ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 68 ทำลายกระแสโชคชะตาคน

           หลันอวี่หมิงเห็นท่าทีหวาดระแวงของทั้งสองคนก็แปลกใจพลางคิด ‘เขายังไม่ได้ทำอันใดสักหน่อย ทำไมสองคนนี้ถึงระแวงตนปานนี้เล่า?’

            ‘เสี่ยวรุ่ย อย่ามองตาเขา ตอนพูดกับเขาก็เช่นกัน ไม่เช่นนั้นเจ้าจะโดนสาป!’ หลิ่วเทียนฉีก้มหน้า ส่งกระแสจิตหา

            ‘อืม ข้าเข้าใจแล้ว’ เฉียวรุ่ยพยักหน้ารับ

            “เฮ้ พวกเจ้าสองคนประสาทหรือ? ก่อนหน้านี้เอาจิ้งจอกป่วยซึมเซามาบอกว่าเป็นของแทนใจ ตอนนี้ยังจะเอาร่มทั้งเก่าทั้งพังมาบอกว่าเป็นของแทนใจมอบให้กันอีก ทำไมพวกเจ้าชอบมอบของแทนใจให้กันปานนั้นฮะ?”  หลิ่วอู่มองทั้งสองคน เอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์

            “ชิ ก็ข้าชอบมอบของขวัญให้คู่หมั้นข้า เจ้ายุ่งอะไรด้วยเล่า?” เฉียวรุ่ยมองหลิ่วอู่อย่างไม่พอใจ โต้กลับไปทันที ในใจคิด ‘หลิ่วอู่นี่ประสาทจริงเชียว เรื่องอันใดล้วนต้องเข้ามายุ่ง’

            “เจ้า...”

            “พี่ห้า ข้ากับเสี่ยวรุ่ยเป็นคู่หมั้นกัน พวกเราต่างฝ่ายต่างมอบของแทนใจให้กันก็เป็นเรื่องสมควร พี่ห้าทนเห็นพวกเรามอบของแทนใจให้กันไม่ได้เช่นนี้ หรือว่าอิจฉาหรือขอรับ?” หลิ่วเทียนฉียกมุมปากอย่างเย็นชา ตอบโต้ราวกับทำให้คนตรงหน้าโกรธตายก็ไม่เสียดายชีวิต

            “หลิ่วเทียนฉี เจ้าพูดเหลวไหลอะไรฮึ?” หลิ่วอู่ได้ยินคำนี้ถึงกับโกรธจนหน้าเขียว

            “ชิ อิจฉาไปก็ไร้ประโยชน์ คุณหนูตระกูลใหญ่หยาบคายเอาแต่ใจอย่างเจ้าไม่มีใครยินดีมาสู่ขอหรอก!” เฉียวรุ่ยเหล่ตามองหลิ่วอู่ที่โกรธไม่เบา พูดขึ้นอย่างเย็นชา

            “ฮ่าๆๆๆ...”อวี๋ชิงโยวได้ยินพลันหัวเราะออกมาอย่างไม่ไว้หน้า

            “เฉียวรุ่ย เจ้าคนสารเลว ข้าจะฉีกปากเจ้าให้ยับ!” หลิ่วอู่รู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก นางโกรธเกรี้ยวจะลงมือกับเฉียวรุ่ย แต่ถูกหลิ่วซือห้ามไว้

            “น้องห้า เจ้าจะทำอะไร?” หลิ่วซือดึงแขนของหลิ่วอู่ ตวาดเสียงดังคำหนึ่ง

            “พี่สี่ ท่านอย่ามายุ่ง วันนี้ข้าจะตีเขาตายให้จงได้! เจ้าสารเลวตัวนี้ ผู้ชายก็ไม่ใช่ผู้หญิงก็ไม่เชิง!” ก่อนหน้านี้ถูกท่านอาสามขับไล่ออกมา ในใจนางนึกโกรธอยู่แล้ว โทสะที่กำลังกลัดกลุ้มหาได้มีที่ระบายไม่! ภรรยาของเจ้าขยะน้อยกลับส่งมาถึงประตูหน้า

            “ตีข้าให้ตาย วาจาใหญ่โตนักนะ เจ้าสู้ชนะข้าได้หรือ?” เฉียวรุ่ยเบ้ปากอย่างดูแคลน ความกระตือรือร้นหดหาย แค่หมัดเท้าประดิดประดอยนั่นยังคิดจะตีเขาให้ตาย คุยโวไม่คิดโดยแท้

            “ข้า...” ถูกเฉียวรุ่ยพูดเช่นนี้ โทสะของหลิ่วอู่พลันมอดดับ เมื่อก่อนตอนเฉียวรุ่ยระดับฝึกปราณขั้นเจ็ด นางก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายอยู่แล้ว นับประสาอะไรกับตอนนี้ที่อีกฝ่ายระดับฝึกปราณขั้นเก้าแล้วเล่า?

            “น้องห้า อย่าก่อเรื่องเลย เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาหรอก อีกอย่าง ทุกคนล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน ทะเลาะกันบนถนนใหญ่ เจ้าไม่กลัวถูกผู้อื่นหัวเราะหรือ?” หลิ่วซือรีบหาทางลงให้น้องสาว

            “ครอบครัวเดียวกันอะไร ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันสักหน่อย ท่านอาสามตัดขาดกับพวกเราแล้ว พวกเรากับพวกเขาไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว!” พูดถึงตรงนี้ หลิ่วอู่ขอบตาแดงเรื่อ อาศัยอะไร มาอาศัยอะไรถึงไม่ต้องการพวกนางเล่า?

            “ในเมื่อพวกเราไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว ถ้าอย่างนั้นข้าจะให้หรือไม่ให้ของแทนใจเทียนฉีก็ยิ่งไม่ใช่เรื่องของเจ้า แล้วทำไมเจ้ายังทำตัวเป็นสุนัขจับหนู ยุ่งเรื่องของผู้อื่นอยู่ที่นี่อีกเล่า?” เฉียวรุ่ยพูดความจริงสำทับ

            “เฉียวรุ่ย เจ้า...” หลิ่วอู่ถลึงตามอง นางโกรธจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

            “พอแล้ว อย่าทะเลาะกัน น้องเจ็ดกับเสี่ยวรุ่ยจะมอบของแทนใจให้กันหรือไม่ เดิมก็ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้านะ!” หลิ่วซือจ้องน้องสาว ในใจหงุดหงิดขึ้นมาวูบหนึ่งพลางคิด ‘เสี่ยวอู่นี่นะ สมองสักนิดยังไม่มี ดีแต่บุ่มบ่าม นิสัยเหมือนท่านพ่อไม่มีผิด’

            “ไปเถอะ!” หลิ่วเทียนฉีจับมือเฉียวรุ่ย ส่งสัญญาณให้เดินไปจากตรงนี้

            “สหายผู้ฝึกตนทั้งสอง ร่มคันนั้น...” หลันอวี่หมิงขวางทั้งสองไว้ ถามเสียงเบาประโยคหนึ่ง

            “หูเจ้ามีปัญหาหรือ ข้าบอกแล้วว่าไม่ขาย!” หลันอวี่หมิงสูงกว่าเฉียวรุ่ยครึ่งศีรษะ คราวนี้เฉียวรุ่ยจึงพูดโดยไม่มองหน้า แต่มองคอของอีกฝ่ายแทน

            “ข้า...” หลันอวี่หมิงเผชิญหน้ากับเฉียวรุ่ยผู้ดุร้ายก็อ้าปาก ไม่สะดวกพูดสิ่งใดต่อเช่นกัน

            “ศิษย์พี่หลัน ท่านเป็นศิษย์พี่ของวิทยาลัยเซิ่งตู ฐานะสูงส่ง ขอท่านโปรดระวังการกระทำด้วยขอรับ!” หลิ่วเทียนฉีจ้องอีกฝ่ายอย่างระแวง เอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงใจ

            “สหายผู้ฝึกตนหลิ่ว ข้าเพียงรู้สึกว่าร่มคันนั้นพิเศษนักเท่านั้น ในเมื่อพวกเจ้าไม่ยินดีขาย ข้าเองก็ไม่บังคับให้ลำบากใจหรอก ไยเจ้าต้องทำตัวเป็นอริกับข้ามากปานนี้ด้วยเล่า?” พูดตามตรง หลันอวี่หมิงไม่เข้าใจเลย ทำไมหลิ่วเทียนฉีมักใช้สายตาหวาดระแวงมองตนกัน? คล้ายว่าเขาไม่เคยทำร้ายอะไรอีกฝ่ายเลยนะ?

            “ศิษย์พี่หลันเป็นบุรุษผู้หนึ่ง จ้องบุรุษสองเพศเนิ่นนานเช่นนี้ เป็นเรื่องที่มีมารยาทนักหรือ?”

            “นี่...” ได้ยินคำพูดนี้ หลันอวี่หมิงพลันอับจนวาจา

            สตรีกับบุรุษสองเพศนั้นเหมือนกัน หากเดินบนถนนใหญ่ บุรุษคนใดจ้องไม่วางตาล้วนถูกมองว่าหยาบคาย เป็นการกระทำที่ไร้มารยาทยิ่งอย่างหนึ่ง

            “อีกอย่าง ศิษย์พี่หลันรู้ชัดว่าเสี่ยวรุ่ยมีคู่หมั้น แต่ยังจ้องมองเขา นี่ไม่ใช่เพียงไร้มารยาทเท่านั้น แต่เป็นการท้าทายข้าที่เป็นคู่หมั้นของเขาด้วย!” หลิ่วเทียนฉีมองตาพระเอก เอ่ยออกมาทีละคำอย่างเคร่งขรึม

            “ไม่ สหายผู้ฝึกตนหลิ่วกำลังเข้าใจผิด ข้าไม่ได้มีเจตนาอื่นกับคู่หมั้นเจ้า ที่ข้ามองคือร่มคันนั้น หาใช่คู่หมั้นของเจ้าไม่ ข้าเพียง...”

            “ข้าก็หวังว่าจะเป็นการเข้าใจผิด ครั้งหน้าอย่าได้พบกันอีก!” พูดจบ หลิ่วเทียนฉีจูงมือเฉียวรุ่ยจากไป

            “นี่..” หลันอวี่หมิงมองแผ่นหลังทั้งสองอย่างโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง มีความรู้สึกว่ากระโดดลงแม่น้ำฮวงโหก็ล้างมลทินไม่ออก

            “ฮ่าๆๆๆ ข้าว่านะศิษย์พี่ ท่านสร้างศัตรูความรักเพิ่มมาอีกคนแล้วกระมัง!” อวี๋ชิงโยวมองหลันอวี่หมิง กล่าวขึ้นอย่างขำขัน

            “ข้า ข้าไม่ได้มองบุรุษสองเพศคนนั้นจริงๆ นะ? ข้าแค่...”

            “ไม่ต้องอธิบายหรอก พวกเขาไปแล้ว ข้าว่าสหายผู้ฝึกตนหลิ่วคงโกรธไม่เบากระมัง?”

            “นี่...” ได้ยินอย่างนั้น หลันอวี่หมิงยิ่งกลัดกลุ้ม

            “ศิษย์พี่หลันโปรดวางใจ ครั้งหน้าหากพบกันอีก ข้าจะอธิบายกับน้องเจ็ดให้ชัดเอง” นางเอกเห็นพระเอกมีสีหน้ากลัดกลุ้ม นางรีบคว้าหน้าที่อธิบายไว้อย่างใส่ใจ

            “ใช่แล้ว ศิษย์พี่หลันไม่ต้องใส่ใจหรอก น้องเจ็ดของข้ากับเสี่ยวรุ่ยรักกันยิ่งนัก เห็นบุรุษผู้อื่นมองเสี่ยวรุ่ย น้องเจ็ดเขาย่อมหึงหวง รอผ่านไปช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อเขาใจเย็นลงข้าจะไปพูดให้ เขาจะได้ไม่เข้าใจท่านผิดอีก!” หลิ่วซือมองเขาแล้วรีบเสนอบ้าง

            “ชิ หลิ่วเทียนฉีน่ะใจแคบ เจ้าคนที่กินข้าวทีอย่างกับผีหิวโหย พอสู้ขึ้นมาก็เหมือนพยัคฆ์หิวกระหาย หยาบคาย ไร้มารยาท ขี้งก ดุร้ายและยังบ้านนอกแบบนั้นอย่างเฉียวรุ่ย ก็มีแต่เขาที่ตามีปัญหาถึงได้ชอบ หากเป็นผู้อื่น ใครกันจะไปชอบลงเล่า?” พูดถึงเฉียวรุ่ย หลิ่วอู่แสดงสีหน้ารังเกียจทันที

            “ก็ไม่ใช่หรอก ข้าว่าบุรุษสองเพศคนนั้นหน้าตาน่ามองอยู่ และยังระดับฝึกปราณขั้นเก้าอีก พลังไม่เลวเลยนะ! ไม่แน่ว่าศิษย์พี่ข้าอาจชอบก็ได้นี่?” อวี๋ชิงโยวชำเลืองมองหลันอวี่หมิงอย่างล้อๆ

            “เจ้าพูดเหลวไหลอะไร? ข้าเคยชอบบุรุษสองเพศตั้งแต่เมื่อไรกันฮะ?” หลันอวี่หมิงถลึงตามองอีกฝ่าย  ตอบกลับจนปัญญา

            เทียบกับบุรุษสองเพศบุรุษแข็งกระด้างเช่นนั้น อย่างไรเขาก็ชอบสาวน้อยนุ่มนิ่มตัวหอมมากกว่า!

            “ฮ่าๆๆ ท่านจะชอบหรือไม่ล้วนไม่สำคัญ คู่หมั้นของผู้อื่นหมายหัวท่านเป็นศัตรูความรักแล้วเนี่ยสิ เฮ้อ บุรุษหน้าตาดีนี่ก็เป็นความผิดเหมือนกันนะ!” พูดจบ อวี๋ชิงโยวถอนหายใจ

            ได้ยินอย่างนั้น แม่นางทั้งสามพากันหัวเราะ

            .........

            เมื่อกลับมาถึงบ้าน หลิ่วเทียนฉีเอาร่มพังคันนั้นคืนให้เฉียวรุ่ย

            “อันตรายจริงเชียว! โชคดีเจ้าปฏิกิริยาไวเก็บร่มมาก่อน ไม่เช่นนั้นสมบัตินี้ต้องตกอยู่ในมือสารเลวคนนั้นแน่!” คิดถึงหลันอวี่หมิงขึ้นมา เฉียวรุ่ยยิ่งรู้สึกชิงชังขึ้นมาอีก

            “เสี่ยวรุ่ย คนผู้นี้อันตรายเกินไป หลังจากนี้ หากเจ้าพบเขาคนเดียวต้องระวังเพิ่มเป็นเท่าตัวนะ!” หลิ่วเทียนฉีจับมือคนรัก ย้ำเตือนอย่างไม่วางใจ

            “อืม เข้าใจแล้ว! ข้าจะระวัง!” เฉียวรุ่ยพูดพลางยัดร่มกลับมาให้เขาอีก

            “ทำไมเล่า?”

            “ร่มคันนี้เป็นสมบัติดี เก็บไว้ที่เจ้านั่นแหละ อย่าให้ข้าอยู่คนเดียว ไม่ทันระวังแล้วถูกเจ้าสารเลวนั่นหลอกเอาไปอีก!”

            ได้ยินเฉียวรุ่ยบอก หลิ่วเทียนฉีพยักหน้า “ได้ เช่นนั้นฝากไว้ที่ข้าก่อน ยามเจ้าจะใช้ ข้าค่อยเอาให้เจ้า!”

            “อื้ม!”

            “เสี่ยวรุ่ย อีกสี่วันพวกเราจะเข้าร่วมการสอบคัดเลือกของวิทยาลัยเซิ่งตู หลายวันนี้พวกเราอยู่บ้าน ดูดซับวารีบำรุงวิญญาณขวดนั้นกันเถอะ! จะได้ไม่ต้องพบพวกเขาอีก!” พูดไปแล้ว หลิ่วเทียนฉีแอบกังวลใจอยู่เล็กน้อย

            “ได้ ไม่ออกไปละกัน!” เฉียวรุ่ยพยักหน้ารับ

            “เสี่ยวรุ่ย ตอนดึกให้ข้ายืมจิ้งจอกน้อยเล่นหน่อยได้ไหม?” หลิ่วเทียนฉีโอบไหล่คนรัก ยิ้มพลางหารือกับอีกฝ่าย

            “เจ้าอยากกอดมันนอนหรือ?” เฉียวรุ่ยมองก่อนย่นจมูกถาม

            จากที่เฉียวรุ่ยรู้ คุณหนูสูงศักดิ์มากมายล้วนมีนิสัยชอบวางอสูรเลี้ยงไว้ในผ้าห่มเพื่อกอดนอน หรือเทียนฉีมีนิสัยประหลาดเช่นนี้ด้วย?

            เห็นท่าทางหึงหวงอย่างขัดเขินของคนรัก เขาก็ระบายยิ้มอย่างอ่อนใจ

            “จะเป็นไปได้อย่างไรเล่า? เตียงของข้ามีแต่เจ้าที่นอนได้ ข้าแค่อยากคุยกับมันสักหน่อยเท่านั้น!”

            “อ้อ แบบนี้เอง ถ้าอย่างนั้นข้าให้เจ้าก็ได้!” ได้ยินคำตอบก็ส่งถุงเลี้ยงอสูรให้อีกฝ่าย

            หลิ่วเทียนฉีก้มศีรษะจูบบนใบหน้าน้อยทีหนึ่ง “เด็กดี หลายวันนี้พวกเราต่างคนต่างเตรียมตัวสักหน่อย รอสอบเข้าวิทยาลัยเซิ่งตูได้ ข้าค่อยรักเจ้าดีๆ อีกละกัน!”

            “รู้แล้ว เจ้า เจ้ารีบกลับห้องไปเถอะ!” ได้ยินบุรุษเอ่ยเช่นนี้ ใบหน้าของเฉียวรุ่ยก็อายจนแดงก่ำ

            “ฮ่าๆๆๆ!” หลิ่วเทียนฉีหัวเราะ ลูบเอวเฉียวรุ่ยอีกทีถึงจากไป

            เฉียวรุ่ยมองแผ่นหลังนั่น ถลึงตาค้อนอีกฝ่ายทีหนึ่ง แต่มุมปากกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มหวานชื่น

            .........

            ห้องของหลิ่วเทียนฉี

            เขาเอาจิ้งจอกเทพลายทองออกมา วางมันไว้บนโต๊ะ

            “เจ้าหนู เจ้าเอาข้าออกมานี่ มีเจตนาอะไรหรือ?”

            “เฮอะ เจ้าอย่าคิดมากเกินไปนัก ข้าไม่ต้องการจิ้งจอกอุ่นเตียงหรอก รับไปสิ เจ้าว่านี่คืออะไร?” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางนำโอสถรักษาอาการบาดเจ็บขั้นสามเม็ดหนึ่งออกมาจากแหวนมิติของตน

            “โอสถรักษาอาการบาดเจ็บภายใน?” จิ้งจอกน้อยเห็นโอสถในมือก็ตาเป็นประกาย

            หลายวันมานี้ มียาที่หลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ยให้มัน แผลภายนอกจึงหายดีพอประมาณ แต่อาการบาดเจ็บภายในยังไม่เห็นผล หากมีโอสถเม็ดนี้ไม่แน่ว่าอาจดีขึ้นได้

            “โอสถเม็ดนี้เป็นถึงขั้นสาม ใช้ศิลาทิพย์ของข้าไปตั้งห้าพันก้อนเชียวนะ?” พูดถึงตรงนี้ หลิ่วเทียนฉีพลันมีสีหน้าปวดใจ

            “เจ้าหนู ข้าเป็นถึงอสูรเลี้ยงของคู่ชีวิตเจ้า หากอาการบาดเจ็บของข้าดีขึ้น จากนี้ข้าย่อมปกป้องไอ้หนูให้ดีขึ้นได้!”

            “อยากได้โอสถเพิ่มสินะ? เช่นนั้นก็ตอบคำถามข้ามาข้อหนึ่งก่อน!”

            “คำถามอะไร?”

            “จะทำลายโชคชะตาของคนผู้หนึ่งอย่างไร? ให้คนผู้นั้นโชคร้ายน่ะ”

            “เรื่องนี้พูดยากนัก ต้องดูว่าเป็นใครเสียก่อน หากเป็นคนโชคชะตาธรรมดา ทำลายโชคง่ายยิ่งนัก แต่หากไม่ใช่ล่ะก็ เกรงว่าคงยากเชียวล่ะ!”

            “หลันอวี่หมิงที่พบบนถนนวันนี้ เจ้าคิดว่ากระแสโชคชะตาของเขาเป็นอย่างไร?”

            “คนผู้นั้นโชคดีผิดธรรมดาเชียว? หรือเจ้าอยากทำลายกระแสโชคชะตาของเขาหรือ?”

            “ใช่ เขานั่นแหละ!”

            “คงไม่ง่ายนักหรอก! โชคชะตาของคนผู้นี้ไม่ธรรมดาเกินไป!”

            “ไม่ง่าย ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่หรือ?” พูดพลางแกว่งโอสถในมือ

            “ถูกต้อง สามารถทำลายได้ เจ้าเพียงให้คนข้างกายเขาแต่ละคนพบโชคร้าย เช่นนั้นโชคชะตาของเขาจะถูกทำให้เบี่ยงเบนไปอย่างรวดเร็ว แต่คนข้างกายที่ว่านี้ต้องเป็นคู่ชีวิต บุตรชายหรือบิดามารดา เป็นคนใกล้ชิดที่สุดถึงจะได้!”

            “อ้อ เข้าใจแล้ว!” หรือก็คือ หากจะทำลายโชคชะตาของพระเอก ก็ต้องทำลายนางเอกทั้งห้าก่อนสินะ!

            “เอาโอสถมาสิ!”

            “ฮ่าๆๆ เอาไปสิ!” หลิ่วเทียนฉีมองจิ้งจอกน้อยที่มีสีหน้าไม่พอใจ แล้วจึงส่งโอสถไปให้

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390