นางสาววัลลภา กับสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า What da Fu*k

    8 - แกงกะทิสายบัวปลาทู

            ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็๲สีชมพูอมม่วง แสงแดดร้อนๆ หายไปหมดแล้วกลิ่นเหม็นเน่าของโลกมนุษย์ค่อยแสดงตัวออกมาแมลงรำคาญเริ่มบินออกมาจากบ้านอับชื้นที่พวกมันซ่อนตัวอยู่ฉันกำลังเดินกลับบ้านบนถนนที่กำลังมืดลงเรื่อยๆ ไฟถนนสว่างขึ้นทีละดวงแซงหน้าฉันไปอย่างรวดเร็วสองข้างทางมีแค่เพียงต้นไม้กับต้นไม้แล้วก็ต้นไม้ที่ใหญ่กว่ามีบ้านคนอยู่บ้างประปรายความจริงแล้วฉันควรจะต้องซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ของลุงจิตกลับบ้านแต่พอฉันเดินไปถึงป้อมยามของโรงเรียนก็เจอลุงจิตนอนกรนเสียงดัง ก่อนที่จะปลุกให้ลุงแกตื่นฉันลองดมกลิ่นบรรยากาศในป้อมยามเข้าไปนิดหน่อย

     

            กลิ่นเหล้า

     

            ฉันไม่ได้โกรธหรอกออกจะดีใจด้วยซ้ำที่จะได้มีข้ออ้างเพื่อที่จะไม่ต้องซ้อนท้ายแกกลับบ้านเดี๋ยวแกก็คงบอกแก้ตัวกับแม่เองว่าวันนี้มีเวรอยู่ดึกซึ่งท่าทางแบบนั้นก็คงจะไม่ตื่นมาในเร็วๆ นี้เป็๲แน่

            ฉันเดินมาถึงบ้านชั้นเดียวเก่าๆ ของตัวเองแสงไฟนีออนถนนสีขาวส่องอย่างอ่อนแรงลงมาตรงทางเข้าหน้าบ้านเป็๞แสงสว่างเดียวในละแวกนี้ถ้าไม่นับไฟในห้องนั่งเล่นและเสียงทีวีที่ลอดออกมาจากในบ้านรอบบ้านถูกปกคลุมด้วยความมืด แต่ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก ต่อให้สว่างจ้าก็คงจะมองเห็นแต่ต้นไม้

            ฉันไม่ได้พกกุญแจสำหรับเปิดประตูรั้วบ้านมาแต่แทนที่จะเรียกให้แม่ออกมาเปิด ฉันตัดสินใจปีนรั้วบ้านเข้าไปโดยไม่ต้องคิดในที่แบบนี้ไม่มีใครจะมาใส่ใจหรอกว่ากระโปรงของฉันจะเปิดหรือไม่ฉันเปิดเข้าไปในตัวบ้านแล้วรีบปิดก่อนพวกแมลงจะตามเข้ามา

            ในห้องโถงบ้านเก่าๆ หลังนี้ พื้นปูด้วยไม้ตู้ไม้ใส่ของที่ไม่มีใครจำได้ว่าใส่อะไรเข้าไปบ้าง สีที่ลอกร่อนจากกำแพงบนผนังบ้านแขวนรูปพระ รูปพระ รูปพระ รูปพระ หิ้งพระ รูปพระ รูปพระ ปฏิทิน รูปพระใต้หิ้งพระมีโต๊ะพับที่ใช้เป็๞โต๊ะกินข้าวมีฝาชีเก่าๆ ครอบไว้ ทีวีตู้หนาๆรุ่นโบราณที่เปิดข่าวคดีค้ายาเสพติดทิ้งไว้ กลางห้องโถงมีเตียงขนาดเล็กตั้งอยู่

     

            “แอ๊...แอ๊...แอ๊แอ๊...แอ๊”

            “โอ๋ๆ ไม่ร้องลูกไม่ร้อง” เสียงแม่ดังออกมาจากในห้องน้ำ

            ฉันวางกระเป๋าเรียนลงที่ประตูเข้าบ้านเดินไปที่เตียงของน้องชาย อุ้มเ๯้าเด็กน้อยขึ้นมา โยกตัวไปมาซ้ายขวาช้าๆพร้อมกับปล่อยเสียงลอดจากไรฟันเบาๆ เสียงของเ๯้าทารกก็เบาลงมีแต่เสียงของแม่ที่ดังขึ้น

     

            “วัลเหรอลูก!? เอานมให้น้องกินหน่อย”

            “แอ๊...แอ๊...แอ๊แอ๊...แอ๊”

            เ๯้าทารกกลับมาร้องเสียงดังเท่าเดิม

            “ค่ะ” ฉันตอบแม่วางน้องชายกลับลงบนเตียง เดินไปที่ตู้เย็น หยิบนมแช่แข็งที่แม่รีดออกมาเก็บไว้เอามันใส่ลงไปในเครื่องอุ่นนม เทใส่ขวดนม เดินกลับหาน้องชาย แล้วค่อยๆป้อนเข้าปากช้าๆ ต่างจากเ๽้าทารกที่ดูดอย่างมูมมามจนหมดขวดในเวลาไม่นาน

            “มานี่ แม่จัดการเอง” แม่ที่เพิ่งออกจากห้องน้ำพร้อมกับผ้าถุงลายน่าเกลียดแย่งน้องชายออกไปจากมือของฉันอุ้มขึ้นลงซ้ายขวา

            “ไหนใครเป็๲เด็กเก่ง? หื้มมมมม ดูดหมดขวดเลยเหรออออ? เก่งจังเลยลูกใครเนี่ย?ลูกแม่เอง ลูกแม่เอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

            ฉันจ้องมองแม่กับน้องชายด้วยสายตาว่างเปล่า

            “วัล ลูกล้างขวดนมน้องให้แม่หน่อยสิ”

            “ค่ะ”

            “แล้วลุงจิตล่ะ? ไม่ได้กลับมาด้วยกันเหรอ?”

            “น่าจะอยู่เวรดึกน่ะค่ะ”

            “อืม”

            แม่ก็ไม่ได้พูดว่าอะไรหรือแสดงความไม่พอใจลุงจิตหรอกนะแต่ฉันรู้สึกได้ บรรยากาศแย่ๆ เริ่มก่อตัวรอบตัวแม่หลังจากได้คำตอบเ๹ื่๪๫ลุงจิต

     

            แต่ก็ไม่มีคำถามเกี่ยวกับการเดินกลับบ้านของฉัน? หรือความน่าสงสัยของคำว่า‘น่าจะ’ ในประโยค ‘น่าจะอยู่เวรดึกน่ะค่ะ’

     

            ฉันกำลังเดินถือขวดนมที่ดูดหมดแล้วเพื่อไปล้างในครัว

            “วัล!”

            “คะ?” ฉันรีบหันไปตามเสียงเรียกของแม่

            “เอากระเป๋ามาวางขวางประตูแบบนี้ได้ไงเดี๋ยวลุงจิตเขากลับมาก็สะดุดล้มหรอก”

     

            ก็นั้นแหละ คาดหวังอะไรล่ะ?

     

            “...ขอโทษค่ะ”

            หลังจากจัดการกับขวดนมกับกระเป๋าให้เข้าที่เข้าทางได้แล้วแม่กำลังพูดจาภาษาเอเลี่ยนกับน้องชาย ฉันนั่งลงตรงโต๊ะพับที่มีฝาชีครอบใต้หิ้งพระยกฝาชีเปิดออก มองดูกับข้าวบนโต๊ะที่มีเพียงอย่างเดียว

     

            แกงกะทิสายบัวปลาทู

     

            รู้จักรึเปล่าคะ? แกงกะทิสายบัวปลาทูมันเป็๞แกงไทยโบราณชนิดหนึ่งหน้าตาของมันก็เหมือนเอาหลอดพลาสติกที่ใช้ดื่มชานมไข่มุกยาวประมาณหนึ่งนิ้วครึ่งมาต้มจนเปื่อย ลอยอยู่ในน้ำแกงสีขาวอมม่วงและมีศพปลาทูที่ถูกตัดตัวแล้วควักเครื่องในออกจมอยู่ข้างใต้ รสชาติจะออกหวาน เค็มและเปรี้ยวนิดหน่อย แต่ถ้าคนทำมีฝีมือไม่พอละก็จะได้กลิ่นคาวของปลาทูในน้ำแกงสีขาวข้น แบบชามนี้แหละ

            ฉันตักข้าวสวยที่หุงเสร็จนานเกินไปจากหม้อถุงข้าวมาใส่จานจากนั้นฉันก็ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่เหมือนกันที่ฉันตักสายบัวเส้นนั้นมาอยู่ในช้อนแล้วจ้องมองมันอยู่แบบนั้น

            สายบัวสีเขียวแก่ที่ถูกต้มจนเปื่อยเกือบเละลอยอยู่ในน้ำแกงสีขาวข้นด่างๆ ช่างดูน่าสมเพช

     

            เหงื่อที่ไหลยาวเป็๞ทางบน....หัวเข่า

     

            ฉันยัดสายบัวเส้นนั้นเข้าปาก ทุกอย่างเย็นชืดไม่มีชีวิต และเหม็นกลิ่นคาวของปลาทูมากๆ

     

            ไม่อร่อย

     

            .....

     

            นี่ฉันกำลังทำหน้าแบบนั้นอยู่อีกแล้วเหรอ?

     

            ไม่อร่อยสุดๆ ไปเลย

     

            รู้สึกว่ามื้อนั้นฉันจะกินจนหมดชามเลย