ด้านหนึ่งของทางเดินอันทอดยาวบนระเบียงวังจ้าว องค์หญิงใหญ่เข้าวังมาเยี่ยมพระมารดาอย่างหาได้ยาก สวมอาภรณ์ผ้าทอโปร่งปักลายสีเหลืองอ่อน ศีรษะประดับปิ่นหยกอำพัน อ่อนโยนดุจละอองน้ำ นุ่มนวลดั่งดอกกล้วยไม้ มีความงดงามสุขุมอันเป็เอกลักษณ์ชนิดหนึ่ง ย่อมเป็ภาพบรรยากาศงามตาน่ารื่นรมย์
“น้อมรับเสด็จองค์หญิงใหญ่เข้าวัง” เหล่านางกำนัลเปล่งเสียงต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง มิกล้าเพิกเฉยละเลยแม้แต่น้อย
แม้องค์หญิงิ่จะลดศักดิ์ไปแต่งงานกับแม่ทัพใหญ่และอาศัยอยู่นอกวังนานแล้ว แต่ก็ยังคงเป็องค์หญิงใหญ่ผู้สูงศักดิ์แห่งแคว้นจ้าว ฐานะของนางในวังจ้าวยังไม่ลดลงจากในอดีต
ครอบครัวไม่ได้พบหน้ากันนาน ยามนี้องค์หญิงิ่กำลังเดินเล่นกับฮุ่ยฮูหยิน สองแม่ลูกพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบไปตลอดทาง
“่ที่ผ่านมานี้เสด็จแม่สบายดีหรือไม่”
ฮุ่ยฮูหยินยิ้มกล่าว “ข้ามีอันใดให้ไม่สุขสบายเล่า เ้ากับแม่ทัพเหวินหยวนเข้าวังมาเยี่ยมข้าบ่อยๆ ก็พอแล้ว”
“เหวินหยวนเองก็คิดถึงเสด็จแม่มากเพคะ เพียงแต่หลายวันนี้งานราชการยุ่งรัดตัว ลูกจึงไม่ให้เขามา คราหน้าจะพาเขามาขออภัยเสด็จแม่แน่นอนเพคะ” อวี้ิ่ขานตอบเสียงนุ่ม ใบหน้าเผยความละอายใจรู้สึกผิด
ฮุ่ยฮูหยินคลี่ยิ้มอ่อนจาง มิได้ตำหนินาง เพียงกล่าว “เหวินหยวนยังคงเป็คนกตัญญูเชื่อฟังข้ายิ่งนัก ระยะนี้ราชสำนักฝ่ายหน้าสถานการณ์ตึงเครียด ไยข้าจะตำหนิเขาได้เล่า มิรู้เพราะแคว้นเพื่อนบ้านมีความเคลื่อนไหวผิดปกติบางอย่างหรือไม่”
จู่ๆ จ้าวอวี้ิ่ก็รั้งฮุ่ยฮูหยินไว้ ใบหน้างามกระจ่างเผยร่องรอยกังวล เอ่ยเสียงแ่เบา “แว่นแคว้นต่างๆ รอบดินแดนเรามักไม่สงบสุขอยู่เสมอ เสด็จแม่ ลูกสังหรณ์ใจไม่ดีเลยเพคะ รู้สึกเหมือนกำลังจะมีเื่บางอย่างเกิดขึ้นในวังจ้าว...”
“ถ้าจะบอกว่าเกิดเื่ เช่นนั้นก็นับว่าเกิดขึ้นแล้วละ ท่านอ๋องกำลังวางแผนจะยกเสวี่ยสวินกับเมี่ยวหลานให้สมรสกับหลิวปังและหลิวเจียวสองคนนั้น”
อวี้ิ่ได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง ไหนเลยจะหาคุณชายเยาว์วัยมากความสามารถคนหนึ่งไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าเสด็จพ่อกลับยกน้องสาวให้หมั้นหมายกับพี่น้องสกุลหลิวง่ายดายปานนี้ เกรงว่าคงมีประเด็นอื่นแอบแฝง
ฮุ่ยฮูหยินถอนหายใจหนึ่งคราก่อนเอ่ยคำ “แม้จะยังไม่มีราชโองการลงมา แต่ช้าเร็วก็เป็เื่ที่ต้องเกิดขึ้น เมี่ยวหลานน่ารักเชื่อฟังยังพูดได้ง่าย แต่นิสัยของเสวี่ยสวินนั่นสิ นางมีความคิดเป็ของตัวเองมาั้แ่เด็ก ไม่มีทางที่ผู้อื่นจะควบคุมผูกมัดได้นางเด็ดขาด เกรงว่าคงไม่ยอมรับพระราชทานสมรส กลัวแต่พระอัครมเหสีทางนั้นจะก่อเื่ให้ยุ่งยากขึ้นอีก...”
ระหว่างที่พูด จู่ๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินมาจากอีกฟากของระเบียงยาว เห็นเพียงทางนั้นมีธงแดงโบกสะบัด นางกำนัลมากมายเดินติดตาม ท่าทางทรงพลังน่าเกรงขามยิ่งนัก!
“พระอัครมเหสีเสด็จ!”
พูดถึงก็มาทันทีอย่างแท้จริง ฮุ่ยฮูหยินกับองค์หญิงิ่รีบหยัดกายขึ้นก้าวมาข้างหน้า ต้อนรับขบวนเสด็จของพระอัครมเหสี
หนนี้ด้านหลังพระอัครมเหสียังมีดรุณีแต่งกายหรูหราตามมาด้วยคนหนึ่ง สวมชุดกระโปรงยาวลากพื้นสีขาวเงินแซมประดับดอกอวี้หลาน[1] เรือนผมหวีม้วนเป็มวยเมฆคล้อยทันสมัย พวงลูกปัดมุกบนปิ่นส่ายไหวน้อยๆ ตามสายลม แลดูเป็บุคคลเลิศล้ำผู้หนึ่ง
ครั้นเดินมาใกล้ก็เห็นว่าดรุณีงามหรูผู้นั้นแท้จริงแล้วคือเฉินปี้องค์หญิงแห่งแคว้นไต้ และยังเป็พระชายารัชทายาทผู้แต่งงานเป็ภรรยาแก่จ้าวเคอฉี่
หลังคารวะทักทายกันตามมารยาทแล้ว พระอัครมเหสีก็ขยับแหวนหยกเลื่อมอัญมณีบนนิ้วมือเล่นด้วยท่าทางสบายอารมณ์ มิได้มองหน้าฮุ่ยฮูหยินกับองค์หญิงิ่ เอ่ยถามเนิบช้า “ไฉนข้าเหมือนได้ยินว่ามีคนกำลังหารือเื่ที่ไม่ควรหารือบางอย่าง”
“พระอัครมเหสี หม่อมฉันเพียงได้ยินเสด็จแม่บอกว่าน้องหญิงหลานจะอภิเษกสมรสกับเพ่ยกงหลิวปัง กำลังอยากแสดงความยินดีกับพระอัครมเหสีอยู่พอดีเพคะ” องค์หญิงิ่กลัวว่าพระอัครมเหสีที่หยิ่งยโสวางอำนาจมาตลอดจะหยิบยกประเด็นอะไรมาจับผิด จึงรีบเอ่ยไกล่เกลี่ยสถานการณ์
“ธิดาของข้าย่อมต้องสมรสแก่ัในหมู่มนุษย์[2] เพ่ยกงเป็คนหนุ่มอนาคตไกล ช้าเร็วย่อมสำเร็จการใหญ่ พวกเ้าว่าจริงหรือไม่”
ฮุ่ยฮูหยินยิ้มกล่าว “พระอัครมเหสีตรัสถูกต้องทุกวาจาเพคะ เพ่ยกงโดดเด่นมากความสามารถ ชื่อเสียงขจรขจาย ภายภาคหน้าองค์หญิงหลานย่อมได้นั่งเสวยเกียรติยศความมั่งคั่ง สุขสำราญไปตลอดชีวิต!”
พระอัครมเหสีได้ยินแล้วพึงพอใจเป็อย่างยิ่ง มุมปากสีแดงเพลิงยิ้มย่อง “เอาเถิด ข้ากับปี้เอ๋อร์จะไปหาเมี่ยวหลานแล้ว ไปกันเถอะ” สิ้นวาจานางก็จูงแขนพาเฉินปี้และพวกนางกำนัลเดินจากไป
ฮุ่ยฮูหยินกับองค์หญิงิ่เห็นขบวนของพระอัครมเหสีเดินห่างไปไกลแล้ว ทั้งคู่ก็หันมาสบตากันก่อนหัวเราะ
อวี้ิ่เอ่ยเยาะหยัน “ผู้คนทั่วใต้หล้าต่างรู้ดีว่าเพ่ยกงหลิวปังมากรักหลายใจ อนุนางบำเรอมีเป็โขยง นับประสาอะไรกับนางที่มีฐานะเป็อัครมเหสี มีหรือจะไม่รู้เื่เหล่านี้ แต่เพื่อเกียรติยศความมั่งคั่งในวันหน้า นางถึงกับยินดียอมเสี่ยง เดิมพันให้บุตรสาวตัวเองแต่งเข้าไป…”
“พอเถิด ไม่ต้องพูดแล้ว เลี่ยงมิให้ผู้อื่นได้ยินเข้า เ้ารีบไปดูสวินเอ๋อร์เถอะ ข้าละกลัวจริงๆ ว่าเด็กคนนี้จะทำเื่โง่เขลาอะไรขึ้นมาอีก…”
ฮุ่ยฮูหยินขมวดคิ้วเรียวงามเล็กน้อย อดที่จะนึกเป็ห่วงเสวี่ยสวินขึ้นมาไม่ได้ “เด็กคนนี้กลับน่าสงสาร มารดาล่วงลับไปก่อนวัย จ้าวอ๋องเองก็มิได้เอาใจใส่นาง ขอให้อย่าเกิดเื่อะไรขึ้นมาอีกเลย…”
…
เชิงอรรถ
^ ดอกแมกโนเลีย^ อุปมาถึงผู้มีความสามารถหรือสง่างามโดดเด่นในหมู่ผู้คน