นับั้แ่ถูกเซิ่งซีเคี่ยวเข็ญครั้งก่อน ยวนเซี่ยนก็เก็บตัวบำเพ็ญเพียรมาตลอด เซิ่งซีนั่งนกกระเรียนเซียนไปยังยอดเขาอันเต้า เมื่อเห็นว่าศิลาบันทึกเสียงที่หน้าเรือนไม่อยู่แล้ว จึงเดาว่ายวนเซี่ยนคงออกจากสมาธิแล้ว
"ศิษย์พี่ใหญ่เ้าคะ?" นางเรียกเบา ๆ
ประตูไม้เปิดออกอย่างรวดเร็ว ในมือของยวนเซี่ยนถือศิลาบันทึกเสียงที่เซิ่งซีทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ ภายในมีเสียงของเซิ่งซีดังออกมา "ศิษย์พี่ใหญ่ พวกเรากลับมาแล้วนะเ้าคะ ท่านบำเพ็ญเพียรเป็อย่างไรบ้าง? อีกนานหรือไม่กว่าจะถึงขั้นหลอมรวมกายา?"
เมื่อได้พบหน้าเซิ่งซี นางยังไม่ทันได้อ้าปาก ยวนเซี่ยนก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า "สองสามวันนี้ข้าเริ่มรู้สึกว่าคอขวดของระดับพลังมีการขยับเขยื้อนบ้างแล้ว"
เื่ดีนี่นา!
ดูเหมือนว่าไม่ว่าจะเป็คนหรือมาร ก็ต้องขยันบำเพ็ญเพียรถึงจะมีความก้าวหน้า แน่นอนว่ายกเว้นปลาเค็มอย่างนางไว้คนหนึ่งละกัน
"ศิษย์พี่ใหญ่เก่งที่สุดเลยเ้าค่ะ! ข้าซื้อขนมจากในเมืองมาฝากท่านด้วยนะเ้าคะ" เซิ่งซีหยิบกล่องอาหารแปดสมบัติออกมา ขนมข้างในยังคงดูเหมือนเพิ่งออกจากเตา ร้อนกรุ่นและส่งกลิ่นหอมฟุ้ง
นางจัดวางจานขนมหลากสีสันลงบนโต๊ะหิน รินน้ำชาิญญาสองจอก แล้วกวักมือเรียกยวนเซี่ยนให้นั่งลง "ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านลองชิมขนมพวกนี้ดูสิเ้าคะว่าอร่อยหรือไม่ ถ้าอร่อย คราวหน้าข้าจะซื้อมาฝากอีก"
ยวนเซี่ยนเติบโตมาในสำนักเวิ่นซินั้แ่เด็ก ไม่เคยได้กินของข้างนอกเลย พอเขามีความสามารถพอที่จะลงเขาเองได้ เขาก็อยู่ในระดับที่ไม่ต้องกินอาหารแล้ว และไม่มีความสนใจในอาหารเหล่านี้ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเซิ่งซีที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เขากลับหยิบขนมขึ้นมาหนึ่งชิ้นอย่างน่าประหลาด
รสชาติหวานล้ำเหนียวนุ่มกระจายไปทั่วโพรงปาก เป็รสชาติที่เขาไม่เคยััมาก่อน
"อร่อยหรือไม่เ้าคะ?" เซิ่งซีถามด้วยความคาดหวัง
ยวนเซี่ยนเพิ่งเคยกินอย่างอื่นนอกจากโอสถเป็ครั้งแรก เขาแยกแยะไม่ออกว่ามันอร่อยหรือไม่ ในสายตามีเพียงรอยยิ้มหวานของเซิ่งซีที่ประทับลึกเข้าไปในใจเท่านั้น
"อร่อย" เขาตอบ
เซิ่งซีตบมือ "ข้าว่าแล้วว่าท่านต้องชอบ ข้าอุตส่าห์กันไม่ให้ศิษย์พี่ห้าแอบกินหมดนะเ้าคะ ศิษย์พี่ใหญ่รีบกินเถอะเ้าค่ะ กินเสร็จแล้วพวกเราจะลงเขาไปปล้นกัน"
มือที่ถือขนมกุ้ยฮวาของยวนเซี่ยนชะงักไป "ปล้น?"
"ใช่เ้าค่ะ ไปปล้นศิษย์สำนักลั่วเฟิงกัน"
ยวนเซี่ยนวางขนมกุ้ยฮวากลับที่เดิมอย่างเงียบเชียบ "นี่จะไม่เหมาะสมกระมัง?"
จะไม่ดีตรงไหนกัน? ดึงความน่าเกรงขามของบุตรชายอดีตจอมมารออกมาหน่อยสิเ้าคะ!
"คนของสำนักลั่วเฟิงด่าพวกเรานะเ้าคะ!" เซิ่งซีบอก
สีหน้าของยวนเซี่ยนไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย แต่กระบี่ในห้องพลันพุ่งออกมาลอยอยู่ข้างกายเขา ก่อนจะพาเซิ่งซีบินทะยานออกจากสำนักไปด้วยกลิ่นอายสังหารที่รุนแรง
...
บนเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่สำนักเวิ่นซิน ศิษย์สำนักลั่วเฟิงห้าคนในชุดเครื่องแบบสำนัก กำลังเหินกระบี่อย่างไม่รีบร้อน
ศิษย์ขั้นสร้างรากฐานในชุดสีน้ำเงินคนหนึ่งกวาดสายตามองภูมิประเทศเบื้องล่าง แล้วพูดกับเซวียเฟยเฉินว่า "ศิษย์พี่ใหญ่ ตามรายงานจากศิษย์สายในกลุ่มก่อน พวกเขาถูกปล้นแถว ๆ นี้แหละขอรับ"
เซวียเฟยเฉินแผ่จิตหยั่งรู้ออกไปไกลหลายพันลี้ เห็นเพียงผู้ฝึกตนอิสระขั้นรวบรวมปราณหรือสร้างรากฐานสองสามคนกำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรอยู่ในป่า ไม่พบผู้ฝึกตนขั้นแก่นพลังทองคำตามที่ศิษย์ที่ถูกปล้นเล่ามาเลย
"ทุกคนลงไปข้างล่าง ก่อนจะข้ามูเาลูกนี้ไป พวกเราจะเดินเท้ากัน" เซวียเฟยเฉินสั่ง
ศิษย์คนที่พูดก่อนหน้าแสดงความประหลาดใจ "ภูมิประเทศในูเามีความซับซ้อน ทัศนวิสัยจำกัด ง่ายต่อการถูกซุ่มโจมตีนะขอรับ..."
คำพูดของเขายังไม่ทันจบ ก็ถูกหลี่เหยียนรุ่ยขัดขึ้น "ศิษย์พี่ใหญ่กับข้าตั้งใจมาจัดการเ้าโจรสองคนนั้นอยู่แล้ว ไม่กลัวพวกมันซุ่มโจมตีหรอก กลัวแต่พวกมันจะไม่มามากกว่า"
ฝั่งตรงข้ามมีแค่ขั้นแก่นพลังทองคำคนหนึ่งกับขั้นรวบรวมปราณคนหนึ่ง ฝั่งพวกเขาเขามีขั้นแก่นพลังทองคำตั้งสองคน จะแพ้ได้อย่างไร?
หลี่เหยียนรุ่ยกำหมัดแน่น รอคอยที่จะใช้โจรสองคนนี้ทดสอบพลังของเขาที่เพิ่งทะลวงเข้าสู่ขั้นแก่นพลังทองคำ
ทั้งห้าคนพุ่งดิ่งลงไปในป่า เมื่อเหลือระยะห่างจากพื้นดินเพียงสิบกว่าจั้ง จู่ ๆ ป่าทึบก็ถูกปราณกระบี่สายหนึ่งผ่าออก ปราณกระบี่นั้นทรงพลังมหาศาล ซัดศิษย์ขั้นสร้างรากฐานสามคนจนกระเด็นล้มคว่ำลงกับพื้นทันที
หลี่เหยียนรุ่ยหลบได้หวุดหวิด แต่ชายเสื้อของเขาถูกปลายปราณกระบี่เฉี่ยวเพียงนิดเดียวก็ขาดหายไปครึ่งซีก มีเพียงเซวียเฟยเฉินที่ปฏิกิริยาไวที่สุด หลบได้ทันท่วงทีและชักกระบี่สวนกลับ
ปราณกระบี่ยังไม่ทันถึงพื้น ร่างหนึ่งก็ทะยานขึ้นมาจากป่าทึบ มือหนึ่งถือกระบี่สลายการโจมตีของเขาได้อย่างง่ายดาย
เซวียเฟยเฉินเผยสีหน้าประหลาดใจ เมื่อเห็นหน้ากากนกกระเรียนที่ปกปิดใบหน้าของอีกฝ่าย ก็รู้ทันทีว่าโจรที่เขาตามหาปรากฏตัวแล้ว เขาตะคอกถามเสียงกร้าว "เ้ามีหนี้แค้นอะไรกับสำนักลั่วเฟิงของข้า?"
อีกฝ่ายไม่ตอบคำถามนั้น แต่เงื้อกระบี่เข้าจู่โจมทันที
เซวียเฟยเฉินเหวี่ยงกระบี่โต้กลับ แต่เพียงแค่ปะทะกันท่าเดียวเขาก็พบว่าโจรตรงหน้ามีระดับพลังอยู่ขั้นแก่นพลังทองคำตอนปลาย ไม่ใช่ตอนต้นตามที่ได้รับรายงานมา!
แต่แล้วอย่างไรเล่า?
ต่อให้เป็ขั้นิญญาต้นกำเนิด ก็หนีไม่พ้นศาสตราวิเศษของเขาหรอก!
[น่าจะมีผู้สมรู้ร่วมคิดขั้นแก่นพลังทองคำตอนต้นอีกคน เ้าพาศิษย์น้องที่เหลือไปจัดการซะ!]
เซวียเฟยเฉินส่งกระแสจิตบอกหลี่เหยียนรุ่ย พร้อมกับเรียกดอกบัวแดงสลายกระดูกออกมา
ดอกบัวแดงพุ่งเข้าหายวนเซี่ยนทันที และวนเวียนอยู่รอบกายเขา ที่ฐานดอกบัวมีเถาวัลย์มากมายงอกออกมา พยายามจะมัดร่างยวนเซี่ยนไว้ ทว่ายังไม่ทันจะได้แตะต้องตัวเขา ก็ถูกปราณกระบี่อันคมกริบรอบกายยวนเซี่ยนสั่นะเืจนแหลกละเอียด
หลี่เหยียนรุ่ยรีบพุ่งเข้าไปในป่า ในมือเรียกดอกบัวแดงออกมาเช่นกัน ต่อให้เป็ขั้นิญญาต้นกำเนิด หากถูกดอกบัวแดงสลายกระดูกเกาะกิน ก็จะถูกสูบพลังจนเหือดแห้งกลายเป็คนพิการ
เซียวหลีลั่วจำความร้ายกาจของสิ่งนี้ได้ เขาตั้งท่าจะไปช่วยยวนเซี่ยน แต่กลับได้รับกระแสจิตจากยวนเซี่ยนก่อน
[ไปคุ้มครองศิษย์น้องเล็ก]
อึดใจต่อมา ยวนเซี่ยนที่เมื่อครู่ยังประมือกับเซวียเฟยเฉินอยู่ กลับมาปรากฏตัวข้างกายหลี่เหยียนรุ่ยอย่างกะทันหัน เขาใช้กระบี่เดียวชิงดอกบัวแดงสลายกระดูกมาจากมือ และเตะหลี่เหยียนรุ่ยจนกระเด็นหายไป
ศิษย์พี่ใหญ่สุดยอด!
เซียวหลีลั่วหัวเราะร่าสองที ก่อนจะหันหลังกลับเข้าไปในป่า
...
ในป่า
ศิษย์ขั้นสร้างรากฐานสามคนของสำนักลั่วเฟิง ล้อมเซิ่งซีและลวี่เสี่ยงไว้ในค่ายกล กระบี่คมกริบมากมายผุดขึ้นมาจากค่ายกลราวกับหน่อไม้ หากไม่ระวังเพียงนิดเดียวอาจถูกกระบี่เหล่านี้แทงทะลุจากล่างขึ้นบนได้
ระฆังทองคุ้มกายของลวี่เสี่ยงครอบทั้งสองคนไว้ภายใน ช่วยป้องกันกระบี่เ่าั้ไว้ได้ชั่วคราว เขากระซิบบอกเซิ่งซี "คราวนี้สำนักลั่วเฟิงโมโหจริง ๆ ด้วย ถึงขั้นให้ศิษย์ขั้นสร้างรากฐานพกค่ายกลที่ใช้รับมือผู้ฝึกตนขั้นแก่นพลังทองคำติดตัวมาด้วยเลย"
ศิษย์สำนักลั่วเฟิงได้ยินเข้าก็หัวเราะเยาะไม่หยุด "ตอนที่พวกเ้าหยามเกียรติสำนักลั่วเฟิง ก็น่าจะนึกถึงจุดจบในวันนี้ไว้บ้าง วางใจเถอะ ค่ายกลนี้ไม่ฆ่าพวกเ้าจริง ๆ หรอก แต่มันจะทำให้พวกเ้าอยู่มิสู้ตาย ข้าจะคุมตัวพวกเ้ากลับสำนักไปสับเป็หมื่น ๆ ชิ้น!"
"ขี้เหนียวจริง แค่ปล้นไปไม่กี่รอบเอง ทำเป็รับไม่ได้ไปได้?" เซิ่งซีรู้สึกว่าเคล็ดวิชาชิงชางในร่างเริ่มสั่นไหว พร้อมจะทะลักออกมาข้ามขีดจำกัดความเป็ปลาเค็มของนางแล้ว
"แค่ขั้นรวบรวมปราณระดับสอง กล้าพูดจาโอหังนัก น่าเสียดายที่เ้าไม่มีค่าพอจะคุมตัวกลับไป งั้นก็ตายไปก่อนเถอะ" ศิษย์สำนักลั่วเฟิงสบตากัน แล้วพากันร่ายวิชาพร้อมกัน
กระบี่ในค่ายกลที่เดิมพุ่งจากล่างขึ้นบนพลันเปลี่ยนทิศ และพุ่งเข้าหาเซิ่งซีจากรอบทิศทาง กระบี่เ่าั้มีความเร็วสูงมาก ลวี่เสี่ยงยังไม่ทันจะหยิบศาสตราป้องกันออกมา กระบี่เล่มหนึ่งก็พุ่งมาจ่อหน้าเขาแล้ว
จบกัน ศาสตราวิเศษระดับเลิศที่อาจารย์ให้มาต้องมาเสียเปล่าที่นี่ซะแล้ว!
ยังดีที่สร้อยของศิษย์น้องเล็กยังประหยัดไว้ได้
ลวี่เสี่ยงทั้งเสียดายทั้งโล่งใจ ทันใดนั้นเขาก็ถูกใครบางคนผลักออกไป เซิ่งซีที่เขาคอยปกป้องมาตลอดกลับถือกระบี่ฟันกระบี่บินที่พุ่งเข้าหาเขาจนแหลกละเอียด จากนั้นปราณกระบี่ที่รุนแรงเกินกว่าขั้นรวบรวมปราณจะทำได้ก็ะเิออกมาจากคมกระบี่ของเซิ่งซี ทำลายกระบี่ทุกเล่มที่พุ่งมาหาพวกเขาจนหมดสิ้น
ค่ายกลสีฟ้าครามปรากฏรอยร้าว และแตกสลายไปในพริบตา ศิษย์สำนักลั่วเฟิงทั้งสามคนที่ควบคุมค่ายกลต่างกระอักเืออกมาพร้อมกันเพราะถูกพลังสะท้อนกลับและล้มลงาเ็สาหัส
เซียวหลีลั่วร่อนลงมาเห็นภาพนี้พอดี เขาแทบอยากจะประกาศให้คนทั้งโลกรู้ ว่าศิษย์น้องเล็กบ้านเขาน่ะ เจ๋งที่สุดแล้ว!