ฉินหยางคิดสักพักก่อนจะกล่าว
"ข้ามีข้อเสนอ"
เมื่อพวกคนได้ยินก็ได้หันมามองฉินหยาง
"ระวางราชวงศ์จางกับราชวงศ์เทียนเซียนมีูเาลูกหนึ่ง เราสามารถใช้เส้นทางนี้เพื่อล้อมโจมตีแบบกองโจร แล้วยังตัดเส้นทางส่งเสบียงของราชวงศ์ เมื่อไม่มีกำลังเสริมพวกที่อยู่ในราชวงศ์จางก็เป็ได้แค่หมูที่รอเชือดเท่านั้น"
เมื่อพวกเค้าได้ยินก็ได้ครุ่นคิด
"แผนเ้าก็ดีแต่ใครจะไปไม่ใช้ว่าไม่มีใครเคยไปแต่ทุกคนล้วนตายหมด"
เ้าเมืองกล่าวออกมาเมื่อทุกคนได้ยินก็เงียบไป ฉินหยางลุกขึ้น
"ข้าจะไป"
"ข้าไปด้วย"
"ถ้าพวกท่านไปข้าก็ไปด้วย"
ฉินหยางพูดจบกู่เฉินกับจ้าวเฟิงก็พูดออกเช่นกัน เมื่อเ้าเมืองได้ยินสีหน้าก็ตึงเครียด
"พวกเ้าแน่ใจหรอถ้าไปพวกเ้าจะไม่สามารถกลับได้ จนกว่าพวกราชวงศ์เทียนซานจะหมดไปจากราชวงศ์จาง"
เ้าเมืองพูดอย่างจริงจัง
"ขอบคุณท่านเ้าเมือง แต่พวกข้าคิดแล้วการจะชนะได้อย่างรวดเร็วจำเป็ต้องตัดเส้นทาง"
ฉินหยางพูดด้วยความมั่นคง เมื่อเ้าเมืองได้ยินก็ถอนหายใจ
"ข้าจะส่งคนไปกลับเข้าด้วย"
เ้าเมืองกล่าว
"ข้าว่าไม่จำเป็พวกเราอยู่ลำพังจนเป็นิสัยทำให้ร่วมมือกับคนอื่นได้"
ฉินหยางกล่าว ล้อเล่นหรอถ้ามีคนมากเค้าจะใช้พลังไม่ได้เต็มที่ เมื่อเ้าเมืองได้ยินก็ไม่ได้พูดไรอีก เค้าได้ให้คนไปนำเสบียงมาให้พวกฉินหยาง ฉินหยางไม่เกรงใจเค้าได้รับมาอย่างยินดี เมื่อเค้าเตรียมของเสร็จมก็ได้ออกไปจากเมือง พวกเค้าได้เดินทางมาสามวันระวางทางเค้าได้สังหารพวกหุบเขามารจำนวนมากแล้วก็ได้มาถึงูเา เขาลูกนี้อยู่มานานค่อยกันระวางราชวงศ์ พวกฉินหยางได้เข้าไปอย่างเงียบๆ เมื่อพวกฉินหยางก็ไปวิ่งไปอย่างเงียบเมื่อผ่านไปสักพักเค้าก็ได้ยินเสียงคนเดิน พวกเค้าได้ค่อยๆ ย่องไปดู
มีผู้คนมากมายกำลังเดินเป็แถวม้าลากเกรียน มีขั้นก่อกำเนิดขั้นเป็คนนำมีกำเนิดพลังอีกมาก เหมือนของในนั้นจะไม่ค่อยสำคัญ พวกฉินหยางมองหน้ากันก็เข้าใจพวกเค้าล้อมรอบแถวไว้เตรียมโจมตี จ้าวเฟิงพุ่งไปคนแรกได้ฟาดขวานลงไปหาขั้นก่อกำเนิด ชายคนนั้นสีหน้าเปรียบไปก่อนจะป้องกัน แต่เค้าจะป้องกันได้ไงแม้แต่นักบุญยังต้องรับมืออย่างจริงจิง ชายคนนั้นกระเด็นออกไปกระอักเืออกมาอย่างมาก เหล่าคนที่มาด้วยก็ใกำลังจะเคลื่อนไหว แต่ก็ได้มีเถาวัลย์มาหันพวกเค้าอย่างรวดเร็ว กู่เฉินได้ใช้เปลวไฟเพื่อเผาพวกเค้าจนเหลือแต่ฝุ่น พวกเค้าได้จัดการอย่างรวดเร็วเมื่อจัดการเสร็จก็ได้นำเสบียงไปแล้วหลบไป เมื่อพวกฉินหยางจากไปไม่นานก็มีชายคนหนึ่งเข้ามา ชายคนนั้นปล่อยแรงกดดันออกมาทำให้ต้นไม้รอบๆ หักลง เค้ามองไปที่จุดต่อสู้ก่อนจะขมวดคิ้ว
"พวกราชวงศ์หรือพวกสำนัก ข้าไม่เคยเห็นวิชานี้มาก่อน"
มีเสียงดังออกมาจากหลังชายคนนั้น ก่อนจะมีชายอีกคนมายืนข้างๆ ชายคนที่มาคนแรก เสียงนั้นมาจากคนที่มาที่หลัง
"ข้าก็ไม่รู้แต่เถาวัลย์นั้นเหมือนข้าจะได้ข่าวมาบ้าง"
เมื่อชายคนนั้นได้ยินก็แปลกใจ
"โอ้. ข่าวใดกัน"
ชายอีกคนถาม
"ข้าได้ยินว่ามีศิษย์คนหนึ่งได้ฆ่าาุโภายนอกได้ และสนามรบนั้นก็เหมือนกับข้างล่างนี้"
ชายคนแรกกล่าว ชายอีกคนก็แปลกใจ
"หมายถึงคนนั้นน่ะหรอพวกเรายังไม่ได้ไปหามันก็มาหาเรานี้เรียกว่า ความกล้าหรือความโง่ดี"
ขายอีกคนพูดด้วยความเหยียดหยาม ชายอีกคนก็ไม่ได้พูดไรมากแล้วกลับไปชายอีกคนก็ตามไปเช่นกัน เมื่อพวกฉินหยางได้วิ่งมานานเท่าไรไม่รู้ก็ได้หยุดลง ก่อนจะนับของที่ได้มาถึงของจะไม่ค่อยเยาะแต่ก็พอมีอยู่บ้าง พวกเค้าเจอถ้ำแห่งหนึ่งแล้วได้เข้าไป
"ท่านพี่เราควรทำอย่างไรต่อดี"
จ้าวเฟิงถาม ฉินหยางคิดสักพักก่อนจะกล่าว
"พวกเราต้องซุ่มโจมตีเสบียงแล้วสังหารกำลังเสริม"
ฉินหยางกล่าว
"แล้วเราต้องอยู่ในป่านานแค่ไหนงั้นหรอ"
จ้าวเชิงถาม
"ก็จนกว่าเราจะทำผลงานได้ดีหรือไม่ก็รอสำนักเรียกกลับ"
กู่เฉินกล่าว
"อีกหน้ากว่าเราจะกลับก็อีกนานเราต้องค่อยหาคนส่งเสบียง พรุ่งนี้เราจะไปดูกลางเขาข้าว่าน่าจะมีแคมอาศัยอยู่"
ฉินหยางกล่าว พวกเค้าได้พักผ่อนเอาแรงก่อนจะออกเดินทางต่อพวกเค้าไม่ได้เข้าไปตรงๆ แต่ค่อยอยู่รอบๆ เพื่อดูสถานการณ์ มีขั้นนักบุญขั้นกลางอยู่สามคน ถ้าพวกเค้าสู่รวมกันจะสามารถสู้ได้สองคนแต่นี้มีสามคนจะรับมือยากหน่อย เมื่อพวกเค้าดูก็เห็นว่าไม่มีโอกาสชนะมากนัก แต่ถ้าพวกเค้าสามารถแยกกันได้ก็มีโอกาษชนะได้ พวกเค้าได้วางแผนกันแล้วค่อยลงมือ ชั้นนักบุญท่านหนึ่งได้ออกไปเพื่อ ตรวจตรารอบเพื่อไม่ให้ศัตรูเข้ามาล้อมโจมตี
พวกฉินหยางได้ตามไปอย่างลับๆ ชายคนนั้นยังไม่รู้เค้าได้เดินไปเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดหนึ่งชายคนนั้นได้ออกมาไกลแล้ว พวกฉินหยางได้เริ่มโจมตี ฉินหยางได้สร้างเถาวัลย์ไปพันชายคนนั้นชายคนนั้นยังไม่ได้ตั้งตัวก็โดนมัดไว้แล้ว ชายคนนั้นใก่อนเค้าจะทำไรได้ จ้าวเฟิวล่ะกู่เฉินได้โจมตีแล้ว ถึงขายคนนั้นจะเป็ขั้นนักบุญแต่ก็ไม่สามารถรับการล้อมโจมตีของพวกฉินหยางได้ เมื่อเวลาผ่านไปชายคนนั้นก็สิ้นใจ ฉินหยางได้สร้างต้นไม้ขึ้นมาเพื่อปิดบังหลักฐาน ฉินหยางได้กลับไปที่แคมป์ของราชวงศ์เทียนซาน มีขั้นนักบุญเหลือแค่สองคนจากที่พวกเค้าสู้กับคนมะกี้ เมื่อเทียบกับาุโหลัวแล้วยังห่างอยู่พอสมควร พวกเค้ามั่นใจว่าจะฆ่าได้แตู่เานี้เค้าคิดว่าน่าจะมีพวกมันอีกเพราฉะนั้นก็ต้องจัดการให้เร็ว พวกเค้าได้เข้าไปเห็นชายสองคนกำลังนั่งจิบสุราหัวเราะอย่างสนุกสนาน
"ฮ่าๆ เ้าคิดว่าพวกเราจะได้กลับกันตอนไหน"
"ใครจะไปรู้ล่ะเบื้องบนสั่งมาเราก็แค่ทำตาม"
"เฮ้อ..ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมพวกเค้าจึงเปิดากัน"
"ใครจะรู้เราก็แค่คนตัวเล็กๆ จะไปทำไรได้"
"เฮ้อ..ข้าอยู่ที่นี่จนเบื่อแล้ว ข้าคิดถึงสตรีที่ข้าแทบไม่ได้จับต้องเลย"
พวกเค้าคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่พวกเค้ายังไม่รู้เลยว่ากำลังอันตรายเข้ามาเยือน