บทที่4
ตอนอาจารย์อาท่านคือเทพศาสตราวุธ
ยามไฮ่สำนักฟางหรู
หลี่หยวนเดินตามหลังศิษย์สำนักฟางหรูทั้งสี่คนโดยมีจิงเซียนถือพัดลายจิ้งจอกพัดไปมาสายตาจับจ้องอยู่เพียงแผ่นหลังกว้างของหลี่หยวนที่เดินหลังตรงพลางรู้สึกถึงสายตาอันวูบวาบชวนเสียวสันหลังทุกอย่างก้าว
เสียงหุบพัดดังขึ้นก่อนที่ปลายพัดจะยื่นมาสะกิดไหล่หลี่หยวนเบาๆ “เ้าหยุดก่อน”จิงเซียนกระซิบ
หลี่หยวนหยุดยืนนิ่งกลางสะพานไม้ทว่าไม่ได้หันหน้าไปมอง
“อาจารย์มีอะไรขอรับ”
“ไม่มี” จิงเซียนเขย่งปลายเท้ายื่นหน้ามาจากข้างหลัง “ข้าเพียงแค่สงสัยว่าเหตุใดใบหน้าของเ้าถึงละม้ายคล้ายคลึงกับศิษย์พี่ใหญ่ของข้าในวัยเยาว์ยิ่งนัก”
หลี่หยวนแสร้งทำสีหน้าอยากรู้อยากเห็นตบตาคนข้างหลัง “แล้วศิษย์พี่ใหญ่ไม่ใช่สิ ศิษย์ต้องเรียกเขาว่าซือโป๋ว่าแต่ศิษย์พี่ของท่านอาจารย์อยู่ไหนหรือขอรับ”
จิงเซียนจ้องหลี่หยวนพลางขมวดคิ้วอย่างลืมตัว “เขาตายแล้ว”
“เอ่อ” หลี่หยวนตีหน้าเศร้า “น่าเสียดายนะขอรับถ้าหากเขายังอยู่ศิษย์อาจจะไม่ได้อยู่สำนักฟางหรูก็เป็ได้”
“ทำไมเ้าจะไปกราบเขาเป็อาจารย์หรือ?” จิงเซียนเลิกคิ้ว
ข้าจะกราบตัวเองเป็อาจารย์ทำไม
หลี่หยวนบ่นในใจทว่าสีหน้ายังคงปกติไม่มีสิ่งใดผิดแปลก
จิงเซียนไล่สายตามองรูปหน้าศิษย์คนใหม่อย่างลุ่มหลงดั่งวันวานที่ตนเคยลุ่มหลงศิษย์พี่ใหญ่ “เอาเถิดเ้าตามศิษย์ในสำนักไปพักเสีย”
“ขอรับท่านอาจารย์”
หลี่หยวนจ้ำอ้าวเดินไม่เหลียวหลังจากไปรวดเร็ว
เทพจิงเซียนาาพิษผู้สวมเสื้อผ้าอาภรณ์สีขาวเด่นสง่ายืนมองหลี่หยวนเดินจากไปจนสุดลูกหูลูกตาก่อนพึมพำกับตนเอง
“ไม่ใช่ศิษย์พี่อย่างที่ศิษย์น้องไป๋บอกจริงๆด้วย”เทพหนุ่มถอนหายใจ “แต่ก็ช่างเถิด อย่างน้อยคนผู้นี้ก็หน้าตาเหมือนศิษย์พี่หลี่ทำให้ข้าหายคิดถึงได้บ้าง”
“ท่านอาจารย์ขอรับ”
ศิษย์คนโปรดวิ่งหน้าตั้งมาหาจิงเซียนประหนึ่งว่าจะมีใครมาทำร้ายจิงเซียนก็ไม่ปาน
จิงเซียนมองศิษย์หนุ่มผู้สวมเสื้อผ้าอาภรณ์สีขาวดำกระซับรูปร่างสูงสง่าน่ามองยิ่งนัก “เ้าวิ่งหน้าตาตื่นมาหาข้ามีอะไรอวิ้นหยาง”
“ไม่มีอะไรขอรับศิษย์แค่อยากจะถามท่านอาจารย์ว่าจะให้ศิษย์จัดเตรียมที่นอนให้หรือไม่ขอรับ”อวิ้นหยางเป็ถึงศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักฟางหรูทว่าหน้าที่นี้เขาไม่จำเป็ต้องทำแต่ในทางกลับกันเขาดันไม่เคยคิดให้ศิษย์น้องคนไหนมาแย่งหน้าที่นี้ของตนเลยสักครั้ง
จิงเซียนยืนกอดอกกำลังใช้ความคิดเป็จริงเป็จังก่อนกล่าวตอบปัดอย่างไม่ใส่ใจนัก “ไม่ต้อง วันนี้ข้าจะไปหอโคมเขียวที่ภพมนุษย์เ้าก็ปิดประตูสำนักเสีย คืนนี้ข้าไม่กลับ”
จิงเซียนสะบัดชายแขนเสื้อหายตัวไปต่อหน้าต่อตาอวิ้นหยางทิ้งไว้เพียงสะเก็ดพลังเทพศิษย์หนุ่มถอนหายใจยืนคอตกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับไปยังเรือนพักศิษย์
หลี่หยวนร่ายเวทจัดของทำความสะอาดในเรือนเล็กของตนพร้อมกับจุดเทียนไปพลาง
“ศิษย์น้องหลี่เ้าอยู่ข้างในหรือไม่” เสียงเรียกดังอยู่หน้าเรือน
หลี่หยวนส่ายหน้าไม่ชินกับคำเรียกว่าศิษย์น้องเท่าไรนักแต่ก็ต้องกล่าวไปตามน้ำ “ข้าอยู่” ว่าแล้วประตูก็ถูกผลักเปิดออกเห็นศิษย์สำนักฟางหรูผู้หนึ่งยืนรอพิงเสาไม้หน้าเรือนอยู่ข้างนอก
หลี่หยวนกลืนน้ำลายกระแอมเล็กน้อยพลางตีสีหน้ายิ้มอย่างเป็มิตรกล่าวเชิญชวน “ท่านเข้ามาก่อนเถิด”
ศิษย์สำนักฟางหรูทำท่าทีลังเลจนหลี่หยวนต้องเปิดประตูกว้างบ่งบอกให้เข้ามา
ข้ามีเื่จะถามเ้า จะให้ข้าถามเ้าพลางเปิดประตูรับลมเย็นหรืออย่างไรเข้ามา!
“ศิษย์พี่เข้ามาเถิดข้ามีเื่จะถามท่านพอดี” หลี่หยวนฝืนใจกัดใช้น้ำเสียงเป็มิตรให้มากที่สุดโดนที่ในใจกลับเดือดดาลบ่นเป็ชุด
ไม่ชินจริงๆที่ข้าต้องเรียกผู้อื่นว่าศิษย์พี่…ไม่ชินไม่ชิน
ศิษย์สำนักฟางหรูผู้นั้นเดินขึ้นบันไดไม้มาก่อนจะเข้าไปในเรือนไม้หลังเล็กนี้หลี่หยวนสังเกตได้ว่าเทพหนุ่มผู้นี้ช่างสังเกตรอบคอบต่างจากศิษย์คนอื่นในสำนักฟางหรูยิ่งนักไหนจะรูปร่างหน้าตาที่ดูหล่อเหลานิ่งสงบเป็เอกลักษณ์อีก
“ศิษย์พี่เชิญนั่ง”
หลี่หยวนผายมือเชิญชวนคนในอาภรณ์ขาวดำนั่งลงตรงเก้าอี้ไม้ทันใด
“ศิษย์พี่มาหาข้ามีอะไรรึ?”หลี่หยวนนั่งตรงข้ามทว่าการวางตัวของหลี่หยวนกลับทำให้ศิษย์พี่ตรงหน้าเกรงอยู่ไม่น้อย
“มีแน่ตอนมื้อเย็นไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับเ้ามากนัก แต่ก่อนอื่นข้าขอแนะนำตัวกับเ้าก่อนก็แล้วกัน”เทพหนุ่มพยายามพูดอย่างเป็กันเอง “ข้าอวิ้นหยางเป็ศิษย์คนแรกของสำนักฟางหรูเ้าเรียกข้าว่าศิษย์พี่อวิ้นก็ได้”
หลี่หยวนพยักหน้า “ศิษย์น้องหลี่…ทักทายศิษย์พี่อวิ้น”
“เ้าไม่ต้องเป็ทางการหรอก”อวิ้นหยางยิ้มเป็กันเองพร้อมยกมือขึ้นห้าม “ส่วนศิษย์อีกสามคนที่เหลือพรุ่งนี้พวกเขาก็คงมาหาเ้าเอง”
หลี่หยวนพยักหน้ารับรู้
“อึม เกือบลืมไป”อวิ้นหยางผ่ายมือปรากฎเสื้อผ้าอาภรณ์เนื้อดีสีขาวดำตรงหน้าหลี่หยวน“นี้คือชุดของสำนักเราพรุ่งนี้ก่อนไปเรียนเ้าก็เปลี่ยนเป็ชุดนี้เสีย”
“ขอบคุณศิษย์พี่อวิ้น”หลี่หยวนรับของพลางมองเสื้อผ้าในมือก่อนเอ่ยถามเื่ค้างคาในใจตรงลานประลอง“ศิษย์พี่อวิ้นเหตุใดสำนักฟางหรูถึงมีศิษย์เพียงไม่กี่คนเกิดอะไรขึ้น”
“เอ่อ เื่นี้เองรึข้าก็ลืมบอกเ้า” อวิ้นหยางผ่อนลมหายใจก่อนทิ้งตัวพิงพนักเหมือนคนหมดแรง“เมื่อหกหมื่นปีก่อนข้าเพิ่งเข้าสำนักฟางหรูได้ไม่กี่วันก็เกิดเื่ว่าสำนักฟางหรูเป็ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเทพหลี่ชงหยวนท่านอาจารย์จะโต้แย้งก็ทำได้ยากเพราะมีหลักฐานอยู่ว่าเป็พิษร้ายแรงจากสำนักฟางหรูจริงหลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมีใครอยากเข้ามาเป็ศิษย์สำนักฟางหรูหรอกท่านอาจารย์จึงได้สอนเหล่าเทพที่อยากร่ำเรียนกับสำนักฟางหรูจริงๆเท่านั้น”
หลี่หยวนสังเกตได้ว่าอวิ้นหยางลอบกำหมัดไปพลางเล่าไปพลาง “มีอยู่หนหนึ่งท่านอาจารย์เคยเอ่ยปากรับศิษย์ที่ไม่มีสำนักใดรับกลางลานประลองเหมือนกับเ้าแต่คนผู้นั้นลั่นวาจาออกมาว่า จะไม่ยอมเข้าสำนักที่สมรู้ร่วมคิดกับฆาตกรเด็ดขาด”
“แล้วตอนนี้คนผู้นั้นไปอยู่สำนักใดแล้วเล่า”
“ช่างมันเถิดข้าไม่อยากบอกเ้าเพราะไม่อยากให้เกิดเื่ระหว่างสำนัก”
หลี่หยวนพยักหน้าเข้าใจก่อนเอ่ยถาม “แล้วรู้ได้อย่างไรว่ามีการใช้พิษ”หลี่หยวนแสร้งเป็สงสัยเพื่อเก็บข้อมูลและลอบสังเกตแววตาน้ำเสียงว่าศิษย์พี่อวิ้นผู้นี้ว่ากล่าวจริงหรือเท็จ
“อาจารย์อาเป็คนแกะร่องรอยในที่เกิดเหตุ”อวิ้นหยางคว้าจอกชาเปล่าที่วางอยู่บนโต๊ะมาหมุนเล่น
หลี่หยวนเอียงคอขมวดคิ้วสงสัยไม่น้อยว่าอาจารย์อาคือคนไหนกันในเหล่าศิษย์น้องทั้งแปดของตน “อาจารย์อารึ?”
“เทพไป๋ชางหลิน”
“ไป๋ชางหลิน…” เช่นนั้นหรือ?
“ใช่”
อวิ้นหยางตอกย้ำให้อีกเสียง
หลี่หยวนพยักหน้าอย่างขอไปที ทว่าในใจกลับเริ่มสับสนงุนงงยากอธิบาย
เ้าเป็คนสังหารข้าแท้ๆแต่กลับมาสืบหาคดีของข้าโดยมีคนร้ายเป็เ้าเองเนี่ยนะ…แต่ถ้าข้าลองเป็เขาก็คงทำเช่นเดียวกันเพื่อหลอกตาผู้คน…วิธีการเช่นนี้น่าสนใจ…หรือถ้าให้คิดอีกทางหนึ่งเขาอาจจะไม่ได้เป็คนสังหารข้าทฤษฎีข้อนี้จะเป็ไปได้หรือไม่แต่ใจจริงข้าอยากให้ข้อนี้เป็ไปได้มากที่สุด…
ทว่าทฤษฎีข้อแรกก็เป็ไปได้เช่นกันและเป็ไปได้มากที่สุดเว้นเสียว่ายังขาดแรงจูงใจที่ข้ายังไม่รู้…แรงจูงใจเขาคืออะไรกัน…
“ศิษย์น้องหลี่ศิษย์น้องหลี่”
เสียงเรียกปลุกให้ตื่นจากภวังค์หลี่หยวนรีบหันมองอวิ้นหยางที่กำลังโบกมือไปมาต่อหน้าตน “เ้าเป็อะไร”
“เปล่าๆข้าแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย” หลี่หยวนยิ้มยักไหล่
“เ้ามีอะไรจะถามข้าอีกหรือไม่”
“…” หลี่หยวนนิ่งสงบประหนึ่งใช้ความคิดจนหวนนึกถึงคำพูดของเทพปากสุนัขที่ว่า
ถ้าเทพศาสตราวุธได้พบเจอเ้าข้าว่าเ้าไม่รอดแน่ต่อให้เป็คนหน้าเหมือนก็เถิด
“เทพศาสตราวุธคือเทพองค์ใดกัน”
หลี่หยวนขมวดคิ้วสงสัยจากใจจริง
“เอ่อเทพศาสตราวุธก็คือ เทพไป๋ชางหลิน อย่างไรเล่า”
หลี่หยวนเบิกตากว้างไม่คิดว่าไป๋ชางหลินจะลงเอยเป็เทพศาตราวุธแต่ที่เทพปากสุนัขผู้นั้นกล่าวมาก็ไม่มีอะไรน่าแปลกถ้าเป็ไป๋ชางหลิน
“ข้ามีอีกข้อสงสัยเหตุใดมีแต่คนคิดว่าข้าไม่รอดแน่ถ้าพบเจอกับเทพไป๋ชางหลิน”
อวิ้นหยางระบายยิ้มออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
“ถึงแม้ตอนนั้นข้าจะเข้าสำนักฟางหรูได้ไม่กี่วันแต่ข้าก็เคยเห็นหน้าเทพหลี่ชงหยวนอยู่บ้าง เ้าหน้าเหมือนเขาศิษย์พี่น้องคู่นั้นมีอะไรในใจต่อกันหรือไม่ข้าไม่รู้ถ้าให้ข้าคาดเดาเทพไป๋ชางหลินคงไม่อยากเห็นหน้าเ้าแต่เพราะเหตุใดข้ามิอาจรู้ได้แต่ที่ข้ารู้หลังจากเทพหลี่ชงหยวนตายไปเทพไป๋ชางหลินสั่งห้ามมิให้ผู้ใดเอ่ยชื่อของเทพผู้นั้นอีกเพราะเหตุใดข้าก็ไม่รู้”
ไป๋ชางหลินเ้าคิดจะให้ทุกคนลืมข้าหรือลืมเื่ที่เกิดขึ้นใช่หรือไม่!?
หลี่หยวนผ่อนลมหายใจให้คงที่ก่อนกล่าวกับอวิ้นหยางอย่างเป็กันเอง “ลำบากศิษย์พี่อวิ้นแล้วที่เล่าเื่ในแดนเทพให้ข้าฟัง”
“ข้ายินดี” อวิ้นหยางลุกขึ้นพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง “ถึงเวลาแล้วข้าต้องขอตัวก่อน”
“เชิญศิษย์พี่”
หลี่หยวนเดินออกไปส่งอวิ้นหยางพลางยืนเหม่อจนศิษย์ของจิงเซียนเดินจากไปจนไม่เห็นเงาหลังในใจขบคิดอยู่ว่าไป๋ชางหลินแกะร่องรอยการตายของตน ข้าไม่อยากจะเชื่อ…ข้าต้องไปที่สำนักิจิวสักหน่อย
สำนักิจิว
หลี่หยวนปรากฎกายใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างเรือนนอนเก่าของตนใบหน้าวัยเยาว์ของเขาก้มมองดินตรงโคนต้นไม้ก่อนจะคุกเข่าลงฝ่ามือทาบกับพื้นดินหลับตาหวนนึกถึงร่างเก่าตน
ลมเย็นเริ่มพัดกระหน่ำรุนแรงขึ้นทันใดก้อนเมฆยามค่ำคืนถูกพัดไม่ให้บดบังแสงจันทรา
แสงจันทร์สาดส่องมายังต้นไม้ใหญ่ไอพลังเวทสีเงินลอยอยู่เหนือพื้นดิน หลี่หยวนไม่รอช้าลองยื่นมือไปจับทว่าพลังสายนั้นกลับสะท้อนพลังโจมตีทันใด หลี่หยวนพลันเบี่ยงกายหลบอย่างว่องไว
“พลังเวทปกปิดแข็งแกร่งเช่นนี้ข้าในยามนี้คงมิอาจทำลายได้”
“ท่านอาจารย์อา!”
เสียงสตรีล่องลอยเรียกหาคนในเรือนไม้หลี่หยวนค่อยๆก้าวถอยหลังไม่กี่ก้าวพลางระงับสติระงับจิตใจให้นิ่งสงบไม่ให้ผู้ใดรับรู้การมีตัวตน
หลี่หยวนเหลือบตามองเหตุการณ์ตรงหน้าใต้เงามืดเห็นสตรีสวมเสื้อผ้าอาภรณ์สีดำสนิทวิ่งมาพร้อมชุดคลุมขนจิ้งจอกเงินหลี่หยวนเพ่งมองชุดคลุมนั้นจนนึกขึ้นได้ว่าชุดคลุมตัวนี้ตนในอดีตเคยเป็ผู้ทำให้ไป๋ชางหลิน
เ้ายังเก็บไว้อีกรึ?
“เจียวจืออย่าเสียงดัง”
เสียงทุ่มนุ่มหูกล่าวออกมาอย่างแ่เบาก่อนจะปรากฎตัวก้าวออกมาจากเรือนไม้
หลี่หยวนมองเจียวจือพลางหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
ลูกศิษย์เพียงคนเดียวของข้านางเติบโตเป็ผู้ใหญ่แล้วรึ? ข้านึกว่านางจะไม่รอดแล้ว
เจียวจือหอบชุดคลุมยื่นให้เทพหนุ่มตรงหน้า
หลี่หยวนมองตาม…
ไป๋ชางหลิน…
เจียวจือ…ทำไมถึง
หลี่หยวนมองสลับไปมาระหว่างคนทั้งสอง
ไป๋ชางหลินคว้าชุดคลุมมาสวมพลางเอ่ยถามศิษย์ตรงหน้าอย่างเอ็นดู
“เื่ที่ข้าให้เ้าสืบเื่หลี่หยวนเป็อย่างไรบ้าง”
“อาจารย์อาเื่นี้ข้าไปสืบมาแล้วได้ความว่า” เจียวจือกอดอก “หลี่หยวนผู้นี้เป็เซียนหนุ่มที่เก่ง ฉลาดรูปงามเติบโตมากับบิดามารดาที่เป็เซียนผู้น้อย บิดาทำอาชีพเป็ทหารเฝ้าประตูเซียนส่วนตัวเขาเวลาส่วนใหญ่ที่ผู้คนจะเห็นเขาร่ำเรียนฝึกวิชาเซียนแทบทั้งชีวิตวัยเยาว์ไม่ค่อยคบหาผู้ใด”
ไป๋ชางหลินพยักหน้าทว่ากลับเลิกคิ้วแปลกใจไม่น้อย “ช่างน่าสนใจเป็ผู้เยาว์แต่ทำตัวเหมือนผู้ใหญ่…”
ไป๋ชางหลินต้องสนใจข้าแน่…แต่ข้าก็สงสัยเขาเช่นกันศิษย์น้องรอบนี้เราเสมอกันแล้ว…
“อาจารย์อา?” เจียวจือจ้องไป๋ชางหลินที่นิ่งเหมือนรูปปั้น
“มันอยู่ใต้เงามืดไปลากคอมา” ไป๋ชางหลินออกคำสั่งพร้อมกับสะบัดเวทปลายนิ้วเพื่อไปสกัดผู้ที่หลบซ่อนอยู่
หลี่หยวนผงะถอยหลังหลบทันพลังเทพที่พุ่งมานั้นกระทบกับต้นไผ่จนหักครึ่งหางตาของหลี่หยวนเห็นร่างคนผู้หนึ่งพุ่งมาหมายจับตนเขาจึงตอบโต้กลับหลีกเลี่ยงแสงจันทร์ก่อนจะซัดฝ่ามือเข้าหน้าท้องเจียวจือจนนางเซถอย
หลี่หยวนใช้จังหวะที่มีอยู่น้อยนิดรีบหลบหนีออกมาทันใด
เจียวจือคิดจะตาม แต่ถูกไป๋ชางหลินห้ามไว้
“ไม่ต้องตามแล้วคนที่โต้กลับเ้าได้มีไม่กี่คน ตามตัวเขาได้ไม่ยากหรอก”