เกิดมาตบเกรียน เซียนก้มกราบ

    หลิงเอ๋อ ยังไม่ตาย

    ...นี่ตรู กลายเป็๲สเกลเลตันแล้วเหรอเนี่ย นี่คงเป็๲ผลจากคำสาปที่พ่อพูดไว้ก่อนให้พรเราสินะ ผมคิด ก่อนจะขยับกายไปด้านข้าง และเห็น ลุงมิโนทอร์ เซบาส มารับ


    " ลุงเซบาส มาได้ไง " ผมถาม
    " พ่อของเจ้า มาหาข้าแล้วมอบภารกิจช่วยเจ้ามาให้ เจ้าคงยังไม่ลืมว่าเจ้ายังติดค้างข้า เรื่อง จับไป๊ฮัว มาสำเร็จโทษ " เซบาส กล่าวสั้นๆ
    " จำได้สิ ลุง แต่ลุงนำข่าวดี หรือว่าข่าวร้ายมาให้ข้ากันแน่ " ผมถาม
    " มีทั้งข่าวดี แล้วก็ข่าวร้ายจะเอาข่าวไหนก่อน " ลุงเซบาสยิ้มน้อยๆ เป็นนัยให้ผมเลือก
    " งั้นขอข่าวดีก่อน " ผมได้เลือกแล้ว
    " หลิงเอ๋อ ยังไม่ตาย เธอแค่บาดเจ็บสาหัสเท่านั้น และถูกจอมปราชญ์ ซาโตชิ ใช้ ซิลวาเทียร์ ช่วยรักษาชีวิตนางแล้ว " ( ซิลวาเทียร์ อาติแฟกซ์ แรร์ ระดับเวิร์ลไอเทม ที่สามารถรักษาได้ทุกโรคทุกอาการ แม้คนตายก็ทำให้ฟื้นได้เพียงแต่กินมันลงไปเท่านั้น แต่เป็นที่สงสัยกันว่า คนตายไปแล้วจะกินได้อย่างไร )
    " ข้าคงต้องไปขอบคุณ จอมปราชญ์ ซาโตชิ ซักหน่อยแล้ว " ผมกล่าวกับลุงมิโนทอร์ เซบาส
    " ด้วยสภาพ มอนสเตอร์โครงกระดูกเนี่ยนะ ข้าว่าเจ้าแค่เข้าไปในรัศมี ของเมือง เหล่าจอมปราชญ์ คงจะช่วยกันกำจัดเจ้าแล้ว " ลุงเซบาสพูดติดตลก
    " แล้วจะให้ผมทำอย่างไรดีล่ะ "
    " ตอนข้ามา พ่อของเจ้าได้ ฝากหน้ากาก เทพประทานพรมากับข้าด้วย มันเป็นหน้ากากที่ได้รับพรจากสวรรค์ นอกจากช่วยปิดบังใบหน้าแล้ว ยังลบกลิ่นของอมนุษย์อีก มีเพียงเทพเท่านั้นที่ถอดมันได้ " เซบาส กล่าว
    " งั้นผมจะใส่มัน แล้วข่าวร้ายล่ะ "
    " ข่าวร้ายก็คือ แลนเวีย ฮิเมะ กับ ไรชิน ตีป้อมปราการ ราโด แตกแล้ว กำลังเคลื่อนทัพมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง ฟัมลิส เพื่อ พิชิต อาณาจักร ออโดนอส "
    " แลนเวียฮิเมะ!!! วีรสตรีแห่ง อาณาจักร โปปุรอน เจ้าเมืองเอเซล คนนั้นนะเหรอ ข้าได้ข่าวว่านาง สามารถ สร้างกำแพงของเมือง เอเซล แบบกำแพงเมืองจีนได้ แถมยังพัฒนา แร่มัลติคอม(แร่ปูนซีเมนต์ชนิดหนึ่ง ) มาสร้างบ้านให้กับประชาชนได้อีก ข้าสงสัยว่านางจะไม่ใช่คนของโลกใบนี้ "
    " ใช่แล้ว แลนเวียฮิเมะน่ะ คือ ผู้กล้าต่างโลกที่ถูกอัญเชิญมา เจ้าต้องระวังให้ดี เพราะนางกับไรชินคงจะเป็นคู่ต่อสู้ของเจ้าในอนาคต " ลุงเซบาส กล่าวด้วยความวิตก แต่ก็ยอมรับในฝีมือของแลนเวีย ฮิเมะที่มีไม่แพ้ผม
    "งั้นสิ่งที่ผมต้องทำเป็นสิ่งแรกก็คือ หยุดยั้งกองทัพของ แลนเวีย ฮิมเะ " ผมกล่าวและเตรียมตัวออกเดินทาง
    3 ชั่วโมงต่อมา...ผมใส่หน้ากากเทพประทานพร และชุดคลุมโลกาวินาศ ที่พ่อผมให้เซบาสมา แล้วออกเดินทาง
    ในระหว่างทาง ต้องผ่านภูเขาหิมะ เซบารี...
    ผมต้องการไปดูสภาพภูมิประเทศเสียหน่อย จึงเหาะไปด้วยความรวดเร็ว จนมาถึงส่วนยอดของภูเขาหิมะ เซบารี ที่นั่นผมพบกับ หญิงสาวหน้าตาสวยงามเปี่ยมด้วยพลัง ใส่ชุดคลุมสีแดง ดูเหมือนว่าจะเป็นเผ่ามาร อายุน่าจะประมาณ 300 ปีเห็นจะได้ เธอมีชื่อว่า ริโอล่า (ตัวละครรับเชิญจากเรื่องฟาร์มมังกรของน้องริโอล่า )
    " ผู้อาวุโส มาทำอะไรที่นี่เหรอครับ " ผมกล่าวถาม
    " ปากเสีย ชั้นมีชื่อนะยะ ชื่อ ริโอล่า " ริโอล่า กล่าว
    "ครับ ผู้อาวุโส ริโอล่า แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่ครับ"
    " ชั้นมาหาของอร่อยกิน " ริโอล่ากล่าว แล้วเริ่มลงมือ ขุดไก่ที่ฟังไว้ในหิมะกว่า 8 ชั่วโมง
    ในที่สุดเธอก็ขุดไก่ขึ้นมาได้ ข้างในซากศพไก่ มีตะขาบหิมะ จำนวนมากชอนไชอยู่
    ...เมนูเปิบพิสดารเหรอเนี่ย ผมคิด
    ริโอล่าค่อยๆเอา ตะขาบที่อยู่ในตัวไก่ไปต้มและรีดพิษออก หลังจากนั้นก็แกะเปลือกกิน หน้าตาเฉย แล้วหันมาหาผม แล้วกล่าวว่า
    " จะกินด้วยกันไหม "
    " กินครับกิน " ผมตอบไปงั้นๆเอง แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจ ผมจึงกิน เนื้อตะขาบหิมะ
    " อย่าแอบกลืนซะละ เสียของหมด " ริโอล่ากล่าว แล้วหันกลับไปขุดไก่ ที่ฝังไว้ในหิมะตัวที่ 2 แล้วก็ทำแบบเดิม คือ ดึงตะบาบหิมะออกมาแล้วต้ม รีดพิษออก แล้ว แกะเปลือกกิน
    ผมจึงลิ้มรสเข้าไปคำหนึ่ง
    อร่อย!!!อร่อยมาก รสชาติเหมือนไก่ราดซอสโทริยากิ
    " ใช่ม้า อร่อยใช่ม้า 55555+ " ริโอล่ากล่าวทีเล่นทีจริง แล้วถามผมว่าจะไปไหนเหรอ ถึงได้มาที่ยอดภูเขาเซบารีเนี่ย
    " ผมจะไปหยุดยั้งกองทัพของแลนเวีย ฮิเมะ ครับ "
    " น่าสนุกดีงั้นชั้นไปด้วยล่ะกัน "
    ดังนั้นผมจึงมีริโอล่าร่วมทางไปสู้กับกองทัพของแลนเวียฮิเมะ
    ****************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป