หลังเหตุการณ์ในป่า ทุกคนต้องเดินทางกลับหมู่บ้านท่ามกลางสภาพร่างกายที่แทบไม่มีแรง
พิมพ์ดาวเสียเืมากจากาแบริเวณลำตัว แต่เธอยังคงกัดฟันเดิน เพราะไม่ยอมทิ้งคนเจ็บคนอื่นไว้ด้านหลัง
ธนากรพยายามให้เธอพักอยู่หลายครั้ง
“พิมพ์ดาว นั่งก่อน”
“หนูยังเดินได้ค่ะ”
“หนูถูกยิงนะ”
“ลุงก็เจ็บเหมือนกัน”
“แต่ลุงไม่ได้ถูกยิง”
พิมพ์ดาวเงียบ
ธนากรมองใบหน้าซีดเซียวของเธอแล้วพูดเสียงอ่อน
“ไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้”
เด็กสาวเม้มปาก
ก่อนน้ำตาจะไหลออกมา
“ถ้าหนูอ่อนแอ…”
เธอมองกลับไปยังร่างของพ่อซึ่งถูกหามอยู่ด้านหลัง
“หนูก็ไม่เหลือใครแล้ว”
ธนากรนิ่งไป
ก่อนจะพูดคำหนึ่งที่พิมพ์ดาวจำได้แม่นยำไปตลอดชีวิต
“ต่อจากวันนี้ หนูยังมีลุง”
เด็กสาวเงยหน้า
“และหนูจะไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้ว”
คำพูดนั้นกลายเป็หลักยึดของหัวใจที่กำลังแตกสลาย
โรงพยาบาลอำเภอเล็ก ๆ รับตัวผู้าเ็ทั้งหมดเข้ารักษา
พิมพ์ดาวเข้ารับการผ่าตัดทันที
เมื่อฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอถามคือ
“พ่อหนูล่ะคะ”
ไม่มีใครตอบ
ความเงียบเพียงไม่กี่วินาทีเป็คำตอบที่ชัดเจนที่สุด
พิมพ์ดาวร้องไห้จนแทบหายใจไม่ออก
ธนากรยืนอยู่ข้างเตียง
เขาไม่เคยเห็นเด็กคนหนึ่งร้องไห้ด้วยความเ็ปมากถึงเพียงนี้
“หนูจะเรียนต่อไหม”
คำถามนั้นทำให้พิมพ์ดาวหยุดร้อง
“เรียนหรือคะ”
“ใช่”
“หนูจะเรียนไปทำไมคะ”
“เพราะพ่อของหนูคงอยากให้หนูมีอนาคต”
เด็กสาวก้มหน้า
“หนูไม่มีเงิน”
“ลุงมี”
เธอรีบส่ายหน้า
“หนูเกรงใจ”
“งั้นก็ไม่ต้องเรียกลุงว่าคนอื่น”
ธนากรมองเธอตรง ๆ
“เรียกลุงว่าพ่อก็ได้”
พิมพ์ดาวตกตะลึง
“พ่อ…”
“ใช่”
“หนู…”
ธนากรยิ้ม
“ลุงจะส่งหนูเรียนต่อ”
“แต่…”
“ไปเรียนกรุงเทพฯ กับลุง”
คำพูดนั้นเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของพิมพ์ดาวไปตลอดกาล
หลายวันต่อมา หลังอาการของพิมพ์ดาวดีขึ้น
เธอกลับบ้านเพื่อจัดการเอกสาร
ธนากรช่วยเธอเก็บใบประกาศต่าง ๆ
แต่เมื่อเปิดแฟ้มออก
ชายวัยกลางคนกลับต้องนิ่งงัน
“นี่อะไร”
พิมพ์ดาวหันมา
“ใบประกาศค่ะ”
“แลกเปลี่ยนที่นิวซีแลนด์?”
“ค่ะ”
“สองปี?”
“ค่ะ”
ธนากรอ่านข้อความซ้ำอีกครั้ง
เขาไม่เคยคิดว่าเด็กสาวที่แต่งตัวเป็เด็กชายเดินอยู่กลางป่า จะมีประวัติการศึกษาแบบนี้
ยังมีประกาศรางวัลแข่งขันเปียโนระดับประเทศที่นิวซีแลนด์อีกหลายใบ
“หนูเล่นเปียโนด้วยเหรอ”
พิมพ์ดาวยิ้มเขิน
“เคยค่ะ”
“ทำไมพ่อหนูไม่เล่าให้พ่อฟัง”
“พ่อชอบบอกว่ามันเป็เื่เล็ก ๆ”
ธนากรถอนหายใจ
“สำหรับลุง มันไม่ใช่เื่เล็กเลย”
จากวันนั้น เขายิ่งมั่นใจ
เด็กสาวคนนี้มีอนาคตที่ไปได้ไกล
และเขาจะไม่ยอมให้ความสูญเสียของพ่อเธอเป็จุดจบของชีวิต
เมื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
สิ่งที่พิมพ์ดาวไม่รู้คือ
บ้านหลังใหม่ของเธอ
มีคนหนึ่งที่ไม่ต้อนรับเธอั้แ่แรก
ภาคิน
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าบ้านด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เขามองเด็กสาวร่างเล็กข้างพ่ออย่างไม่เข้าใจ
“พ่อพาใครมา”
ธนากรตอบอย่างจริงจัง
“ต่อไปนี้เธอจะเป็สมาชิกของบ้านเรา”
ภาคินขมวดคิ้ว
“สมาชิก?”
“พ่อจะรับเธอเป็ลูกอีกคน”
ความเงียบเกิดขึ้นทันที
ภาคินมองพิมพ์ดาวั้แ่หัวจรดเท้า
“ถ้าพ่อสงสาร ก็ให้เงินเขาไปสิครับ”
พิมพ์ดาวชะงัก
แต่เธอไม่ได้ร้องไห้
ธนากรกลับหันไปถามลูกชาย
“งั้นลูกช่วยตีราคาชีวิตพ่อให้หน่อย”
ภาคินนิ่ง
“ชีวิตพ่อมีค่าเท่าไหร่”
ชายหนุ่มพูดไม่ออก
“เพราะเด็กคนนี้เอาชีวิตตัวเองบังลูกะุแทนพ่อ”
“…”
“แล้วพ่อจะจ่ายเงินเท่าไหร่ถึงจะพอ”
ภาคินก้มหน้า
เขาไม่มีคำตอบ
น้องชายที่เพิ่งเดินเข้ามาเห็นสถานการณ์ทั้งหมด
พีรวิชญ์เดินตรงไปหาพิมพ์ดาว
ยื่นมือออกมา
“ผมชื่อพีท”
พิมพ์ดาวมองมือของเขา
“ครับ”
“ยินดีต้อนรับเข้าบ้าน”
เธอส่งมือให้
และเป็ครั้งแรกในรอบหลายวันที่พิมพ์ดาวรู้สึกว่า
ตัวเองไม่ได้ถูกทิ้งไว้คนเดียว
ภาคินเดินผ่านไปโดยไม่พูดอะไร
แต่ในวินาทีที่เดินผ่าน
เขาเหลือบมองเธออีกครั้ง
เด็กสาวที่ช่วยชีวิตพ่อเขา
เด็กสาวจากกลางป่า
และนับจากวันนั้น
เธอกำลังจะกลายเป็คนที่เขาไม่อาจหลีกหนีได้อีกเลย