ตอนที่ 12 รักษาสุขภาพให้ดี เราจะพบกันอีกแน่นอนในอนาคต! (2)
เห็นหวางต้าจูใส่ร้ายติงเสวี่ยเหม่ยด้วยวิธีหน้าด้านๆเช่นนี้ หลินจิงซูก็ยิ่งเดือดดาลจัด ถ้าไม่ใช่เพราะมันโชคดีสามารถหลบเลี่ยงไม่ให้กรรไกรแทงถูกจุดตายได้ทันแล้วล่ะก็ เธอคงกระหน่ำแทงมันให้สิ้นใจไม่ได้ผุดได้เกิดไปนานแล้ว!
หลังจากพูดออกไปแบบนั้นแล้ว หวางต้าจูก็ได้แต่แอบรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อได้เห็นสายตาอำมหิตดั่งหมาป่าหิวกระหายของหลินจิงซูที่กำลงจ้องเขม็งมองมา มันทำให้เขานึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ภายในตรอกวันนั้น กระทั่งเขาเองยังรู้สึกเหนือความคาดหมาย ไม่คิดไม่ฝันว่าสาวน้อยที่ยังไม่แม้แต่จะบรรลุนิติภาวะคนนี้ จะกล้าคว้ากรรไกรทิ่มแทงใส่ลำคอของเขาหมายให้ตายไปตรงนั้น!
หากจะตามหาตัวคนก่ออาชญากรรมตัวจริง ก็ควรต้องเป็สายน้อยคนนี้ล่ะ!
“คุณลุงตำรวจคะ หนูคิดว่าเขากำลังเบี่ยงเบนข้อหาการกระทำผิดอยู่ค่ะ! ยังไงซะ ถ้าบอกว่าเป็เื่ชู้สาว โทษทัณฑ์ที่ได้รับก็จะเบาบางลงมาก แต่อย่าลืมนะคะว่า โจรชั่วคนนี้ปล้นเอาเงินของแม่หนูไป เขาควรต้องติดคุกในข้อหากรรโชกทรัพย์ค่ะ!”
“นี่สาวน้อย! แกมีหลักฐานอะไรมาใส่ร้ายว่าฉันปล้นทรัพย์ห๊ะ? แกเห็นกับตาตัวเองหรือยังไง? ถ้าจะกล่าวหากันแบบนี้ก็ควรต้องมีหลักฐานมาแสดงหน่อย!”
หวางต้าจูเหยียดแข้งขาสุดเอื้อม หมายจะเตะเข้าที่ร่างของหลินจิงซูสักชุดหนึ่ง แต่ทว่าเธอกลับกระหยิ่มยิ้มอย่างรู้ทัน รีบเหยียดเท้าออกไปกระทืบเหนือน่องของหวางต้าจูอย่างแรงจนร่างของอีกฝ่ายถึงกับทรุดฮวบลง
ปัญหาระหว่างผู้คนล้วนอยู่คู่กับทุกบริษัทและสถานที่ทำงาน ไม่เว้นแม้แต่โรงงานอาหารกระป๋องแมวก็เช่นกัน โดยเฉพาะกับพนักงานระดับชั้นรากหญ้าอย่างเธอ ที่มักมีเื่ให้ทะเลาะเบาะแว้งตบตีกันไม่เว้นแต่ละวัน และเธอก็ได้รับการฝึกฝนขัดเกลามาเป็อย่างดีจากบรรดามนุษย์ป้าในโรงงานแห่งนั้น ทำให้เธอแข็งแกร่งอย่างทุกวันนี้
“อ๊ากกก! เจ็บโว้ยย!!”
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
ตำรวจเห็นว่าหวางต้าจูใช้กำลังขัดขืน จึงรีบบิดแขนล็อกไว้ไม่ให้สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้อี
เมื่อถูกคุมตัวไว้แ่าเช่นนั้น หวางต้าจูก็ถึงกับคอตกและหยุดทุกการเคลื่อนไหวของตนเองราวกับสัตว์เชื่องๆตัวหนึ่ง
ตำรวจนายหนึ่งหันไปบอกกับหลินชิงอี้ว่า
“คุณต้องเข้าแสดงหลักฐานและไปให้ปากคำเพิ่มเติมกับทางตำรวจ เพราะตอนนี้คนร้ายยังคงปฏิเสธเื่การปล้นเงินอยู่ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ยอมรับว่าได้ปล้นเงินจำนวน1,600หยวนจากภรรยาของคุณไป”
“เพราะเหตุนี้จึงเป็การยากที่ตำรวจจะตัดสินว่า คนร้ายมีสัมพันธ์เชิงชู้สาวประกอบด้วยหรือไม่ และถ้าไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าเขาได้ปล้นทรัพย์จริง อย่างมากที่สุด ทางตำรวจก็ทำได้เพียงแค่กุมขัง24ชั่วโมงเท่านั้น จากนั้นก็คงต้องปล่อยตัวเขาไปตามกฎหมาย”
ได้ฟังคำชี้แจงของตำรวจ ย่าอู๋ก็ไม่สนใจอะไรอีกทั้งนั้น
แววตามัวหมองของหญิงชรายิ่งทวีความมืดทมิฬมากขึ้น เธอวิ่งไปหยิบไม้กวาดด้ามหนึ่งออกมาจากข้างสนามหญ้า ยกขึ้นเตรียมจะหวดฟาดติงเสวี่ยเหม่ยให้ตาย
“ฉันจะทุบตีแกให้ตายนังสารเลว! นังคนบัดซบล่อลวงผู้ชายไม่พอ ยังทำให้เงินออมของตระกูลหลินเราซึ่งหามาอย่างยากลำบากต้องสูญหายไปอีก! แกนี่มันตัวภาระสร้างความเดือดร้อนไปทั่วจริงๆ! แล้วดูสิดู! เวลานี้มีตำรวจมาที่นี่ตั้งหลายนาย ช่างน่าอายชะมัด! ทำไมแกถึงไม่ตายโหงตายห่าให้รู้แล้วรู้รอดไป! ผู้หญิงชั่วช้าสารเลวอย่างแกอยู่ไปก็หนักแผ่นดิน! วันนี้ฉันจะฟาดแกให้ตายคามือเพื่อเซ่นเงิน1,600หยวนของฉัน!! และต่อจากนี้ไป ก็อย่าได้เสนอหน้าเข้ามาในบ้านตระกูลหลินอีก แกไม่ใช่คนในครอบครัวของเราอีกแล้ว!!”
ไม้กวาดด้ามหนากำลังจะฟาดใส่ร่างของติงเสวี่ยเหม่ย หลินจิงซูรีบยกเท้าขึ้นถีบมันให้กระเด็นพ้นทางอย่างรวดเร็ว
เธอเท้าสะเอวด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง ปกป้องติงเสวี่ยเหม่ยที่อยู่ข้างหลังราวกับแม่ไก่ที่กำลังปกป้องลูกน้อย
“เอะอะก็ใช้แต่กำลังทุบตี เคยใช้สมองกันบ้างมั้ย! คนที่ผิดก็คือป้ารองต่างหาก! เป็ป้ารองไม่ใช่เหรอที่อยากจะใช้เงินก้อนนี้ไปซื้อสร้อยทองให้เป็ของขวัญวันเกิดลูกสาวตัวเอง? เื่ราวถึงได้ลงเอยอย่างที่เห็น! แล้วจะโทษแม่หนูได้ยังไง! อีกอย่าง ทุกคนก็เห็นอยู่แล้วว่าไอ้หมอนี่มันเป็โจร แล้วยังจะหูเบาเชื่อคำพูดของคนนอกแบบมันอีก! ทำแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ?”
“พ่อ! นั่นภรรยาพ่อนะ! ไม่คิดจะพูดอะไรบ้างเลยรึไง!”
หลินจิงซูถลึงตาเบิกโพลงจ้องมองหลินชิงอี้ สีหน้าเต็มไปด้วยความอาฆาต
ติงเสวี่ยเหม่ยจ้องมองสามีของเธอด้วยใจที่เฝ้าแต่คาดหวัง กระทั่งผ่านไปเนิ่นนาน กลับไม่เห็นสามีของตนเองปริปากพูดอะไรเลยสักคำ เวลานี้ สีหน้าท่าทางของเธอจึงเผยให้เห็นถึงความผิดหวังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ทางด้านตำรวจเองก็เป็กังวลในเื่นี้ไม่ใช่น้อย เพราะหากสรุปสุดท้ายเป็เพียงเื่ทะเลาะตบตีเชิงชู้สาว การจะให้คนนอกเข้าจัดการต่อจะกลายเป็เื่ยากขึ้นในทันที!
“แค่้าหลักฐานใช่มั้ยครับ? ผมมีหลักฐาน”
ทันใดนั้นเอง เสียงเย็นะเืของใครบางคนก็เปล่งดังขึ้นประหนึ่งฟ้าผ่าลงท่ามกลางวงสนทนา
เขาก็คือจู้หยาน!
“คุณลุงคนนั้นบอกว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับป้าติงใช่มั้ยครับ? ไม่ทราบว่าทั้งคู่ไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันตอนไหนเหรอครับ?”
“นี่แกเป็ใครห๊ะ? หรือเป็พวกชอบสาระแนเื่คนอื่น?”
หวางต้าจูตะคอกถาม
อย่างไรก็ตาม เมื่อตำรวจได้ยินว่ามีเบาะแสเพิ่มเติม เขาจึงตะคอกสวนกลับหวังต้าจูเสียงเข้ม
“หุบปาก! ใครอนุญาตให้แกพล่ามไร้สาระ?”
ถูกตำรวจตวาดใส่หน้าถึงสองรอบ หวังต้าจูถึงกับยอมสิโรราบโดยทันที เอาแต่ก้มหน้าก้มตาตอบโกหกไปส่งๆ แต่ลึกๆแล้วเขายังรู้สึกโล่งใจอยู่หลายเปาะ เพราะมั่นใจว่าอย่างไรเสียไอ้เด็กเวรนี่ก็คงไม่มีหลักฐานอะไรมัดตัวเขาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะตอบยังไงไปก็คงไม่ส่งผลร้ายต่อตัวเขาแน่
“ฉันมักจะนัดเจอกับติงเสวี่ยเหม่ยที่ตรอกนั่น่หกโมงเย็นของทุกวัน!”
“ทุกวันงั้นเหรอครับ?”
จู้หยานเน้นเสียงถามย้ำอีกครั้ง
“ใช่! ทุกวัน!”
หวางต้าจูตอบกลับทันทีโดยไม่รู้สึกเกรงกลัว
เมื่อเหตุการณ์กลับเลยเถิดมาเป็เช่นนี้ หลินจิงซูย่อมรู้ดีว่าจู้หยานกำลังคิดที่จะทำอะไร ดังนั้นเธอจึงหันไปปลอบติงเสวี่ยเหม่ยที่ยืนหน้าซีดทำตัวไม่ถูกว่า
“แม่ ไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีเอง แม่เชื่อหนูนะ”
ติงเสวี่ยเหม่ยไม่ทันได้พูดอะไร แต่อู๋ซิ่วเหลียนที่อยู่ข้างๆกลับส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมา
“พี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ย พี่ต้องหัดรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปบ้างนะ แล้วอย่ามาโทษกันล่ะ ก็ทำอะไรโจ่งแจ้งกลางวันแสกๆแบบนั้น ฉันก็บังเอิญไปเห็นเข้าพอดี อยู่ต่อหน้าตำรวจแบบนี้ฉันได้แต่ต้องพูดความจริง ส่วนพี่ก็เลิกแกล้งทำตัวเป็ผู้บริสุทธิ์สักทีเถอะ ให้การเท็จกับตำรวจระวังจะติดคุกติดตารางเอาล่ะ!”
เห็นอู๋ซิ่วเหลียนแสดงตัวประกาศชัยชนะอย่างออกหน้าออกตาเช่นนี้ ดูท่าแผนการคราวนี้คงจะถูกตระเตรียมมาเป็อย่างดีแล้ว
หลินจิงซูตอบโต้เสียงเ็าสวนกลับไปว่า
“ป้ารอง อย่าให้หนูสอนเลยนะคะ ด่วนประกาศชัยชนะแบบนี้ระวังจะตกม้าเจ็บถึงตาย! อ่อ แล้วก็อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพให้ดี อย่ารีบตายไปก่อนนะคะ แล้วเราจะได้พบกันอีกในอนาคตอย่างแน่นอน!”
“นังเด็กสารเลว แกเองก็มั่นหน้าให้ได้แบบนี้ตลอดล่ะ หลังจากที่พ่อแม่ของแกหย่ากันเมื่อไหร่ ฉันจะคอยดูว่าน้ำหน้าอย่างแกจะทำอะไรฉันได้บ้าง!”
เธอกัดฟันพ่นเสียงกระซิบเบา ระดับน้ำเสียงเพียงแค่นี้ ดังพอสำหรับคนสองคนจะได้ยินเท่านั้น
******
อ่านจบแล้วอย่าลืมกดติดตามเข้าชั้นนะครับบ><
อ่านถึงตรงนี้รู้สึกชอบป้่าผางสุดล่ะ มือวางนักขี้นินทาอันดับ1 5555+