บทที่ 7 มีโชคเื่ความรัก
ความรู้สึกตื่นเต้นในใจของหานชิงอวี่แผ่ซ่านออกมา
ความสามารถในการห้ามเืของตนเองเพิ่มขึ้นอีกขั้น ถ้าได้เจอกับสถานการณ์ที่ผู้าเ็มีเืออกมากแบบเมื่อครู่ ก็สามารถจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยได้ดีขึ้น
เมื่อเรียกสติกลับมาจากหน้าจอได้แล้ว สิ่งแรกที่ดังเข้ามาคือเสียงการพูดคุยกัน
จากนั้นก็เห็นว่าในแผนกฉุกเฉินเวลานี้ พวกผู้ใหญ่ทั้งสามของโรงพยาบาลอย่างจ้าวชิงซง เหลียวเสวี่ยจวิน และเฉินกั๋วกวงกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
และหัวข้อในการพูดคุย ก็คือเขานี่เอง
เหลียวเสวี่ยจวินเอ่ยปากก่อน “เด็กชิงอวี่คนนี้เป็ต้นกล้าที่ดีจริง ๆ พื้นฐานเฉพาะทางและระดับของจิติญญาขนาดนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่คนมาใหม่ทั่ว ๆ ไปจะทำได้นะ”
“ท่านคณบดี ต่อไปผมจะต้องอบรมบ่มเพาะชิงอวี่ไว้ข้างกายเป็อย่างดี ให้เขาได้มีส่วนร่วมอยู่ในแผนกฉุกเฉินของพวกเราต่อไป!”
ทันทีที่เฉินกั๋วกวงได้ยินคำนี้ แม้ว่าปกติแล้วเขาจะเป็คนที่ดูแล้วเป็ลุงแก่ใจดี แต่เวลานี้ก็ค่อนข้างร้อนใจขึ้นมา
“เหล่าเหลียว นายพูดแบบนี้มันไม่สมเหตุสมผลนะ!”
“หมายความว่ายังไงที่บอกว่าจะอบรมบ่มเพาะอยู่ข้างกายของนาย ก่อนหน้านี้เสี่ยวหานกำลังทำงานอยู่กับฉันนะ”
“อีกอย่างนะ ก่อนหน้านี้นายได้ยินว่าเสี่ยวหานผ่าตัดนิ้ว ก็ยังไปต่อว่าที่เขาคุยโวโอ้อวดอยู่เลยไม่ใช่เหรอ พอมาตอนนี้เห็นเขาล้ำค่าขึ้นมาแล้วเหรอ?”
เหลียวเสวี่ยจวินสูดลมหายใจเข้า แล้วยกมือไปชี้ ๆ ตรงหน้าเฉินกั๋วกวง
“เหล่าเฉิน ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่านายนี่มันเป็ตัวก่อกวนจริง ๆ”
“ตอนนั้นที่ได้ยินเื่ผ่าตัดปลูกถ่ายนิ้ว ฉันใแทบตาย”
“ใครจะไปรู้ว่าความสามารถของชิงอวี่ของพวกเราจะยอดเยี่ยมขนาดนี้ แถมยังใช้วิธีการเย็บแบบแทนก์อีกต่างหาก นายคิดดูสิ คนมาใหม่แบบนี้ถ้าฉันไม่สอนแล้วใครจะสอนล่ะ?”
หลี่หยางที่อยู่ด้านข้างเห็นแล้วก็ค่อนข้างงุนงง
นี่มันอะไรกัน?
ในฐานะที่เป็แพทย์ ST รุ่นเดียวกับหานชิงอวี่ เขาย่อมรู้ดีว่าคนมาใหม่อย่างพวกเขาจะมีสถานะแบบไหนในโรงพยาบาล
ปกติแล้วก็จะให้พวกเขาทำงานใช้แรงไป แต่ถ้าถึง่เวลาที่สำคัญจริง ๆ ในทีมของตนเอง ก็จะแบ่งคนมาใหม่ให้เข้ามาช่วยหนึ่งถึงสองคน นั่นแหละถึงจะเป็การเน้นย้ำว่าเป็คนที่ใครเขาไม่ชอบ
แต่ตอนนี้เขากำลังเห็นอะไรกันเนี่ย
คนระดับหัวหน้าสองคนของแผนกฉุกเฉินกำลังแย่งคนแพทย์ ST คนหนึ่งงั้นเหรอ?
หากไม่ใช่เพราะเคยเห็นเทคนิคขั้นเทพนั้นของพี่อวี่มาก่อนจริง ๆ คาดว่าตนเองคงจะกำลังฝันอยู่แน่ ๆ
พอเห็นว่าทั้งสองคนเถียงกันไปเถียงกันมา จ้าวชิงซงก็หัวเราะเหอะ ๆ ขึ้นมา
“พอแล้ว เสี่ยวเหลียว เสี่ยวเฉิน พวกนายสองคนอายุเท่าไหร่กันแล้วเนี่ย มาต่อล้อต่อเถียงกันเป็เด็ก ๆ ไปได้”
“ถึงหานชิงอวี่คนนี้จะดูใช้ได้จริง ๆ แต่ว่าพวกเราก็ต้องคอยสังเกตไปอีกสักระยะนะ!”
“ในกรณีนี้ก็ต้องทำไปตามขั้นตอนของแพทย์ ST อย่าไปทำอะไรเป็พิเศษ”
จากนั้น เขาก็มองไปทางหานชิงอวี่ที่อยู่ไม่ไกล
“เสี่ยวหาน ฉันเองก็ชื่นชมนายมากนะ”
“จงระมัดระวังเื่การแสดงท่าทีหยิ่งยโสและหุนหันพลันแล่นด้วย ไม่แน่นะตำแหน่งของฉันในตอนนี้อาจจะส่งต่อให้นายในวันข้างหน้าก็ได้”
สายตาอิจฉาของหลี่หยางที่อยู่ด้านข้างไฟลุกโชนขึ้นมาเลย
คนที่อยู่ตรงหน้านั่นเป็คณบดี คณบดีเชียวนะ!
ปกติแล้วเขาจะไม่ค่อยพูดอะไรเท่าไหร่ แต่พอพูดแบบนี้ออกมาดูคล้ายจะเป็การล้อเล่น แต่ในความเป็จริงแล้ว ทุกคนต่างมองออกว่าท่านคณบดีเองก็มีความเต็มใจที่จะอบรมบ่มเพาะหานชิงอวี่เช่นกัน!
อย่างไรก็ตาม หานชิงอวี่ทำได้เพียงยิ้มเล็ก ๆ ไปเท่านั้นเอง แล้วตอบไปอย่างง่าย ๆ
“ขอบคุณท่านคณบดีครับ ผมจะตั้งใจเรียนรู้กับผู้อำนวยการเหลียวและหมอเฉินครับ”
เหลียวเสวี่ยจวินกับเฉินกั๋วกวงที่อยู่ด้านข้างเองก็ดูเหมือนว่าจะมองในจุดนี้ออกเช่นกัน จึงใช้สายตาดูถูกมองไปทางจ้างชิงซง
“คณบดี คุณพูดแบบนี้มันดูไม่น่าฟังเท่าไหร่นะ”
จ้าวชิงซงหัวเราะและไม่ได้ตอบกลับท่าทีของทั้งสองคน ในทางตรงกันข้าม เขากลับลุกขึ้นแล้วเดินจากไป
“เอาละ ฉันกลับก่อนแล้วกัน พวกนายก็เก็บของเตรียมพักผ่อนเถอะ”
เวลาล่วงเลยจากตอนเกิดอุบัติเหตุมาได้สิบกว่าชั่วโมงแล้ว ที่โรงพยาบาลในเวลานี้ นอกจากพวกหมอเวรกลางคืนแล้ว ก็แทบจะไม่มีใครเลย
ดังนั้นพวกคนที่เหลือจึงบอกลากันแล้วทยอยออกจากที่ทำงานกันไปกลางดึก
วันรุ่งขึ้น
ณ แผนกฉุกเฉิน
หานชิงอวี่เดินเข้าในลิฟต์ไปทำงานตรงตามเวลาแต่เช้า แต่เขากลับพบว่า สภาพแวดล้อมในการทำงานวันนี้ ดูท่าว่าจะไม่เหมือนกับเมื่อวาน
ยังไม่ทันจะได้เดินเข้าห้องทำงาน ตรงทางเดินก็มีพยาบาลสองคนมองตรงมาทางตนเองแล้วซุบซิบนินทาอะไรสักอย่าง
กระทั่งเดินเข้าไปใกล้สักหน่อย ทั้งสองคนนั้นจู่ ๆ ก็เงียบปากไปทันทีแบบรู้กัน เหมือนว่ากำลังหลบเลี่ยงเขาอยู่
พอเดินเข้าไปในแผนกฉุกเฉิน บรรยากาศก็ยิ่งแปลก
หานชิงอวี่เพิ่งจะเดินไปนั่งตรงที่นั่งของตนเอง ใบหน้าไม่คุ้นตาของคนคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
“คุณคือหานชิงอวี่ใช่ไหม?”
ผู้ชายคนหนึ่งที่ดูท่าทางจะอายุพอ ๆ กันกับหานชิงอวี่เอ่ยปากพูดกับเขา
แพทย์หนุ่มนึกใบหน้าของคนตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังจากมั่นใจแล้วว่าตนเองไม่รู้จัก ถึงเอ่ยปากถามไปอย่างไม่มั่นใจ
“ขอโทษครับ คุณคือ...”
ผู้ชายคนนั้นยิ้มอย่างรู้สึกขอโทษ “ผมชื่อสวี่เจ๋อครับ เป็คนที่เพิ่งมาใหม่ในแผนกฉุกเฉินเหมือนกับคุณ”
“ผมได้ยินเื่ของคุณ ก็เลยอยากจะรู้จัก อย่าว่ากันนะครับ”
เื่ของฉัน?
แม้ว่าในใจจะค่อนข้างงุนงง แต่หานชิงอวี่ก็ยังคงตอบกลับไปอย่างมีมารยาท แล้วถึงได้ทำความรู้จักกันกับผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้
กระทั่งสวี่เจ๋อแยกตัวออกไป เขาก็ยังคงงุนงงอยู่
นี่มันเื่อะไรกัน?
ทำไมวันนี้ั้แ่ที่ตนเองก้าวเข้ามาในโรงพยาบาล ดูเหมือนความนิยมของตนเองจะเพิ่มขึ้นเลย?
หานชิงอวี่คิดไปพลางมองไปตรงที่นั่งว่างเปล่าไปด้วย
เวลานี้ เขาถึงได้พบว่าที่นั่งของหลี่หยางที่อยู่ตรงหน้ามันว่างเปล่า ไม่รู้ว่าเพื่อนซี้ตนหายตัวไปไหนอีกแล้ว
แต่ไม่นานนัก หานชิงอวี่ก็ได้รับคำตอบในข้อสงสัยนั้น
ได้เสียงหัวร่อต่อกระซิกของพยาบาลดังมาจากเคาน์เตอร์พยาบาลตรงทางเดิน และยังผสมกับเสียงประหลาดใจของผู้หญิงจำนวนหนึ่งด้วย
“จริงเหรอ?”
“เก่งเกินไปแล้ว!”
สิ่งที่ทำให้หานชิงอวี่สนใจมากที่สุดก็คือ เหมือนว่าในเสียงหัวเราะเ่าั้จะมีเสียงของหลี่หยางผสมอยู่ด้วย?
พอดีกับที่ยังเหลือเวลาอีกสักพักกว่าจะถึงเวลางาน ผู้อำนวยการเหลียวกับหมอเฉินก็ยังไม่มากัน หานชิงอวี่จึงเดินออกจากประตูห้องฉุกเฉิน แล้วเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล
แล้วเขาก็ได้ยินเสียงหลี่หยางดังมาจากข้างใน
“แน่นอนสิ พี่อวี่ของฉันเป็ใครกัน ตอนนั้นที่คณบดีหมดสติไป พี่อวี่ของฉันก็...”
ได้ยินหลี่หยางอธิบายละเอียดเสียยิ่งกว่านักเล่าเื่เสียอีก หานชิงอวี่ก็ถอนหายใจ
ยังคิดอยู่เลยว่ามันเื่อะไรกัน
ที่แท้คนบางคนก็เอาเื่ของเขามาเผยแพร่ในเวลาเช้าตรู่แบบนี้นี่เอง
ขณะที่หานชิงอวี่กำลังพิงกำแพงกุมหน้าผากอย่างหมดคำพูดกับเพื่อนตนอยู่นั้น มือเล็ก ๆ ข้างหนึ่งก็แตะเบา ๆ ที่ด้านหลัง
“หานชิงอวี่ ไม่เป็ไรใช่ไหม?”
เยี่ยมไปเลย นี่เขามีชื่อเสียงขนาดนี้เลยเหรอ?
ถึงขนาดที่ว่าแม้แต่การเดินอยู่ตามทางเดินก็มีคนเป็ฝ่ายเข้ามาพูดคุยด้วยก่อน
แต่หานชิงอวี่ก็ยังดึงท่าทีของตัวเองกลับมาได้อย่างรวดเร็ว พลางยิ้มแล้วเอ่ยปาก
“ไม่เป็ไรครับ ๆ แค่มันยังเช้ามากก็เลยง่วงนิดหน่อย”
เขาหันกลับไปมอง แล้วก็เห็นผู้หญิงใบหน้าหวานงดงามใส่ชุดพยาบาลยืนอยู่ตรงหน้า พลางมองมาที่ตนเองด้วยใบหน้าแดงก่ำ
แม้ว่าจะไม่รู้จักกับผู้หญิงคนนี้ แต่ดูเหมือนว่าจะค่อนข้างคุ้นตาอยู่เช่นกัน
เพราะว่ารูปร่างหน้าตาของเธอค่อนข้างเป็จุดสนใจที่ไม่ว่าอยู่ตรงไหนก็ดึงดูดสายตา
และจากนั้น พยาบาลตัวน้อยตรงหน้าก็เอ่ยปากพูดกับเขาว่า
“เอ่อ...หานชิงอวี่ ไม่ทราบว่าสุดสัปดาห์นี้คุณว่างไหมคะ?”
“่นี้มีหนังใหม่ ๆ น่าดูมาก คุณไปดูกับฉันไหมคะ?”