หลังจากกลับมาถึงบ้าน หลี่ซานก็รีบจัดแจงตัวเองให้อยู่ในสภาพที่พร้อมที่สุด และ เอาหญ้าสลายปราณออกมาส่งเข้าปากตนเองในทันทีจากนั้นเพียงไม่นานความเจ็บปวดที่แสนจะทนก็ประดังเข้ามา พร้อมความรู้สึกของปราณที่ยุ่งเหยิงภายในร่างไหลออกข้างนอกร่างกายหลังจากปราณหายไปจนหมดสิ้น สภาพตอนนี้ของหลี่ซานก็เหมือนชาวบ้านทั่วไปที่ไม่ได้ฝึกยุทธ์ ศิลาปัญญาที่อยู่ในจุดตันเถียนของเขาสลายหลอมรวมเข้ากับเลือดเนื้อของเขา ตรงหว่างคิ้วมีรอยสีแดงยาวปรากฏขึ้น เพียงไม่นานมันก็เริ่มเด่นชัดขึ้นมาทุกขณะผ่านไป 2 ชั่วยามหลี่ซานก็เอาหญ้ารวมปราณส่งเข้าปากทันที เพียงไม่นานปราณที่กระจัดกระจายอยู่ในอากาศก็เริ่มหลอมเข้าไปในร่างของเขา ภายในจุดตันเถียนเริ่มหลอมรวมเป็นเส้นปราณขนาดเท่าเข็มขึ้นและขยายออกไปทีละนิดผ่านไปไม่นานมีเสียงดังออกมาจากภายในร่างกายปุ้ง!หลี่ซานทะลวงสู่ระดับก่อกำเนิดระดับ 1 และ ยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้8 ชั่วยามผ่านไปหลี่ซานสามารถทะลวงจนถึงขั้นก่อกำเนิดระดับ 4 ขาดอีกเพียงเล็กน้อยก็จะสามารถทะลวงไปขั้นก่อกำเนิดระดับ 5 ได้ ทั่วร่างกายทุกรูขุมขนมีของเหลวเหนอะหน่ะสีดำส่งกลิ่นเหม็นฉุน เสื้อผ้าที่สวมใส่ต้องทิ้งทั้งหมดทันที เพราะมีกลิ่นของเสียที่ขับออกจากร่างกาย ต่อให้ซักยังไงก็ไม่มีทางที่จะลบกลิ่นเหม็นนี่ออกไปได้หากบุคคลภายนอกรู้ว่าหลี่ซานสามารถทะลวงจากบุคคลธรรมดามาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ปราณก่อกำเนิดระดับ 8 ภายใน 4 ชั่วยาม คาดว่าบุคคลเหล่านั้นคงอกแตกตาย“วิธีบ่มเพาะกายามังกรบรรพกาล มันช่างยอดเยี่ยมเสียจริง หากว่าข้าไปถึงขั้นหลอมรวม ข้าต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากเพื่อเลื่อนขั้น และ ยิ่งสูงเท่าไหร่ยิ่งใช้มากเท่านั้น เห้อ!”หลังจากนั้นหลี่ซานโคจรปราณไปทั่วร่างและย้ายจิตเข้าไปในตันเถียน เขาเห็นเส้นลมปราณขนาดเท่านิ้วก้อยอยู่ในจุดตันเถียนเขาก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเส้นลมปราณที่ปรากฏอยู่ในจุดตันเถียนของเขา มันมีสีทองส่องแสงสว่างสดใสออกมาแสงสีทองนี้หากเปรียบเทียบกับบุคคลทั่วไปที่เส้นปราณมีแสงสีฟ้า มันมีความแข็งแกร่งกว่า 5 เท่า และสามารถขยายมากกว่าวิธีบ่มเพาะอื่นๆ 5 เท่าเช่นกัน เปรียบเสมือน หากบุคคลอื่นใช้ท่าโจมตีที่สิ้นเปลืองปราณจำนวนมากได้เพียง 1 ครั้ง แต่เส้นลมปราณสีทองของหลี่ซาน สามารถที่จะใช้ออกมาได้ 3 ครั้ง และยังสามารถฝืนใช้ได้อีก1-2ครั้งและยิ่งการบ่มเพาะเขายิ่งสูงกระบวนท่าต่างๆก็จะสามารถใช้ได้แทบจะไม่มีขีดจำกัดก๊อก! ก๊อกๆ“หลี่ซานเจ้าอยู่ข้างในรึไม่ ถ้าอยู่เปิดประตูให้ข้าเข้าไปหน่อย”หลี่ซานได้ยินเสียงดรุณีเอ่ยเรียกเขาอยู่หน้าประตู ในความทรงจำของเด็กหนุ่ม เขารู้ได้ทันทีว่านั่นเป็นเสียงของ คุณหนูติ๊ฟางเย่ว ซึ่งในความทรงจำของเขานั้นคุณหนูติ๊ฟางเย่วมักมาหาเขาบ่อยๆ และ นำทรัพยากรมีค่ามาแบ่งให้เขาแอ๊ด!“ไม่ทราบว่าคุณหนูมีอะไรรึเปล่า?”“ฮี่ฮี่ ท่านพ่อนำโสมอายุ 100 ปีมามอบให้ข้า ข้านำมาให้เจ้าครึ่งนึง”หลังพูดจบติ๊ฟางเย่วก็ยื่นโสมอายุ 100 ปี ที่ตัดแบ่งครึ่งแล้วมาให้เขา“โอ้...ขอบคุณมากขอรับคุณหนู”หลี่ซานกล่าว“เอ๊ะ! ว่าแต่เจ้าเลื่อนระดับแล้วรึ?”“ใช่แล้วขอรับคุณหนู ข้าประสบโชคในป่าหมื่นอสูรทำให้ข้าเลื่อนระดับได้เร็วขึ้น”“ดี ดี เจ้ามีระดับเท่าข้าแล้วฮี่ฮี่ๆ เจ้าต้องรีบเลื่อนระดับไปก่อกำเนิดระดับ 6 ให้ได้ภายในครึ่งปีนะ เพราะอีกครึ่งปีสำนักมังกรฟ้าสำนัก 1 ดาว จะมาทำการทดสอบรับศิษย์ที่หมู่บ้านของเรา”“โอ้...ทราบแล้วขอรับคุณหนู ว่าแต่คุณหนูมีอะไรอีกรึไม่? ถ้าไม่แล้วข้าจะรีบบ่มเพาะให้เลื่อนเป็นระดับ 6 โดยไว”“คือ...”หลังเงียบไปซักพัก พวงแก้มของดรุณีเริ่มแดงปรั่งดั่งแอ๊ปเปิ้ล“คือ...พวกเราจะทำแบบเมื่อวันก่อนได้รึไม่?”สิ้นเสียงพวงแก้มสีแดงเริ่มลามไปถึงใบหู ยืนบิดตัวอยู่ตรงหน้าหลี่ซานเมื่อได้ยินเช่นนั้นและสภาพของดรุณีน้อยตรงหน้าแสดงออกหลี่ซานไม่รอช้ารีบค้นความทรงจำอย่างด่วนว่าเมื่อ 2 วันที่แล้วเขาได้ทำอะไรไป ผ่านไปเพียงพริบตาความทรงจำเกี่ยวกับเมื่อ 2 วันก่อนเด่นชัดขึ้นมาทันที มุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้มชั่วร้ายขึ้นมาชั่วขณะหลี่ซานไม่พูดพร่ำอะไรอีกต่อไปคว้าดรุณีน้อยตรงหน้าเข้ามาในอ้อมกอดและปิดประตูโดยพลัน“เจ้า!...”เสียงดรุณีน้อยตื่นตกใจยังกับกวางป่า แต่ไม่ทันจะพูดจบริมฝีปากของหลี่ซานก็ประกบเข้ากับริมฝีปากสีอมชมพูจนแนบแน่นเริ่มแรกติ๊ฟางเย่วก็ยังขัดขืนนิดหน่อยผ่านไปไม่นานก็เอามือของเธอมาคร้องคอของหลี่ซานไว้มีเสียงคลางแผ่วเบาหลุดออกมาเล็กน้อยมือของหลี่ซานชอนไขเข้าไปในชุดของหล่อนจนสำผัสเนื้อ และ เลื่อนขึ้นไปจนถึงยอดปทุมถัน ดรุณีน้อยถึงกับตัวสั่นสะท้านเบาๆเพราะก่อนหน้านี้เธอเพียงแค่จูบกับหลี่ซานเท่านั้น แต่ตอนนี้มันต่างจากเมื่อ 2 วันก่อนซึ่งหลี่ซานมีหรือจะยอมพลาดฉวยโอกาศ ถ้าไม่กล้าเขาก็คงเอาหัวโขกเต้าหู้ตายไปเสีย อยู่มา 2 ชีวิตความทรงจำเก่าครบถ้วนมือของหลี่ซานไหลลื่นดั่งปลาแหวกว่าย ทำให้เสียงคลางกระสั่นแผ่วเบาดังออกมาต่อเนื่อง“คุณหนูท่านอยู่ที่นี่หรือไม่ คุณท่านเรียกพบ”เสียงของข้ารับใช้ดังเข้ามาให้ได้ยิน ติ๊ฟางเย่วรีบผลักหลี่ซานออกไปหน้าแดงปรั่งก่อนจะจัดแจงเสื้อผ้าและรีบออกไป“ข้าอยู่นี่ท่านป้า ท่านพ่อมีอะไรรึถึงเรียกพบข้า?”“ป้าก็ไม่ทราบเหมือนกันคุณหนู แต่จากสีหน้าของท่านผู้นำ ข้าว่าต้องมีเรื่องดีดีแน่นอน ว่าแต่ทำไมคุณหนูมาบ้านของหลี่ซานทำไมรึ?”“ปะ...เปล่าข้ามาแนะนำวิธีบ่มเพราะให้หลี่ซานเขา”“โอ้!”ข้ารับใช้เห็นท่าทางของคุณหนูติ๊ฟางเย่ว แสดงออกมา พร้อมทั้งแกมที่แดงแปล่งปลั่ง ข้ารับใช้ก็ไม่ได้คิดอะไร คาดว่าคุณหนูคงสอนหลี่ซานจนเหนื่อย