ตอนที่ 1 เฟย์ ณิชชา
เฟย์ ณิชชา เด็กนักเรียนมัธยมปลายปีที่ 2ผู้ที่ไม่ค่อยจะชอบสุงสิงกับใครซักเท่าไหร่ เพราะเธอไม่นั้นไม่ได้นิยมชมชอบในการจับกลุ่มติฉินนินทาเหมือนกับที่เพื่อนนักเรียนหญิงร่วมชั้นคนอื่นๆทำกันหรือถ้าให้เธอไปพูดคุยถึงเื่แฟชั่นหรือเื่แต่งหน้าแต่งตาเธอก็ดูจะไม่ค่อยชอบเื่พวกนั้นเช่นกัน
และด้วยความที่เธอไม่ค่อยจะชอบเื่การประทินโฉมเฟย์เลยดูเป็เด็กสาวที่ดูทึมๆทื่อๆไม่โดดไม่เด่นทั้งๆที่ในความเป็จริงนั้นเธอเป็เด็กสาวที่มีใบหน้าสวยเอาเสียมากๆแต่พอเธอไม่ค่อยจะดูแลตัวเองเธอจึงดูเป็แค่สาวแว่นที่ดูทื่อๆไปซะอย่างงั้น
แต่สิ่งนึงที่ดูจะโดดเด่นออกมาจากสาวแว่นทื่อๆคนนี้ก็คือผลการเรียนระดับท๊อปที่ไม่ใช่แค่ท็อประดับห้องแต่เป็ถึงท็อประดับชั้นเรียนเลยทีเดียวแต่อีกสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นออกมาจากเด็กสาวคนนี้จนเป็ที่พูดถึงในหมู่นักเรียนชายทั่วทั้งโรงเรียนนั่นก็คือขนาดหน้าอกที่มันใหญ่โตเกินวัยเธอไปมากนั่นด้วย
“ณิชชา”เสียงผู้ชายที่ดังเรียกชื่อจริงของเฟย์ทำเอาเธอต้องเงยหน้าจากหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ขึ้นมามอง
และหลังจากที่เธอเงยขึ้นมามองแล้ว เฟย์ก็พบว่าเป็โจครูหนุ่มที่กำลังยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งส่งมาให้กับเธอพร้อมกับพูด“อ่ะ.......นี่ผลสอบกลางภาคของเธอ”
เฟย์ยื่นมือสั่นเทาไปรับกระดาษผลสอบโดยที่ไม่กล้ามองสบตาแต่ก็ยังคงพูดขอบคุณออกไป “ขะ....ขอบคุณค่ะ”
“ได้คะแนนเต็มอีกแล้วนะ…..ครูนี่ภูมิใจในตัวเธอจริงๆเลย” ครูหนุ่มกล่าวชมเธอพร้อมรอยยิ้ม แต่เฟย์กลับทำได้แค่ก้มหน้างุดต่อไปไม่กล้าแม้แต่จะมองสบตากับเค้า……..
กิจวัตรประจำวันในโรงเรียนของสาวแว่นผู้ที่ไม่ค่อยจะมีเพื่อนคนนี้หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จก็คือไปอ่านหนังสือเงียบๆเพียงลำพังที่ห้องสมุด ซึ่งเหตุผลนึงก็คือเธอนั้น้าทบทวนบทเรียนที่เรียนมาส่วนอีกเหตุผลนึงที่เธอมาที่ห้องสมุดแห่งนี้เป็ประจำนั่นก็คือ
“หวัดดีณิชชา มาอ่านหนังสืออีกแล้วหรอ” ครูโจที่นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ห้องสมุดทักทายลูกศิษย์สาวทันทีที่เห็นเธอเดินเข้ามา
โจเข้ามาเป็ครูประจำห้องสมุดหลังจากที่ครูสาวคนก่อนมีอันต้องลาไปคลอดบุตรโจจึงอาสาเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้แทนด้วยตัวเอง ส่วนเฟย์ที่ปรกตินั้นจะอ่านหนังสือที่ไหนก็ได้ขอแค่ให้มันเงียบและสงบเป็พอแต่ด้วยการมาของครูโจเฟย์จึงเลือกที่จะมาที่นี่เป็ที่แรกมากกว่าจะเป็ที่อื่น
“แล้วกินข้าวเที่ยงหรือยังเนี่ย” โจยังคงถามเฟย์อย่างต่อเนื่องแม้ว่าตัวเค้าจะรู้ดีว่าเธอไม่ค่อยจะอยากพูดคุยกับเค้าซักเท่าไหร่นักก็ตาม
“กะ....กินแล้วค่ะ” เฟย์ตอบเสร็จก็โค้งตัวให้ก่อนเดินเข้าไปยังโต๊ะตัวประจำของเธอ
ในขณะที่โจอาจจะรู้สึกว่าเด็กสาวขี้อายคนนี้นั้นอาจจะไม่ค่อยชอบเค้าเท่าไหร่นักกลับกันจริงๆแล้วเฟย์นั้นกำลังหลงรักครูหนุ่มคนนี้มากต่างหากมากซะจนเธอไม่รู้ว่าจะพูดคุยหรือสบตากับเค้าอย่างไร มากจนเธอรู้สึกสมเพชตัวเองอยู่เสมอๆที่ไม่กล้าจะเผชิญหน้ากับเค้าไปตรงๆ
หลังจากที่เฟย์นั่งอ่านหนังสือไปได้ซักพักแต่เนื้อหาของหนังสือกลับแทบจะไม่ได้เข้าสมองของเธอเลยแม้แต่น้อยเพราะว่าวันนี้เธอมัวแต่คิดหาเื่ที่จะเข้าไปพูดคุยกับครูหนุ่มและพอเธอสามารถหาเหตุผลที่จะเข้าไปถามเค้าถึงเนื้อหาการเรียนของคลาสเรียนเมื่อเช้าได้แล้วจึงได้ตัดสินใจลุกขึ้นจากโต๊ะเพื่อที่จะได้เข้าไปพูดคุยสอบถามเฟย์สูดลมหายใจเข้าปอดอึกใหญ่ก่อนเดินไปที่เคาน์เตอร์
แต่ปรากฏว่าพอเธอเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ตัวเดิมที่ครูหนุ่มนั่งอยู่ตอนนี้เหล่านักเรียนสาวหลายรายก็เข้าไปห้อมล้อมอยู่รอบๆตัวเค้าจนเธอไม่สามารถจะเข้าไปหาเค้าได้อีกต่อไปแล้ว
เฟย์ไม่รู้ว่านักเรียนพวกนั้นเข้าไปพูดคุยกับโจเื่อะไรแต่เธอก็เลือกที่จะไม่เข้าไปหาแล้วเลือกที่จะเดินถอยกลับไปนั่งที่โต๊ะตัวเดิมแทนและด้วยความเหนื่อยหน่ายในความขี้ขลาดของตัวเอง เฟย์จึงฟุบหน้าก่อนหลับไปบนโต๊ะ……
เฟย์หลับไปนานขนาดไหนเธอก็ไม่ทราบได้แต่มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อมีเสียงเรียกพร้อมแรงเขย่าที่ตัวเบาๆ “ณิชชา ณิชชา”
เฟย์สะดุ้งตื่นก่อนดีดตัวขึ้นมาจากโต๊ะด้วยความใจนหัวของเธอไปชนเข้ากับคางของครูหนุ่มที่กำลังโน้มตัวมาปลุกเธอจนเกิดเสียงดัง
พลั่ก!
“โอ๊ยย!!” เสียงร้องของทั้งสองคนดังออกมาแทบจะพร้อมกันคนนึงเจ็บที่ศีรษะในขณะที่อีกคนก็โดนเสยเข้าไปเต็มคาง
“ขะ......ขอโทษค่ะนะ...หนูขอโทษค่ะ” เฟย์เอามือกุมหัวพร้อมกล่าวขอโทษครูหนุ่มด้วยอารามใอย่างหนัก
“มะ.....ไม่เป็ไรไม่เป็ไร ครูไม่เป็ไร ไม่ต้องขอโทษหรอก ครูไม่ทันระวังเอง” โจเอามือกุมไปที่ใต้คางพร้อมปลอบสาวน้อยที่กำลังใให้ผ่อนคลายลงก่อนถามขึ้น“แล้วหัวเธอหล่ะ เป็อะไรมากหรือเปล่า”
เฟย์ยังคงรู้สึกเจ็บที่หัวเล็กน้อยแต่ด้วยความที่ยังคงรู้สึกผิดที่เป็ฝ่ายเซ่อซ่าจนทำให้ครูหนุ่มได้รับาเ็เธอจึงเลือกที่จะตอบไปว่า“มะ.....ไม่ค่ะ ไม่เจ็บเลย”
โจรู้จากสีหน้าว่าสาวแว่นขี้อายคงจะยังเจ็บที่หัวอยู่จึงพูดขึ้น “งั้นครูขอดูหัวเธอหน่อยซิว่าเป็อะไรมากไหม”
“มะ....ไม่เป็อะไรจริงๆค่ะ” เฟย์ยังคงยืนกรานเสียงแข็งพร้อมยกสองมือขึ้นมากันไม่ให้ตัวเค้าได้เดินเข้าไปใกล้
ด้วยความที่โจคิดว่าสาวแว่นขี้อายคนนี้คงจะกลัวว่าเค้าจะเข้าไปแตะเนื้อต้องตัวโดยไม่สมควรแต่ด้วยความที่ยังคงเป็ห่วงอยู่จึงพูดต่อ “งั้นตามครูมาที่ห้องพยาบาล”
เฟย์นั้นยังคงมึนๆงงๆอยู่แม้จะเจ็บที่หัวเล็กน้อยแต่เธอก็คิดว่ามันก็คงไม่ได้หนักหนาสาหัสขนาดที่ต้องไปที่ห้องพยาบาลจึงยืนตัวแข็งทื่ออยู่ที่เดิม
“เร็วซินักเรียนคนอื่นเค้าเข้าเรียนกันหมดแล้วนะ” โจพูดพร้อมพยักหน้าเป็เชิงเร่งเร้าคำพูดนี้ของโจทำให้เฟย์ได้รู้ซักทีว่าทำไมเค้าจึงเข้ามาปลุกเธอ
“งะ...งั้นหนูไปเรียนเลยดีกว่าค่ะ” เฟย์พูดพร้อมเก็บหนังสือเข้ากระเป๋าเตรียมจะกลับไปที่ห้องเรียน
“ไปห้องพยาบาลกับครูก่อน”โจยังคงยืนกรานพร้อมแสดงสีหน้าท่าทางด้วยความเป็ห่วง
“แต่หนูไม่ได้เป็อะไรแล้วจริงๆนะคะ” เฟย์ที่ถึงแม้ว่าจะยังเจ็บหัวอยู่แต่ก็ยังคงห่วงเื่เรียนมากกว่าจึงพูดออกไปอย่างนั้น
“ถ้าอย่างนั้นรออยู่ที่นี่ก่อนก็ได้เดี๋ยวครูไปตามครูห้องพยาบาลมาที่นี่ให้ โอเคไหม” โจพูดเสนอออกมา
และด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ของโจ จึงทำให้เฟย์ที่ไม่อยากจะทำให้มันเป็เื่ใหญ่โตถึงขนาดนั้นจึงพูดออกมา“มะ....ไม่ต้องหรอกค่ะ งั้นเดี๋ยวหนูเดินไปที่ห้องพยาบาลเองก็ได้ค่ะ”
คำพูดนี้ของเฟย์ทำให้สีหน้าของโจดูผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะพูดออกมา“ไป งั้นครูไปเป็เพื่อน”
เฟย์ที่ไม่อยากจะขัดความตั้งใจของครูหนุ่มพร้อมรู้สึกดีใจเล็กๆที่จะได้เดินเคียงข้างกับครูหนุ่มสองต่อสองจึงพยักหน้ารับ
จากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากห้องสมุดตรงไปยังห้องพยาบาล และหลังจากที่ตรวจเช็คเรียบร้อยจนรู้ว่าหัวของสาวน้อยมีแค่อาการปูดบวมเพียงเล็กน้อยครูโจก็พาสาวน้อยกลับไปยังห้องเรียน
“คราวหลังเป็อะไรบอกครูเลยนะอย่าเก็บไว้คนเดียว เข้าใจไหม” โจพูดขึ้นหลังจากที่เดินออกมาจากห้องพยาบาลได้ซักพัก
“คะ...ค่ะ” เฟย์ตอบสั้นๆ
จากนั้นพอถึงห้องเรียนโจก็เข้าไปบอกเล่าเื่ราวที่ทำให้เฟย์มาเรียนช้ากับครูประจำวิชาโดยเลือกที่จะไม่พูดถึงเื่ที่เฟย์เอาหัวมาชนคางของเค้าก่อนที่จะขอตัวลาไปในที่สุด
ในตอนนั้นสาวน้อยก็แน่ใจเต็มร้อยเลยว่า เธอหลงรักครูหนุ่มคนนี้ไม่ใช่แค่เพราะว่าหน้าตาของเค้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่มันเป็เพราะนิสัยใจคอของเค้าด้วยต่างหากหล่ะ
แต่ไม่ว่าเธอจะรู้สึกดีหรือหลงรักเค้ามากมายขนาดไหนก็ตามเฟย์ที่รู้ดีว่าโจนั้นยังคงมีสาวสวยมากมายร่ายล้อมอยู่แล้วสาวแว่นขี้อายไร้เสน่ห์อย่างเธอจะทำให้เค้าหันมาสนใจได้ยังไงกันหล่ะเฟย์จึงเลือกที่จะเก็บความรู้สึกเ่าั้ให้มันเอ่อล้นอยู่ภายในใจของเธอเพียงลำพังต่อไปจะดีกว่า