แอบลุ้นให้คุณรัก

    เด็กหน้านิ่ง

                    ในขณะที่อัญรินกำลังกังวลกับสิ่งที่อรวิภากำลังจะถามเสียงเปิดประตูก็ช่วยดึงความสนใจคนตรงหน้าคุณหมอหันไปส่งยิ้มให้ป้าหน่อยลูกจ้างวัยหกสิบต้น ๆที่กำลังเข็นรถเครื่องดื่มและขนมเข้ามาในห้อง เธอเอ่ยขอน้ำเปล่าแทนกาแฟแก้วเล็กที่กำลังจะถูกวางลงตรงหน้าก่อนจะกล่าวขอบคุณผู้บริการที่สูงวัยกว่าอย่างนอบน้อมพร้อมรอยยิ้มอีกครั้ง ป้าหน่อยวางขนมพร้อมน้ำดื่มตามจำนวนคนเสร็จก็เข็นรถออกไปอรวิภาจึงหันมองคนเด็กกว่าที่ตอนนี้แสร้งไม่สนใจเธอ บรรยากาศในห้องถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบอีกครั้ง

                    “เมื่อกี้เราคุยกันถึงไหนแล้วนะ”

                    แม้ว่าจะมีคนเข้ามาขัดจังหวะแต่คุณหมอก็ยังไม่ลืมเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นเธอยังจำได้ว่ามีเ๱ื่๵๹ที่กำลังคุยกับอัญรินค้างอยู่ส่วนคนหน้านิ่งก็ได้แต่แอบลุ้นอยู่ในใจไม่ได้พูดอะไรออกไป

                    “อ้อจำได้แล้วหมอจะถามว่า...”

                    เขาตั้งใจฟังคำถามของอีกฝ่ายอย่างใจจดใจจ่อกลัวว่าอีกคนจะจำได้ว่าตัวเองคือคนที่แอบมองเธอในตอนเช้า หากเป็๲อย่างนั้นนอกจากจะถูกมองว่าเสียมารยาทแล้วอาจจะถูกมองว่าเป็๲พวกโรคจิตเพราะแอบมองเธอถึงสองครั้งสองคราทั้งยังกลายเป็๲คนโกหกที่ปฏิเสธว่าไม่ได้มองเธออีก ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแย่ที่ตัวเองกลายเป็๲คนแบบนั้นไปได้พร้อม ๆ กับหัวใจของเขาก็เริ่มเต้นเร็วขึ้นราวกับว่าจะทะลุออกมาด้วยความรู้สึกตระหนกและอับอายตัวเอง

                    “หนูส่งเอกสารนี้ให้บริษัทดูครบแล้วใช่มั้ยตอนประกาศจะได้ไม่มีใครมาวิจารณ์”

                    ห๊ะไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่คิด...

                    เขาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อตอบคำถามแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าสรรพนามที่เธอใช้เรียกเขานั้นมัน

                    หนูเหรอ...

                    คนหน้านิ่งทวนสรรพนามที่คุณหมอใช้เรียกเขาในใจเรียกเหมือนว่าเขาเป็๞เด็กอย่างนั้น แต่ก็เด็กกว่าเธอจริง ๆ นี่นะ ถ้าไม่ให้เรียกหนูแล้วจะให้อีกฝ่ายเรียกอะไรในเมื่อเธอก็ไม่รู้จักชื่อเขาสักหน่อย

                    หนูก็หนู...

                    “ยังค่ะรอสรุปการประชุมของวันนี้ก่อนค่ะ เผื่อว่าจะมีการแก้ไขเพิ่มเติม”

                    เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแววตาที่ตื่นตระหนกเมื่อครู่หายไปอย่างรวดเร็วตอนนี้เขาเพียงแต่มองดูเธอด้วยใบหน้านิ่งเฉยยากที่จะคาดเดา

                    “ดูคร่าว ๆแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรส่วนของหมอก็เรียบร้อยดีรอคณะกรรมการท่านอื่นสรุปกันอีกทีแล้วกัน”

     

                    “นี่น้องอัญ เป็๞ผู้ช่วยหนูค่ะ น้องจะมาช่วยลงระบบ”

                    เสียงนริศาที่เอ่ยแนะนำอัญรินให้กับทุกคนก่อนเริ่มการประชุมปลุกเขาให้กลับมาสู่ปัจจุบันคนหน้านิ่งหมุนเก้าอี้เพื่อหันไปก้มศีรษะเล็กน้อยให้กับคณะกรรมการโดยไม่ลืมที่จะถือโอกาสมองไปยังประธานซึ่งตอนนี้ที่ไม่ได้มองมายังเขา ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นเข้ามาในหัวใจแม้แต่หน้าเขาเธอยังไม่อยากมองเลยสินะ ก็เพราะสิ่งที่เขาทำนั้นน่าละอายจริง ๆ

                    หมอคงจะจำเราได้สินะ...

                    คณะกรรมการต่างก็ทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและคิดคะแนนการประเมินในขณะที่คนหน้านิ่งยังคงนั่งตัวเกร็งกรอกข้อมูลลงในระบบต่อไปไม่กล้าหันไปมองทุกคนเพราะรู้สึกทำตัวไม่ถูกเ๱ื่๵๹ราวในอดีตยังคงเข้ามารบกวนอย่างไม่ลดละทั้งที่พยายามตั้งสติแล้วก็ตาม สามปีที่ผ่านมาเขาพยายามจะหลบหน้าเธอ เพื่อให้ตัวเองลืมอีกฝ่าย แต่วันเวลาไม่เคยพาเธอไปจากความคิดถึงของเขาเลย

                    ‘คิดถึงคนที่ไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ’

                    “ขอบคุณนะคะ”

                   หลังจากประชุมเสร็จทุกคนต่างกล่าวขอบคุณกันและกันนั่นทำให้อัญรินที่ยืนอยู่ด้านหลังนริศาได้มีโอกาสมองหน้าอรวิภาอีกครั้งถึงจะไม่กล้ามองตรง ๆ แต่ก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้หลบหน้าเขาแต่อย่างใดเพราะสายตาที่เธอมองมานั้นมันเลยผ่านนริศามาที่เขา ไม่รู้เลยว่าคุณหมอกำลังคิดอะไรอยู่แต่ที่รู้คือนาทีนี้หัวใจของเขามันช่างว้าวุ่นเหลือเกินทำไมเขาถึงต้องรู้สึกแบบนี้ด้วยนะ ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้เขาก็ยังคงอยากที่จะเฝ้ามองคนตรงหน้าในทุกคราที่ได้เจอ

                   ‘เธอไม่เคยต่างจากวันนั้นความรู้สึกของเขาก็เช่นกัน’

     

                    หลังจบบทสนทนาระหว่างอรวิภากับอัญรินไม่นานนักก็มีคนเข้ามาในห้องประชุมเพิ่มแต่แทนที่สายตาของคนหน้านิ่งจะมองไปที่ผู้มาใหม่ มันกลับมองไปที่คุณหมอซึ่งตอนนี้กำลังส่งรอยยิ้มหวานไปยังผู้ที่กำลังเดินตรงมาที่ทั้งคู่คราวนี้รอยยิ้มของเธอสดใสขึ้นกว่าเก่า และหากสังเกตจะเห็นรอยบุ๋มเล็ก ๆตรงแก้มด้านขวา ยิ่งทำให้คนที่กำลังเฝ้ามองพึงพอใจในรอยยิ้มหวานนั้นเข้าไปอีกจนเผลอยิ้มตาม

                    ทำบุญมาด้วยอะไรถึงได้เพียบพร้อมไปซะทุกอย่างขนาดนี้...

                    “หมอภามานานแล้วเหรอ”

                    ทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะประชุมตีรณัฐผู้หญิงมาดทอมวัยใกล้เกษียณก็กล่าวทักทายคนยิ้มหวานอย่างสนิทสนม

                    “สักครู่นี่เองค่ะพี่ตี”

                    ในขณะที่คนถูกทักเอียงหน้าขึ้นตอบอัญรินก็ยกมือไหว้ตีรณัฐเช่นกัน

                    “อ้าวเ๽้าอัญหวัดดีๆ”

                    อีกฝ่ายตอบรับด้วยสรรพนามที่คุ้นเคยที่มักจะเรียกเขาแบบนี้ก่อนจะหันไปพูดคุยกับคุณหมอด้วยเ๹ื่๪๫สัพเพเหระทำให้คนเป็๞เด็กเลือกที่จะก้มหน้าดูโทรศัพท์มือถือเพื่อหลบเลี่ยงบทสนทนาของคนทั้งสองถึงจะยังอยากชื่นชมความน่ารักของคุณหมออยู่ก็ตามที

    ไม่นานนักคณะกรรมการและผู้ร่วมประชุมก็ค่อยๆ ทยอยเข้ามา ดูจากรายชื่อฝั่งแพทย์พยาบาลก็มากันครบแล้ว จะเหลือก็แต่หัวหน้าทั้งสองของอัญริน

                    “เ๯้าหน้าที่พัสดุยังไม่มาอีกเหรอคะ”

                    “ก็เ๽้าอัญไงคะเ๽้าหน้าที่พัสดุ”

                    ไม่มีคำตอบจากอัญริน แต่กลับเป็๞ตีรณัฐที่ตอบแทนความจริงอรวิภาก็พอเดาได้ว่าเขามาจากแผนกพัสดุ แล้วยังมาก่อนคนอื่น ๆ อีกเพียงแต่ที่แกล้งถามเพื่อจะได้สังเกตท่าทีของเด็กหน้านิ่ง อยากรู้ว่าเขาจะแสดงสีหน้าอื่นนอกจากสีหน้านิ่งเฉยหรือไม่ท่ามกลางคณะกรรมการหลายคนที่รอฟังคำตอบเขาไม่ได้มีอาการประหม่าเลยสักนิด

                    “เริ่มประชุมกันได้เลยมั้ยคะหรือยังมากันไม่ครบ”

                    เธอตั้งใจถามทั้งที่รู้ว่าหัวหน้าแผนกพัสดุยังมาไม่ถึงแต่ตีรณัฐก็ตอบแทนคนหน้านิ่งอีกครั้ง

                    “ยังขาดคุณแก้วกับพัชรินนะ”

                    คนตอบเอ่ยเรียกหัวหน้าแผนกพัสดุด้วยคำว่าคุณเนื่องจากทั้งคู่อายุเท่ากันส่วนพัชรินนั้นเป็๞หัวหน้างานของอัญรินซึ่งอ่อนกว่าตีรณัฐ

                    “ไม่ได้บอกหัวหน้าเหรอว่าประชุมกี่โมง”

                    คราวนี้คุณหมอตั้งใจที่จะให้คนหน้านิ่งตอบเธอยกคิ้วมองอย่างสงสัย ไม่ได้สงสัยเ๹ื่๪๫ที่ไม่ได้แจ้งหัวหน้าแต่สงสัยว่านอกจากนั่งหน้านิ่งแล้วเขาไม่คิดตอบคำถามอะไรเธอเลยหรือ

                    “หัวหน้าทราบแล้วค่ะพอดีมีงานด่วนก็เลยจะตามมาทีหลังค่ะ”

                    เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและยังคงไว้ซึ่งใบหน้าที่นิ่งเฉยนั่นทำให้คนถามถึงกลับตั้งฉายาให้ในใจ

                    เด็กหน้านิ่ง...

                    “แล้วเริ่มประชุมได้เลยมั้ยหรือต้องรอ”

                    “ดูกันไปก่อนก็ได้นะหมอภาจะได้ไม่เสียเวลา...”

                    คุณหมอวัยใกล้เกษียณซึ่งเป็๞ประธานคณะกรรมการบอกในที่ประชุมก่อนจะหันมาหาอัญริน

                    “หนูลองโทรถามหน่อยว่าจะมากันกี่โมง”

                    “ค่ะ”

                    คนเด็กรับคำแต่ยังไม่ทันได้กดโทรศัพท์อรวิภาก็ขัดขึ้นเสียก่อน

                    “เดี๋ยวภาโทรเองค่ะ”

                    พูดยังไม่ทันจบเสียงสัญญาณรอสายก็ดังจากโทรศัพท์ของคุณหมอไม่นานนักอีกฝ่ายก็รับสาย

                    “อยู่ไหนแล้วคะคุณรินหมอรออยู่นะ...อ๋อ ๆ ...ค่ะ”

                    อรวิภาคุยโทรศัพท์กับหัวหน้างานของอัญรินอย่างเป็๲กันเองไม่ได้เร่งให้ปลายสายรีบมาอย่างที่แสดงออกกับเขาต่อหน้าที่ประชุมเลยแม้แต่นิด

                    “คุณพัชรินมาถึงแล้วค่ะ”

                    เธอบอกทุกคนในห้องประชุม เมื่อหัวหน้ามาถึงทั้งคู่ก็นั่งลงข้างๆ คนหน้านิ่ง การประชุมผ่านไปอย่างราบรื่น มีเพียงบางส่วนที่มีการแก้ไขให้อัญรินต้องรีบกลับไปจัดการแต่เขาก็ยังไม่กลับแผนกเพราะรอปิดไฟห้องประชุมก่อน ซึ่งเหลืออรวิภากับพัชรินที่ยังคุยกันไม่เสร็จ

                    “ไปกันเถอะค่ะหมอเที่ยงแล้วตอนบ่ายรินมีประชุมอีก”

                    “หมอก็ต้องไปแล้วเหมือนกันขอบคุณนะคะสำหรับวันนี้”

                    คุณหมอบอกพลางส่งรอยยิ้มหวานให้คนหน้านิ่งก่อนจะเดินจากไปเขาเองก็ต้องขอบคุณเธอเช่นกัน

                    ‘ที่ทำให้เขาได้เจอกับคนที่น่าสนใจเช่นเธอในวันนี้’

     

                    ไม่เพียงแต่อัญรินที่ได้เจออรวิภาเป็๲ครั้งแรกหากแต่วันนั้นก็เป็๲ครั้งแรกที่หมอภาได้เจอกับ‘เด็กหน้านิ่ง’ คนที่เธอไม่คิดว่าเขาจะเข้ามาทำให้ความรู้สึกที่มีต่อความรักของเธอเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน