อัจฉริยะ
“ผู้าุโเก้อ” ทันทีที่เข้ามาภายในหอคัมภีร์ กู้เฉินคารวะทักทายเก้อถูเล็กน้อย ในมือของเขาถือคัมภีร์สองเล่ม
เล่มหนึ่งคือวิชากาลเวลา ส่วนอีกเล่มคือทักษะเก้าดารา นี่ก็ครบหนึ่งปีแล้ว ถึงกำหนดที่เขาจะคืนคัมภีร์ทั้งสองเล่มนี้ให้กับสำนักกระบี่ดารา
แต่แม้ว่าเขาจะคืนไป ก็ไม่มีผลอะไรกับเขามากนัก เพราะเขาจดจำเนื้อหาได้ทั้งหมดแล้ว
เก้อถูฟื้นฟูความใของเขาให้กลับมาเป็ปกติ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อสงบสติอารมณ์ความตื่นเต้นของตัวเองลง เขามองกู้เฉินด้วยสายตาเป็ประกาย
“เ้าเรียกว่าอะไร?” เก้อถูถามในทันที อัจฉริยะเช่นนี้ เขาต้องทำความรู้จักไว้ อนาคตของอีกฝ่ายย่อมไร้ขีดจำกัด เหนือกว่าตัวเขาหลายเท่า ที่แม้ว่าจะอายุสองร้อยกว่าปีแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถก้าวเข้าไปสู่ระดับปราณนภาได้
“ศิษย์แซ่กู้ มีชื่อตัวเดียวว่าเฉิน” กู้เฉินตอบอย่างนอบน้อม เขาไม่มีความหยิ่งผยองใดๆ ทั้งสิ้น
ก่อนตาย เขามาจากโลกปัจจุบัน ที่ผู้เยาว์เคารพผู้าุโกว่า เมื่อพบเจอผู้าุโกว่าที่ไม่ได้มีจิตคิดร้ายกับตน เขาย่อมให้การเคารพเป็ธรรมดา
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าอีกฝ่ายเป็ผู้าุโสำนักกระบี่ดาราที่เขาเข้าเป็ศิษย์อยู่
“กู้เฉิน ชื่อที่ดี ดูจากในมือของเ้า เ้าคงจะมาคืนคัมภีร์ใช่หรือไม่?” เก้อถูลูบเคราพลางพูดอย่างแย้มยิ้ม
“ขอรับ” กู้เฉินตอบรีบวางคัมภีร์สองเล่มที่บนเคาน์เตอร์ไม้
“นอกจากนี้ ข้ายังคิดที่จะมาขอยืมคัมภีร์”
“เข้าไปดูเถอะ อยากได้เล่มไหนก็เลือกเอา เดี๋ยวข้าจัดการให้” เก้อถูพูดอย่างใจกว้าง
“ขอบคุณท่านผู้าุโเก้อ” กู้เฉินขอบคุณเก้อถู ก่อนที่จะเดินเข้าไปดู
มองตามหลังกู้เฉินไปเล็กน้อย จากนั้นเก้อถูก็ก้มหน้าลงมองดูคัมภีร์ที่กู้เฉินเอามาคืน พบว่ามันเป็วิชากาลเวลากับทักษะเก้าดารา เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มขื่นๆ พลันผุดขึ้นมา
คัมภีร์สองเล่มนี้ครั้งหนึ่งเขาก็เคยลองฝึก แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ได้แต่ล้มเลิกไป เขาคาดว่ากู้เฉินเองก็คงจะฝึกไม่สำเร็จเช่นเดียวกัน ถึงได้เอามันมาคืน
ถึงเดิมทีมันจะอยู่ที่หอคัมภีร์ของศิษย์นอกก็ตาม แต่เอาคืนที่นี้ก็ได้เหมือนกัน พรุ่งนี้ เขาค่อยให้คนนำกลับไปไว้ที่หอคัมภีร์นอกอย่างที่มันเคยอยู่
เก้อถูเก็บคัมภีร์สองเล่มนี้ลงไป จากนั้นหยิบบันทึกเล่มใหญ่ออกมาค้นหาดูชื่อของกู้เฉิน
เขาค้นพบมันอย่างรวดเร็ว เพราะชื่อของกู้เฉินอยู่ที่แถวสุดท้ายของคนที่ได้เข้าเป็ศิษย์ในพอดี
“เหลือเชื่อ!” เก้อถูอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา เมื่อได้อ่านดูข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ของกู้เฉิน
“กู้เฉิน อายุสิบแปดปี เข้าสำนักด้วยพื้นฐานฝึกตนระดับฝึกปราณขั้นต้นเมื่อหนึ่งปีก่อน สี่เดือนต่อมา ทะลวงเข้าสู่ระดับก่อตั้งปราณ เข้าเป็ศิษย์ใน!” เก้อถูพลันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตื่นเต้น
“นี่เท่ากับว่าใช้เวลาไปแปดเดือนจากระดับก่อตั้งปราณขั้นต้น มาถึงระดับปราณปฐีขั้นต้น! อัจฉริยะ! นี่เป็อัจฉริยะอย่างแน่นอน!”
หัวใจภายในร่างกายของเก้อถูเต้นแรง ไม่รู้ว่ากี่ปีแล้วที่เขาไม่ได้ตื่นเต้นแบบนี้
“ตอนนี้กู้เฉินอายุสิบเก้าแล้ว แต่ด้วยความเร็วการฝึกตนระดับนี้ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะสามารถไปถึงระดับปราณนภาได้ก่อนอายุสามสิบปี!”
ยิ่งคิด เก้อถูก็ยิ่งตื่นเต้น เหมือนเขาจะมองเห็นภาพได้ลางๆ ว่ากู้เฉินจะกลายเป็เสาหลักของสำนักกระบี่ดารา และนำพาสำนักกระบี่ดาราไปสู่ความรุ่งโรจน์!
“ไม่ได้การ ข้าต้องรีบแจ้งเื่นี้กับรองเ้าสำนักอู๋!” เก้อถูระงับความตื่นเต้นลง รีบหยิบป้ายหยกของตัวเองขึ้นมา
ป้ายหยกของผู้าุโทุกคนภายในสำนักกระบี่ดารา ล้วนมีคุณสมบัติพิเศษ ซึ่งสามารถใช้ติดต่อสื่อสารกันได้ ไม่ว่าระยะไกลมากเท่าไหร่ก็ตาม
จะบอกว่ามันคล้ายกับโทรศัพท์ในยุคปัจจุบันก็ไม่ผิดนัก
หลังจากหยิบป้ายหยกของตัวเองขึ้นมา เก้อถูก็ส่งพลังปราณเข้าไป เมื่อป้ายหยกเรืองแสงขึ้นเล็กน้อย เขาก็รีบติดต่อไปหารองเ้าสำนักอู๋ในทันที
“เถ้อถู มีเื่ราวใด เหตุใดถึงติดต่อข้าเวลานี้?”
เสียงของรองเ้าสำนักอู๋ดังผ่านป้ายหยกมา รองเ้าสำนักอู๋ มีชื่อเต็มว่าอู๋กังไห่ ในสำนักกระบี่ดารา สถานะของเขาเป็รองเพียงเ้าสำนักเท่านั้น
ด้านความแข็งแกร่งไม่จำเป็ที่จะต้องพูดถึง ความแข็งแกร่งของเขาติดหนึ่งในยี่สิบคนที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรัซ่อนแห่งนี้อย่างแน่นอน!
ด้วยระดับพื้นฐานฝึกตนระดับจักรพรรดิขั้นกลาง มีน้อยคนมากที่กล้าหาเื่เขา!
“รองเ้าสำนักอู๋ ข่าวดี อัจฉริยะปรากฏตัวแล้ว!” เก้อถูพูด น้ำเสียงแน่นอนว่าตื่นเต้นและตื่นเต้น ไม่รู้ว่าวันนี้ เขาตื่นเต้นกี่ครั้งแล้ว
“หืม? อัจฉริยะอะไร?” อู๋กังไห่สงสัย
เก้อถูรีบตอบ “อัจฉริยะคนใหม่ของสำนักกระบี่ดารา กู้เฉินอายุสิบเก้าปี สี่เดือนจากระดับฝึกปราณขั้นต้น ทะลวงระดับก่อตั้งปราณ แปดเดือนต่อมา จากระดับก่อตั้งปราณขั้นต้น ทะลวงระดับปราณปฐี!”
“ว่ากระไร?!”
หลังจากที่ได้รับฟังถ้อยคำพูดของเถ้อถู น้ำเสียงแห่งความใก็ดังผ่านป้ายหยกมา ไม่จำเป็ที่จะต้องบอกก็น่าจะรู้ว่าอู๋กังไห่นั้นใมากแค่ไหน
“เื่ที่เ้าพูดเป็ความจริง?”
“ย่อมเป็ความจริง ข้าไหนเลยกล้าโป้ปดต่อท่าน” เก้อถูพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเท่าที่จะจริงจังได้
“ดี! ดี! ดี!” อู๋กังไห่ดูเหมือนว่าจะมีความสุขมาก เขาถึงกับพูดคำว่า ‘ดี’ ออกมาถึงสามครั้งติดต่อกัน
“ตอนนี้อัจฉริยะคนนี้อยู่ที่ไหน ข้าจะรีบไปในทันที”
“หอคัมภีร์ศิษย์ใน”
“ตกลง ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้!”
หลังพูดถ้อยคำนี้จบ แสงบนป้ายหยกก็หายไป เป็ที่ชัดเจนว่าการติดต่อถูกตัดไปแล้ว
เก้อถูเก็บป้ายหยกลง เฝ้ารอการมาถึงของอู๋กังไห่
ด้านกู้เฉิน เขากำลังเดินดูคัมภีร์จำนวนมากภายในหอคัมภีร์ เขาตั้งใจที่จะเดินดูด้วยตัวเองก่อน หากว่าไม่พบคัมภีร์วิชาหรือทักษะดีๆ เขาค่อยทำการแลกเปลี่ยนกับระบบ เพื่อให้ระบบหาให้ก็ยังไม่สาย
หลังจากเดินดูอยู่สักพัก กู้เฉินก็ไม่พบคัมภีร์วิชาหรือทักษะดีๆ เลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้มันยังมีมากเกินไป เกรงว่าต่อให้เขาใช้เวลาทั้งวันก็คงจะดูได้ไม่หมด
‘ระบบ ขอเหมือนเดิม’ กู้เฉินเริ่มพูดในใจกับระบบ
[จ๊าดไปโฮสต์! ก็อยากจะพูดแบบนี้อยู่นะโฮสต์ แต่ตอนนี้โฮสต์ไม่มีอะไรแลกเปลี่ยนได้เลย]
ระบบตอบแทบจะในทันทีเหมือนเดิม แต่น้ำเสียงไม่ค่อยกระตือรือร้นนัก ชัดเจนว่าเป็เพราะกู้เฉินตอนนี้ ไม่มีอะไรให้แลกเปลี่ยนได้
กู้เฉินนิ่งเงียบลงไป เหมือนว่ามันจะเป็อย่างที่ระบบว่ามาจริงๆ ตอนนี้เขาไม่มีอะไรที่เพียงพอกับการแลกเปลี่ยนกับระบบเลยจริงๆ
จบบทที่ 27