เกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 62 แรงกดดันมหาศาล

            ‘เขาคือจางเจียหมิงนี่เอง’ จางอิ่นเซิงไม่เข้าใจว่าเด็กผู้หญิงที่เฉลียวฉลาดอย่างฮั่วเสี่ยวเหวินไปอยู่กับเด็กหน้าตาอัปลักษณ์เช่นนี้ได้อย่างไร

            จางเจียหมิงไม่สนใจใครทั้งนั้น เขายกไม้คานด้านข้างมาฟาดใส่หน้าต่าง “ปล่อยเสี่ยวเหวินเดี๋ยวนี้นะไอ้พวกค้ามนุษย์”

            กระดาษหน้าต่างถูกเขาตีขาดอย่างรวดเร็ว ด้านในมีเพียงเสียงตะโกนด่าของหญิงวัยกลางคนลอดออกมาแต่ประตูไม่มีทีท่าว่าจะเปิด

            จางอิ่นเซิงกลัวว่าจางเจียหมิงที่กำลังเดือดดาลจะทำให้เรื่องราวบานปลาย หากเป็นแบบนั้นขึ้นมาเรื่องราวคงไปกันใหญ่ เขารีบเข้าไปดึงอีกฝ่าย “นายใจเย็นก่อน ทำแบบนี้มีแต่จะยิ่งยุ่งยาก”

            จางเจียหมิงเอาแต่ร้องโวยวาย “ปล่อย ปล่อยนะ”

            “โอ๊ย” จางอิ่นเซิงรู้สึกเจ็บที่หลังมือ เขาปล่อยมือจากจางเจียหมิง จากนั้นก็ต้องตกใจเมื่อคว่ำมือดู

            หลังมือมีรอยฟันเป็นระเบียบเรียบร้อยสองแถวประทับ ในรอยกัดสีขาวมีเลือดสีแดงปะปนอยู่ “เด็กคนนี้โหดชะมัด กัดจนเลือดเกือบออก”

            หลี่อวิ๋นยังคงด่าไม่หยุด ปากร้องบอกว่าแจ้งตำรวจแล้ว อยากเห็นนักว่าจะหลบซ่อนได้ถึงเมื่อไร

            เป็นความจริงที่หลี่อวิ๋นแจ้งความแล้ว เขากับฮั่วต้าซานเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้ฮั่วต้าซานติดคุก เขาจึงมองว่าตัวเองควรช่วยดูแลลูกสาวของอีกฝ่าย ห้ามปล่อยให้ยายแก่เฒ่าที่เลอะเลือนทำลายชีวิตเธอ

            “เหอะ แจ้งตำรวจแล้วก็ดี ฉันอยากให้ตำรวจมอบความยุติธรรมให้อยู่พอดี”

            คนด้านในไม่มีท่าทีเกรงกลัวเสมือนว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูก กลายเป็นพวกหลี่อวิ๋นเสียเองที่หาเรื่องแบบไม่มีเหตุผล

            ในเมื่อเป็นแบบนี้ เช่นนั้นก็รอจนกว่าตำรวจจะมาก็แล้วกัน

            ทุกคนเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าควรฟังใคร พวกเขาเพียงแต่มามุงดูเพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเองก็เท่านั้น ไม่ได้สนใจขนาดนั้นว่าใครผิดใครถูก

            ทว่าจางเจียหมิงไม่สนใจว่าคนอื่นจะทำอะไร เขายังคงกวัดแกว่งไม้คานในมือ ฟาดประตูและหน้าต่างอย่างคลุ้มคลั่ง พร้อมกับปากที่ร้องตะโกนไม่หยุด “เสี่ยวเหวิน ไม่ต้องกลัวนะ พี่มาช่วยแล้ว”

            มีคนทนมองไม่ได้ เข้าไปห้ามเขา บอกว่ารอให้ตำรวจมาค่อยว่ากัน

            จางเจียหมิงมีหรือจะยอมฟัง บอกว่าตำรวจเป็นสัตว์เดรัจฉานสกปรกจะช่วยมอบความยุติธรรมอะไรได้?

            ทุกคนที่เข้าไปห้ามปรามจะถูกเขาใช้ไม้คานฟาดใส่ ในเมื่อเปล่าประโยชน์ ผู้คนจึงค่อยๆ เลิกสนใจเขา

            ฮั่วเสี่ยวเหวินที่อยู่ด้านในได้ยินเสียงของจางเจียหมิงก็รีบตอบว่า “พี่เจียหมิงช่วยด้วย”

            หญิงวัยกลางคนเดินกลับเข้าห้องด้านในอย่างหงุดหงิด ตะคอกใส่เจ้าเป๋ว่า “ไม่รู้จักอุดปากหล่อนหรือ ยังวุ่นวายไม่พออีกหรือไง”

            เจ้าเป๋สามขาร้องไห้ออกมา บอกว่าไม่เอาภรรยาแล้ว มีไปก็หลับนอนด้วยไม่ได้

            ชายวัยกลางคนหน้าดำทะมึน เดินโมโหเข้ามา

            เจ้าเป๋เห็นท่าทางของพ่อเป็นเช่นนี้ก็รู้ว่าพ่อจะตีตัวเขาอีกแล้ว จึงรีบเดินขากะเผลกไปหาแม่ พูดอย่างคนน้อยเนื้อต่ำใจว่า “แม่ พ่อจะตีผม”

            ชายวัยกลางคนด่าออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด “หากไม่ใช่เพราะแกเที่ยวพูดไปทั่วจะเป็นเช่นนี้หรือ?”

            ประสิทธิภาพในการทำงานของตำรวจนั้นช้ามาก หลี่อวิ๋นแจ้งตำรวจตั้งแต่เที่ยงวัน กว่าตำรวจจะเข็นจักรยานเดินเต๊ะท่ามาก็ห้าโมงเย็นแล้ว

            เนื่องจากรอนานเกินไปฝูงชนส่วนใหญ่จึงแยกย้ายกลับไปแล้ว มีเพียงจางอิ่นเซิงที่กระตือรือร้นมาก เขาวิ่งไปอธิบายสถานการณ์ของฮั่วเสี่ยวเหวินให้ตำรวจฟัง ทั้งยังเล่าถึงข่าวลือที่แพร่กระจายในหมู่บ้านด้วย

            ตำรวจนายนี้รูปร่างสูงผอม หน้าตาธรรมดา ใบหน้าเหลี่ยม ดั้งจมูกแบน เป็นหน้าตาประเภทที่ไม่น่าจดจำ

            แต่หากฮั่วเสี่ยวเหวินอยู่ที่นี่ เธอจะจำเขาได้ทันที เพราะเขาก็คือตำรวจที่ไปล่าสัตว์กับหยางเสวียเหวินเมื่อวันนั้น

            ตำรวจพยักหน้า บอกว่าเคยเจอฮั่วเสี่ยวเหวิน และพอจะรู้เรื่องของเธออยู่บ้าง

            วันนั้นฮั่วเสี่ยวเหวินทำหยางเสวียเหวินโมโหจนเกือบชักปืนออกมายิงเธอตาย ทั้งยังทำให้ครอบครัวของหยางเสวียเหวินแตกแยก เขาจะไม่รู้นิสัยของฮั่วเสี่ยวเหวินได้อย่างไร?

            จางอิ่นเซิงไม่รู้เรื่องนี้ เขากระตือรือร้นยิ่งกว่าเดิม ทว่าหลี่อวิ๋นกลับเฉยชา “ฮั่วเสี่ยวเหวินถูกพวกเขาขังไว้ด้านใน”

            ตำรวจมองหลี่อวิ๋นแวบหนึ่ง ดูจะไม่พอใจกับท่าทีของอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด พูดอย่างหยิ่งทะนงว่า “ฉันรู้ว่าต้องทำงานอย่างไร ไม่ต้องให้นายมาสอน”

            เมื่อได้ยินบทสนทนาด้านนอก ประตูบ้านก็ถูกผลักเปิดออกจากด้านใน หญิงวัยกลางคนเดินออกมาอย่างเป็นมิตร หล่อนยิ้มพร้อมกล่าวว่า “ลำบากคุณตำรวจแล้วค่ะ เชิญเข้ามาดื่มชาด้านในก่อน”

            ตำรวจไม่ปฏิเสธ เขาเข้าไปนั่งดื่มน้ำชา ดื่มกินจนพอใจแล้วจึงเริ่มจัดการคดี

            แต่ละคนเถียงกันจนหน้าแดงหูแดง สุดท้ายหญิงวัยกลางคนนึกถึงสัญญาที่ลงนามด้วยชื่อของ ‘ฮั่วเจิ้งอิง’ ขึ้นมาได้ 

            บนสัญญามีอักษรสองสามประโยค ความหมายคร่าวๆ คือทั้งสองฝ่ายแต่งงานโดยสมัครใจ ส่วนท้ายกำกับไว้ว่า ‘ผู้ใดละเมิดสัญญาต้องจ่ายค่าปรับหนึ่งพันห้าร้อยหยวน’

            ในเมื่อคนลงนามคือยายแก่ฮั่วและมีหลักฐานกำกับ เรื่องนี้จึงจัดการง่ายมาก ตำรวจมองไปที่จางอิ่นเซิง “นายอยากช่วยเด็กหญิงคนนี้ใช่ไหม จ่ายเงินมาหนึ่งพันห้าร้อยหยวนก็จบ”

            จางอิ่นเซิงไม่มีทางมีเงินเยอะขนาดนั้น เขาวิ่งไปอธิบายกับตำรวจว่าการบังคับแต่งงานนั้นผิดกฎหมายอย่างไร

            ตำรวจปัดมือด้วยความรำคาญใจ “อย่าคิดว่ามีฝีปากฉะฉานแล้วจะทำให้คนอื่นปล่อยตัวหล่อนได้ ฉันจะบอกอะไรให้นะ ถ้าไม่มีเงินจ่ายก็เปล่าประโยชน์”

            เรื่องราวเป็นอันถูกชี้ขาดในประโยคเดียว ตำรวจกลับไปอย่างอิ่มหนำสำราญ คิดในใจว่าวันนี้ไม่ได้มาเสียเที่ยว

            เขารู้เรื่องของฮั่วเสี่ยวเหวินมานานแล้ว ยายแก่ฮั่วแวะเวียนไปที่โรงพยาบาลหลายวัน สอบถามแล้วพบว่าได้เงินห้าร้อยหยวนจากการขายหลานสาว เป็นสาเหตุให้เขามาที่นี่อย่างไม่เร่งรีบแม้แต่น้อย

            หญิงวัยกลางคนกับสามีเดินกลับเข้าบ้าน เจ้าเป๋สามขาก็ตามกลับเข้าไปด้วยเช่นกัน หญิงวัยกลางคนนึกอะไรขึ้นมาได้ หล่อนรีบเปิดประตูห้องด้านในดูพบว่า ฮั่วเสี่ยวเหวินหายไปแล้ว

            เจ้าเป๋สามขาเกาหูเกาแก้ม บอกว่าเมื่อครู่ยังอยู่ในนี้อยู่เลย ตอนนี้หายไปไหนเสียแล้ว?

            หญิงวัยกลางคนด่าเขาเสียเละ “สมแล้วที่แกหาภรรยาไม่ได้”

            หัวใจอันเปราะบางของเจ้าเป๋แตกสลายอีกครั้ง น้ำตาทั้งสองข้างไหลออกมา รู้สึกว่าตัวเองได้รับความไม่เป็นธรรมมาก

            เจ้าเป๋เป็นพวกชอบความครึกครื้น เขาคอยดูอยู่ด้านข้างตลอดเวลาตอนที่ตำรวจมาถึง และเพิ่งตามกลับเข้าบ้านอย่างพึงพอใจหลังจากที่พ่อแม่ส่งตำรวจกลับไปแล้ว

            ในเมื่อฮั่วเสี่ยวเหวินหนีไปแล้ว หญิงวัยกลางคนมีแต่ต้องยอมรับชะตากรรม พาลูกชายกับสามีไปตามหาในหมู่บ้านแบบพอเป็นพิธี เมื่อหาฮั่วเสี่ยวเหวินไม่เจอก็ไม่หาต่อ

            เดิมทีเรื่องราวควรจะจบลงเช่นนี้ แต่ใครจะไปคิดว่าเฉินเทียนเหลยจะมาที่หมู่บ้านในตอนเที่ยงวันถัดมา

            เฉินเทียนเหลยปั่นจักรยาน โดยมีชายหนุ่มสองคนตามมาด้านหลัง

            เฉินเทียนเหลยถามทางและตรงมายังบ้านของเจ้าเป๋สามขา เขาถามหน้าบึ้งว่า “เสี่ยวเหวินอยู่ไหน? ผมจะพบเธอ”

            “หายไปแล้ว น่าจะหาจังหวะหนีไปเมื่อวาน” หญิงวัยกลางคนพูดอย่างกระดากใจ อีกฝ่ายเป็นข้าราชการระดับสูง แม้เธอจะพยายามประจบเต็มที่แต่กลับไม่ได้รับแม้แต่สายตาชื่นชม

            “ในเมื่อเป็นแบบนี้ ผมคงต้องไปคุยกับผู้กำกับสถานีตำรวจ พวกคุณกักขังผู้เยาว์ ต้องถูกตัดสินจำคุกอย่างน้อยสามถึงห้าปี” เฉินเทียนเหลยพูดเองเออเอง ประหนึ่งไม่เห็นสีหน้าดุจเถ้าถ่านที่มอดดับของครอบครัวเจ้าเป๋สามขา

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668