หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จ ทั้งคู่ก็กลับมายังห้องพักของตน อินทัชเป็ฝ่ายเปิดประตูเข้ามาด้านในก่อนส่วนรุ่นน้องอย่างแดนดินนั้นยังคงยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องจัดเรียงรองเท้าที่หน้าประตูจนเป็ระเบียบ ก่อนจะเดินตามเข้ามายังด้านใน
“ทำอะไรอยู่วะ” มาถึงก็โดนโวยวายใส่ในทันทีเขาชักเริ่มอยากจะเถียงกลับบ้าง
“จัดรองเท้าอยู่น่ะครับ มันดูไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่”
“นี่มึงว่ากูไม่เรียบร้อยเหรอ?”
“เปล่านะครับ ผมว่ารองเท้าต่างหาก” คนตอบตอบพลางยิ้มแหยๆ
“กวนตีนนะมึงอ่ะ แล้วใครสั่งให้จัด ยุ่ง วุ่นวายจริงๆ ”
“ขอโทษครับที่ยุ่งกับของของพี่”
“รำคาญ!!!!!” รุ่นพี่โวยวายก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องอาบน้ำหลังจากนั้นจึงมีเพียงเสียงน้ำที่ตกกระทบพื้นกระเบื้อง
แดนดินเดินออกมานอกระเบียงเปิดเพลงจากโทรศัพท์มือถือของเขาไว้เป็เพื่อน พลางมองดูบรรยากาศโดยรอบเงียบๆเพียงแค่อยากคิดอะไรเพลินๆ เท่านั้น แต่ . . . . .
I want you (ฉัน้าเธอ)
And I always will (และจะ้าแบบนั้นตลอดไป)
I wish I was worth (ฉันหวังแค่ว่าฉันจะควรค่า)
But I know what you deserve (แต่ฉันรู้ดีว่าเธอคู่ควรกับอะไรที่สุด)
You know I’ d rather drown (เธอรู้ไหมว่าฉันยอมจมน้ำดีกว่า)
Than to go on without you (ที่จะใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่มีเธอ)
But you’ re pulling me down (แต่เธอกำลังทำลายฉัน)
{CR : Seafret – Oceans (Lyrics) }
เสียงเพลงสากลเพลงหนึ่งบรรเลงไปเรื่อยๆในขณะที่แดนดินกำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ อยู่นอกระเบียง เขาทอดมองออกไปโดยรอบเห็นแสงไฟระยิบระยับในยามค่ำคืน ยิ่งทำให้รู้สึกเหงาขึ้นมาจับใจบทเพลงที่กำลังดังอยู่ในขณะนี้กลับยิ่งเติมเต็มความเศร้าในใจของเขาให้เอ่อล้นมากขึ้นจนขอบตาคมวาวเอ่อรื้นไปด้วยน้ำตาทั้งสองข้าง
เอาอีกแล้ว เขาคิดถึงอดีตที่ไม่น่าจดจำอีกแล้วยิ่งพยายามลบภาพเ่าั้มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งผุดขึ้นมาทำลายหัวใจของเขาให้เจ็บหนึบๆจนทนไม่ไหว ไม่ไหว . . . ที่จะฝืนน้ำตาเอาไว้ แดนดินยับยั้งมันไม่ได้และยอมปล่อยให้มันไหลออกมาอาบแก้มขาวของเขาทั้งสองข้างหลับตาลงเพื่อกั้นน้ำตาเอาไว้ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ยิ่งหลับตาก็ยิ่งเห็นภาพเก่าๆของเขากับ . . . เธอคนนั้น ให้ตายสิ เขาไม่อยากจะนึกถึงชื่อๆ นั้นให้ปวดใจ แต่ . .. . กลับหักห้ามความคิดของตัวเองไม่ได้ สุดท้ายจึงต้องยอมให้หัวใจมันฉายภาพครั้งเก่าซ้ำๆ ภาพของสาวแสนสวยที่ชื่อ พิมพ์ตะวันเธอคือคนที่เขารักจนหมดหัวใจคือคนที่ทำให้เขาแทบเป็แทบตายทุกครั้งที่ทะเลาะหรือไม่เข้าใจกันในตอนนั้นแดนดินคิดว่าทุกอย่างจะเป็ไปได้ด้วยดีแล้วแท้ๆแต่เขาก็ถูกบอกเลิกในวันจบการศึกษา่ ม.ปลาย พิมพ์ตะวันบอกเลิกเขาต่อหน้าทุกคนโดยบอกเหตุผลเพียงแค่ว่าเธอต้องไปเรียนต่อต่างประเทศและไม่อยากคบกับเขาอีกต่อไปแล้ว คำอธิบายเพียงแค่นั้นของเธอทำให้แดนดินยังคงไม่เข้าใจมาจนถึงทุกวันนี้เฝ้าแต่ถามตัวเองอยู่เสมอว่า เขาผิดอะไร เขาไม่ดีตรงไหนทำไมเธอถึงต้องทิ้งเขาไปในวันนั้น ถึงอย่างนั้นก็เถอะแดนดินกลับไม่เคยโกรธเธอเลยแม้แต่น้อย ยังคงรอคอยให้เธอกลับมาได้แต่หวังอยู่อย่างนี้ ตอนนี้ก็ยังหวังอยู่ หวัง . . . . .ทั้งที่รู้ว่ามันเป็ไปไม่ได้ หวัง . . . ว่าเธอจะกลับมาหา
“พี่พิมพ์ไม่ได้ไปเรียนต่อต่างประเทศหรอกนะไอ้แดนเขามีแฟนใหม่เป็เดือนมหาลัย มีก่อนจะบอกเลิกมึงด้วยซ้ำ” จอมเป็คนบอกแดนดินถึงเื่ที่เขาอยากรู้
“มึงรู้ได้ไงวะ” แดนดินถามกลับอย่างไม่เชื่อก็ั้แ่ที่คบหากันมา แฟนสาวที่อายุมากกว่าเขา 1 ปีไม่เคยทำให้ระแคะระคายอะไรเลย เธอดูเป็คนดี ซื่อสัตย์ และดูจริงใจกับแดนดินมากๆ
“คนเขาพูดกันทั้งโรงเรียน ว่าที่พี่พิมพ์เลิกกับมึง เพราะเขาไปเจอคนใหม่มึงตัดใจซะเถอะนะ เขาเข้ามหาลัย เจอคนตั้งมากมาย เขาไม่มาสนใจเด็กผู้ชายกากๆอย่างมึงหรอก”
คำพูดและเื่ราวเ่าั้ยังคงวนเวียนอยู่ภายในหัวของแดนดินไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ก็เศร้าขึ้นมายิ่งมองทอดออกไปภายนอกในบรรยากาศเงียบเหงายามค่ำคืนด้วยแล้วยิ่งรู้สึกหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก บวกกับไอ้เสียงเพลงที่เขาเปิดนี่อีก
“ไอ้น้องแดน” อินทัชยืนมองคนที่นั่งอยู่นอกระเบียงมาได้สักพักแล้วเขาไม่รู้หรอกว่าไอ้เด็กนี่ไปพบเจอกับเื่อะไรมาเพลงสากลที่มันเปิดเขาก็ฟังไม่ค่อยออกจึงได้แต่เดินเข้าไปหาเพื่อปลุกให้มันตื่นจากความเศร้านั้นแต่เรียกแล้วก็ยังไม่ได้ยิน
“ไอ้น้องแดนโว้ยยย” เขาะโ แต่อีกฝ่ายก็ยังคงนิ่งเช่นเดิมอินทัชมุ่นคิ้วแน่น จ้องมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วเขย่าตัวอีกฝ่ายให้รู้สึกตัว
“เห้ยยยย”
“ค . . . ครับ!!!” แดนดินรู้สึกตัวขึ้นเมื่อถูกปลุกด้วยฝ่ามือหนาเขาปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มจนแห้งสนิท ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดปิดเพลง
“เป็อะไรของมึงเนี่ย กูในะ” ผู้เป็รุ่นพี่เอ่ยถามไม่ได้เป็ห่วงอะไรนักหรอก แต่กลัวว่ามันจะเศร้าจนคิดสั้น ะโระเบียงลงไปซะก่อนแบบนั้นเขาแย่แน่ๆ
“เปล่าครับพี่ ขอโทษนะครับ เพลงมันเศร้าเฉยๆ น่ะ” แดนดินพูดเสียงเรียบก่อนจะลุกเดินเข้ามาภายในห้อง คว้าผ้าขนหนูพาดบ่าแล้วก้าวเข้าห้องน้ำไปทิ้งให้อินทัชยืนงงอยู่อย่างนั้นคนเดียว
“อะไรของแม่งวะ” อินทัชพึมพำออกมาก่อนจะเดินมานั่งลงยังเตียงนุ่มพิงหลังไปกับหัวเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลื่อนดูข่าวสารต่างๆ ใน Facebookไม่มีอะไรหรอกนอกจากรูปหญิงสาวทรงสะบึ้มใส่ชุดว่ายน้ำและโพสต์อัปเดตของพวกเพื่อนๆเขา
แก่ก!!!
ไม่นานแดนดินก็ออกมาจากห้องน้ำเขาทำเป็ไม่สนใจรุ่นพี่ที่นั่งอยู่บนเตียง ไม่อยากสบตาเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะถามแต่ผิดคาด ทุกอย่างภายในห้องกลับเงียบลงจนได้ยินเสียงลมแอร์ผิวผ่าน
“เพลงที่มึงฟังชื่อเพลงอะไรวะ” สุดท้ายคนที่นั่งอยู่บนเตียงก็ทนไม่ได้เขาไม่อยากปล่อยให้ทุกอย่างมันเงียบจนวังเวงแบบนี้
“เพลง Oceans ครับ”
“เหรอ? แล้ว . . . ทำไมต้องร้องไห้ด้วยวะ”
“ก็เพลงมันเศร้า” แดนดินตอบแบบขอไปที
“.. . . .” อินทัชไม่รู้จะถามอะไรต่อเขาเองก็ทำตัวไม่ถูกที่อีกฝ่ายเป็แบบนี้ นี่เพิ่งจะวันแรกแท้ๆแต่กลับมานั่งร้องไห้อยู่ริมระเบียง แล้วต่อๆไปถ้ามันรุนแรงขึ้นกว่านี้เขาจะรับมือกับมันยังไง
“พี่ชอบเพลงที่ผมเปิดเหรอครับ”
“ไม่อ่ะ กูฟังไม่ออก กูฟังแต่เพลงไทย”
“ครับ” แดนดินตอบเป็จังหวะเดียวกันกับที่เขาติดกระดุมชุดนอนเม็ดสุดท้ายเสร็จพอดีชุดนอนลายเป็ดสีเหลืองบวกกับทรงผมที่ไม่ได้เซตตัวทำให้เขาดูน่ารักราวกับลูกหมาชามอยตัวน้อยๆ
“ไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว กูี้เีมานั่งฟังมึงร้องไห้อยู่นะ”
“ครับ ขอโทษครับ”
แดนดินอยากจะสวนไปว่า “เสือก” แต่ทำแบบนั้นไม่ได้จึงได้แต่ลอบถอนหายใจแล้วล้มตัวลงกับเตียงนุ่มซุกเข้าไปใต้ผ้าห่มก่อนจะหลับตาลงสนิท
“พี่จะนอนตอนไหนเหรอครับ” เขาเอ่ยถาม
“ยังหรอก มึงนอนไปก่อนเลย”
“พรุ่งนี้ผมต้องปลุกพี่ไหม”
“ไม่ต้องยุ่ง มึงจะทำอะไรก็ทำไป แต่ไม่ต้องยุ่งกับกู ไม่ต้องปลุก เข้าใจไหม”
“ครับ” เขาไม่ตอบโต้อะไรอีก หลับตาลงนิ่งๆแล้วทบทวนกับคำพูดเรียบๆ ที่ฟังไม่ค่อยลื่นหูเท่าไหร่ของรุ่นพี่
อินทัชนั่งเล่นมือถืออยู่อย่างนั้นนานสองนานก่อนจะหยิบเอาเกมเพลย์แบบพกพารุ่นเก่าของเขาขึ้นมาเล่นเปิดเครื่องแล้วกดเลือกเกมรถแข่งที่เขาชอบเล่นอยู่เป็ประจำทุกวันการได้บังคับรถให้แล่นไปตามถนนบนจอภาพนั่นคือการผ่อนคลายอย่างหนึ่งของเขา
พรึก!!!
ในขณะที่กำลังนั่งเล่นเกมอยู่อย่างเพลิดเพลินนั้น จู่ๆก็มีอะไรบางอย่างกระแทกเข้ากับหน้าขาของเขา อินทัชสะดุ้งโหยงด้วยความใปล่อยเกมขนาดพกพานั้นร่วงลงกับเตียงนุ่มและต้องหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าเป็มือของรุ่นน้องที่หลับไปก่อนแล้ว
“ไอ้เหี้ยแดน” เขาโวยวายพร้อมกับผลักมือของอีกฝ่ายออกทำให้แดนดินสะดุ้งตื่นขึ้น
“พี่เรียกผมเหรอ” คนที่เพิ่งตื่นถามกลับด้วยอาการงัวเงียไม่รู้เื่ด้วยซ้ำว่าตนเองทำให้รุ่นพี่โกรธ
“มึงทำเหี้ยไรเนี่ย”
“ผมทำอะไรเหรอ ผมยังไม่ได้ทำไรเลย”
“ก็มึงเอามือมาจับขากู”
“ผมไม่เห็นรู้เื่เลย” แดนดินเถียง
“ไอ้เหี้ย มึงจะลวนลามกูเหรอ?” รุ่นพี่เริ่มขึ้นเสียง
“เปล่านะครับ ผมไม่รู้เื่จริงๆ”
“โกหกไอ้สัด”
“จริงๆ นะครับ”
“มึงลงไปเลย ลงไปนอนข้างล่างเลย” เขาไล่
“เห้ยพี่ คือ . . . .”
“ลงไป” อินทัชยังคงโวยวาย จดจ้องอีกฝ่ายตาเขม็ง
“ครับๆ ๆ ลงก็ได้วะ!!”
แดนดินี้เีต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่ายเขาจึงหอบผ้าห่มกับหมอนของตนลงมานอนด้านล่าง ถึงจะรู้สึกหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่อยากทำตัวให้มีปัญหากับรุ่นพี่ปากหมาอย่างอินทัช
แดนดินมุดตัวลงใต้ผ้าห่มอีกครั้งแล้วหลับตาลงสนิทในขณะที่อินทัชนั่งทำหน้าหงุดหงิดอยู่บนเตียงแบบนั้น เขาวางเกมไว้บนหัวเตียงแล้วลุกเดินไปปิดไฟห้อง ไม่ลืมที่จะเปิดไฟหัวเตียงเอาไว้พอให้มีแสงไฟสลัวๆ ก่อนจะซุกตัวลงใต้ผ้านวมผืนหนาหลับตาลงในความมืดมิดนั้นทันที . . . .