตอนนี้ตัวเองน่าจะอยู่ในคุกอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เื่ที่น่ากังวลมากที่สุดคือชายร่วมห้องขังที่นอนขดตัวสั่นอยู่ต่อหน้าเขาต่างหาก
“นี่นาย เกิดบ้าอะไรขึ้น” เขาจ้องมองร่างของชายแปลกหน้าด้วยความหวาดวิตก หากเจอชายอาการเช่นนี้นอนอยู่กลางถนน กันสึเกะคงวิ่งเข้าไปปฐมพยาบาลเขาทันที แต่ด้วยสัญชาตญาณตามธรรมชาติ ทำให้กันสึเกะกระเถิบถอยห่างออกมาจากชายคนนั้นให้มากที่สุด จนหลังของเขากระแทกกับซี่ลูกกรงส่งเสียงดังก้องสะท้อนไปทั่ว
“ใครอยู่ข้างนอก มาช่วยทางนี้หน่อย” เขาเขย่าลูกกรงเหมือนกอริลล่าที่อยู่ในสวนสัตว์
“แฮก...แอร๊ก...” เสียงหายใจของเพื่อนร่วมห้องขังทำให้เขาหันไปมอง ชายในชุดแจ็กเก็ตสีดำกางเกงยีนส์สีฟ้ากระอักเืออกมาคำใหญ่ เหมือนคนเมาแล้วลงไปอ้วกในท่านอนตะแคง กลิ่นเหม็นคาวอย่างร้ายกาจฟุ้งกระจายไปทั่วทำให้กันสึเกะรู้สึกแสบจมูก
“เวรเอ๊ย..เป็อะไรของแกวะ” เขายกมือขึ้นมาขยี้จมูก ก่อนจะแหกปากร้องะโเขย่าลูกกรงสุดแรงโดยไม่สนใจกลิ่นเหม็นคาวชวนอ้วกสายนั้น
“ช่วยหน่อยโว้ย มีใครอยู่ข้างนอกบ้าง”
เท้าเหล็กที่หล่อมาจากโลหะเบาแบบเดียวกับยานอวกาศ กระแทกกรงเหล็กดัง “ปัง ๆ ๆ” แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าประตูลูกกรงจะเปิดออกเลยแม้แต่น้อย
“แอร๊ก..แอร๊ก....” ร่างที่นอนนิ่งเหมือนคนตายเริ่มกระตุกดิ้นอย่างแรง
“อย่าคิดจะทำอะไรบ้าๆ นะโว้ย” กันสึเกะหันหลังพิงลูกกรง แม้จะพอเดาได้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นคืออะไร แต่สมองของเขาตอนนี้ยังไม่อยากเชื่อว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง
ร่างโชกเืของเพื่อนร่วมห้องขังค่อยๆ กระตุกลุกขึ้น เหมือนหุ่นกระบอกที่ถูกชักใยโดยคนเมายาบ้า มันค่อยๆ ขยับลากเท้าพาร่างที่แขนบิดงอผิดรูปเข้ามาหาเขา เหมือนหมาที่กำลังดม และเดินเข้ามาตามกลิ่นของเหยื่อ
“แม่ง” หัวใจของไอ้หนุ่มขาเหล็กบีบตัวเต้นแรง อะดรีนาลีนพุ่งซึมไปทั่วร่าง
เขาอิงหลังพิงลูกกรงและใช้ขาข้างที่เป็เหล็กถีบเข้าไปที่ร่างของชายคนนั้นเต็มแรง ...ตุบ... แรงถีบทำให้ร่างของมันลอยอัดเข้ากับผนังคอนกรีต
กันสึเกะเคยคิดว่าพระเ้าลงโทษเขาให้ขาขาด จนกระทั่งวันนี้ตอนที่เขาใช้ขาเหล็กกระทืบชายคนนั้น
“ตาย ๆ ๆ ๆ” เขาแหกปากร้องะโขณะกระทืบเท้าลงไปที่หัวของชายคนนั้น และนึกขอบคุณขาเหล็กที่ได้มาแทนขาข้างที่ขาด
“แฮก ๆ ๆ..” กันสึเกะหอบหายใจพลางถอยห่างออกมาจากร่างที่เต็มไปด้วยเศษกะโหลกและสมองที่ยับยู่ยี้
“ไม่...แกจะไม่ลุกขึ้นมา แกจะไม่ลุกขึ้นมาได้โปรด” เสียงของเขาฟังดูเหมือนจะร้องไห้ เมื่อเห็นว่าร่างนั่นกำลังกระตุกลุกขึ้น แต่มันก็กระตุกสองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไป
…ไอ้ฉิบหาย..กันสึเกะยกมือขึ้นมาลูบหน้าตัวเองที่เต็มไปด้วยความลื่นของเม็ดเหงื่อ เหมือนคนกำลังจะร้องไห้
“เวรเอ๊ย นี่มันอะไรกันวะ” เขายกอุ้งมือขึ้นมาเคาะกระแทกขมับ ก่อนจะเดินวนไปทั่วห้องขังขนาดสิบตารางเมตร เหมือนลิงทดลองยาหลอนประสาท
..นี่มันบ้าอะไรกัน นี่มันบ้าอะไรกัน เวรเอ๊ย..
ราวหนึ่งร้อยลมหายใจเข้าออก กว่าที่สติของเขาจะสงบลง กันสึเกะก็เริ่มได้ยินเสียงรอบๆ ตัวของเขาดังขึ้น
...เตือนภัยพิบัติร้ายแรงระดับสูงสุด ขอให้ประชากรทุกคนอพยพไปที่ศูนย์หลบภัยของเมือง ขอย้ำ แจ้งเตือนการระวังภัยผู้ติดเชื้อระดับสูงสุด ขอให้ทุกท่านปฏิบัติตามคู่มืออย่างเคร่งครัด... เสียงของสาวสวยผู้ประกาศข่าวดังแว่วเข้ามาในหัวเขาอีกครั้ง อันที่จริงมันดังแว่วอยู่อย่างนั้นซ้ำไปซ้ำมาอยู่ตลอดเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง แต่กันสึเกะเพิ่งมีสมาธิและสติมากพอจะได้ยิน
“ผู้ติดเชื้องั้นเหรอ” เขาหรี่ตาลงไปมองรอยกัดบนมือของชายชุดดำที่กระตุกอยู่บนกองเืและเศษสมอง
.... กุญแจ ต้องหากุญแจ ... กันสึเกะกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างสิ้นหวัง เขารู้ว่าต้องใช้กุญแจแต่จะไปหามันมาจากที่ไหนล่ะ
ท่ามกลางความสิ้นหวังที่จะต้องถูกขังให้แห้งเหี่ยวตายอยู่กับศพเน่าของชายแปลกหน้า แว๊บหนึ่งในห้วงเวลาแห่งความมืดทางความคิด กันสึเกะมองเห็นภาพตัวเองที่อาจจะต้องกินเนื้อเน่าของซากศพประทังชีวิต หากไม่มีใครผ่านเข้ามาช่วย ซึ่งก็เป็ไปได้อย่างมากที่จะไม่มีใครผ่านเข้ามา
เสียงประกาศจากทีวีบอกให้คนอพยพ จะมีใครบ้างละสนใจมาช่วยนักโทษอย่างเขา แม้ว่าจะเป็เพราะเื่เข้าใจผิดที่ทำให้เขาต้องมาอยู่ที่นี่ แต่คงไม่มีใครรู้และอยากจะพิสูจน์เื่นั้นหรอกจริงมั้ย
...เพราะใน่เวลาแบบนี้ใครๆ ก็ต่างคิดเอาชีวิตรอดกันทั้งนั้นแหละ...
“แกรกๆ แกร๊กๆ” เสียงพื้นยางรองเท้าขูดกับพื้นปูนทำให้กันสึเกะที่กำลังนั่งกุมขมับสะดุ้ง มันทำให้เขารู้สึกดีใจเหมือนได้เกิดใหม่
“ช่วยด้วย..ยังมีคนอยู่ตรงนี้” เขาแหกปากร้องไปทางประตูทางเดินที่อยู่ทางขวา
เสียงฝีเท้านั้นหยุดชะงักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพุ่งตรงมาทางเขาอย่างรวดเร็ว เหมือนหมาขาหักที่กำลังตะเกียกตะกายร่างของมันเข้ามาหาเ้าของที่กำลังส่งเสียงเรียกมันมากินข้าว
“เชี่ย” กันสึเกะถอยห่างออกมาจากลูกกรงแทบไม่ทันเมื่อเห็นร่างของเ้าของฝีเท้า
หัวใจของเขากระตุกวาบ ไอ้หนุ่มขาเหล็กกลั้นหายใจขณะหรี่สายตาลงไปมองซองปืนที่ติดอยู่ข้างเข็มขัดของซอมบี้ตำรวจ
...แม่งเอ๊ย.. ความว่างเปล่าของมันทำให้เขาผิดหวัง แต่ก่อนที่จะก่นด่าโชคชะตาสิ่งที่ห้อยอยู่ข้างซองปืนก็ทำให้กันสึเกะดีใจจนแทบน้ำตาไหล
ตรงเข็มขัดของซอมบี้ในเครื่องแบบตำรวจแขนสั้นสีฟ้า มีสิ่งที่ดูเหมือนพวงกุญแจห้อยอยู่
____