เด็กชายถูกฉุดกระชากลากดึงด้วยโซ่ตรวนไปยังห้องใต้ดินที่อับชื้น
อุณหภูมิในห้องใต้ดินนี้ค่อนข้างต่ำจนรู้สึกหนาว
โคมไฟติดผนังส่องสว่างแต่น่าแปลกที่ความสว่างนั้นไม่ได้เกิดจากไฟ
ในห้องที่ริโอะเพิ่งจากมาก็มีโคมไฟแบบเดียวกันอยู่หลายอัน
แต่ห้องนี้มีโคมไฟเพียงอันเดียวจึงทำให้ห้องค่อนข้างมืดสลัว
ประตูทางเข้าทำจากเหล็กกล้าบริเวณมุมห้องมีเตียงหนึ่งหลัง
ท่าทางคนที่สร้างห้องนี้คงจะไม่ได้คิดถึงความน่าอยู่เลยสินะพื้น ผนัง และเพดานถึงได้ใช้หินทำทั้งหมด
ภายในห้องมีเข็มขัดสำหรับรัดตัวคนอยู่หลายเส้น
มีคราบบางอย่างอยู่บนพื้นและผนัง
มันคือคราบเืที่แห้งกรังจนเปลี่ยนสี
จากการสังเกตหลายๆ อย่างเด็กชายกำพร้าก็พอจะเดาออกว่าห้องนี้มีไว้เพื่ออะไร
ท่าทางจะเป็ห้องทรมานเพื่อให้ผู้ต้องสงสัยสารภาพผิดสินะ
ริโอะคิดได้ดังนั้นจึงถามขึ้นว่า
“นี่! ทำไมต้องลากผมมาที่คุกด้วย?”
ริโอะขึ้นเสียงเขาร้องเรียนด้วยความไม่พอใจ
“เพราะเ้าคือผู้ต้องสงสัยข้อหาลักพาตัวองค์หญิงรัชทายาทลำดับที่2 ไงล่ะ แล้วมันแปลกตรงไหนที่ข้าจะจับตัวเ้ามาสืบสวน?”
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ทำ!”
ริโอะเถียงอย่างเกรี้ยวกราด
ถ้าบอกว่าเป็พยานปากเอกก็พอเข้าใจอยู่นะแต่จะมาคิดว่าเราเป็ผู้ร้ายแบบนี้มันไม่ใช่แล้ว!
“ผู้ต้องสงสัยก็พูดกันแบบนี้ทุกคนนั่นแหละ”
ชาลล์ปฏิเสธอย่างไม่ไยดี
“พูดบ้าอะ... โอ๊ยยยยย!”
ริโอะกำลังจะอ้าปากเถียงก็ถูกทหารกระชากโซ่อย่างสุดกำลัง
ร่างกายเด็กชายเสียสมดุลจนล้มลง
ชาลล์ชำเลืองตามองริโอะแล้วพูดอย่างวางมาด
“ข้อสันนิษฐานของข้าคือเ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลักพาตัวองค์หญิงรัชทายาทลำดับที่2 ข้าจึงจำเป็จะต้องสอบสวน และเ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่ตอบคำถามเ้าต้องตอบตามความจริงเท่านั้น คิดซะว่าถ้าเ้าเงียบก็จะเจ็บตัวแล้วกัน”
“อย่ามา...พูดบ้าๆ นะ”
ริโอะเปล่งเสียงแทบไม่ออกเพราะเขากำลังควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้
เขาจ้องมองชาลล์จนตาแทบถลนด้วยสายตาเคียดแค้น
“ฮึ!สายตาของเ้าในตอนนี้มันไม่ต่างอะไรกับสายตาของพวกอาชญากรใจโฉดเลยล่ะ”
ชาลล์ถอนหายใจอย่างเอือมระอา
นี่คือสันดานจริงๆ ของมันหรือมันแค่จงใจยั่วยุเรากันแน่ มันถึงได้พูดจาดูแคลนเราแบบนี้
“ก่อนอื่นคงต้องสั่งสอนให้เ้ารู้จักที่ต่ำที่สูงซะก่อนล่ะนะจัดการ!”
ชาลล์ยื่นคางบุ้ยปากไปทางริโอะเพื่อเป็การออกคำสั่งพวกทหาร
ทหารรับคำสั่งแล้วจึงดึงรอกซึ่งพันกับโซ่ที่ล่ามริโอะไว้ตัวเด็กชายค่อยๆ ลอยสูงขึ้น
“เฮ้ย! หยุดนะ!”
เด็กชายะโคัดค้านทว่ากลับไม่เป็ผล
ทหารยังคงดึงรอกไม่หยุด
แขนทั้งสองข้างของเด็กชายถูกดึงขึ้นจนตัวเขาลอยอยู่ในระดับที่ขาแตะไม่ถึงพื้นแล้ว
น้ำหนักตัวของริโอะจึงตกไปที่ข้อมือเล็กๆของเขา
แม้ตัวเด็กชายจะเบาเพราะยังเด็กแต่ข้อมือของเขาที่ต้องรับน้ำหนักมากก็เจ็บได้เช่นกัน
ริโอะหน้าตาเหยเกด้วยความเ็ป
แต่ชาลล์กลับยิ้มอย่างพึงใจ
ในมือของชาลล์ถือกระบองไว้ั้แ่เมื่อไรไม่รู้
“ข้าก็ไม่อยากทำอะไรแบบนี้นักหรอกแต่ถ้าเ้าให้ความร่วมมือกับข้าดีๆ ละก็ ข้าจะปล่อยตัวเ้าไปทันทียอมรับมาซะว่าเ้ามีส่วนรู้เห็นในการลักพาตัวองค์หญิงรัชทายาท ว่าอย่างไรเล่า?”
ชาลล์พูดพร้อมเอากระบองลูบไล้แก้มริโอะ
ริโอะกัดฟันทนความเ็ปที่ข้อมือ
“ไม่! บอกแล้วว่าไม่ได้ทำ!”
เขาปฏิเสธข้อเสนอของชาลล์
“ไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมรับใช่ไหม?”
ริโอะไม่ตอบ
ชาลล์จึงใช้กระบองในมือฟาดไปยังท้องของริโอะ
“อั่ก!”
ริโอะครวญคราง
ชาลล์ใช้ไม้ที่เพิ่งจะหวดริโอะลูบตรงท้องของเด็กชายเบาๆ
“เ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลักพาตัวองค์หญิงใช่หรือไม่?”
ชาลล์ถามซ้ำอีกครั้ง
“ผม....ไม่ได้ทำอะไรเลย”
“บัดซบ!”
ชาลล์ถอนหายใจเหมือนกำลังเล่นละครอยู่แล้วเดินตรงเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของริโอะ
“แล้วเ้าจะเสียใจ”
เขากระซิบเสียงเยือกเย็น
“ท่านฟลอร่า!”
เวเนซซ่ามีปฏิกิริยาทันทีที่เห็นองค์หญิงน้อยขยับตัว
ฟลอร่าค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น
องค์หญิงน้อยกะพริบตาปริบๆแล้วมองหน้าเวเนซซ่าอย่างเหม่อลอย
“เวเนซซ่า...เองเหรอ? ที่นี่...”
“ที่นี่คือห้องนอนขององค์หญิงไงเพคะตอนนี้พระวรกายของพระองค์ทรงอ่อนแอมากเพราะอาการขาดน้ำ ดื่มนี่หน่อยนะเพคะ”
เวเนซซ่าหยิบแก้วและเหยือกเหล็กที่วางบนโต๊ะมารินน้ำแล้วยื่นให้ฟลอร่า
“ขอบใจจ้ะ”
กล่าวขอบคุณเสร็จแล้วรับแก้วน้ำมาดื่มสักพักองค์หญิงน้อยก็ถอนแก้วออกจากริมฝีปากงามพร้อมพ่นลมหายใจเบาๆเพื่อคลายความเหนื่อย
องค์หญิงฟลอร่ามองเซเรียก่อนจะเอ่ยปากถาม
“เอ่อ... คุณเป็ใครคะ?”
“ถวายบังคมองค์หญิง กระหม่อมมีนามว่าเซเรีย แคลร์เพคะกระหม่อมเป็อาจารย์ที่ปรึกษาของท่านคริสติน่าเพคะ”
“อ๋อ... ครูของท่านพี่นี่เองเคยได้ยินท่านพี่พูดถึงหลายครั้งเลยล่ะค่ะ”
“เป็เกียรติอย่างยิ่งเพคะ”
ฟลอร่าอมยิ้มให้กับอาจารย์หญิงที่สุภาพอ่อนน้อม
“เกิดอะไรขึ้นกับข้าหรือช่วยเล่าให้ข้าฟังหน่อยได้ไหม?”
“เพคะ กระหม่อมจะเป็ผู้เล่าเอง”
เวเนซซ่าอธิบายให้ฟังตามคำร้องขอขององค์หญิงอ่อนหวานที่เพิ่งได้สติ
การเล่าเื่ย่อนี้ใช้เวลาหลายนาทีทีเดียว
“...เื่เป็เช่นนี้เพคะเด็กชายคนนั้นบอกว่าเขาแค่ปกป้ององค์หญิงเท่านั้น จริงหรือไม่เพคะ?”
เล่าจบเวเนซซ่าจึงตั้งคำถามขึ้น
“ใช่จ้ะข้าก็จำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ แต่ก่อนสลบไปข้าจำได้ว่าข้าขอร้องให้คนที่อายุพอๆกันช่วยชีวิตข้า”
ฟลอร่าพยักหน้าหงึก
“เช่นนั้น....คนผู้นั้นชื่อริโอะใช่หรือไม่เพคะ?”
“ตอนนั้นข้าก็ไม่ได้ถามชื่อเลยไม่รู้ชื่อของเขา ขอโทษด้วยนะจ๊ะ”
ฟลอร่าส่ายหน้า
“แต่ข้าพอจะจำหน้าเขาได้นะ ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนล่ะ? ข้าอยากจะขอบคุณเขาสักหน่อย”
องค์หญิงพูดต่อ
“...ตอนนี้คงกำลังอยู่ในระหว่างสืบสวนอยู่เพคะ”
“สืบสวนเหรอจ๊ะ? ทำไมล่ะ?”
ฟลอร่าเอียงคอสงสัย
“เพราะเราต้องตรวจสอบคำให้การของเขาเพคะ”
“ถ้างั้นเรียกเขามาที่นี่หน่อยสิเพราะเขาคือคนที่ช่วยชีวิตข้า”
ฟลอร่าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเด็กชายและไหว้วานเวเนซซ่า
สาวห้าวมีสีหน้าลำบากใจเมื่อถูกองค์หญิงขอร้อง
“เอ่อ...คือเื่นั้น...จะให้เรียกมาที่นี่เลยมันค่อนข้างจะเป็เื่ยากนะเพคะ”
“ทำไมละจ๊ะ?”
“เขาเป็แค่เด็กกำพร้าจะเข้าเฝ้าองค์หญิงได้นั้นคงต้องให้เปลี่ยนชุดก่อนแล้วต้องได้รับพระาานุญาตจากพระาาก่อนด้วยเพคะ”
“....เช่นนั้นก็รีบจัดการให้ทีสิ ถ้าทำให้เขาลำบากล่ะก็ ข้าไม่ยกโทษให้แน่”
จู่ๆองค์หญิงน้อยผู้อ่อนหวานก็ลั่นวาจาเสียงแข็ง
“ได้โปรดพักผ่อนเถิดเพคะ”
“จ้ะ ฝากด้วยนะ”
“เดี๋ยวกระหม่อมจะจัดการให้เพคะองค์หญิง ...คุณเซเรีย ขอโทษที ช่วยอยู่คุยเป็เพื่อนองค์หญิงแทนข้าไปก่อนนะข้ามีเื่ต้องจัดการ”
“ด้วยความยินดีค่ะ”
“ขอบใจนะ แล้วข้าจะรีบมา”
เวเนซซ่าขอบคุณเซเรียก่อนจะรีบรุดมุ่งไปหาริโอะ
◇ ◇ ◇