ใช้พวกตำรวจ
“ไปกันเถอะ” หลินเฉินไม่สนใจว่าฉู่หว่านเอ๋อร์จะตกใจหรือไม่ เขาก้าวเดินนำไปก่อนอย่างเร่งรีบ เนื่องจากตอนนี้ใกล้ที่จะบ่ายสองแล้ว ถ้าเขาไปรับหลิงหลิงช้า เขากลัวว่าความโกรธที่เธอมีต่อเขาจะมากขึ้นไปอีก
แต่ก่อนที่จะออกไป เขาไม่ลืมที่จะเตะเต้าเฟิงครั้งหนึ่ง ส่งผลให้เต้าเฟิงสลบไป
“คะ...ค่ะ” ฉู่หว่านเอ๋อร์ตอบรับเสียงสั่นเล็กน้อย ก่อนที่จะรีบตามไป
เวลาผ่านไปราวๆ ยี่สิบนาทีที่งานประมูลจบลง คนก็พากันออกมาจากห้องโถงประมูล
แต่ทันทีที่ออกมา พวกเขาก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นคนนอนสลบอยู่สี่คน แถมสี่คนยังมีหนึ่งคนนอนจมกองเลือด
พอพนักงานของทางศาลาสมบัติเข้ามาตรวจสอบดู พวกเขาก็เรียกรถพยาบาลและตำรวจมาในทันที
เหตุผลที่ต้องเรียกตำรวจมานั้น เป็นเพราะว่ามีคนเสียชีวิต และคนที่เสียชีวิตก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากเหอเถียน ผู้จัดการของศาลาสมบัติ
สาเหตุที่เสียชีวิตเป็นเพราะเสียเลือดมากเกินไป จากบาดแผลที่ศีรษะกระแทกพื้นอย่างรุนแรง
การตายของเหอเถียนจะว่าน่าสงสารก็น่าสงสาร จะว่าน่าสมเพชก็น่าสมเพช เพราะเขาทำตัวเองทั้งนั้น หากว่าเขาไม่โทรไปหาเต้าเฟิง เพื่อบอกเรื่องที่ฉู่หว่านเอ๋อร์มากับหลินเฉิน คิดใช้เต้าเฟิงดูว่าหลินเฉินมีภูมิหลังอะไร เขาก็คงไม่ต้องตายในวันนี้
จะเรียกว่ากรรมตามสนองก็ไม่ผิดเลย!
“ไอ้สารเลว ฉันจะฆ่าแก!”
ภายในห้องวีไอพีของโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ เต้าเฟิงที่ฟื้นขึ้นมา มีผ้าพันแผลเต็มใบหน้าแผดเสียงร้องออกมาด้วยความโกรธ
“ใจเย็นๆ ลูกพ่อ เล่ามาซิว่ามันเกิดอะไรขึ้น?” ในตอนนี้มีชายวัยกลางคนมีหนวดเหนือริมฝีปากเล็กน้อยนั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยของเต้าเฟิง
ชายวัยกลางคนคนนี้มีชื่อว่าเต้าฟ่านหวู่ เป็นพ่อแท้ๆ ของเต้าเฟิง
“พ่อต้องจัดการเรื่องนี้ให้ผมนะ ไอ้สารเลวคนนั่นมันกล้ายุ่งกับหว่านเอ๋อร์ของผม รวมถึงทำร้ายผมจนมีสภาพแบบนี้ด้วย!” เต้าเฟิงเมื่อเห็นพ่อของเขานั่งอยู่ข้างๆ เขารีบฟ้องในทันที
ไม่จำเป็นที่จะต้องบอกก็น่าจะรู้ว่าภายในใจของเขาคุกรุ่นด้วยความโกรธมากขนาดไหน
“ใจเย็นเสี่ยวเฟิง เล่าให้พ่อฟังก่อนว่าเรื่องมันเป็นมายังไง?” เต้าฟ่านหวู่ใช้เสียงที่เข้มงวดถามออกมาอีกครั้ง
เต้าเฟิงกลัวเล็กน้อย แต่เขาก็เล่าออกมาอย่างรวดเร็วว่าเรื่องมันเป็นมายังไง
ได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากเต้าเฟิง เต้าฟ่านหวู่ก็เงียบลงไป ครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนพูด “มันน่าจะเป็นผู้ฝึกตน ไม่อย่างนั้นไม่มีทางที่จะล้มบอดี้การ์ดของลูกทั้งสองคนได้ภายในสองหมัดแน่!”
“อะไรนะ?!” เต้าเฟิงตกใจ เขาคิดไม่ถึงอย่างสิ้นเชิงว่าหลินเฉินจะเป็นผู้ฝึกตน “พ่อแน่ใจเหรอ?”
เต้าฟ่านหวู่พยักหน้า “แน่ใจมาก แต่ถึงมันจะเป็นผู้ฝึกตนจริง พ่อก็ไม่เอามันไว้แน่ การทำร้ายลูกก็เท่ากับไม่เห็นหัวตระกูลเต้าของพวกเรา!”
“ดีเลยครับพ่อ พ่อรีบส่งคนไปฆ่ามันเลยครับ!” เต้าเฟิงพูดออกมา น้ำเสียงของเขาเย็นชามาก
ถ้าถามว่าตอนนี้เขาอยากให้ใครตายมากที่สุด คำตอบย่อมไม่พ้นหลินเฉิน!
“ไอ้ส่งน่ะส่งแน่ แต่พ่อจะใช้พวกตำรวจก่อน พวกตำรวจกำลังหาอยู่ว่าใครเป็นคนฆ่าเหอเถียน ลูกก็บอกพวกมันไปว่าไอ้สารเลวนั่นฆ่าก็แล้วกัน” เต้าฟ่านหวู่พูด ความคิดของเขาในตอนนี้ก็คือให้พวกตำรวจไปจับหลินเฉิน
พอหลินเฉินถูกขังคุก เขาก็จะส่งผู้ฝึกตนเข้าไปฆ่า แบบนี้มันง่ายกว่ากันเยอะเลยทีเดียว
“ผมเข้าใจแล้วครับพ่อ” เต้าเฟิงพยักหน้าเข้าใจ จากนั้นเขาก็ยิ้มอย่างเฝ้ารอคอยที่จะได้เห็นการตายของหลินเฉิน
............................................
หลินเฉินในตอนนี้ไปรับหลิงหลิงที่โรงเรียนอนุบาลมาแล้ว
พอกลับมาถึงบ้าน พ่อของเขาก็เรียกเข้าไปที่ห้องด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจอย่างสุดแสน
หลินเฉินพอจะคาดเดาได้ว่าเป็นเรื่องอะไรที่ทำให้พ่อของเขาตื่นเต้นดีใจได้มากขนาดนี้ คาดว่าพ่อของเขาคงจะไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมาแล้วอย่างแน่นอน
“เสี่ยวเฉิน ยาที่ลูกให้พ่อวิเศษจริงๆ วันนี้พ่อไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมาแล้ว ผลตรวจออกมาว่าพ่อหายจากโรคหัวใจราวกับปาฏิหาริย์!” หลินไคพูดอย่างตื่นเต้น
“พวกหมอยังตกใจและประหลาดใจกันเลย พวกเขาถามพ่อว่าไปกินอะไรหรือทำอะไรมา แต่พ่อก็บอกว่าใช้ชีวิตตามปกติเท่านั้น สุดท้ายพวกหมอเลยสรุปกันว่าผลตรวจก่อนหน้านี้ของพ่อผิดพลาด!”
หลินเฉินยิ้มให้กับคำพูดของพ่อของเขา พ่อของเขาฉลาดจริงๆ ที่บอกพวกหมอไปแบบนั้น เพราะมันจะตัดปัญหาความวุ่นวายไปได้มากทีเดียว “ดีแล้วครับพ่อ”
“เสี่ยวเฉิน พ่อขอบคุณลูกมาก เพียงเท่านี้พ่อก็กลับไปทำงานที่ไซต์ก่อสร้างได้แล้ว” หลินไคกอดขอบคุณลูกชายของเขาอย่างซาบซึ้ง เขารู้สึกได้ว่าตั้งแต่ที่ลูกชายของเขากลับมา อะไรๆ มันก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
“พ่อไม่ต้องขอบคุณผมหรอก ผมลูกพ่อนะ เรื่องไปทำงานที่ไซต์ก่อสร้าง พ่ออย่าหักโหมโดยเด็ดขาด เดี๋ยวแม่จะเป็นห่วงเอา”
“พ่อเข้าใจแล้ว”
หลินเฉินพูดคุยกับพ่อของเขาอยู่ไม่นาน ก็ออกไปหาหลิงหลิง วันนี้ลูกสาวของเขายังน่ารักเหมือนเดิม
“หลิงหลิง ตอนเย็นไปซื้อของกับพ่อไหม?” เขานั่งลงบนโซฟาข้างๆ หลิงหลิง ยิ้มให้เธอจนตาหยี่
หลิงหลิงขยับออกไปจากเขาเล็กน้อย “ไม่ไป”
“ทำไมล่ะ?” หลินเฉินอดไม่ได้ที่จะผิดหวัง
“ฮึ” หลิงหลิงทำเสียงขึ้นจมูกและไม่ได้สนใจเขาอีก
หลินเฉินพยายามที่จะชวนลูกสาวต่อ แต่เขาก็หยุดการกระทำของเขาลงในทันที พลันรีบเดินออกไปจากบ้าน ทำเอาหลิงหลิงถึงกับงงว่าเขาจะรีบไปไหน
“พ่อบ้า!” หลิงหลิงว่าเขา เธอตั้งใจที่จะไปกับเขา แค่เขาชวนเธออีกหลายๆ ครั้งหน่อย แต่พ่อบ้าคนนี้ก็รีบออกไป เธอจึงกอดตุ๊กตากระต่ายสีขาวที่เขาซื้อให้แน่น พึมพำกับตัวเอง “แม่...หนูคิดถึงแม่”
หลินเฉินที่รีบออกมาจากบ้าน ก้าวเดินตามถนนมาได้สักระยะ เขาก็หยุดลง มองไปข้างหน้าที่ในตอนนี้มีรถตำรวจคันหนึ่งขับมา
สาเหตุที่เขาออกมาจากบ้าน ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากสัมผัสได้ถึงการมาของรถตำรวจ และเขาก็พอจะคาดเดาได้ว่าที่รถตำรวจขับเข้ามา คงมีจุดหมายอยู่ที่บ้านของเขาเป็นแน่ สาเหตุก็คงมาจากเรื่องที่เขาจัดการพวกเต้าเฟิงไป
หลินเฉินได้ฟังจากฉู่หว่านเอ๋อร์แล้วว่าเต้าเฟิง เป็นหลานชายของผู้นำตระกูลเต้า หนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ของเซี่ยงไฮ้ และเธอยังบอกเขาอีกว่าเต้าเฟิงคงจะมาหาเรื่องแน่ ให้ระวังตัวเอาไว้
หลินเฉินไม่ชอบปัญหาวุ่นวาย แต่หากปัญหาเข้ามาหาเขา เขาก็ไม่ได้กลัว พร้อมที่จะจัดการกับปัญหาทุกอย่างให้มันจบไป!
รถตำรวจจอดลงที่ตรงจุดที่เขายืนอยู่ หลินเฉินใช้พลังปราณปกคลุมรอบด้านในทันที เพื่อไม่ให้มีคนสนใจบริเวณที่เขายืนอยู่
ความคิดของเขาตอนนี้คือ หากว่าตำรวจมาสอบถามเรื่องที่เขาลงมือตามหน้าที่ เขาก็พร้อมที่จะให้ปากคำเต็มที่ แต่ถ้าหากใช้มาจับเขาไปเข้าคุกตามคำสั่งของพวกตระกูลเต้า เขาไม่เอาไว้แน่
เขาจะลบให้พวกมันหายไปจากโลกใบนี้พร้อมกับรถตำรวจแน่นอน!
ในเวลานี้เองตำรวจสองคนได้ลงมาจากรถ ทั้งสองคนล้วนเป็นชายวัยกลางคน มียศเพียงจ่าเท่านั้น
จบบทที่ 30