ลลิตานั่งหน้ามุ่ยชะเง้อคอยมองประตูอยู่เป็ระยะลุ้นว่าระหว่างแม่กับลูกใครจะกลับมาก่อน
“มากินข้าวก่อนลิ” สิริรัตน์แกะแกงถุงที่อุดหนุนมาจากเ้าหน้าที่คลินิกที่หารายได้เสริมด้วยการทำอาหารมาจำหน่ายให้เพื่อนร่วมงาน“ป้าเป้ยให้เยอะเหมือนกันนะนี่กินคนเดียวไม่หมดแน่ลิเอาถ้วยมาแบ่งเร็วจะล้นแล้ว เร็วๆ”
“เฮ้อฉันไม่น่าให้พี่ภูริไปกับหมอเลย”
“ทำไมคิดว่าหมอจะขโมยพี่เขาไปเรียกค่าไถ่รึไง”
ลลิตาเดินไปหยิบถ้วยอุ่นอาหารแล้วลากเก้าอี้มานั่งสายตาก็คอยมองที่ประตู
“แปลกจัง”
“ใคร? อะไร?”
“หมอศวัสน่ะปกติคุยกับใครที่ไหนหมอไม่ใช่คนเฟรนด์ลี่แต่วันนี้คุยยาวเชียว”
“ใครเจอพี่ภูริแล้วไม่หลงบ้างล่ะ”
“สงสัยแพ้ทางเด็กหรือไม่ก็เป็อย่างว่าถึงไม่ค่อยพูด”
“หนูว่าหมอเป็” ส้มหวานทำท่ากระซิบกระซาบเสียงดัง ตามองในแกงส้มของสิริรัตน์เป็ประกาย “กุ้งตัวนะพี่”
“บ้านังส้ม!พูดอะไรอย่างนั้นหมอเสียหาย”
“ใหมดนึกว่าหวงกุ้งจริงพี่หมอศวัสนางเป็”
“เป็อะไร”
“เป็อย่างว่าแหละหน้าสวยซะขนาดนั้น”
“ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนเอฟซีหมอแกเยอะนะเว้ยเห็นนิ่งๆยังงั้นก็เถอะ”
“จากประสบการณ์หนูนี่แหละมันบอกว่านางเป็ชัวร์”หันไปตีที่แขนพระพายเพื่อนฝ่ายพัสดุที่มากินข้าวกลางวันด้วยกัน เพราะรายนั้นกรอกตามองบนเป็ระยะ
“หา… กลืนสุดหล่อลงท้องไปแล้วรึ” สิริรัตน์รับไม่ได้ “เพิ่งมายังไม่ได้ขึ้นประกวดดาวเดือนก็ถูกรับน้องไปซะแล้ว โถ ทูนหัวของบ่าว”
“ยังพี่ยังหนูแค่เล็งยังไม่ได้ล็อกเป้าตั้งใจไว้ว่าอีกไม่นานนี่แหละสลัดอิพี่เฟิร์สได้เมื่อไหร่ค่อยจะเข้ากระชับพื้นที่ปกติเวลาหนูยิ้มให้หมอคนไหนก็เห็นมองตามหนูตลอดมีหมอแหละที่ทำหน้านิ่งมองเฉยเหมือนนางรำคาญจนรู้สึกผู้ชายแท้ที่ไหนจะทำกับผู้หญิงสวยแบบนี้”
“ก็แกสวยแต่ไม่ใช่สเปกหมอไง”
“โอเคถ้าแมนแต่ยากแสดงว่ามากด้วยสารโอเมก้าแบบนี้สิส้มหวานช้อบชอบบบ”
“ตอนรองฯเฟิร์สหล่อนก็พูดแบบนี้”
“นั่นมันอดีตไหมเพื่อนอยู่กับปัจจุบันสิอิพี่เฟิร์สแรกๆ ก็ดีหรอกกระเป๋าเอยเครื่องสำอางเอยแบรนด์เคาน์เตอร์ไหนไม่เคยขัดแต่พักหลังนี่ชักไม่ใช่จะให้สั่งจากเว็บออนไลน์บอกราคาประหยัดกว่าบ้าสิปกติส้มสั่งเพื่อนหิ้วเข้ามานะจ๊ะเธอ เว็บชอปปิงออนไลน์ของแท้หรือเปล่าก็ไม่รู้ใครจะไปใช้”
“ข้าราชการเงินเดือนเท่าไหร่กันเชียวเปย์หล่อนไม่พอหรอกน่าจะรู้แต่แรกไหม”
“คนสวยเซ็งคิดว่าจะมีราชรถมาเกยแล้วเชียวโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นในฝันหมดกันไม่รวยด้วยตำแหน่งหน้าที่การงานก็น่าจะรวยด้วยฐานะทางบ้านมั้ย พี่ว่าพวกหมอนี่รวยมั้ย”
“ไม่รู้ ที่แน่ๆสเปกหมอศวัสไม่ใช่แบบแกแล้วกัน พี่พีมาพอดีกินข้าวกัน”
“ภูริล่ะ” ภัควริณย์กวาดสายตาหาลูกชายตัวอ้วน
“อยู่กับหมอศวัสค่ะพี่”
“อยู่กับหมอได้ยังไง”คุณแม่ยังสาวงงมาก
“คุยกันยังไงไม่รู้ไปๆมาๆ หมอแกชวนไปดูไดโนเสาร์ที่ห้องเฉย”
“จริงดิ!” งงหนักขึ้นไปอีกไม่คิดว่าคุณหมอรูปหล่อจะเป็คนรักเด็กขนาดนั้น
“หมอแกอินเทรนด์ว่ะชวนไปดูไดโนเสาร์ที่ห้องทำไมไม่ชวนฉันบ้างวะ ผีเสื้อ ไดโนเสาร์ หรือตัวอะไรก็ได้เถอะชวนมาฉันจะรีบตามไปแบบไม่ต้องคิดเลย”
“แล้วน้องพายไม่อยากไปดูจิ้งจกที่ห้องพี่เหรอ”เดย์โผล่หน้าแทรกในจังหวะที่ทุกคนกำลังเม้าท์มัน
“ไว้พี่เลี้ยงจระเข้ก่อนค่อยมาชวน”
“อูยยย แรงส์!!”เพื่อลดอาการาเ็หนุ่มนักคอมพ์จึงหันมาทางเจ้ใหญ่แทนสวยแต่สเปกสูง ระดับเขาคงสู้ค่าลิปสติกสาวเ้าไม่ไหว “คอมพ์หมอพี่เอาไปลงโปรแกรมได้แล้วนะEndNote ตัวเดิมก็ถอนออกหมด SPSS เวอร์26 ผมไม่แน่ใจยังใหม่อยู่พี่ถามทีหมอจะเอาไว้ไหม”
ภัควริณย์พยักหน้ารับแล้วถือโน้ตบุ๊กที่หนุ่มไอทียื่นให้เดินไปตามลูกชายที่ห้องพักทันตแพทย์ฝึกอบรมอีกมุมหนึ่งของตึกเดินมาไม่กี่ก้าวก็ผลักประตูห้องเข้าไป ภายในห้องพักค่อนข้างแคบโต๊ะเรียงกันเป็ตับไม่มีพาร์ติชันแยกชัดเจนเหมือนห้องพักอาจารย์ทันตแพทย์ผู้เข้าอบรมทั้งเรสซิเดนท์และโพสแกรดหลายคนกำลังนั่งอ่านหนังสือส่วนเรสซิเดนท์หัวขโมยกำลังเล่นไดโนเสาร์กับลูกชายของเธอตรงมุมห้องหนุ่มน้อยผู้ถูกล่อลวงมากำลังจับไดโนเสาร์สองตัวปะทะกันอย่างดุเดือด
“ภูริครับกลับหรือยัง”
“ฟู่ฟู่แม่พีพี่ล่ายสไปซ์โนซอรัสตัวใหม่มันเจ๋งมาก ฟู่ฟู่”
“โอ้โหจริงๆด้วยแต่ต้องคืนน้าหมอแล้วไหมของพี่มีหลายตัวแล้วนะเผื่อน้าหมอต้องเอาไว้ให้คนไข้คนอื่นดู”
“ตัวนี้น้าหมอบอกให้พี่ล่ายพี่จะเอากลับล่วย”
“หมอไม่ต้องเอาไว้หลอกเด็กคนอื่นเหรอคะ”
“ไม่เป็ไรครับยังมีอีกหลายอย่างสต๊อกไว้เยอะ” ศวัสยิ้ม
“คอมพ์หมอเสร็จแล้วนะ อ้อเหลือ SPSS จะลงเวอร์ใหม่ไหม”
“ตัวเดิมผมเพิ่งได้มาตอนซื้อเครื่องเอง”
“งั้นก็ใช้ไปก่อนบางทีตอนทำวิจัยหมออาจจะไม่ต้องใช้โปรแกรมก็ได้ กลับกันครับพี่ภูริ” หนุ่มน้อยยังสนใจไดโนเสาร์ไม่หือไม่อือ
“ไปกันน้าหมอไปส่ง”หมอหนุ่มขยับตัวนิดเดียวร่างเล็กๆ บนโต๊ะก็ถูกอุ้มขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ไปสิครับคุณแม่” ศวัสเย้า
“อ้อ ค่ะแต่หมอไม่ต้องไปหรอก ส่งเ้าหมูอ้วนมา”
ศวัสส่ายหน้ายิ้มๆ “อย่าดื้อกับหมอครับ”
ห๊ะ!
หมอหนุ่มอมยิ้มขำอาจารย์สาวที่ทำหน้าเหวอ
“สิครับ”
“อ้อ ค่ะ”
ระหว่างทางเดินกลับภัควริณย์ก็ต้องแปลกใจเมื่อน้องชายสุดที่รักโทรหาบอกว่ามาถึงที่ทำงานเธอแล้วให้พาเด็กชายภูริลงมาส่งลานจอดรถได้เลย
“ไหนบอกว่าวันนี้นัดสาวแล้วยังไงถึงจะมารับภูริ”หญิงสาวกรอกเสียงลงในโทรศัพท์ขณะเดินนำร่างสูงที่มีเ้าตัวเล็กอยู่ในอ้อมแขน
“ถูกเทรึไง”
“พูดมากน่ารีบลงมาเหอะเอาเป็ว่าบ่ายนี้ผมว่าง”
“ได้ๆ ขอหยิบของแป๊บหมอคะส่งแกมา” เธอวางสายแล้วหันหลังกลับมาในทันทีแต่ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อใบหน้าป้อมๆของเ้าตัวเล็กอยู่แทบจะติดหน้าเธอ
“เหวอ! หมอเล่นอะไรนี่ใหมด”
“พี่ไปเก็บของเถอะ”ดูท่าหัวขโมยจะไม่ยอมส่งคืนเ้าเปี๊ยกให้ง่ายๆแถมส่งสายตาคาดคั้นมาให้เธอทำตาม
“โอเคขอหนึ่งนาที” ร่างบางเดินไปยังโต๊ะทำงานที่อยู่หลังสุดคว้าสมบัติของเ้าอ้วนขึ้นมาอย่างรวดเร็วอยากจะรู้เหมือนกันว่าจะทนอุ้มเด็กได้ถึงเมื่อไหร่
“เรียบร้อย มามะพี่ภูริ“
“เดินนำไปเลยครับ”คุณหมอผู้รักเด็กยังไม่ยอมคืนตัวประกันง่ายๆ
“พ่อเขามารับแล้ว”
“ครับผมบอกจะไปส่งให้ไง พี่เดินนำไปเลย”
“หมอจะไปด้วยให้ได้ใช่ไหม”
“ไม่ได้เหรอครับ”คนหน้านิ่งแต่แววตาพราวระยับ
“ได้สิได้แน่นอนถ้าหมอสะดวกพี่ก็ยินดี”
เที่ยงเศษวันนั้นจึงมีหลายคนในหน่วยงานเห็นข้าราชการสาวฝ่ายวิจัยเดินถือสัมภาระเด็กนำหน้าโดยมีเรสซิเดนท์รูปหล่ออุ้มเด็กตัวกลมเดินตามหลังไปยังลานจอดรถหน้าตึกภัทรก็เป็หนึ่งในผู้คนเ่าั้สถาปนิกหนุ่มเขม้นมองจากในรถในที่สุดก็ตัดสินใจก้าวลงมาจากรถ
ใช่จริงๆ ด้วยไม่ผิดตัวแน่ภัทรระลึกถึงความหลังเมื่อสิบปีก่อนแม้ต่างคนต่างเติบโตเป็ผู้ใหญ่ขึ้นแต่หน้าตาหมอนี่เขาจำได้แม่นยำศัตรูคู่อาฆาตหัวใจตอนมอปลายสมัยเรียนที่กรุงเทพฯถึงจะอยู่ต่างห้องแต่ทั้งคู่อยู่ชมรมบาสด้วยกันแข่งขันกันด้านกีฬาไม่พอยังแข่งขันกันฮอตในหมู่สาวๆ ไม่แพ้กัน
“ไม่นึกว่าจะเจอที่นี่”เปิดก่อนได้เปรียบคตินี้ภัทรคิดว่าได้ผลเสมอศวัสมองหน้าเพื่อนต่างห้องตอนเรียนเตรียมแล้วก็อึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะสวนกลับ
“เหมือนกัน”
“ไม่เจอกันนานแก่ขึ้นเยอะเลยนะมึง”ประโยคนี้ภัควริณย์คิดว่าปกติมากที่ได้ยินจากปากของน้องชาย
“นั่นมันมึง ไม่ใช่กู”
อื้อหือ เคยเห็นแต่นิ่งๆ เงียบๆไม่คิดว่าหมอหนุ่มจะมีมุมนี้ด้วย
“พี่ภูริมานี่ลูก”
คราวนี้ศวัสยื่นภูริคืนเธอง่ายๆก่อนจะสะบัดเสื้อกาวน์เดินกลับขึ้นตึก
อย่าบอกนะว่าหมอนี่เป็พ่อของภูริและเป็แฟนพี่พี
รับไม่ได้อย่างแรง!
“มันทำงานที่นี่เหรอ”
“มันไหน”
“ก็ไอ้หมอนั่น”
“เปล่า เป็หมอนักเรียน”
“มันมาจีบพี่?”
“ลูกศิษย์ นายอุ้มภูริไว้ก่อนพี่จะเปิดรถเอาคาร์ซีต”
เธอถือกุญแจไปเปิดรถที่จอดอยู่ใกล้ๆกัน
“ดีแล้วห้ามไปหลงคารมมันเด็ดขาด มันเ้าชู้” ภัทรยังอุ้มภูริเดินตามมาเซ้าซี้ไม่หยุด
“ไม่เกี่ยวกับพี่สักหน่อย”
“ดูท่าว่ามันคงอยากเกี่ยว”
“เลอะเทอะใหญ่แล้วอีกอย่างเขาก็คงคิดว่าพี่มีลูกแล้วด้วย เอาเวลาไปจีบสาวๆ ไม่ดีกว่าหรือไงแถมยังมีแกมาแสดงตัวเป็พ่อของลูกอีกใครจะเข้ามาสมองคงมีปัญหา”
“ขอให้จริงเถอะ”
“คิดมากนะเรา”
“เห็นอุ้มเด็กเดินตามหลังกันต้อยๆใครเห็นก็คิดเหมือนผมทั้งนั้นแหละ”
พี่สาวมองบน ช่างมโนดีแท้
“ว่าแต่ทำไมมันถึงมาส่งพี่ได้”
“เื่บังเอิญน่ะ”
“ไม่ใช่หลงเสน่ห์หมอนั่นนะสเปกเลยไม่ใช่เหรอ”
“อี๊ยยยย!”
“อ้าวเห็นเป็ติ่งจีนติ่งเกาหลีก็ต้องสเปกอะไรเทือกๆนี้ร้อยทั้งร้อย ตาถั่วสุดๆ โอ้ย!”
“ปาก!เสร็จแล้วส่งภูริมานี่มา”
น้องชายลูบแขนป้อยๆ เจ็บแต่ยังปากดี “อย่าให้รู้เชียวว่าคิดจะเป็โคแก่กินหญ้าอ่อน”
“ห่างกันแค่สามสี่ปีใครเขาเรียกโคแก่อีกอย่างนั่นลูกศิษย์คิดอะไรด้วยไม่ลงหรอก”
“สาบาน!”
“ฉันเป็พี่แกนะไม่ใช่ลูก หยุดมโนแล้วไปได้แล้วขับรถดีๆ”
“ห้ามเข้าใกล้หมอนั่นเกินสองเมตรนะสัญญามาก่อน” น้องชายยังเปิดกระจกรถคาดคั้น
“แรกๆ ไม่คิดนะ แต่ถ้าแกยังทำตัวเป็เด็กๆแบบนี้สักวันฉันคงขอเขาเป็แฟนแน่”