ในใจกลางเกาะแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรมากมายอาศัยอยู่บนเกาะที่อุดมไปด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบและพลังของกฎฟ้านภาลัยอย่างแ่าทั่วทั้งเกาะยังครอบคลุมด้วยบาเรียที่มีชื่อว่า'บาเรียแห่งสัตว์อสูร'ที่ถูกสร้างโดยสัตว์อสูรระดับมหาเทวะทั้งสี่ยากที่จะมีผู้บุกรุกเข้ามาซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็ที่สถานที่ต้องห้ามหนึ่งในเก้าสถานที่และมันยังถูกเรียกว่า'เกาะเทพอสูร'
ทันใดนั้นก็มีเสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้นมา
"ท่านแม่ข้ากลับมาแล้วขอรับ" เด็กน้อยอายุประมาณห้าขวบผมสีดำขลับผิวขาวผ่องหน้าตาจิ้มลิ้มสวมใส่อาภรณ์สีแดงสดกำลังวิ่งอย่างเหนื่อยหอบพร้อมกับแบกหมาป่าขนาดใหญ่เข้าไปหาสตรีผู้หนึ่งที่มีผมสีแดงเพลิงสวมอาภรณ์สีแดงสลับขาวและดวงตาของนางที่เป็สีแดงราวกับมีไฟที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งอยู่ในสายตาเธอผู้นี้คือหนึ่งในสี่'สัตว์อสูรมหาเทวะ'ร่างที่แท้จริงของนางคืออสูรนกฟีนิกซ์เพลิงซึ่งมีฉายาว่า'อสูรเพลิงมรณะ'เมื่อนางได้ยินเสียงของเด็กน้อยดังขึ้นมาแววตานั้นกลับอ่อนโยนลงมาทันที
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าหนูน้อยของข้าเ้าเก่งดีนิที่ล่าหมาป่าโลหิตมาได้" นางหันกลับไปพร้อมกับอาแขนกอดเด็กน้อยพลางลูบหัวเขาเบาๆ
นี่คือเด็กน้อยที่นางไปเจอเข้าในกลางเกาะเทพอสูรแต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือนางไม่สามารถหาสาเหตุของเด็กน้อยผู้นี้ได้ว่ามาจากที่ไหนหรือตกมาจากที่แห่งใดต่อให้นางใช่พลังลมปราณถ่ายเทเขาไปดูในความทรงจำก็ไม่สามารถตรวจสอบได้มีเพียงคำว่า'เหยียน'เท่านั้นที่นางได้รับรู้จากนั้นนางก็ได้รับเขามาดูแลและเรียกเขาว่าเหยียนแต่หากนางปล่อยไปเด็กคนนี้จะต้องตายด้วยน้ำมือของสัตว์อสูรตนอื่นอย่างแน่นอน
"ท่านแม่ท่านดูนี่สิ" เหยียนพูดพร้อมกับยิ้มจากนั้นในฝ่ามือของเด็กหนุ่มก็ปรากฏเพลิงสีแดงนวลออกมาเพลิงนี้ถึงจะดูเกรี้ยวกราดไปบ้างแต่กลับเชื่องอย่างน่าประหลาดเมื่อในมือของเด็กหนุ่ม
เมื่อหลินเห็นเพลิงในมือนั้นก็ฉายแววตกตะลึงเล็กน้อย "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่คิดว่าวิชาเพลิงนิรันดร์ที่ข้าให้เ้าฝึกฝนจะสำเร็จขั้นที่หนึ่งแล้วแสดงว่าลมปราณของเ้าคงจะอยู่ในเขตแดนเริ่มต้นขั้นที่สามแล้วสิน่ะ"
"เพราะว่าข้ามีท่านแม่ที่ข้ารักที่สุดค่อยสอนข้าอยู่นี่น่า" เหยียนยิ้มจนตาหยี
"จ้า จ้ะ พ่อหนุ่มปากหวาน"หลินพูดพลางขยี้ผมของเด็กน้อย
"ไปกันเถอะเดียวข้าจะทำอาหารให้เ้าได้กิน"
"เย้~~~~~~~~ข้าชอบอาหารฝีมือท่านแม่ที่สุดเลย" ได้ยินดังนั้นเหยียนก็ดีใจะโโลนเต้นอย่างที่สุดเพราะเหยียนชอบอาหารที่หลินทำที่สุดถึงหลินจะไม่ค่อยทำให้เขากินมากนักส่วนมากจะให้เหยียนเป็คนทำเองแต่เมื่อใดที่หลินจะทำกับข้าวให้กินเหยียนก็รู้สึกดีใจจนบ้าคลั่งไปเลยที่เดียว
หลังจากทั้งสองทานอาหารเสร็จแล้วหลินก็พาเหยียนมาที่หุบเขาสูงหกร้อยเมตรทำให้เหยียนรู้สึกแปลกใจว่าทำไมแม่ของเขาถึงพามาที่แห่งนี้
"ท่านแม่ขอรับท่านพาข้ามาที่แห่งนี้ทำไม" เหยียนถามด้วยสีหน้างงๆ
"เ้าลองมองดูของล่างสิ" หลินตอบแล้วพลางก้มลงมองใต้หุบเขาเมื่อเหยียนได้ยินดั้งนั้นก็ใทันทีแล้วก้มลงมองดูข้างล่างของหุบเขาหุบเขานี้เป็เหมือนหลุมดำไร้ที่สิ้นสุดมันมืดม่นไม่เห็นแม้แต่พื้นด้านล่างแล้วมันยังส่งไอร้อนขึ้นมาเป็ระยะๆ
"นี่ท่านแม่ท่านให้ข้ามาดูอะไรหรอมันมองไม่เห็นอะไรเลยน่ะขอรับ" เหยียนพูดด้วยความงงงัน
"ที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า'หุบเขาเพลิงฟ้า'เป็หุบเขาที่ข้าสร้างมันขึ้นมาเองหุบเขาแห่งนี้มีอสูรมายาเพลิงที่ข้าสร้างเอามากมายหลายพันตัวหรืออาจจะหลายหมื่นตัวเลยที่เดียวแล้วก็ยังมีเพลิงที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งอยู่ด้านล่างนั้น" หลินอธิบายอย่างเรียบง่ายเมื่อเหยียนได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึงงันไปเลยที่เดียวแล้วแอบคิดในใจว่า
"ท่านแม่คงไม่ให้ข้าลงไปเพื่อสู้กับสัตว์อสูรเพลิงมากมายเ่าั้หรอกน่ะ"ทันที่ทีเหยียนคิดอยู่นั้นหลินก็เมื่อก็อ่านใจของเหยียนได้ทันทีแล้วพูดขึ้นว่า "ข้าจะให้เ้าลงไปข้างล่างนั้นเพื่อฝึกฝนร่างกายของเ้าให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยการต่อสู้และตอนนี้วิชา'เพลิงนิรันดร์'ของเ้ายังต่ำเตี่ยเลี่ยดินมากยิ่งนักเพราะฉนั้นข้าจะให้เ้าลงไปฝึกฝนวิชาพร้อมฝึกฝนร่างกายไปด้วยกัน"
เมื่อได้ยินดั้งนั้นทำให้เหยียนถึงกับพูดไม่ออกเลยที่เดียว"เอาล่ะข้าจะไม่อธิบายให้ฟังแล้วล่ะ" เมื่อหลินพูดจบหลินได้ใช้มือผลักเหยียนลงไปในหุบเขาเพลิงฟ้าทันที"จำเอาใว้เหยียนวิชา'เพลิงนิรันดร์'ไม่ได้มีเอาใว้ใช่โจมตีเพียงอย่างเดียวแต่มันสามารถพลิกแพลงได้หลากหลายรูปแบบเมื่อเ้าลงไปยังข้างล่างหุบเขานี้แล้วเ้าจะค้นพบมันด้วยตัวเอง"
"อ้อ....แล้วก็เมื่อเ้าขึ้นมาแล้วข้าจะทำอาหารให้เ้ากินหนึ่งเดือน" นี้คือคำพูดที่เหยียนได้ยินดังก้องในโสตประสาทของเขาถ้าเป็ยามปกติล่ะก็ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะดีใจแค่ไหนแต่ว่าตอนนี้"นี้!!!!!!ท่านแม่ทำไมท่านไม่ให้ข้าได้เตรียมตัวเลยล่ะขอรับ" เหยียนะโพูดโดยที่ตัวล่วงลงไปข้างลงหุบเขาด้วยความเร็วอย่างยิ่ง"ให้ตายเถอะท่านแม่นี้ทำไมใจร้ายกับข้าเช่นนี้ถ้าข้าตกลงไปคงจะตายแน่นอนข้าไม่ได้ฝึกฝนวิชาอื่นนอกจากวิชา'เพลิงนิรันดร์'แล้วข้าจะทำยังดีล่ะเนี่ย" เหยียนสบถออกมาอย่างช่วยไม่ได้
"นี่เพลิงมรณะเ้าทำแบบนี้ไม่หนักไปหน่อยหรอเขาอายุเพียงห้าขวบเองน่ะ" จู่ๆมีเสียงดังมาจากท้องฟ้า ครืด! ปัง! ปัง! ทันใดนั้นเองก้อนเมฆก็ขยายตัวออกบนท้องฟ้าเริ่มบิดเบี้ยวมีสายฟ้าฟาดลงมาเป็ครั้งคราวให้ได้ยินดังสนั่น!!
"พี่หญิงเฟ่ยย่าเวลาท่านมาช่วยไม่ให้มีสายฟ้าหน่อยไม่รึไงข้าี้เีเก็บกวาดน่ะเ้าค่ะ" เมื่อหลินได้ยินเสียงสายฟ้าดังสนั่นก็เงยหน้าขึ้นไปมอง มีกิเลนขนาดมหึมากำลังเหยียบย่างอากาศลงมาอย่างช้าๆมันมีเขาที่บนหัวและตัวสีฟ้าครามม่วงมีดวงตาสีฟ้านวลๆราวกับน้ำทะเลที่สงบนิ่งพร้อมกับอักขระโบราณทั่วร่างกายราวกับสัตว์เทพโบราณยุคดึกดำบรรพ์อย่างไรอย่างนั้นแต่ที่เป็จุดเด่นที่สุดคือกิเลนตัวนี้มันมีปีกขนาดใหญ่กว่าตัวเองถึงสองเท่าปีกคู่นี้สามารถบดบังพระอาทิตย์ได้เลยที่เดียวจากนั้นกินเลนตัวนี้ก็ค่อยๆกลายร่างเป็มนุษย์ที่สวมใส่อาภรณ์สีฟ้าครามตลอดตัวมีเส้นผมสีดำที่แวววาวและมีสีฟ้าแทรกอยู่นิดๆทำให้ดูน่าหลงใหลราวกลับนางฟ้าลงมาจุติบนโลกมนุษย์นี่คือหนึ่งในสี่'สัตว์อสูรมหาเทวะ'ฉายาของนางคือ'อสูรกิเลนสายฟ้า'
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า โทษทีๆ" เฟ่ยย่าพูดพลางหัวเราะเบาๆ "แต่ว่าเ้าไม่ควรให้เหยียนลงข้างไปล่างนั้น" เฟ่ยย่าพูดอย่างโกรธเคื่องเล็กน้อย
"พี่เฟ่ยย่าพี่รู้รึป่าวว่าเหยียนฝึกฝนวิชา'เพลิงนิรันดร์'ของข้าสำเร็จขั้นที่หนึ่งแล้วแถมพลังลมปราณยังอยู่ในเขตแดนเริ่มต้นขั้นสาม" หลินพูดอย่างภาคภูมิใจ เมื่อเฟ่ยย่าได้ยินดังนั้นก็ใขึ้นมา "ห้ะ!!!!เ้าไม่ได้โกหกข้าใช่ไหมเด็กอายุห้าขวบเนี่ยน่ะจะฝึกฝนวิชาของเ้าสำเร็จขั้นที่หนึ่งแถมยังอยู่ในเขตแดนเริ่มต้นขั้นสาม"
"ข้าจะโกหกท่านทำไมล่ะ" หลินตอบกลับ "นั้นคือเหตุผลที่ข้าให้เขาลงไปข้างล่างนั้นถ้าข้าไม่ให้เขาฝึกฝนอย่างหนักหน่วงั้แ่ตอนนี้มีหวังได้กลายเป็ต้นกล้าที่เหี่ยวเฉาอย่างแน่นอน" หลินพูดพลางมองลงไปข้างล่างหุบเขา
"เห้อเอาเถอะๆแต่ยังไงเ้าก็ควรดูเขาใว้ให้ตลอดล่ะเพราะข้างล่างนั้นอันตรายอย่างมากถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเหยียนเ้าสามารถมาหาข้าได้ทุกเมื่อ" เฟ่ยย่าพูดพลางสายหัวอย่างช้าๆ
"เมื่อเวลานั้นมาถึงข้าจะไปหาท่านแน่นอนเ้าค่ะ" หลินตอบกลับพร้อมคำนับเฟยย่า
ข้างล่างหุบเขา ตอนนี้เหยียนได้ร่วงลงมายังก้นหุบเขาที่มีเปลวไฟสีแดงเพลิงอยู่รอบๆตัวแม้ว่าเหยียนจะตกลงมาจากที่สูงขนาดนั้นแต่เขากลับไม่ได้รับาเ็แม้แต่นิดเดียวราวกับร่วงลงใส่ก้อนเมฆที่นุ่มมันทำให้เหยียนรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
"ทำไมข้าไม่เป็อะไรเลยล่ะตกลงมาจากที่สูงขนาดนั้น" เหยียนฉายแววตาตกตะลึง ฟู่!!!!! โฮกกกกกก!!!!!!! จู่ๆก็มีสัตว์อสูรตัวสีดำทมิฬที่มีรูปร่างเป็เสือร่างกายของมันถูกปกคลุมไปด้วยเปลวไฟสีฟ้ากำลังคำรามอย่างบ้าคลั่งเมื่อได้ยินดังนั้นทำให้เหยียนถึงกับสดุ้งโย่งกันเลยที่เดียว เหยียนอุทานขึ้นมาทันที "นั้นมันตัวบ้าอะไร"
เมื่อเหยียนพูดจบอสูรทมิฬกลับพุ่งเข้ามาตรงหน้าเหยียนราวกับผีก็มิปานแล้วมันใช้อุ้งเท้าสีดำขลับตะปบใส่ร่างกายเหยียนทันที ปัง! ร่างกายของเหยียนกระเด็นออกไปแล้วกระอักเืออกมาคำหนึ่งแต่โชคดีที่เหยียนมีร่างกายที่แข็งแกร่งอยู่บ้างเล็กน้อยแต่มันก็ส่งผลให้เขาเกือบจะาเ็สาหัสกันเลยที่เดียว
"อั้ก!ทำไมเ้านั้นถึงเร็วขนาดนี้ไม่ทันได้ตั้งตัวเลย" เหยียนพูดขณะที่เช็ดเืที่มุมปาก "ตอนนี้มีสิ่งเดียวที่ข้าทำได้คือดัดแปลงวิชา'เพลิงนิรันดร์" ขณะนี้เหยียนรู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวขึ้นเล็กน้อยแม้เหยียนจะกล้าสู้แต่ถ้าให้เขาประจันหน้าโดยไม่มีแผนอะไรก็เหมือนกับการเดินเข้าไปหาประตูแห่งความตายดังนั้นสิ่งที่เหยียนคิดได้ตอนนี้คือจะดัดแปลงวิชายังไงให้ตัวเองได้ใช่ในการรับมือและโจมตีสัตว์อสูรตัวนี้ไปได้
ปัง! ปัง! ปัง! เป็อีกครั้งที่เหยียนไม่ทัน ได้ตั้งตัวสัตว์อสูรทมิฬก็จู่โจมขึ้นมาทันทีทำให้เหยียนต้องใช้แขนขึ้นมาเป็กากะบาทเพื่อป้องกันการโจมตีแม้จะป้องกันการโจมตีไปได้บ้างแต่มันก็ทำให้เหยียนได้รับาเ็อยู่ดีแต่ขณะเดียวกันนั้นเอง "ทำไมมันถึงหยุดโจมตีข้าแล้วล่ะ" เหยียนพูดพลางมองขึ้นไป้า
"ซวยแล้วไง!!!"
เปลิวเพลิงขนาดเท่ากำปั้นสิบลูกปรากฏขึ้น้าของอสูรทมิฬมันกำลังจะพุ่งเข้ามาหาเหยียนนั้นทำให้เขาถึงกับตัวสั้นทันทีถ้าโดนลูกไฟนั้นเข้าไปมีหวังได้เข้าประตูแห่งความตายแน่นอน
"จะทำยังไงดีล่ะทีนี่ไม่มีทางให้ข้าหนีไปด้วยสิ" เหยียนรู้สึกกังวลเป็อย่างมาก
จากนั้นเขาก็นึกถึงคำพูดของแม่เขาที่ได้บอกว่าวิชา'เพลิงนิรันดร์'ไม่ได้มีใว้ใช้โจมตีเพียงอย่าเดียวมันสามารถทำอะไรได้หลายอย่างแม้เหยียนจะจำคำพูดนี้ได้แต่ที่ผ่านๆมาเขาใช่เพลิงในการโจมตีมาโดยตลอดตอนนี้ถ้าคิดจะใช้เพลิงของตัวเองโจมตีใส่เพลิงของอสูรทมิฬเพื่อหักล้างกันคงจะเป็ไปไม่ได้แน่นอน
"ถ้าข้าใช้โจมตีไม่ได้งั้นข้าจะใช้มันมาป้องกันก็ได้นิ" นี่คือสิ่งที่เหยียนคิดได้ในตอนนี้
นอกจากเพลิงที่เหยียนใว้ใช้โจมตีเพียงอย่างเดียวแล้วเขาไม่เคยใช่มันป้องกันเลยเพราะคิดว่ามันมีใว้โจมตีใส่ศัตรูเท่านั้นจากนั้นเหยียนก็ได้เรียกเพลิงสีแดงออกมาจากฝ่ามือ
"ข้าต้องใช้เพลิงนี้มาป้องกันตัวข้าให้ได้" เหยียนพึมพั่มอย่างเบาๆ
จากนั้นเปลวเพลิงบนฝ่ามือของเหยียนเริ่มทำการห่อหุ้มไปที่ร่างกายทันทีขณะเดียวกันเพลิงก็เริ่มเผาไหม้ร่างกายอย่างรุนแรงทำให้เหยียนถึงกับร้องออกมา
"อ๊ากกก!!ทำไมเพลิงมันถึงได้เผาไหม้ข้าล่ะมันไม่น่าจะไม่ทำร้ายข้าได้นี่น่า" เหยียนร้องดังลั่นขณะที่เพลิงกำลังเผาไหม้ร่างกายรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
เวลานั้นเองในร่างของเหยียนก็มีดอกบัวเก้ากลีบมีแสงกระพริบอยู่ลางๆเหมือนมันกำลังทำให้เพลิงที่กำลังเผาไหม้ร่างอยู่ค่อยๆสงบลงอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อจู่ๆเพลิงที่เผาไหม้ร่างกายอยู่สงบลงอย่างน่าประหลาดทำให้เหยียนถึงกับงงงันเพราะแม้แต่ตัวเหยียนเองก็ยังไม่รู้มันสงบลงได้ยังไงทั้งทีมันกำลังเผาไหม้ร่างกายเขาแทบจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ
"เอ้ะทำไมมันถึงหยุดแล้วล่ะแต่ชั่งมันเถอะตอนนี้ไม่มีเวลาให้คิดแล้ว" เมื่อเพลิงห่อหุ้มร่างกายโดยสมบูรณ์แล้วลูกไฟขนาดเท่ากำปั้นก็พุ่งเข้าหาทันที
ตูม!!!!!!
ลูกไฟสิบลูกปะทะเข้ากับเหยียนอย่างจังทำให้เกิดเสียงดั้งสนั่นไปทั่วมีฝุ่นตลบอบอวลมากมายเมื่อฝุ่นค่อยๆจางหายไปบริเวณร่างกายของเหยียยกลับไม่มีรอยไหม้จากลูกไฟแม้สักนิดเดียว
"วิชา'เพลิงนิรันดร์สามารถเปลี่ยนแปลงเป็การป้องกันได้จริงๆ" แม้แต่ตัวเหยียนเองยังตกตะลึงกับมัน
"งั้นกระบวนท่านี้ข้าขอเรียกมันว่า'เกาะเพลิงนิรันดร์"