ณ จวนสกุลหลินภายในหน้าจวนหลินเยว่อิง
“ตามข้าเขามาคุณหนูรออยู่”ตงฟางเดินตามเซียงหยางเข้าไปเพื่อพบกับหลินเยว่อิง
“ข้าน้อยคารวะคุณหนู ข้าได้จัดการตามที่คุณหนูบอกแล้วเื่ของสำนักทมิฬและอารามภูตผี ข้าไม่ได้บอกออกไป และป้ายนี้ข้าก็เก็บไว้ ไม่ได้มอบให้ทางสำนักต้าหลี่”
“ดีแล้ว จบเื่นี้ไปวันหน้าเื่ของสำนักเงาทมิฬกับอารามภูตผีค่อยว่ากันรอให้พวกเรามีพลังมากพอที่จะอยู่เหนือใต้หล้าได้เมื่อไร เมื่อนั่นใครที่ล่วงเกินเราไว้ ค่อยคิดบัญชี”
“คุณหนู วันนี้ข้าจะกลับไปเพื่อทำตามสัญญากับคนในสำนักต้าหลี่ ข้าขอตัวก่อนได้หรือไม่”
“นี้เ้ามีสัญญาอะไรกันยังงันหรือเล่าให้ข้าฟัง”
“ไม่มีอะไรมากครับแค่ข้าน้อยกับจิงจวน ให้คำมั่นไว้ว่า หากข้าน้อยจับคนร้ายคลี่คลายคดีได้เขาจะไปขอโทษพ่อบุญธรรมของข้า ที่เขาได้กล่าววาจาลบหลู่ไว้ครับ ส่วนทางท่านลู่ถงก็เดิมพันจะปลดจิงชวนออกจากตำแหน่งและให้ข้าเป็รองผู้บัญชาการแทน”
“หึ หึ หึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า(จากหัวเราะเสียงเบาและก็หัวเราะดังขึ้น) ดี ดีมากเป็แบบนี้ชั่งตรงกับที่ข้า้านัก”
“คุณหนูท่านหมายถึงสิ่งใด”
“เ้าคิดว่าที่ข้ารับเ้ามา เพียงเพราะพร์งูๆปลาๆนั่นของเ้าอย่างเดียวหรือไงสิ่งที่ข้า้า คือหน่วยข่าวกรองที่ดีที่สุดและสามารถเป็หูเป็ตาให้ข้าได้ทุกเื่ การที่อยู่ไม่รู้อะไรเลยเป็ได้แค่คนเขลาเท่านั่น และในสายตาข้า คงมีแต่สำนักต้าหลี่ที่พอจะเข้าตาหากข้าได้คนแบบเ้ามาสักหลายๆคนข้าก็คงจะไม่พลาดเื่สำคัญใดในยุทธภพหรือแม้กระทั่ง เื่ของบ้านเมือง”
“แต่ข้าเป็เพียงแค่ผู้อ่อนแอตัวเล็กๆ ด้วยวิชายุทธแค่นี้ คงจะลำบาก แค่ที่ว่าท่านลู่ถงจะให้ข้าเป็รองผู้บัญชาการ ข้าคงไม่สามารถควบคุม หัวหน้ากองทั้งหลายได้ เกรงว่าลู่ถงคงจะแค่ล้อเล่นกับข้า”
“คนของข้าหากข้าบอกให้เ้าทำสิ่งใดเ้าก็ต้องทำเช่นกัน หากเ้า้าสิ่งใด ทำไมจะเอามาไม่ได้ จำไว้ บนโลกนี้พวกเ้าทุกคนนอกจากข้าแล้วไม่มีใครที่สามารถขวางพวกเ้าได้จงแข็งแกร่งให้ได้อย่างที่ข้าคาดหวังด้วย”
“ครับ” “ค่ะ” “ค่ะ” ถังเทียน ถิงถิงและ เซียงหยาง เมื่อได้ยิน จึงตอบรับด้วยความมั่นใจ และจะทำตามที่หลินเยว่อิงบอกในใจของตงฟาง กลับสงสัยคนพวกนี้ยิ่งนัก เอาความมั่นใจมาจากไหนมีความลับอะไรอีกหรือไม่คนพวกนี้
“คุณหนูข้าโง่เขลาจริงๆขอคุณหนูแนะนำว่าข้าต้องทำสิ่งใด”
“หากว่าเ้ายังไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งย่อมมองไม่ออกเอาเป็ว่า พวกเรามาต้อนรับสมาชิกใหม่กันก่อน เื่อื่นค่อยพูดกัน ถิงถิงเอาเหล้ามา” ถิงถิงนำเหล้าออกมาสามจอกเล็กๆแล้ววางไว้ตรงหน้าของตงฟาง
“กลิ่นนี้ หอมมากนี้เหล้าอะไรกัน คุณหนูท่านให้ข้าดื่มมัน!”
“เ้าลองดื่มจอกแรกดูก่อน”
ตงฟางได้หยิบเหล้าจอกแรกขึ้นมากลิ่นนั่นช่างหอมหวน ตงฟางจึงดื่มเข้าไปโดยไม่ลังเล อึก! เสียงเหล้าถูกกลืนลงคอ เพียงแค่เหล้าตกลงสู้ท้องตงฟางก็เริ่มรู้สึกถึงความร้อนที่เพิ่มขึ้นในร่างกาย
“นี้! เหล้านี้ อา! พลังกำลังเพิ่มขึ้น” พลังที่เพิ่มขึ้นเริ่มแสดงออกมาจากร่างกาย พลังที่พวยพุ่งขึ้นตงฟางรีบเดินพลังควบคุมและไม่นานจากพลังที่อยู่ในระดับสี่ขั้นปลายก็ทะยานขึ้นสู้ขั้นห้า
“ขั้นห้า ข้าอยู่ในระดับห้าแล้ว”
“เ้ากล้าดื่ม จอกที่สองหรือไม่”หลินเยว่อิงพูดเสร็จ ตงฟางไม่ลังเลดื่มจอกที่สองทันที อึก! กลืนลงคอ แต่จอกที่สองนี้ ไม่เหมือนจอกแรก พลังเพิ่มขึ้นแบบก้าวะโขึ้นสู้ระดับห้าขั้นกลาง แต่กลับแลกมาด้วยความเ็ป เหมือนร่างกายถูกไฟเผาแต่ตงฟางก็สู้ทน และเดินพลังต่อไป จนพลังคงที
“จอกที่สาม หากเ้าดื่มจะเพิ่มพลังให้เ้า แต่ความเ็ปจะมากขึ้นเป็เท่าตัว หากเ้าทนไม่ได้ เ้าจะตายเ้ากล้าดื่นหรือไม่” พูดจบ ตงฟางไม่ลังเลดื่มจอกที่สามทันที
“ชีวิตนี้โอกาสไม่ได้มีมากหากต้องตายก็ขอเสี่ยง”พลังของตงฟางหลังจากดื่มจอกที่สามก็ะเิออกมามากกว่าเดิม พลังได้ทะยานขึ้นไปอยู่ในระดับห้าขั้นปลายความเ็ปที่ได้รับเหมือนร่างจะะเิ เมื่อผ่านไปครู่หนึ่งตงฟางก็สามารถควบคุมพลังได้ และสงบลง
“ได้แค่นี้เองคิดว่าจะขึ้นไปถึงระดับหกสะอีก เ้านี้ไม่มีพร์เอาสะเลย”
“ขออภัยคุณหนู ข้าเป็คนโง่ไม่สามารถเพิ่มระดับได้ตามที่คุณหนูหวัง หากท่านมอบเหล้านี้ให้ข้าอีกหนึ่งจอกข้าสามารถเพิ่มถึงระดับหกได้อย่างแน่นอน”
“เ้าตายแน่นอนเหล้าเซียนชั้นฟ้า ไม่มีใครดื่มติดต่อเกินสามจอกจอกที่สี่จะกลายเป็ยาพิษะเิร่างต่อให้เ้าอยากจะดื่มมันแต่ทุกอย่างย่อมมีขีดจำกัด และสิ่งที่ได้มาก็ต้องเสี่ยงแลกชีวิตจากนี้หากเ้ายังขึ้นระดับหกไม่ได้ห้ามดื่มเด็ดขาด และต่อให้ขึ้นระดับหกเหล้านี้ก็ทำได้แค่ช่วยเพิ่มการฝึกฝน ไม่สามารถช่วยเพิ่มระดับได้อีก มันจึงไม่มีประโยชน์แล้วไม่จำเป็ต้องหาดื่มอีก แต่ข้ามีเหล้าให้เ้าดื่มช่วยเสริมการฝึกฝนพลังได้คือเหล้าเซียนเมามาย ดื่มได้ตามที่เ้า้ามันจะช่วยทำให้พลังของเ้าค่อยๆแข็งกล้าขึ้น และง่ายต่อการทะลวงระดับในอนาคต”
“ขอบคุณคุณหนูครับเหล้าเซียนชั้นฟ้า หากข้าน้อยเข้าใจไม่ผิด นี้คือเหล้าที่เหล่าชาวยุทธฝันหาตามหากันทั่วหล้า เป็เหล้าที่อดีตมีปรมาจาร์ยยุทธท่านหนึ่งคิดค้นขึ้นมันสามารถเพิ่มระดับพลังยุทธได้ ซึ่งวันนี้ข้าน้อยประจักแก่ตนแล้วไม่ทราบว่าคุณหนูได้มันจากที่ใด”
“เ้ารู้แค่ว่าเ้ามีวาสนาได้ดื่มมัน และจากนี้แค่นั่นก็พอแค่เหล้ากระจอกนี้เ้ายังตื่นตาขนาดนี้ ของที่ข้าเตรียมไว้ให้อีกสองสิ่งเ้าเห็นแล้วไม่เสียสติตายก่อนหรือ”
“แค่นี้ก็มากเกินพอแล้วท่านจะมอบสิ่งใดให้ข้าอีก” หลินเยว่อิงได้ใช้พลังถ่ายทอดไปที่จิติญญาของตงฟาง
“วิชาก้าว์ไร้เงาวิชาแปลงเทพวิชาเข็มไหมฟ้า วิชาเร้นกายแปลงพลัง วิชาลมปราณจันทรา วิชาพวกนี้เข้ามาในหัวข้าทุกวิชาช่างลำลึก แข็งแกร่งยิ่งนักแค่วิชาเดียวข้าก็สามารถกลายเป็ยอดยุทธสร้างชื่อได้แล้ว”
“ถูกต้อง วิชาพวกนี้เหมาะสมกับเ้าเ้าไม่ใช่ชาย หญิงก็ไม่ใช่ วิชาแปลงเทพจะทำให้เ้าแปลงกายเป็ใครก็ได้ที่รูปร่างคลายกับเ้า ทั้งชายและหญิง วิชาลมปราณจันทราเคยเป็สุดยอดวิชาสั่นคลอนยุทธภพมาแล้ว เป็วิชาที่มหาขันทีในราชวงศ์หนึ่งในอดีตที่ล้มสลายไปแล้วคิดค้นขึ้นทำให้พลังกล้าแกร่ง พลังในระดับเดียวกันไม่สามารถต่อกรได้ เป็วิชาลมปราณที่ลึกล้ำแต่ต้องแลกกับการสูญเสียอารมณ์ทางกามไป เพื่อแลกกับความแข็งแกร่งไร้คู่ต่อกรมันเคยเป็สุดยอดวิชาที่ยุทธภพฆ่ากันตายมากมายเพื่อมันแต่เมื่อความลับการฝึกถูกเปิดเผย วิชานี้ก็ถูกลืนเลือนไป หากเ้าฝึกวิชานี้ไม่นานเ้าจะขึ้นสู้จุดสูงสุดได้ แม้เ้าจะมีพร์ไม่มากก็ตาม วิชาเข็มไหมเงินจากนี้เ้าก็ใช้เข็มและด้ายเป็อาวุธเถอะ ดาบ กระบี่อาวุธหนักไม่เหมาะกับร่างกายเ้า ฝึกไปก็ไม่ก้าวหน้าเ้าเดินมาผิดทางั้แ่แรกแล้ว ฝึกวิชาควรฝึกให้เหมาะสมแก่ตน”
“สิ่งที่คุณหนูมอบให้ข้ามากมายจนข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านได้อย่างไร”
“สิ่งที่ข้าให้ไป ข้าไม่คิดจะขาดทุนอยู่แล้วด้วยสิ่งที่เ้ามีตอนนี้ เ้าคิดว่า ตำแหน่งรองผู้บัญชาการสำนักต้าหลี่เพียงพอหรือยัง”
“พอครับ ไม่เพียงแค่พอต่อให้ท่านลู่ถงที่อยู่ในระดับหก ข้าคิดว่าข้าสามารถต่อสู้ได้”
“ดี งันรับนี้ไป”
“นี้คือ อะไรครับ หรือว่า!”
“ใช่แล้ว นั่นคือหนอนไหมโลหิต ตอนข้าถ่ายทอดวิชาผ่านจิติญญาเ้าก็น่าจะได้รับวิธีใช้แล้วอีกไม่นานมันจะออกลูก เ้าคงรู้วิธีทำยาหนอนไหมโลหิตแล้ว”
“ที่ท่านบอก้าสำนักต้าหลี่หรือว่าท่าน”
“ใช่แล้ว หาคนกินมันสะแล้วเ้าก็ใช้มันควบคุมพวกเขา ค่อยๆกระจายเพิ่มคน และแทรกซึมไปเรื่อยๆ จนสำนักต้าหลี่ที่กระจายอยู่ทั่วแผ่นดินตกเป็ของเ้า”
“คุณหนูถ้าทำแบบนี้จะเป็การก่อฏนะครับ”
“ข้าบอกเ้าแล้วไงว่าสิ่งใดที่ข้า้า จะไม่มีใครขวางได้ อนาคตเ้าคิดว่าด้วยสิ่งที่เ้าได้ไปเป็แค่ข้าราชการตัวเล็กๆจะคู่ควรหรือไง คนพวกนั่นก็แค่เอามาใช้งาน สิ่งหลักๆที่ข้า้าคือหูและตาที่สามารถมองไปได้ทุกพื้นที่ และทุกสิ่งที่ข้าอยากรู้จากนี้เ้าจงเลี้ยงหนอนรุ่นแรกออกมาสักสิบตัวแล้วทำเป็ยาและหาคนที่มีความสามารถกินมันสักสิบคน จากนั่นก็ให้สิบคนนั่นกระจายตัวออกไปทั่วแผ่นดินและขยายกำลังแทรกซึมในสำนักต้าหลี่”
“คุณหนูข้าเกรงว่าถ้ามีคนที่ล่วงรู้จะเกิดปัญหานะครับ ยิ่งคนเยอะการปกปิดก็จะทำได้ยาก”
“ไม่ต้องห่วงหนอนไหมโลหิตเมื่อเข้าสู้กายคน ก็กลายเป็เือาศัยอยู่ในร่างกายไม่ว่าหมอหรือใครก็ไม่สามารถตรวจพบ หรือขับออกมาได้เว้นแต่ผู้ที่รู้วิชานี้เท่านั่น เช่นข้าที่เลี้ยงหนอนตัวนี้มาข้าจึงเป็จุดอ่อนสำหรับมัน ส่วนเ้าก็นำไปใช้ ควบคุมคนต่อไป สิบคนแรก เ้าก็สอนวิธีควบคุมหนอนรุ่นต่อไปถึงพวกเขาจะรู้วิธีแต่ก็ไม่สามารถขัดขืนเ้าได้ และสิบคนนั่นจะเป็กำลังหลักของเ้าแต่อย่าเพิ่มจำนวนหนอนมากเกินหนึ่งพันตัว เพราะเกินนั่นไปเืที่ใช้ควบคุมจะไร้ผลเพราะเจือจางเกินไปจากนี้ฉากหน้าพวกเ้าคือคนสำนักต้าหลี่ แทรกซึมอยู่ในสำนักให้ทั่วทุกแห่งแต่ในยุทธภพและการติดต่อสื่อสารกัน ให้ใช้ชื่อ หอสดับพิรุณจากนี้ไปเ้าคือเ้าหอสดับพิรุณ และนี้คือวิชาก้าวย่างภูตพราย วิชาที่เ้านั่นใช้ถือได้ว่าเป็วิชาตัวเบาชั้นยอด ให้คนของเ้าฝึก และสอนการลบตัวตนวิชานายพรานที่เ้าใช้ให้พวกเขาด้วยหอสดับพิรุณ ไม่ใช่กลุ่มนักฆ่า แต่จำไว้ว่าคือ หูตาของข้าหากข้าอยากรู้เื่ใดเ้าต้องนำข่าวมาให้ข้าหรือหากรู้เื่สำคัญที่เป็ประโยชน์หรืออันตรายแก่พวกเรา ก็รีบรายงานให้รู้”
“ครับข้าจะทำตามที่คุณหนู้า” ในใจของตงฟางก็คิด “วิชาที่ควบคุมคนแบบนี้ช่างเป็วิชาที่ชั่วร้ายยิ่งนักแต่ก็คงไม่ร้ายเท่ากับที่ข้าโดน ถึงแม้หนอนจะใช้ควบคุมคนจากความเ็ปได้ แต่มันก็ทำให้คนตายไม่ได้ถึงจะเ็ปแสนสาหัส แต่ถ้าคนนั่นทนความเ็ปและพร้อมจะแลกชีวิตกับคนที่ใช้หนอนก็อันตรายอยู่ดี มีโอกาสที่จะโดนทรยศได้ แต่วิชาที่ข้าโดนกลับทำไม่ได้แม้จะขัดขืนหรือคิดมุ่งร้าย จนถึงตอนนี้ข้าบอกได้เลยว่าคนที่อยู่หน้าข้าตอนนี้ ไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาลูกขุนนางแล้ว แต่คือมารร้าย มารร้ายที่ร้ายที่สุด”
“จากนี้ข้าให้เ้าจัดการ สร้าง กลุ่มหอสดับพิรุณขึ้นมา ข้าจะรอดู”
“ข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวังเช่นนั่นข้าขอตัวกลับไปสำนักต้าหลี่ก่อน”
“ได้ ข้าจะไม่อยู่ที่นี้สองสามเดือนข้ากลับมาตอนนั่น หวังว่าจะได้เห็นการเติบโตของเ้าหอนะและต่อจากนี้ก่อนเข้ามาในจวนข้าจงแปลงเป็คนอื่นเข้ามาจะได้ไม่มีใครรู้ว่าเ้าติดต่อกับจวนนี้ไปได้” ตงฟางจึงรำลา และเดินออกจากจวน ในใจก็ครุ่นคิดว่าตัวเองไม่คิดจะได้โอกาสที่ดีขนาดนี้ที่พลังของตนขึ้นไปอยู่ในระดับห้าขั้นปลาย และสามารถทะลวงขึ้นขั้นหกในอนาคตได้แน่บวกกับยอดวิชาที่ได้รู้มา ตอนนี้รู้สึกเหมือนมองไปใต้หล้าก็ไม่มีใครเป็คู่ต่อสู้ได้ ความรู้สึกเหมือนเป็ผู้ไร้เทียมทาน รู้สึกเหนือกว่าผู้คนทั้งดีใจและเป็สุข หลังจากนึกย้อนกลับไปในอดีตที่เป็ได้แค่มือปราบเล็กๆ ฝีมือต่ำต้อยพี่น้องในสำนักต้าหลี่ดูถูกเหยียดหยาม เพียงเดินไปก็คิดมีความสุขไป แต่พอจับของที่อยู่ในเสื้อผ้ากล่องหนอนไหมโลหิต ความสุขที่มีก็ทุกข์ขึ้นมาทันที อย่างที่นางบอกการลงทุนนี้นางไม่ยอมขาดทุน สิ่งที่ให้ข้าทำ ถ้าหากมีใครรู้นั่นคือหมายถึงชีวิตและสร้างกลุ่มอย่าง หอสดับพิรุณ เป็เื่ที่ใหญ่เกินตัวแล้วตงฟางยังต้องเป็เ้าหออีก คนถึงหนึ่งพันคนในอนาคตจะต้องเป็กลุ่มที่ยิ่งใหญ่และดังก้องยุทธภพแน่ๆ
“ช่างเถอะมันผ่านไปแล้ว ตอนนี้ข้ามีชะตาที่ต้องเดินต่อไปแล้วคิดแค่ว่าจะเป็มือปราบที่ทุกคนยอมรับ แต่ตอนนี้กลับต้องมาเป็เ้าหออะไรนั่นของจอมมารในอนาคตอย่างนางอนาคตเป็จอมมารแน่ๆ แต่ก็เอาเถอะต่อไปการสืบคดีของข้าคงง่ายขึ้นมากด้วยวิชาแปลงเทพ สามารถแปลงเป็ใครก็ได้ จะไปที่ไหนสืบอะไรก็ไม่มีใครรู้ว่าเป็ข้า”
ณ จวนของหลินเยว่อิง
“คุณหนูค่ะทำไมถึงชื่อว่า หอสดับพิรุณ ค่ะ”
“ก็ตามชื่อมันนั่นแหละเซียงหยางสดับก็ฟัง พิรุณก็ฝน หอสดับพิรุณคือ เฝ้าฟังเสียงที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงฝนทุกเม็ดก็ตาม เื่ราวต่างๆ หากได้กลุ่มคนพวกนี้ซึ่งเป็กลุ่มข่าวกรองสืบสวนที่ดีที่สุดของราชสำนักเราก็จะได้รับข่าวสารไม่ต่างกัน และข้ายังได้เพิ่มความสามารถของพวกเขาไปอีกอนาคตแม้แต่จักรพรรดิ ก็คงไม่มีหน่วยข่าวกรองที่ดีได้เช่นข้าแล้ว”
“แล้วคนอย่างตงฟางจะทำได้จริงๆหรือเ้าค่ะ”
“ถิงถิงเ้าอย่าดูถูกเขา เขานั่นแม้ในด้านวรยุทธจะไม่โดดเด่นแต่ในการการสืบสวนหาข้อมูลถือว่าเข้าตาข้ามาก เป็เหมือนสุนัขที่ได้กลิ่นอาหารเพียงเล็กน้อยก็สามารถตามดมกลิ่นจนถึงที่ได้ พวกเ้าถึงแม้จะมีปัญญามากกว่าเขา แต่เื่การสังเกตเก็บรายละเอียดพวกเ้ายังเทียบเขาไม่ได้”
“ถิงถิงนี้เ้าสงสัยในการมองคนของคุณหนูยังงันหรือ”
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั่นเซียงหยาง ข้าแค่เป็ห่วงงานของคุณหนูเท่านั่น”
“เอาเถอะอนาคตยังมีเื่อีกมากให้เราทำ ทั้งเื่แม่แท้ๆของข้า เื่ของเ้าเซียงหยางแต่ตอนนี้เรามาจัดการเื่ของ แม่รองและถังเทียนก่อน”
“ครับ คุณหนู”
“อีกไม่ถึงสามเดือนสำนักกระบี่สาดส่องจะจัดประลองยุทธ ครั้งนี้เ้าเตรียมพร้อมที่จะแก้แค้นและเอาทุกสิ่งมาให้ข้าแล้วหรือยัง”
“ข้าพร้อมแล้วคุณหนูแม้พลังยุทธข้าจะยังกลับมาได้ไม่มาก แต่ด้วยวิชากระดูกหยกกาย์ที่คุณหนูถ่ายทอดให้ต่อให้เป็ยอดยุทธขั้นหก ข้าก็สามารถสู้ได้”
“แต่ข้าไม่ชอบเสี่ยงกับชัยชนะครั้งนี้ข้าจะพาท่านแม่ ไปที่สุสานผนึกศาสตรา”
“อะไรนะครับสุสานผลึกศาสตรา ที่อยู่ของอาวุธที่มีจิติญญาทั้งหลายหากผู้ฝึกยุทธสามารถอาวุธจิติญญาได้ความแข็งแกร่งก็จะเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว”
“ใช่แล้ว ท่านแม่ของข้าตอนที่นางได้รู้ความจริงว่าเราฝึกวิชายุทธกัน นางก็ให้ข้าถ่ายทอดวิชายุทธให้แต่เพราะนางอายุมากแล้ว ไม่เหมาะที่จะฝึกยุทธด้วยร่างกายข้าจึงให้นางฝึกแต่วิชาพลังปราณและพลังจิต ใครจะคิดเหล่าว่าแม่ของข้า จะมีพร์ขนาดที่ฝึกไม่กี่ปีก็ทะลวงพลังปราณไปอยู่ในระดับห้ารวมทั้งพลังจิติญญาก็ด้วยตอนนี้บอกได้ว่านางก็เป็ชาวยุทธคนหนึ่ง แต่เพราะนางไม่เคยฝึกวิชาทางกายมาก่อนหรือถึงต่อให้ฝึกก็ไม่มีทางก้าวหน้าในทางกาย จึงเป็จุดอ่อนของนางหากในอนาคตมีคน้าทำร้ายนาง หากต่อสู้ในระยะประชิด ต่อให้เป็คนที่ระดับต่ำกว่านางก็สามารถทำร้ายนางได้ ข้าจึงอยากให้นางได้มีอาวุธระดับจิติญญาไว้ค่อยปกป้องนางเพื่อความเบาใจของข้า ส่วนเ้าเองหากคิดจะต่อกรกับเ้าสำนักกระบี่สาดส่องลุงของเ้าแล้ว เพื่อประกันชัยชนะ เ้าก็ต้องมีอาวุธคู่กาย ร่วมทั้ง ถิงถิงและเซียงหยาง หาอาวุธคู่กายสักอันก็เป็เื่ดี”
“แล้วคุณหนู้าอาวุธชิ้นใดเ้าค่ะ”
“เอาไว้ค่อยๆคิดไปถึงค่อยว่ากัน อีกอย่างอาวุธจิติญญานั่นจะเลือกนายของมันเองบ้างอย่างถึงอยากได้ก็ใช่ว่าจะได้มา”
“ลูกแม่”
“ท่านแม่มาแล้ว”หลินเยว่อิง รีบเดินออกมาหาแม่รองของนาง
“ท่านแม่มาหาลูกแต่เช้าเลย”
“เื่เมื่อคืน คงทำเ้าลำบากแล้ว”
“ไม่หรอกท่านแม่ก็แค่มดปลอก ขยี้มันก็ตายแล้ว จะทำอะไรลูกท่านได้”
“เอาละไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว ถิงถิง ถังเทียน และก็เซียงหยาง เมื่อคืนพวกเ้าก็ไม่ได้พักเหนื่อยพวกเ้าแล้ว”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ”ทุกคนโค้งคำนับเล็กน้อย ขอบคุณไป๋ชิงชิว ที่ห่วงพวกเขา
“งันพวกเ้าไปพักกันได้แล้วเดี๋ยวข้าคุยกับท่านแม่เอง”
“ครับ” “ค่ะ” แล้ว ถังเทียน เซียงหยาง ถิงถิงก็ออกไป
“ท่านแม่ท่านเตรียมการเสร็จหรือยังเ้าค่ะ เราจะเดินทางกันเมื่อไร”
“แม่จัดการทุกอย่างแล้วอีกสองวันเราก็เดินทางกันได้ แม่ก็อ้างไปทำการค้าต่างเมือง และไปเยี่ยมดูร้านค้าที่นาของเราในเมืองต่างๆท่านย่าก็ไม่ได้สงสัยอะไร ส่วนเ้าแม่ก็บอกพาเ้าไปเปิดหูเปิดตา แต่มีปัญหา”
“มีปัญหาอะไรเ้าค่ะ”
“ทางฮูหยินสามก็บอก อยู่มาหลายปีไม่ได้ออกไปที่ใด ก็เลยจะขอติดตามไปด้วย ร่วมทั้ง เจียงผิง เจียงเฟย ก็ด้วย”
“แบบนี้เราจะปลีกตัวยากนะเ้าค่ะ”
“ไม่เป็ไรเดี๋ยวเราไปถึงเมืองหงเฟย เราก็ขอแยกตัวออกมา ว่าไปหาเส้นทางการค้าใหม่แล้วให้พวกนางเที่ยวอยู่ในเมือง เพราะเราไปที่นั่น คงใช้เวลาไม่กี่วัน”
“ก็น่าจะใช้เวลาไม่เกินสามวัน จากเมืองหงเฟยไปที่เขาสุสานผลึกศาสตรา ใช้เวลาแค่ครึ่งวันแต่เราต้องใช้เวลาที่นั่นไม่นานนัก สามวันก็น่าจะเพียงพอหรือถ้ามากกว่านั่นก็ช่างมัน สำคัญคือต้องได้สิ่งที่เรา้ามา”
“เอาไว้เราถึงที่หมายค่อยดูสถานการณ์อีกที ครั้งนี้เราจะไม่เป็อันตรายใช่ไหม เยว่อิง”
“ไม่ต้องห่วงท่านแม่สุสานผนึกศาสตรา แม้จะอันตราย แต่เมื่อมีลูกอยู่ ท่านแม่ไม่ต้องกังวลแค่เชื่อใจลูกก็พอ”
“งันแม่เชื่อเ้าแม่ไปเตรียมการก่อนนะ อีกสองวันเราออกเดินทางกัน”
“เ้าค่ะ”
ตัดมาที่ สำนักต้าหลี่
ทางตงฟางได้กลับมาที่สำนักต้าหลี่และได้เขาไปในที่ว่าการของสำนัก และในที่นั่นก็มี คนระดับหัวหน้าทุกหน่วยกองอยู่รวมทั้งคนในสำนักก็ยืนรออยู่ ในขณะที่ตงฟางเดินเข้าไป ทุกสายตาก็จับจองมาที่ตงฟางและค่อยๆหลีกทางให้ ไม่มีใครขวางทาง และในมือของตงฟางนั่นก็ได้ถือป้ายิญญาของตงจิง ซึ่งเป็ป้ายิญญาของพ่อบุญธรรมที่ล่วงลับไปแล้วมาด้วย ทุกคนได้แต่มอง และเงียบกริบไม่มีใครเอ่ยเสียงใดออกมา จนตงฟางเดินมาจนถึงข้างในโถงกลางห้องที่มีลู่ถงผู้บัญชาการสำนักต้าหลี่นั่งอยู่ตรงกลาง และรองผู้บัญชาการพร้อมหัวหน้าหน่วยทุกคน นั่งเรียงกันสายขวา ดูบัญญากาศน่าตึงเครียด
“ข้าน้อยมาแล้วขอคารวะผู้บัญชาการและหัวหน้าทุกท่าน” ทุกคนได้ยินแต่ไม่มีใครพูดสิ่งใดออกมาจนเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ทุกคนต่างสงบนิ่ง ตงฟางก็ยืนมองไปที่ลู่ถงแบบไม่ละสายตา
“เอาละคดีก็ได้คลี่คลายลงแล้ว ทุกอย่างก็จบลงได้ดี เช่นนั่นข้าว่าเราควรฉลองกับความสำเร็จกันดีหรือไม่เื่ที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป เราทุกคนก็เป็พี่น้องร่วมเป็ร่วมตายกันมา”
“ก่อนจะว่ากันเื่อื่นท่านผู้บัญชาการโปรดรับผิดชอบสิ่งที่ท่านได้ ลั่นวาจาไว้ด้วย”
“นี้เ้า!... ได้ ได้ ในเมื่อเ้าไม่ยอมลงให้ข้า เ้าพูดมาเ้า้าอะไร”
“ข้าตงฟางขอให้ท่านทำตามสัญญา จิงชวนท่านต้องขอขมาต่อป้ายิญญาของพ่อข้าส่วนเื่ตำแหน่งของท่าน ข้าจะรับ่ต่อเอง เชิญท่านออกจากสำนักต้าหลี่”
“บังอาจนัก” เฮอเตา หัวหน้าหน่วยสืบสวนกองที่สอง พูดขึ้น “เ้าเด็กน้อยฝีมืออย่างเ้าคิดจะมาแทนที่รองผู้บัญชาการ จิงชวน หัดดูสารรูปตัวเองบ้างอย่างเ้าไม่มีความสามารถ หากเ้ากล้าที่จะขึ้นแทนเขาข้าผู้นี้จะขอประลองเป็ตายกับเ้า ข้าจะฆ่าเ้าที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”
“ได้หากท่านคิดว่ามีความสามารถ ข้าก็ยินดี”
“ไอเ้าเด็กบ้า! วันนี้ข้าจะฆ่าเ้า”
“เฮอเตา! ไม่ต้อง ในเมื่อเื่นี้เป็เื่ของข้า ให้ข้ากับเ้านี้จัดการกันเองไม่ต้องทำให้ผู้บัญชาการและพี่น้องทุกท่านต้องลำบากใจ เอาโต๊ะเซ่นไหว้มาข้าจะคำนับขอขมาต่อ ตงจิงพ่อบุญธรรมของเขา”
เมื่อได้ยินดังนั่น ทุกคนก็สงบลงและคนในสำนักก็รีบไปเอาโต๊ะวางป้ายิญญามาที่โถงประชุมอย่างรวดเร็วตงฟางได้วางป้ายิญญาลงบนโต๊ะ และทางจิงชวนก็ได้จุดธูปขอขมาต่อ ตงจิงอย่างที่ได้เคยลั่นวาจาไว้ โดยที่ทุกคนต่างก็เงียบและดูสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อขอขมาเสร็จ ทางลู่ถงก็พูดขึ้น
“เอาละเมื่อได้ทำตามที่สัญญาไว้แล้ว ตงฟางข้าว่าเ้าควรถอยก้าวหนึ่งทางจิงชวนเองก็มีฝีมือและความสามารถมาก ทำงานกับข้ามานาน ตอนนั่นข้าก็แค่พูดไปด้วยความโมโหเอายังงี้ ข้าจะเพิ่มเงินเดือนให้เ้า และเ้าอยากจะทำอะไรในหน่วยไหนบอกข้าข้าจะอนุญาตให้เ้าทำ และคนในสำนักต้าหลี่หากใครกล้าดูถูกเ้า ข้าจะจัดการมันเองเ้าว่าไง เราเลิกแล้วต่อกันเถอะนะ”
“ท่านจะบอกข้าว่าท่านจะกลืนน้ำลายตัวเองงันสินะ”
“บังอาจ ท่านลู่ถงเมตตาต่อเ้า แต่เ้ากลับกลับไม่รู้ดีชั่ว เช่นนั่นเอาแบบนี้ วันนี้เ้ากับข้าประลองเป็ตายกับเ้า”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”เสียงหัวเราะของตงฟางดังขึ้น แต่ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาด เสียงของตงฟางกลายเป็เสียงของผู้หญิง“นี้มันอะไรกัน ทำไมเสียงของข้าเปลี่ยนไปหรือจะเป็เพราะวิชาที่คุณหนูให้มา จึงสิ ข้าสามารถแปลงเป็ชายหรือหญิงก็ได้แต่เสียงปรกติของข้าเริ่มเปลี่ยนไปรู้สึกว่าหากจะปรับระดับเสียงต้องใช้ลมปราณในการควบคุม แต่ช่างมันยิ่งข้าเป็ตัวประหลาดเท่าไร ก็ให้พวกมันใมากเท่านั่น”
“จิงชวน ในเมื่อท่านอยากสู้กับข้าข้าก็จะสู้กับท่าน”
“ตงฟางเสียงของเ้า”
“ข้าไม่ใช่ชาย หญิงก็ก็ไม่ใช่อย่างที่ทุกคนรู้ จะแปลกอะไรถ้าเสียงข้าจะเป็ผู้หญิง”
“ดูท่าว่าเ้าจะไม่ปรกติเป็ตัวประหลาดเข้าไปทุกวัน เช่นนั่นข้าก็จะไม่เกรงใจ ไปที่ลานประลอง”
“ตงฟางหากเ้าคิดดูอีกที ข้อเสนอที่ข้าให้เ้ายังมีผลอยู่นะ อย่าคิดสั้นไปตายฟรีเลยให้แล้วกันไปเถอะ”
“มีคนบอกว่าข้า้าสิ่งใด จะไม่มีใครขวางข้าได้ ตำแหน่งรองผู้บัญชาการ วันนี้ข้าอยากได้ข้าก็จะต้องได้ อิ อิ อิ” แล้วตงฟางก็หันหลังเดินออกไป
“เฮอ! พวกเ้าทำอะไรกันก็แล้วแต่พวกเ้าเลย ข้าไม่ยุ่งด้วยแล้ว”
ตงฟางและจิงชวนเดินออกมาที่ใจกลางสนามประลองของ สำนักต้าหลี่ โดยมีคนในสำนักยืนมุ่งดูกันตอนนี้ทั้งตงฟางและจิงชวนก็ยืนประจันหน้ากันอยู่บนสนามประลอง
“วันนี้พวกเขาสองคนจะประลองเป็ตายเพื่อสะสางความบาดหมางที่มีต่อกัน ข้าลู่ถงผู้บัญชาการสำนักต้าหลี่และหัวหน้าหน่วยทุกท่านให้การรับรอง เป็ตายไม่ผิดผู้แพ้ไม่ตายไล่ออกจากสำนักต้าหลี่”
ทันทีที่ลู่ถงพูดจบทุกคนก็โฮร้องออกมา ด้วยความสะใจ ที่จะได้ดูการประลองเป็ตายครั้งนี้และข้างสนามก็เริ่มมีการพูดคุย วางเดิมพันด้วยเงินกัน
“เ้าว่าใครจะชนะ”
“ไม่เห็นต้องคิดเลยรองผู้บัญชาการจิงชวน ชนะอยู่แล้ว ตงฟางมันก็แค่มือปราบเล็กๆ มีพลังขั้นสี่แต่ท่านจิงชวน อยู่ในระดับห้าขั้นกลางแล้วในนี้เขาเป็รองแค่ผู้บัญชาการลู่ถงเท่านั่น อย่างตงฟางจะเอาอะไรไปสู้”
“เปิดแทง เปิดแทง ราคาสิบต่อหนึ่ง ตงฟางชนะได้สิบส่วน”
ไม่ทันไรก็มีโต๊ะวางเดิมพันมาวางตรงสนามแล้ว ทุกคนต่างวางเดิมพันกันที่จิงชวนจะชนะและแล้วก็มีคนผู้หนึ่ง วางเดิมพันข้างตงฟาง
“หัวหน้าท่านวางผิดหรือเปล่า”
“ไม่ผิด ก็ไม่มีใครวางเดิมพันข้างเขาข้าก็เลยเดิมพันดู เพื่อความสนุก”
“นี้หัวหน้าไปหลี่ทำไมถึงวางเดิมพันข้างตงฟางกัน หรือเขาจะรู้อะไรมา”
“รู้อะไร ท่านไปหลี่ ก็แค่เล่นสนุกไม่คิดจะได้เงิน ถึงท่านจะเป็หัวหน้ากองข่าวสาร แต่เื่นี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษ มาๆแทงกันต่อพี่น้อง การประลองจะเริ่มแล้ว”
“นี้เ้า คิดจะทำอะไรคนอย่างเ้าไม่เคยผิดพลาด แต่การลงพนันแบบนั่น ทำข้าสงสัย”
“เอาน่า หลิงเซียง ข้าก็แค่เล่นสนุกเท่านั่นเพื่อโชคดีชนะขึ้นมา จะได้มีค่าเหล้าไปฉลองกับท่านยังไงละ หวังว่าหญิงงานเช่นท่านจะไม่ปฏิเสธข้าหลอกนะ”
“พูดเหมือนว่าท่านชนะเดิมพันแล้ว เอาสิ ข้ารับปาก ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าเ้ารู้อะไรทำไมถึงดูมั่นใจนัก” ไปหลี่ยิ้มมุมปากเบาๆ และคิดในใจ “ข้าััพลังของตงฟางไม่ได้เลย แล้วทำไมถึงััไม่ได้เพราะเขาปกปิดยังไงละ และบรรยากาศรอบตัวเขาก็เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมากนักแต่ความแข็งแกร่งที่ซ่อนไว้จะพอหรือเปล่านะ นั่นนะรองผู้บัญชาการเลยนะ คิดถูกไหมเนี้ยแต่มันก็น่าเสี่ยงดูไม่ใช่หรือ น่าสนุกขอให้ข้าคิดถูกเถอะ ถึงจะยังไม่รู้อะไรแต่สัญชาตญาณมันบอก ว่าวันนี้ต้องมีเื่สนุกเกิดขึ้นแน่นอน”
บนสนามประลอง
“ดาบของเ้าไปไหนอย่าบอกนะว่าเ้าจะสู้ด้วยมือเปล่า”
“อ่อดาบข้าไม่ใช้มันแล้ว จากนี้ข้าใช้แค่เข็มนี้ก็พอ”
“เข็มนี้เ้าคิดดูถูกข้าอยู่สินะ เ้าไปกินอะไรเสียสติมากันแน่ ถึงได้คิดว่าจะชนะข้าได้ถ้าคิดจะยั่วโมโหข้า เ้าทำสำเร็จ ต่อให้เ้าไม่มีอาวุธแต่ข้าจะฆ่าเ้าสะ”
“นั่นสิ ข้ากินอะไรมานะ”
“งันเ้าก็ตายสะ ยา!” จิงชวนชักดาบออก ะโพุ่งเข้าใส่ตงฟาง ออกดาบฟันหมายจะให้ตายในดาบเดียว
“ความรู้สึกของผู้ที่มีพลังมันเป็อย่างนี้นี้เอง”ฟิ้ว!! ในขณะที่จิงชวนกระโจนเข้ามาตงฟางได้ใช้วิชาเข็มไหมฟ้าที่ได้รับมาของตน ดีดเข็มออกโจมตีใส่จิงจวน เข็มฝ่าอากาศดังฟิ้วมุ่งตรงไปที่จิงชวนจิงชวนเห็นดังนั่นรีบพลันดาบเพื่อปัดเข็มเสียงดาบกระทบเข็มดัง แคร่ง!! ในชั่วพริบตา ชิงชวนกลับถอยกลับ จากที่พุ่งเข้าโจมตีกลับต้องถอยกลับมาดาบในมือสั่นไม่หยุดดัง วิง วิง วิง!! เหมือนดาบไปกระทบกับบ้างสิ่งที่รุนแรงมาใช่นั่นคือเข็มของตงฟาง
“นี้เ้า ใช้วิชาบ้าอะไรกัน เ้าตบตาพวกเรามาตลอดระดับพลังของเ้าไม่ได้อยู่แค่ขั้นสี่แน่นอน สู้กันเป็ตาย ก็เผยพลังที่แท้จริงออกมา”
“ก็ได้ ทุกคนจะได้รู้กันไปว่าข้า เหมาะสมจะมาแทนที่เ้าหรือไม่”ตงฟางได้ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมา ทุกคนที่ได้เห็นก็ตงใจไปตามๆและหนึ่งคนในนั่นก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เหมือนว่าตัวเองนั่นคิดถูก ก็คือ ไปหลี่
“อะไรกัน ระดับห้าขั้นปลายนี้เขามีพลังเหนือกว่าท่านรองจิงชวนอีก แบบนี้ไม่ดีแล้ว”
“พลังช่างเข็งแกร่งนัก วันนี้ข้าจิงชวนจะทุ่มพลังทั้งหมดในดาบเดียว จงตายไปสะ” จิงชวนรู้ว่าคู่ต่อสู้มีพลังที่เหนือกว่าจึงได้ทุ่มพลังทั้งหมด เพื่อตัดสินแพ้ชนะ เพราะถ้าหากสู้กันเป็เวลานานตนเองอาจจะเสียเปรียบและไม่รู้ว่าคู้ต่อสู้มีไม้เด็ดอะไรซ่อนอยู่บ้างเมื่อจิงชวนรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีไปที่ดาบ ก็พุ่งเข้าโจมตีตงฟางทันที ทั้งรวดเร็วและหนักแน่น ในชั่วพริบตานั่น ก็เกิดภาพที่ทุกคนมองไม่ทัน เกิดเพียงเสียงะเิเกิดขึ้นตูม!! ใช่แล้วดาบของจิงชวนที่อัดแน่นไปด้วยพลังกระทบลงพื้นอย่างรวดเร็ว โจมตีเพียงเสี้ยววินาทีแรงะเิทำให้พื้นเกิดเสียหายเกิดเป็ฝุ่นขึ้นเป็หมอกทั่วสนามทำให้มองสิ่งใดไม่เห็น แต่แล้วทุกอย่างก็เปิดเผย ด้วยลมแรงพัดเอาฝุ่นหายไปหมดลู่ถงใช้มือสะบัดลมไล่ฝุ่นออกไป เผยภาพที่เห็นตรงหน้า ว่าใครคือผู้แพ้หรือชนะภาพที่ปรากฏขึ้นคือ จิงชวนยืนตัวแข็งพร้อมกับดาบในมือที่สะบันลงพื้น ส่วนตงฟางกลับยืนอยู่ด้านหลังอยู่ห่างออกจากจิงชวนแล้วทันใดนั่น จิงชวนก็กระอักเืออกมา ทรุดคุกเข่าลงบนพื้น ดาบหลุดจากมือและเข่าก็สิ้นใจตายไป
“ไปหลี่ เ้าเห็นกระบวนท่าเมื่อกี้ไหม”
“เห็นสิ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเขาซัดเข็มทะลุหัวใจตอนไหนแต่ข้าเห็นเงาลางๆการเคลื่อนตัวด้วยความเร็วหลบการโจมตีของจิงจวน และในเวลานั่นเขาก็ปล่อยเข็มทะลุหัวใจของจิงชวน พริบตานั่น เขาก็หายไป เห็นอีกทีเขาก็จับเข็มที่พุ่งออกมาจากด้านหลังของจิงชวนแล้ว ข้าเกรงว่าหากเป็ข้า หรือแม้แต่ผู้บัญชาการก็ไม่แน่ว่าจะเหนือกว่าเขา”
“ตอนนี้ มีตัวน่ารำคาญมาอีกคนแล้วสินะ”
“แต่ว่า เ้า ต้องไปดื่มกับข้าแล้วนะ หลิงเซียงคนสวย”
“หุบปาก ใช่เวลามาพูดเื่นี้ไหม”
บนสนามประลอง ตงฟาง ค่อยๆหมุนตัวแล้วมองคนในสำนักต้าหลี่โดยรอบ
“จากนี้มีใคร มีปัญหากับข้าอีกไหมสามารถขึ้นมาประลองเป็ตายกับข้าได้ หรือจะเป็ท่าน หัวหน้าเฮอ”
“ไม่ ไม่ ไม่ข้าจะมีปัญหากับท่านได้อย่างไร ข้ามีแต่ต้องชื่มชมท่าน ท่านช่างฝีมือร้ายกาจร้ายกาจ” พูดไปพร้อมทั้งเหงื่อตก ถ้าตอนนั่น จิงชวนไม่ห้ามไว้ปล่อยให้เื่เลยเถิด คิดว่าคนที่ตายคงเป็ตนไปแล้ว และตอนนี้ทุกคนในสำนักต่างพากันเงียบงัน ไม่มีใครกล้าพูดสิ่งใด แม้กระทั่งจะสบตาตงฟางยังไม่กล้า เพราะทุกคนได้ประจักษ์แก่สายตาตนว่าผู้ที่ยืนอยู่บนสนามประลอง ไม่ใช่คนเดิมที่เมื่อก่อนจะดูถูกได้แล้ว
“เอาละ เื่จบลงแล้วจากนี้ ตงฟางจะเป็รองผู้บัญชาการคนใหม่ รับหน้าที่ต่อจากจิงชวนส่วนจิงชวนพวกเ้าก็จัดการตามทำเนียม ฝังเขาให้สมเกียรติ งานฉลองไม่ต้องมีแล้วจัดงานศพแทน ส่วนเ้า.... ก็ฉลองกับความสำเร็จไปคนเดียวแล้วกันข้าและคนอื่นๆคงไม่มีอารมณ์แล้ว แยกย้าย แยกย้ายกันไปตามหน้าที่ของตัวเอง”
“หลิงเซียงเ้ากับข้าจะเลือกใครเป็นายคนต่อไปดี”
“เ้าหมายความว่าอย่างไร”
“เ้าก็น่าจะรู้ว่าผลงานจากการปิดคดีใหญ่ครั้งนี้ท่านผู้บัญชาการก็คงจะได้เลื่อนขั้นเป็เ้ากรมการปกครองในเร็วๆนี้แน่นอนตำแหน่งผู้บัญชาการก็ว่างลง ยังไงคนที่จะลงสมัครทางหน่วยงานกลางของเราก็คงต้องเป็ตงฟางหรือหลี่ไถแล้ว ส่วนสำนักต้าหลี่ทางเหนือ ใต้ ออก ตกก็ต้องส่งคนมาสมัครเพื่อเป็ผู้บัญชาการสำนักต้าหลี่ในเมืองหลวงเหมือนกันแล้วเ้าจะเลือกใครระหว่าง ตงฟาง กับ หลี่ไถ”
“ก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือหลี่ไถแม้มีความสามารถแต่ในด้านวรยุทธยังด้อยกว่าจิงชวนแล้วตอนนี้ตงฟางที่ฝีมือเหนือกว่าจิงชวนขนาดนั่น เราจะเลือกใครได้ อนาคตถ้าตงฟางแพ้การประลองก็แล้วไป แต่ถ้าชนะแล้วขึ้นเป็ผู้บัญชาการ เราจะไม่ลำบากเอาหรือ”
“ไว้ค่อยคิดกันวันข้างหน้าอย่างน้อยอีกสามเดือนท่านลู่ถงถึงจะไปรับตำแหน่งใหม่ ถึงตอนนั่นการประกาศคัดเลือกคงจะเริ่มขึ้นเราค่อยไปดูเอาตอนนั่นเถอะ แต่ตอนนี้เราไปดื่มเหล้ากันเถอะ ข้าได้เงินมาเพียบเลยดื่มกับคนงามอย่างเ้าได้ทั้งคืน”
“ใครจะไปดื่มกับเ้า”เดินหนีออกไป
“เอ๋! นี้คนงามเ้าอย่าหนีข้านะ” วิ่งตามอาการออกกะล่อน