ขณะนี้ วินเทอร์ได้เดินมาถึงหน้าประตู เขาหยุดลงแล้วเงยหน้ามองดูท้องฟ้าที่มืดมัว และสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง หลังจากผ่านไปได้ชั่วครู่ เขาก็เอื้อมมือไปผลักประตูเพื่อที่จะเดินออกไปข้างนอก
นาทีนี้ ลูกน้องของคุณฟู่ที่อยู่ด้านนอกเหมือนถูกผีเข้าสิง รีบพากันวิ่งไปยืนอยู่ข้างกายวินเทอร์โดยไม่รู้ตัว และจัดการหยิบเอาร่มขึ้นมากางเพื่อบังสายฝนที่ตกหล่นมา เรียกได้ว่าพอดิบพอดีกับตอนที่วินเทอร์ก้าวข้ามผ่านประตูพอดี ดูเป็ธรรมชาติเหมือนว่าเป็เื่ปกติ
วินเทอร์ที่อยู่ใต้ร่มที่ลูกน้องคุณฟู่ถือไว้ให้ เขามองดูเหล่าชายฉกรรจ์ใส่สูทสีดำเต็มยศ ยืนกางร่มเป็แถวดูเป็ระเบียบท่ามกลางสายฝน ก่อนสายตาของเขาจะเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาในหมู่ชายฉกรรจ์ เด็กหนุ่มคนนี้มีรอยบากตรงตาข้างซ้าย รูปร่างที่สูงโปร่ง ส่วนสูงอาจมากกว่าหนึ่งร้อยเก้าสิบเิเ
เมื่อเห็นดังนั้น วินเทอร์จึงเดินเข้าไปหา พร้อมมีลูกน้องของคุณฟู่คอยเดินตามประกบคุ้มครอง
"นายชื่ออะไร?" วินเทอร์ถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความขี้เล่น
"ผมชื่อเมฆาครับ คุณชาย!" ชายหนุ่มที่ชื่อว่าเมฆา ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
วินเทอร์ยื่นขวามือไปตบไหล่ของเมฆาเบาๆ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบปืนที่เก็บอยู่ในซองปืนที่ซ่อนอยู่ในเสื้อสูทของเมฆาออกมา จากนั้นก็ใช้นิ้วควงสลับ หันด้ามปืนไปให้กับเมฆา ก่อนที่จะพูดขึ้นมาอย่างเฉยเมยว่า "จากนี้ไป นายคือดาบของฉัน!"
"ครับ!" เมฆายกมือขึ้นจับด้ามปืนด้วยความหนักแน่น พร้อมตอบกลับไปด้วยความเคารพ จากนั้นก็ไปยืนอยู่ด้านขวามือของวินเทอร์ เหมือนกับว่าที่ตรงนี้คือที่ที่เขาควรจะอยู่
แม้ว่าทุกคนจะรู้สึกแปลกใจ แต่เหมือนกับว่าทั้งหมดนี้เป็ไปโดยธรรมชาติ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่สมเหตุสมผลอะไรอย่างนั้น เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเหนือความคาดคิดแม้แต่น้อย
ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่ไม่้าเหตุผล เหมือนกับว่าการที่มีคนคอยถือร่มบังฝนให้ มีลูกน้องคอยเดินตามปกป้อง และมีเมฆาที่ยืนอยู่ข้างๆ ทุกอย่างที่ดูไม่สมเหตุสมผลล้วนแล้วแต่กลับกลายเป็เื่ที่สมเหตุสมผล ไม่จำเป็ต้องมีเหตุผล และไม่เหนือความคาดคิดเลย
ภายใต้บรรยากาศที่เป็ธรรมชาติเช่นนี้ ภายใต้บรรยากาศที่ดูสมเหตุสมผลเช่นนี้ แม้แต่คุณฟู่ที่เฝ้ามองอยู่เองพลันรู้สึกว่าทุกอย่างเป็ไปตามเงื่อนไข ทุกอย่างเป็ไปตามธรรมชาติ ไม่ได้รู้สึกมีอะไรเหนือความคาดคิดแม้แต่น้อย
ขบวนรถ Bentley continental ที่มีรถ Rolls-Royce phantom อยู่ตรงกลางค่อยๆแล่นเข้ามาจอดอยู่ตรงหน้าของวินเทอร์ ลูกน้องข้างกายเขารีบวิ่งไปเปิดประตูรถ Rolls-Royce phantom ด้วยความเคารพ
วินเทอร์ค่อยๆก้าวเดินขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังกับคุณฟู่ ส่วนเบาะด้านหน้าคือเมฆาและคนขับรถก็คือเทียนลูกน้องคนสนิทของคุณฟู่
ขบวนรถ ค่อยๆเคลื่อนไปบนท้องถนนยามวิกาล ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด บรรยากาศในรถมีแต่ความเงียบชวนตึงเครียดไม่น้อย
"อาวิน ลื้อจะเรียนต่อมัธยมปลายไหม? หรือจะมาเข้าวงการนี้เต็มตัว" คุณฟู่ได้เริ่มบทสนทนาขึ้น เพื่อทำลายความเงียบ
วินเทอร์หลับตานึกย้อนไปเมื่อชาติที่แล้ว เขาไม่ได้เรียนต่อมัธยมปลาย เพราะเขา้าทราบความจริงและแก้แค้นคนที่ฆ่าพ่อแม่เขา ทำให้เขาเลือกที่จะเข้าสู่โลกใต้ดินเต็มตัว ทำให้พลาดชีวิตของเด็กมัธยมปลายและเด็กมหาลัยไป
ในเมื่อเขาได้ย้อนเวลากลับแล้ว การจะกลับไปอยู่ตำแหน่งเดิม มือมืดผู้บงการก็ไม่ได้ยากอีกต่อไป แถมยังง่ายกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะเขามีทั้งประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ และยังล่วงรู้เหตุการณ์สำคัญต่างๆในอนาคต มันจึงทำให้เขาเลือกที่จะไปใช้ชีวิตวัยรุ่นดีกว่า
"ผมจะเรียนต่อมัธยมปลายครับ และผมจะเข้าวงการนี้ด้วย" วินเทอร์พูดขึ้น และยิ้มที่มุมปาก
"ลื้อจะไหวเหรอ?" คุณฟู่ยังคงกังวลอยู่นิดๆ
วินเทอร์ลูกรักของเขา เป็เพียงแค่เด็กอายุสิบห้าปีเท่านั้น ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะแสดงบางสิ่งให้เห็นแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย ที่ต้องให้เขามาคุมคนเป็ร้อยเป็พัน ไหนจะต้องดูแลธุรกิจต่างๆอีก ยังต้องใช้ทักษะ การเจรจา พลังอำนาจ และบารมี
แม้ว่าทั้งภาคตะวันออกกลุ่มหงเหมินของคุณฟู่จะควบคุมเอาไว้ได้ทั้งหมดแล้ว แต่ใช่ว่าในประเทศนี้จะมีพวกเขาแก๊งเดียว ยังมีกลุ่มมีแก๊งอื่นที่จากภูมิภาคอื่นๆอีก และก็กลุ่มที่ซ่อนตัวซุ่มเก็บตัว เพื่อรอวันที่พร้อมปะทะและคอยแย่งชิงผลประโยชน์อีก
ไหนจะทางรัฐบาลที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ และยังมีกลุ่มสายลับจากต่างประเทศที่แฝงตัวเข้ามาอีก เรียกได้ว่ามันหนักหนาสาหัสเกินไปสำหรับการให้เด็กอายุสิบห้าปี มาควบคุมดูแลอะไรแบบนี้
วินเทอร์ตอบกลับไปอย่างสบายๆ "คอยดูได้เลยเตี่ย!"
ขบวนรถของพวกเขาได้มาจอดที่หน้าตึกบริษัทแห่งหนึ่ง ภายในตัวตึกเต็มไปด้วยลูกน้องของคุณฟู่ที่ถืออาวุธปืน ยืนเฝ้าระวังอยู่เต็มไปหมด
และจะเห็นว่ามีกลุ่มคนมากกว่าสิบคนที่ถูกปิดปาก และมัดมือมัดเท้าด้วยเทปกาวกระจุกรวมกันตรงห้องโถงแผนกต้อนรับ โดยมีชายใส่สูทถืออาวุธปืนยืนเฝ้าเอาไว้ ดูเหมือนว่ากลุ่มคนที่ถูกจับอยู่นั้นพวกเขาจะเป็พนักงานที่ทำ OT ของบริษัทแห่งนี้
ด้วยอำนาจและเส้นสายของกลุ่มหงเหมิน ย่อมไม่มีตำรวจหรือใครที่ไหนมาช่วยพวกเขา จึงทำได้เพียงแค่รอการปล่อยตัวออกไปเท่านั้น และถ้าเกิดเอาเื่ที่เกิดขึ้นไปแพร่งพราย ก็อาจจะถูกสั่งเก็บโดยไม่รู้ตัว
วินเทอร์เปิดประตูเพื่อที่้าลงจากรถ เหล่าลูกน้อยรีบวิ่งเข้ามากางร่มเพื่อบังฝนให้วินเทอร์อย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็มีลูกน้องคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า "พวกมันถูกขังอยู่ที่ชั้นบนสุดครับ"
วินเทอร์พยักหน้า พร้อมเดินเข้าตัวตึก โดยมีกลุ่มลูกน้องคอยประกบติดและนำทางให้กับเขาไปยังลิฟต์ เพื่อที่จะขึ้นไปชั้นบนสุด
ลิฟต์ค่อยๆขึ้นไปอย่างช้าๆ จนหยุดที่ชั้นบนสุดของตึก ประตูของลิฟต์ถูกเปิดออก และจะเห็นว่าหน้าลิฟต์จะมีคนยืนเฝ้าคุ้มกันอย่างแ่า ยาวไปจนถึงประตูห้องสำนักงานแห่งหนึ่งบนชั้นบนสุด
เมื่อลูกน้องเห็นวินเทอร์กับคุณฟู่กำลังเดินมา พวกเขาก็โค้งตัวเพื่อทำความเคารพพร้อมกับเปิดประตูห้อง ภายในห้องมีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่กำลังยืนล้อมกลุ่มคนที่กำลังถูกปิดปากและมัดเอาไว้ เป็เพศชายสามคน และเพศหญิงสองคน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็ครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่ง สภาพของชายทั้งสามคนถูกอัดเละสะบักสะบอม จนสภาพดูไม่ได้เลย
วินเทอร์ได้เดินผ่านพวกเขาไปอย่างไม่แยแส พร้อมนั่งลงบนเก้าอี้ที่เป็ตำแหน่งของประธานบริษัทโดยมีเมฆาที่ยืนอยู่ข้างขวาตามติดเหมือนเป็เงาของเขา การที่วินเทอร์นั่งลงตรงตำแหน่งนี้ ดูเหมือนว่าจะเป็เื่ปกติ และไม่มีใครกล้าคัดค้าน เหมือนกับว่าตำแหน่งประธานหรือผู้นำคือสิ่งที่คู่ควรกับเขาั้แ่แรกแล้ว