ตอนที่20 ชายใส่หน้ากาก
ต่อจากนั้นพิธีกรเชิญตระกูลอันดับสองอีกห้าตระกูลเข้ามามอบของขวัญงานแซยิดต่อนั่นคือ ตระกูลหวางมอบสร้อยลูกประคำหยกเนื้อดี ตระกูลกัวมอบชามกระเบื้องโบราณตระกูลไช่มอบภาพวาดโบราณ ตระกูลหม่ามอบขลุ่ยโบราณ และตระกูลเผิงมอบแจกันลายคราม
ผู้นำตระกูลกู้แสดงท่าทียิ้มแย้มขณะรับของขวัญจากแต่ละตระกูลแต่ไม่ได้กล่าวชมตระกูลใดขึ้นมาอีกเหมือนตระกูลซ่ง
ระหว่างนั้นมีแพทย์และพยาบาลวิ่งกรูเข้ามารับตัวทายาทสาวตระกูลกู้ออกไปรักษาเนื่องจากเป็ลมล้มพับั้แ่เกิดเหตุน่าอับอายอยู่บนเวทีจนพี่ชายต้องรีบอุ้มลงมานอนบนโซฟาโดยมีเสื้อสูทคลุมตัวไว้อย่างรวดเร็ว
กระทั่งถึง่สุดท้ายในการมอบของขวัญวันเกิดจากกลุ่มตระกูลอันดับสอง โดยมีกลุ่มของชายชราเหออี้รวมอยู่ในนั้นด้วย
อนึ่งผู้คนในจีนต่างรู้เป็นัยว่าตระกูลเหอของชายชราเหออี้มีความร่ำรวยมั่งคั่งจากโบราณวัตถุมากเพียงใดทว่าเป็ตระกูลประหลาดเพราะไม่เข้าร่วมงานสังสรรค์หรือประชุมความร่วมมือทางการค้ากับกลุ่มใดมีเพียงการเปิดกิจการจำหน่ายโบราณวัตถุร้านเล็ก ๆ เพียงแห่งเดียวอีกทั้งชายชราเหออี้ยังไม่มีครอบครัวด้วย
อย่างไรก็ตามการปรากฏตัวของชายใส่หน้ากากร่วมอยู่ในกลุ่มเดียวกับชายชราเหออี้ทำให้ผู้คนต่างเกิดความรู้สึกหลากหลาย ทว่าเป็ความรู้สึกที่หลายคน้าร่วมงานกับปรมาจารย์ลึกลับเป็อย่างยิ่ง
เมื่อชายชราเหออี้เดินถือกล่องของขวัญนำหน้าชายหนุ่มใส่หน้ากากผู้คนในห้องจัดเลี้ยงต่างจ้องเขม็งเพราะอยากรู้ว่าชายชราจะมอบสิ่งใดเป็ของขวัญวันเกิดให้แก่เ้าของงาน
“นี่คือน้ำใจเล็กน้อยจากร้านเหออี้หวังว่าผู้นำตระกูลกู้จะมีสุขภาพแข็งแรง มีอายุยืนยาวไปอีกนาน”
ชายชราเหออี้กล่าวอวยพรผู้นำตระกูลกู้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มน้ำเสียงปกติโดยไม่มีพิรุธใดพลางยื่นกล่องไม้สลักเป็รูปัขนาดย่อมให้อีกฝ่ายทันที
กู้ฟาหยางกำลังเอื้อมมือรับของขวัญจากเหออี้ด้วยรอยยิ้มยินดีเหตุเพราะคาดหวังว่าของขวัญจะต้องเป็สิ่งล้ำค่าจากมาตรฐานเ้าของร้านจำหน่ายโบราณวัตถุอันเลื่องชื่อแน่นอน
ระหว่างการส่งมอบของขวัญจากสองบุคคลเกิดช่องว่างแว่บหนึ่งขณะชายชราเหออี้ปล่อยมือจากกล่องไม้อันสวยงาม แล้วปล่อยให้มือชายชรากู้ฟาหยางรับ่แทนกล่องไม้ดังกล่าวพลันหลุดจากมือทั้งคู่แล้วหล่นกระแทกขอบเวทีพร้อมเกิดเสียงแตกหักอยู่ภายในจากนั้นกระเด็นกระดอนไปยังทางขวามือแล้วหยุดนิ่งในสภาพกล่องไม้แตกออกเป็ชิ้นตามมุมถูกกระทบอย่างแรง
ครั้นกล่องไม้แตกเป็ชิ้นเปิดเผยของขวัญอันล้ำค่าแต่มีสภาพเสียหายออกมาผู้คนต่างตกตื่นตะลึงด้วยเข้าใจได้ทันทีว่าแหวนหยกเขียวจักรพรรดิมีมูลค่าสูงเพียงใดพลันเกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นไปทั่วห้องจัดเลี้ยงเพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายกับตระกูลกู้ซ้ำอีกว่า
“แย่แล้ว! นี่มันอะไรกันเนี่ย เมื่อตะกี้ก็เพิ่งมีการแสดงน่าอับอายของหลานสาวแต่คราวนี้ของหล่นจากมือจนเสียหายหนักขนาดนี้ หรือว่ามันจะเป็ลางร้ายของตระกูลกู้”
“โอ้! น่าเสียดายแหวนหยกเนื้อดีนั่นจังเลยไม่รู้ว่ามันมีราคาเท่าไหร่กันแน่”
“อ๊ะ! งานนี้ตระกูลกู้ซวยซ้ำซวยซ้อนซะจริง”
“ไม่รู้ว่างานนี้สองผู้เฒ่าจะว่ายังไงนี่มันเป็ลางร้ายชัด ๆ”
ด้านชายชรากู้ฟาหยางกำลังกังวลใจเื่น่าอับอายของหลานสาวอยู่ทั้งที่พยายามแสดงสีหน้าปกติต่อหน้าคนอื่น กระนั้นเขาไม่สามารถปิดบังความวิตกกังวลในข่าวอื้อฉาวที่อาจเกิดขึ้นได้จึงรีบสั่งการปิดข่าวแล้วกลับมาทำหน้าที่ประธานในพิธีต่อ
อย่างไรก็ตามผู้นำตระกูลกู้ไม่คาดฝันว่าอาการใจลอยของตนจะทำให้เกิดความผิดพลาดใหญ่หลวงทั้งอาจกลายเป็ลางร้ายของตระกูลโดยไม่รู้ตัว ด้วยรู้ดีว่าตนไม่สามารถกล่าวโทษผู้มอบได้เพราะกล่องไม้ััถูกปลายมือของตนแล้ว
“ไม่เป็ไรหรอกเฒ่าเหออุตส่าห์มาอวยพรให้ฉันก็นับว่าดีแล้ว”
ผู้นำตระกูลกู้รีบกล่าวขอบคุณเหออี้ด้วยท่าทีสงบนิ่งซึ่งขัดแย้งกับอาการใจหายและวุ่นวายใจ พลางพยายามยิ้มใจเย็นกลบเกลื่อนความหวาดวิตกทั้งหลายไว้ด้วยผ่านประสบการณ์ร้อนหนาวในชีวิตมานาน
ชายชราเหออี้ลอบยิ้มมุมปากพอใจพลางตอบด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดว่า
“ขอบคุณท่านผู้นำตระกูลกู้ที่ใจกว้างไม่ถือสาถ้างั้นให้ปรมาจารย์ซูเป็คนมอบต่อไปแล้วกันนะครับ”
เหออี้รู้ดีว่าของขวัญในกล่องไม้หล่นเป็การส่งสัญญาณไปถึงบางคนตามแผนการของเ้านายแล้วจึงเดินเบี่ยงไปอีกด้านให้ชายใส่หน้ากากเข้ามามอบของขวัญต่อจากตน
ชายชรากู้ฟาหยางยิ้มยินดีที่อีกฝ่ายไม่แสดงท่าทีโกรธเคืองพลางคิดหาวิธีแก้ไขความวุ่นวายภายในงานแซยิดของตนให้ดีพลันเกิดเสียงฮือฮาของผู้คนในงานทันใด จนต้องเงยหน้ากวาดตามองแเื่ด้วยความสงสัย
เวลานี้แเื่ในห้องจัดเลี้ยงต่างเงยหน้าจ้องมองภาพบางอย่างบนจอภาพใหญ่เหนือเวทีหลายคนชี้นิ้วตรงไปยังภาพแล้วพูดขึ้นมาด้วยความลืมตัวว่า
“เฮ้ย! ไอ้หมอนั่นใช่ผู้เฒ่ากู้ไหมเนี่ย?! แต่ทำไมหน้ามันถึงได้เหมือนนักล่ะ?!”
“เป็ไปไม่ได้หรอก! ท่านผู้นำตระกูลกู้จะใจคอโเี้ฆ่าคนไม่กระพริบตาได้เชียวเหรอ”
“เฮ้! มันก็ไม่แน่นะภาพวิดีโอนั่นมันก็ดูเก่าทีเดียว อาจเป็่ท่านผู้นำยังเป็หนุ่มอยู่ก็ได้”
“พวกแกอย่าพูดอะไรซี้ซั้วซิ่รอฟังท่านผู้นำตระกูลกู้พูดก่อน!”
“ไอ้บ้าตัวไหนกล้าทำแบบนี้?! นี่มันหยามเกียรติผู้นำตระกูลกู้ชัด ๆ ไม่กลัวถูกฆ่าปิดปากเหรอไงหรือมันอยากหนีหัวซุกหัวซุนไปตลอดชาติ?!”
“ตายแล้ว! ไม่อยากจะคิดเลยถ้ามันเป็เื่จริงหวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกนะ”
ชายชรากู้ฟาหยางหัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มทันใดทั้งใจหายวาบเมื่อได้ยินคำวิจารณ์จากผู้คน ด้วยกลัวว่าภาพเื้ัจะน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าเคยพานพบมาก่อนตัดสินใจเอี้ยวตัวหันไปมองจอภาพด้านหลังบนเวทีแล้วเบิกตากว้างตกตะลึงเพียงแว่บเดียว ก่อนขบกรามแน่นด้วยความโมโหต่อศัตรูคู่อาฆาต
บัดซบ! ไอ้ลูกเต่าตัวไหนกล้าเหยียบจมูกฉัน?! นั่นมันเื่ในอดีตผ่านมาตั้งนานแล้วนี่พวกมันควรจะตายกันไปหมดแล้ว เท่าที่รู้ก็ไม่มีใครรอดสักคนนี่นา หรือว่า?!!!
ฉับพลันผู้นำตระกูลกู้นึกถึงบางคนที่อาจรอดชีวิตในโศกนาฏกรรมดังกล่าวพลันเอี้ยวตัวกลับมานั่งหลังตรงเผชิญหน้ากับแเื่ซึ่งยังมีบางคนส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูกันอยู่พลางหรี่ตามองแเื่ทีละคนอย่างมีชั้นเชิงเหนือกว่า
เมื่อแเื่ในห้องโถงเหลือบเห็นท่าทีนิ่งสงบของผู้นำตระกูลกู้แล้วยังจ้องมองแต่ละคนอย่างเชื่องช้าคล้ายกำลังประทับภาพทุกคนเก็บไว้ในความทรงจำต่างกลัวถูกเอาคืนจึงพากันหุบปากด่าทอชายหน้าเหมือนชายชราซึ่งกำลังแสดงบทโเี้ในทันที
เหอะ! คิดว่านิ่งสงบจะสยบความเคลื่อนไหวได้เหรอฝันไปซะเถอะไอ้แก่!วันนี้ฉันตั้งใจมาเอาคืนแค่เล็กน้อยเท่านั้นแหละ ฉันยังมีแผนเอาคืนตระกูลกู้อีกเยอะทีเดียวอย่าเพิ่งด่วนตายไปซะก่อนล่ะ!
ชายใส่หน้ากากลอบยิ้มมุมปากพอใจเพราะรู้ดีว่าชายชราตรงหน้ากำลังวุ่นวายใจซึ่งสังเกตได้ง่ายดายจากแววตาสั่นระริก และมืออันสั่นเทาขณะจับพนักแขนไว้แน่นทั้งสองข้างถึงแม้จะมีท่าทีสงบใจเย็นพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ก็ตาม
อนึ่งภาพในวิดีโอเป็การบันทึกเหตุการณ์อันเลวร้ายของหลายครอบครัวซึ่งแต่ละครอบครัวถูกชายหนุ่มหน้าตาเหมือนผู้นำตระกูลกู้และพรรคพวกหลายคนก่อเหตุโศกนาฏกรรมมีทั้งการข่มขืนสตรีและสังหารเด็กกับคนชรา โดยมีบางคนในกลุ่มขโมยทรัพย์สินมีค่าไปจากในบ้านของเหยื่อเคราะห์ร้ายด้วยถึงแม้ภาพดังกล่าวจะเป็การแอบบันทึกไว้ในมุมไม่เด่นชัดมากนัก แต่พอนำมาตัดต่อเหตุร้ายจากหลายครอบครัวเข้าด้วยกันทำให้เหตุการณ์ในภาพบ่งบอกถึงตัวผู้ก่อเหตุและคาดเดาเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย
ผู้นำตระกูลกู้กำลังอ้าปากพูดบางสิ่งหวังระงับความรู้สึกสับสนของแเื่ทั้งเป็การปฏิเสธเฉพาะหน้าไปก่อน ด้วยรู้ดีว่าในงานมีนักข่าวบางกลุ่มไม่สามารถควบคุมได้กระนั้นเขาต้องชะงักการกระทำไว้เพราะประตูเข้าห้องจัดเลี้ยงพลันเปิดออกกะทันหันพร้อมเสียงะโแจ้งการมาถึงของบุคคลสำคัญอีกคนว่า
“ผู้ร่วมงานแซยิดท่านผู้นำตระกูลกู้ลำดับที่หนึ่งร้อยสามสิบ ผู้ช่วยเรย์...มือขวากลุ่มการเงินดิวัน!”
ฉับพลันทุกสายตาในห้องจัดเลี้ยงหันขวับมองผู้มาใหม่ไปยังประตูเป็จุดเดียวโดยพร้อมเพรียงกันทุกคนต่างมองเห็นชายหนุ่มท่าทางหล่อเหลาใส่หน้ากากอำพรางใบหน้าส่วนบนไว้มีเพียงลูกตาสองข้างและริมฝีปากเปิดเผยออกมาเล็กน้อย โดยมีบอดี้การ์ดเดินตามหลังเป็กลุ่มชายผิวขาวต่างชาติถึงสี่คน
ครั้นแเื่ได้ยินเสียงประกาศบอกสถานะผู้เข้าร่วมงานคนใหม่ต่างส่งเสียงประหลาดใจแกมยินดีกันถ้วนหน้า ด้วยนึกไม่ถึงว่างานแซยิดผู้นำตระกูลกู้จะสามารถดึงดูดผู้ทรงอิทธิพลทางธุรกิจและการเงินระดับโลกให้ส่งตัวแทนเข้าร่วมอวยพรได้
กู้ฟาฉีและกู้ฟาลี่สองพี่น้องผู้เป็ลูกชายและลูกสาวของชายชรากู้ฟาหยางรีบปราดเข้ามาทักทายชายหนุ่มปริศนาใส่หน้ากากเป็ภาษาอังกฤษด้วยท่าทียินดีแฝงความนอบน้อมในที
“สวัสดีค่ะ ไม่นึกเลยว่าผู้ช่วยเรย์จะมาเอง”
กู้ฟาลี่ปราดเข้าไปทักทายก่อนเพราะ้าเสนอโครงการขอรับเงินสนับสนุนการลงทุนจากอีกฝ่ายพอดีจึง้าให้ผู้ช่วยคนสำคัญจดจำตนไว้ เวลาไปยื่นโครงการจะได้ไม่ติดปัญหาใด
“สวัสดีครับขอบคุณมากที่ผู้ช่วยเรย์มาร่วมเป็เกียรติในงานแซยิดพ่อผม”
กู้ฟาฉี้าเงินทุนจากกลุ่มการเงินดิวันเช่นกันเพื่อขยายโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่จึงต้องรีบเข้ามาแสดงตนให้อีกฝ่ายรู้จัก ทั้งเป็งานของตระกูลกู้ที่ต้องให้การดูแลแขกกิตติมศักดิ์เป็กรณีพิเศษด้วย