อสูรข้ามฟ้า

    ตอนที่ 157 การปะทะตัดสิน

    ตอนที่ 157


    ไป๋หู่จิวหรง และ เจี่ยโย่วเทียน ห้อทะยานด้วยใจรบ แม้รู้ว่ามิใช่คู่มือเฉียงตงฟาง แต่ก็ไม่ยินยอมที่จะแพ้พ่ายทั้งอย่างนี้ แม้เสียงลึกลับนั่นอาจจะเป็นเพียงการคิดไปเองหรืออะไรก็แล้วแต่เพราะมันไร้ที่มาจนไม่อาจเชื่อมโยง แต่ทั้งสองก็เลือกที่จะใช้มันเป็นเหตุผลสร้างแรงกระตุ้นเพื่อที่จะได้สู้ต่อไป!!

     

    เฉียงตงฟาง เผยรอยยิ้มขึ้น...

    “ยอดเยี่ยมมาก... นี่สิจึงจะสมควรเป็นคู่แข่งของข้า!!”

     

    สองอัจฉริยะระเบิดกระบวนท่าระดับสูงประโคมเข้าใส่อย่างดุเดือดโดยที่ฝ่ายของ เฉียงตงฟาง มิต่างสัตว์อสูรดุร้ายที่ทุกท่วงท่านับเป็นการโจมตีเผด็จศึกแทบทั้งสิ้นพลังทำลายเกินจะเปรียบ ก้าวข้ามขอบเขตกายเนื้อของมนุษย์ไปแล้ว

     

    เพียงการปะทะในสามอึดใจแรก สองอัจฉริยะก็พลันสำรอกโลหิตออกมา... ที่น่าตกใจก็คือโลหิตที่สำรอกได้แข็งตัวเป็นเกล็ดเลือดในทันทีบ่งบอกถึงความเย็นยะเยือกที่ปกคลุมถึงขีดสุด เมื่อไม่มี ซุน คอยใช้ปราณหยางสร้างความร้อนปะทุหักล้างการเคลื่อนไหวของทั้งสองจึงยากเย็นขึ้นเป็นทวีคูณ

     

    มีเพียงเสียงคำรามของแต่ละคน ที่ช่วยกันประคองสติอย่างเต็มกำลัง...

     

    ซุน ที่นอนแน่นิ่งอยู่นั้น เต็มไปด้วยความสงบลึกล้ำที่ยากจะอธิบาย...โดยมีจิตวิญญาณของ เฒ่าชีเปลือย นั่งขัดสมาธิทับอยู่บนหน้าอก ก้มมองใบหน้าของ ซุน ด้วยรอยยิ้มชื่นชมอยู่ลึกๆ เสียงที่ ไป๋หู่จิงหรง และ เจี่ยโย่วเทียน ได้ยินก่อนหน้านี้ ก็เป็นเสียงของเฒ่าชีเปลือย เช่นกัน...

     

    “หึหึ... ไอหนูนี่ ใจมันได้จริง ๆ ยอมใช้พลังลมปราณไปจนแห้งเหือดทุกหยาดหยดและในการระเบิดพลังสิบส่วนสมบูรณ์ของไอหนูตาสีฟ้านั่นในระลอกสุดท้าย ยังดึงร่างของสองสหายรบให้หนีออกไปและใช้ร่างตนเองดูดซับพลังเหล่านั้นไว้ทั้งหมด...

     

    เป้าหมายของ ซุน คือการใช้วิธีนอกตำรา...ดึงเอาพลังระลอกสุดท้ายนั้น มาทำลายขอบเขตเส้นใยชั้นบาง ๆ ที่ปิดกั้น เปลี่ยนพลังอำนาจนั้นให้กลายเป็นคลื่นพลังในการฝ่าทะลุขั้น!! ถึงจะเป็นการเสี่ยงอย่างมากแต่คงเป็นทางเดียวที่จะสร้างโอกาสให้กับชัยชนะครั้งนี้ได้...” เฒ่าชีเปลือยเอ่ยปากชื่นชมเนิบนาบ พลางลูบไปบนเครายาวด้วยความพึงพอใจ

     

    ซุน ในตอนนี้แม้คล้ายว่าหมดสติแต่แท้จริงแล้วมันคือการเข้าฌานในทันทีหลังจากดูดซับพลังในระลอกสุดท้าย... ห้วงจิตสำนึกกำลังชักนำพลังที่ดูดซับเข้ามาฝ่าทำลายกำแพงชั้นสุดท้ายที่จุดตันเถียน

     

    ด้านนอกอาจจะนิ่งสงบ... แต่ภายในร่างมีเสียงตูมตามที่คนอื่นไม่ได้ยินมันคือการต่อสู้จากภายใน เพื่อดึงดันที่จะแข็งแกร่ง ดึงดันที่จะพิชิตดึงดันที่จะเอาชนะขีดจำกัดของตนเอง!! ช่วงคอขวดของลมปราณขั้นสีน้ำเงินเกิดการขยายกว้างในพริบตา เส้นลมปราณทั่วร่างก็โป่งพองขึ้นเช่นกัน

     

    จิตวิญญาณของ ซุน ชักนำพลังระลอกสุดท้าย

    กระแทกเข้าใส่กำแพงปราการที่ปิดกั้น!!

     

    เสียงตูมตามระเบิดขึ้นที่จุดตันเถียน ซึ่งไม่มีใครได้ยินนอกจากจิตวิญญาณของซุน กำแพงปิดกั้นชั้นสุดท้ายเกิดรอยร้าวและค่อย ๆ แตกสลายไป ทำให้ ซุนได้ก้าวข้ามไปยังขอบเขตชั้นพลังแห่งใหม่ ที่เต็มไปด้วยทะเลลมปราณสีเขียวมรกต ซึ่งใหญ่โตยิ่งกว่าทะเลลมปราณชั้นสีน้ำเงินก่อนหน้านี้หลายเท่าดังนั้นความแห้งเหือดของลมปราณก่อนหน้านี้ จึงมีกระแสลมปราณสีเขียวล้นทะลักออกมาจากขอบเขตแห่งใหม่จนได้รับการเติมเต็มอีกครั้ง...

     

    “บรรลุชนชั้นลมปราณสีเขียว ขั้นที่ 1”

     

    ร่างที่นอนแน่นิ่งของ ซุน ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา...

     

    ไป๋หู่จิงหรง และ เจี่ยโย่วเทียน ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยไอเย็น หากมิใช่เพราะปราณคุ้มกันมหาศาลที่ขับขานออกมาต่อต้านป่านนี้คงกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งไปนานแล้ว ลมหายใจที่หอบหนักถี่กระชั้นพ่นออกมาล้วนเต็มไปด้วยไอเหมันต์ หนาวสั่นจากขยับร่างกายได้ยากลำบาก

     

    ทว่าในจังหวะที่ความสิ้นหวังกำลังคืบคลานนั้นเอง กลับมองเห็นดวงไฟขนาดเล็กลอยตรงเข้ามาหาความอบอุ่นจากดวงไฟดังกล่าว ได้สลายไอเย็นรอบกายของทั้งสองคนไปได้ในพริบตา อีกทั้งยังสัมผัสได้ถึงเอกลักษณ์ลมปราณอันคุ้นเคยที่แฝงเร้นอยู่ภายในดวงไฟนั้น

     

    ทั้งสองสะท้านสั่นไหว หันมองไปยังเงาร่างด้านหลังที่กำลังประคองตัวลุกยืนแผ่ซ่านไปด้วยทะเลปราณที่อบอุ่น ซึ่งมากกว่าก่อนหน้านี้อย่างมิอาจเปรียบวัด...

     

    “ซุน!!”

     

    ด้วยขอบเขตพื้นฐานที่ฝ่าทะลุขั้นขึ้นมา ทำให้ ซุนมีพลังมากพอจะขับขานปราณหยางที่หนาแน่นยิ่งกว่าก่อนหน้านี้ทั้งด้วยความรู้แจ้งแตกฉาน ยังทำให้การควบคุมทำได้ง่ายดายขึ้นไปอีกมาก

     

    รัศมีปกคลุมที่โอบอุ้มเงาร่าง เผยให้เห็นแสงรำไรแห่งความหวัง!!

     

    “!!!!!!!!!!” เฉียงตงฟาง เบิกตากว้างโดยพลัน

    “อะไรกัน... ความรู้สึกนี้ ซุน ฝ่าทะลุขั้นระหว่างต่อสู้งั้นหรือ!!”

     

    ถึงแม้ว่าลมปราณจะกลับมาเปี่ยมล้น แต่ก็มิได้หมายความอาการบาดเจ็บบนร่างจะหายไปหน้าท้องของ ซุน ยังมีโลหิตไหลรินอยู่ตลอดเวลาจากบาดแผลเดิม ทว่าเมื่อ ซุนยกมือสัมผัสไปที่บาดแผลนั้น ปราณโลหะก็ถูกขับขานออกมา เปลี่ยนช่วงหน้าท้องจนถึงกลางอกให้กลายเป็นผิวโลหะสีนิล เป็นการใช้ปราณธาตุโลหะยับยั้งบาดแผลได้ชั่วคราว

     

    รอยสักอาคมตลอดทั้งร่างยังไหลเวียนโคจร ตบะพลังวิญญาณถูกดึงออกมาใช้น่าตกใจที่เมื่อลมปราณสูงขึ้น ตบะก็คล้ายจะตอบสนองต่อการยกระดับจากพลังชีวิตที่เพิ่มพูนด้วยเช่นกัน... ซุน ราวกับเป็นคนใหม่ ที่เวลานี้เต็มไปด้วยความปลอดโปร่งจิตใจสงบยิ่งกว่าที่ผ่านมา

     

    “ทรงร่าง... สมิงขาว!!”

     

    จิตวิญญาณแห่งพยัคฆ์คำรามเสียงสะท้านสะเทือนอีกครั้งเมื่อทับซ้อนลงบนร่างของ ซุน กลิ่นอายโชกโชนบางอย่างก็แผ่ซ่านออกมาแม้จะไม่อาจเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกได้เฉกเช่น เฉียงตงฟาง หากแต่ความน่าเกรงขามจากกลิ่นอายก็ไม่ด้อยไปกว่ากันมากนัก...

     

    “ศิษย์พี่เจี่ย... องค์รัชทายาท... ข้าไม่อาจคงสภาพเช่นนี้ได้ยาวนานนักดังนั้นพวกเราจำเป็นต้องเผด็จศึกให้ได้ในตอนนี้เท่านั้น!! จงอย่าลังเลที่จะใช้ทักษะระดับเฉพาะของพวกท่าน!!” เสียงของซุน กังวานก้องดัง

     

    เพลิงรบที่อ่อนแรงครั้งแล้วครั้งเล่าของ ไป๋หู่จิวหรง และ เจี่ยโย่วเทียนลุกโชนขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือสองข้างกำศาสตราแนบแน่น ไร้ซึ่งความลังเลอีกต่อไปขับขานไม้ตายสุดท้ายออกมาพร้อมกัน!!

     

    ไป๋หู่จิวหรง กางแขนสองข้างยกชูทวนสั้นและกระบี่ ดวงตาเจิดจรัสแผ่รังสีที่สะท้านสะเทือนลมปราณตลอดร่างถูกดึงออกมาราวกับเป็นกลุ่มควันสีขาวจากนั้นก็หลอมรวมกันเกิดเป็นนิมิตเงาร่างของ พยัคฆ์ติดปีกตนหนึ่งลอยอยู่บนนภาอากาศเหนือศีรษะดวงตาเด็ดเดี่ยวคู่นั้นของ เทพพยัคฆ์ ราวกับเป็นดวงตาลักษณะเดียวกับของหญิงสาว

     

    “ทักษะระดับเฉพาะ... เทพพยัคฆ์ฝ่าแดนสวรรค์!!”

     

    เจี่ยโย่วเทียน ก็มิได้ยิ่งหย่อน กระแทกลูกแก้วอาคมลงไปที่ตัวกระบี่ดึงเอาเศษเสี้ยวจิตวิญญาณสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดภายในนั้นออกมาประสานเป็นหนึ่งเดียวจากนั้นจึงร่ายรำขับขานวิถีกระบี่แห่งชีวาขั้นสูงสุดที่บรรลุถึง ปราณกระบี่ถูกผนึกหลอมรวมกลายเป็นหมาป่าตัวใหญ่ที่คมเขี้ยวคู่หน้า ยืดยาวราวกับงาช้างทิ่มลงพื้น...

     

    “ทักษะระดับเฉพาะ... กระบี่ชีวาเทพหมาป่า!!”

     

    เทพพยัคฆ์ และ เทพหมาป่า ราวกับมีเส้นใยแห่งชีวิตผูกรัด แฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณแห่งความทุ่มเทของทั้งสองอัจฉริยะ...เพียงการตั้งกระบวนของทั้งสองคน ยังทำให้ม่านพลังบนเวทีสั่นไหวรุนแรง จนกรรมการด้านนอกต้องเรียกกำลังพลออกมาโอบล้อมเพิ่มความแข็งแกร่งของม่านพลังให้มากยิ่งขึ้นไปอีกขั้น...

     

    เฉียงตงฟาง แผดเสียงหัวเราะดังกึกก้อง สีหน้าพึงพอใจ...

    “ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!!พวกเจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริง ๆ”

     

    เฉียงตงฟาง ระเบิดปราณเหมันต์กล้าแกร่งตลอดร่างก่อรูปเป็นมิติมายามังกรขาวเนตรฟ้าขนาดมหึมาด้านหลัง ในเมื่อคู่ต่อสู้แสดงความห้าวหาญถึงเพียงนั้นหากตนยังออมมือจะนับเป็นการดูถูกความตั้งใจของคู่ต่อสู้ ตัดสินใจที่จะขับขานทักษะระดับเฉพาะออกมาเช่นเดียวกัน

     

    ทว่าในขณะที่กำลังรีดเค้นพลังอยู่นั้น กลับสัมผัสได้ถึงการพวยพุ่งของพยัคฆ์เพลิงตนหนึ่ง!! ยังไม่ทันที่ เฉียงตงฟาง จะขับขานทักษะระดับเฉพาะออกมาได้สมบูรณ์กลับถูกหยุดยั้งเอาไว้อย่างไม่ยุติธรรม!!

     

    “บัดซบ!!” เฉียงตงฟาง สบถขึ้น

     

    เมื่อพิจารณาพยัคฆ์เพลิงตนนั้น กลับพบว่าแท้จริงแล้วมันคือกระบี่พันชั่ง ที่ถูกขว้างตรงเข้ามา แต่ด้วยการแฝงเร้นของวิถีแห่งกระบี่และเปลวเพลิงจึงเกิดเป็นเงาร่างของพยัคฆ์อัคคี ที่กระโจนทะยาน... ซึ่งแน่นอนว่าระดับพลังเพียงเท่านี้มิใช่ระดับที่ เฉียงตงฟาง ต้องหวาดหวั่นอะไรนัก ทว่าชั่วเวลาเพียงแค่พริบตา ที่ต้องแบ่งแยกสมาธิมาสกัดกั้นพยัคฆ์อัคคีตนนี้

     

    เงาร่างของ เทพพยัคฆ์ และ เทพหมาป่า ที่น่าเกรงขามก็พุ่งติดตามมาอย่างกระชั้นชิด...

     

    เหตุผลที่ ซุน ตะโกนบอกให้ ไป๋หู่จิวหรง และ เจี่ยโย่วเทียนใช้ทักษะระดับเฉพาะ ก็เนื่องด้วยรู้ดีว่า เฉียงตงฟาง จะต้องตอบโต้ด้วยทักษะระดับเฉพาะเช่นเดียวกัน...ซึ่งด้วยการมองขาดในจุดนี้ ย่อมรู้ดีว่าทักษะระดับเฉพาะอันแฝงเร้นไว้ด้วยพลังมหาศาลจำเป็นต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวโคจร 1-2 อึดใจก่อนจะสามารถปลดปล่อย

     

    หากถูกสกัดขวางอย่างแม่นยำในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น จะทำให้ลมปราณที่ขับขานไม่สมบูรณ์และเกิดอาการลมปราณถูกตีกลับทั้งกระบวนท่ายังไม่อาจดึงพลานุภาพทั้งหมดที่ควรจะมีออกมาได้... แม้วิธีนี้จะสกปรกอยู่ไม่น้อยมองดูแล้วไร้ซึ่งความยุติธรรม แต่นั่นก็เพราะ ซุน ทราบดีว่าความยุติธรรมไม่มีทางเอาชนะความแข็งแกร่งของเฉียงตงฟาง ได้แน่นอน!!

     

    เฉียงตงฟาง กัดฟันดังกรอด ลมปราณที่ตีกลับทำให้ใบหน้าขาวซีดเส้นลมปราณติดขัด... ทั้งยังต้องฝืนใช้ นิมิตมายามังกรขาวเนตรฟ้า ที่ไม่สมบูรณ์ออกไปรับการโจมตีจากทุกทิศทาง...เสียงระเบิดกัมปนาทจึงดังกึกก้อง ชั้นบรรยากาศบิดเบี้ยวพร่าเลือนจากพลังอันมหาศาล...เงาร่างของ พยัคฆ์เพลิง เทพพยัคฆ์ และ เทพหมาป่า แตกสลายหายไปพร้อมกับ มิติมายามังกรขาวเนตรฟ้า

     

    ร่างของ ไป๋หู่จิงหรง และ เจี่ยโย่วเทียน ปลิดปลิวพร้อมสำรอกโลหิตออกมาอีกครั้งแรงสะท้อนหลังการปะทะยังมหาศาลอย่างถึงที่สุด... กระบี่พันชั่ง อันเป็นอาวุธอักขระชั้นลมปราณสีเขียวภายใต้แรงปะทะครั้งนี้ถึงขั้นบิดงอหมดสภาพไปอย่างสมบูรณ์แม้แต่แสงของอักขระก็ยังมืดดำไม่เปล่งประกาย...

     

    มีเพียง เฉียงตงฟาง ที่ยังยืนหยัดโซซัดโซเซมีโลหิตสายหนึ่งไหลออกจากมุมปาก... การฝืนใช้กระบวนท่าไม่สมบูรณ์ ในการหักล้างกระบวนท่าระดับเฉพาะทั้งหมดล้วนเกิดผลกระทบรุนแรง หากไม่มีความแข็งแกร่งเหนือมนุษย์เป็นพื้นฐาน สภาพน่าจะมิต่างกับสองอัจฉริยะก่อนหน้านี้...

     

    ทว่ายังไม่ทันที่ เฉียงตงฟาง จะได้ปรับโคจรลมปราณใด ๆเบื้องหน้าพลันปรากฏวังวนกระบี่ขนาดใหญ่เหนือท้องฟ้า ทั้งพลานุภาพสยบไร้เทียมทาน คล้ายจะเหนือล้ำยิ่งกว่าเทพพยัคฆ์และเทพหมาป่าก่อนหน้านี้เสียอีก...

     

    ซุน เผยแววตาเด็ดเดี่ยวคมกริบ เฝ้ารอจังหวะนี้มาโดยตลอด... เฉียงตงฟางมีสีหน้าบิดเบี้ยวโดยพลัน แต่ใจรบก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ใด คำรามเสียงดุจสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บแต่ก็พร้อมจะเผชิญอย่างไม่กริ่งเกรง!!

     

    “วังวนกระบี่ไร้สิ้นสุด!!”

     

    ซุน เสือกแทงกระบี่ทองไร้เอกลักษณ์ออกไป วังวนกระบี่เกิดการบีบอัด กลายเป็นพายุควงสว่านขนาดมหึมาที่ใหญ่โตยิ่งกว่าตอนใช้จัดการกับ เกาทงหลิน หลายต่อหลายเท่า...

     

    เฉียงตงฟาง ระเบิดพลังไร้ขอบเขต หัตถ์มังกรขาว ถูกห่อหุ้มด้วยปราณเหมันต์ที่แข็งแกร่งหนาแน่นอย่างถึงที่สุดดึงเอาพลังทั้งหมดไปไว้ที่การป้องกัน ยกแขนไขว้กากบาทรับกระบวนท่าที่แข็งแกร่งของซุน ตรง ๆ

     

    ตูม!!

     

    เสียงดังสนั่นหวั่นไหว กังวานดังออกไปแปดทิศม่านพลังแม้จะได้รับการเสริมความแข็งแกร่ง บัดนี้ยังมีรอยร้าวปริแตกเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง...พายุควงสว่าน ยังไม่อาจฝ่าทำลายชั้นน้ำแข็งและการป้องกันขั้นสูงสุดของ เฉียงตงฟางไปได้

     

    แต่ก็มิได้สลายหายไปยังคงผลักดันกันอยู่เช่นนี้อย่างสุดกำลัง

     

    ทั้งสองล้วนคำรามเสียงดุจสัตว์ร้าย ระเบิดพลังลมปราณและกล้ามเนื้อออกมาอย่างถึงที่สุด...บาทามังกรขาว ที่กดกรงเล็บเท้าลงบนพื้นเวที บดนี้ยังถูกผลักดันให้ถอยกรูดออกไป เกิดรอยเล็บเป็นทางยาวบนพื้นเวทีประลอง...

     

    ทุกสายตาจับจ้องไปยังการปะทะตัดสินนี้จนลืมหายใจ... แม้แต่ ไป๋หู่จิวหรงและ เจี่ยโย่วเทียน ยังฝืนร่างประคองจดจ้อง ช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการประลองครั้งนี้...พายุควงสว่างเริ่มที่จะอ่อนกำลังลงเรื่อย ๆ แต่ในทางกลับกันชั้นน้ำแข็งป้องกันก็เริ่มพังสลายลงตามลำดับ

     

    สายตาของ ซุน และ เฉียงตงฟาง จดจ้องประสานในระยะประชิดต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าใกล้จะถึงขีดสุดแล้ว... ชั่วพริบตานั้นเองที่ เฉียงตงฟาง ดึงพลังเฮือกสุดท้ายสะบัดแขนที่ไขว้กากบาทออกไปอย่างรุนแรง กระบวนท่าสวนกลับนี้ได้สลายพลังของพายุควงสว่านกระบี่ทองยังปลิวกระเด็นหลุดจากมือของ ซุน ทั้งยังทิ้งรอยกงเล็บฉีกกระชากอาภรณ์ของซุน เกิดบาดแผลข่วนยาวจากกงเล็บทั้งสิบเส้นไว้กลางหน้าอก แม้แต่ผิวโลหะก็ยังไม่อาจต้านทานได้ส่งผลทำให้ ซุน สำรอกโลหิตจำนวนมากออกมาอีกครั้ง...

     

    นี่คือพลังเฮือกสุดท้ายของ เฉียงตงฟาง

     

    แต่ทว่า การโจมตีนี้กลับไม่อาจผลักดันให้ ซุน ร่นถอยไปได้ ดวงตาของซุน เผยความเหี้ยมหาญสู้รบ พลังสมาธิทำให้สามารถประคองสติ และมองเห็นว่าหลังจากตวัดกรงเล็บทั้งสองข้างนี้แล้วทำให้ร่างของ เฉียงตงฟาง ไร้ซึ่งการป้องกัน...

     

    ซุน กัดฟันแน่น ดึงเอาขวานศิลาออกมาจากแหวนมิติ... เหวี่ยงขวานศิลาออกไปอย่างสุดกำลังกระแทกเข้าใส่กลางหน้าอกที่ไร้การป้องกันนั้นของ เฉียงตงฟาง...

     

    “ปัดกวาด!!”

     

    ตูม!!

     

    เสียงกระแทกรุนแรงดังขึ้นอีกครั้ง น้ำหนักที่มากถึง 2,000 ชั่ง ผนวกกับพละกำลังกล้ามเนื้อทั้งหมดของ ซุน ตกกระทบลงกลางหน้าอกที่ไร้การป้องกันของเฉียงตงฟาง เกิดเป็นรอยยุบไปพร้อมกับกระดูกซี่โครงจำนวนมากที่แตกหัก เฉียงตงฟางถึงขั้นสำรอกโลหิตพวยพุ่งสาดกระเซ็น

     

    แม้ เฉียงตงฟาง จะสามารถประคองสติเอาไว้ได้ทว่าก็ไม่อาจหยุดยั้งร่างที่ลอยกระเด็นดุจว่าวสายป่านขาด... สุดท้ายก็พลันไปหยุดกระแทกกับขอบข่ายม่านพลังที่สุดขอบเวทีประลองอาการบาดเจ็บของ เฉียงตงฟาง เรียกได้ว่าสาหัสไม่น้อยไปกว่า ซุน

     

    แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ยอมล้มตัวลง ยืนหยัดโซซัดโซเซขาทั้งสองข้างสั่นเทาไม่แน่นิ่ง... ดวงตาของ เฉียงตงฟางเผยถึงความไม่อยากจะเชื่อออกมา ทว่าในเวลานี้แม้ใจรบยังไม่มอดดับ ทั้งยังคิดที่จะพุ่งเข้าปะทะต่อ

     

    แต่ด้วยกติกาของการประลองครั้งนี้...

    กรรมการข้างเวทีในจุดนั้น จึงประกาศขึ้น...

     

    “เฉียงตงฟาง ร่างสัมผัสถูกม่านพลัง... ตัดสิทธิ์ออกจากการแข่ง!!”

     

    ……………………………………..

    คล้ายกับเรื่องอสูรข้ามฟ้า ที่คุณอ่าน

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405